เซคราเรส

ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนนะคะ สัญญาว่าจะพยายามอัพบ่อยๆค่ะ ^^

ว่าที่พระชายา

ชื่อตอน : ว่าที่พระชายา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 52k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2560 02:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ว่าที่พระชายา
แบบอักษร

ตอนที่ 2


“เลิกสร้างปัญหาซักวันไม่ได้รึไงกาวิชน์!” เสียงตวาดดังไปทั่วห้องพร้อมกับใบหน้าคมเข้มขององค์ปิเตียลาร์ ทาสซาร์ ซาร์ฮาร์ลี วัยสี่สิบสอง หันมามองลูกชายคนเล็กที่นั่งทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ตรงหน้า

“แล้วผมสร้างปัญหาอะไรล่ะครับ” กาวิชน์เถียงกลับ

“ยังจะมีน่ามาถามอีก ขับมอเตอร์ไซค์ว่อนไปทั่วเมือง ถ้าใครรู้ว่าเป็นแก เค้าจะคิดยังไง” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่องค์ปิเตียลาร์โมโหให้กับเรื่องขององค์ชายกาวิชน์

“แล้วทำไมผมขับมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ล่ะครับ มันผิดยังไง” กาวิชน์ในชุดหนังสีดำลุกขึ้นพร้อมกับมองหน้าผู้เป็นพ่อ

วันนี้เขาบอกให้คนเอามอเตอร์ไซค์ไปจอดไว้ที่โรงรถ ก่อนที่เขาจะหนีคนของวังหลวงแล้วแอบขับมอเตอร์ไซค์กลับ จริงๆแล้วกาวิชน์จะแอบขับไปทั่วเมืองนานกว่านี้แต่ทาณรันต์ตามหาเขาเจอก่อน

กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วกับการแหกกฎทุกอย่างที่พ่อของเขาพยายามสร้างขึ้น กาวิชน์เป็นภาพตรงข้ามกับดารัชน์ องค์รัชทายาทอันดับหนึ่ง พี่ชายของเขาอยู่ในกรอบในระเบียบ และพร้อมที่จะเป็นกษัตริย์คนต่อไป แต่กาวิชน์ไม่ใช่ เขาไม่ชอบกฎเกณฑ์ เขามองว่าการเกิดเป็นองค์ชายทำให้อิสระของเขาไม่มี เพราะฉะนั้นแนวคิดที่แตกต่างจากพ่อและพี่ชายนี้ ทำให้กาวิชน์ถูกมองว่าเป็นตัวปัญหาอยู่ร่ำไป

“มันไม่ผิด แต่มันไม่สมควร ทำไมไม่ดูพี่แกเป็นตัวอย่างบ้างห๊ะ!” องค์ปิเตียลาร์ชี้หน้าลูกชายอย่างโมโห

“ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าผมไม่ใช่พี่ดารัชน์!” ทุกครั้งที่ทะเลาะกับพ่อ กาวิชน์ถูกเปรียบเทียบกับพี่ชายเสมอ นั่นทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ เพราะเขาไม่ใช่ดารัชน์ และดารัชน์ไม่ใช่เขา ทำไมพ่อต้องพยายามยัดเยียดให้เขาเป็นเหมือนใคร

“แกนี่มัน!” เสียงตวาดยังคงก้องอย่างต่อเนื่อง กษัตริย์แห่งมิลาเดเนียต้องระงับสติอารมณ์ของตัวเองไม่ให้ทำร้ายร่างกายคนตรงหน้า

“ผมเป็นของผมแบบนี้ พ่อเลิกบังคับผมซักที” กาวิชน์คว้าถุงมือหนังของตัวเองแล้วจะเดินออกไปจากห้องอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน

“กาวิชน์ ทาสซาร์ ซาร์ฮาร์ลี ฉันจะให้แกแต่งงาน” แต่เสียงที่ดังขึ้นต้องทำให้กาวิชน์ชะงักก่อนจะหันมามองหน้าพ่ออีกครั้ง

“แต่งงาน พ่อพูดอะไร”

“ในเมื่อแกดื้อด้านนัก ฉันจะให้แกแต่งงาน เผื่อจะเลิกบ้าซักที” แววตาจริงจังนั้นทำให้กาวิชน์รู้สึกวูบในอก เพราะไม่มีอะไรที่องค์ปีเตียลาร์คิดจะทำแล้วทำไม่ได้

“ผมไม่แต่ง ผมยังไม่พร้อมจะมีใคร” องค์ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“คิดว่าฉันจะยอมให้แกทำตามใจตัวเองอีกต่อไปอย่างนั้นเหรอ เตรียมตัวไว้ได้เลย” คำประกาศิตนั้นทำให้กาวิชน์กำมือแน่น

ทำไมชีวิตของเขาต้องถูกบังคับอยู่ตลอดเวลาด้วย ถ้าเลือกได้ เขาไม่อยากเกิดมาเป็นองค์ชายเลยด้วยซ้ำ




สองอาทิตย์ต่อมา


“องค์ชายกาวิชน์จะแต่งงาน” แท็บเลตเครื่องใหญ่ถูกวางตรงหน้าพร้อมกับหน้าขององค์รัชทายาทลำดับที่สองเด่นหรา พร้อมกับข้อความที่ทำเอาสาวๆในมิลาเดเนียใจสลาย

“องค์ชายของฉัน ฮือออออออ” เสียงหวีดร้องดังขึ้นในห้องเรียนขนาดกว้างของตึกคณะ ทำเอามาลินเลิกสนใจหนังสือแล้วหันมาสนใจข่าวใหม่แทน

“องค์ชายดารัชน์ก็ทรงหมั้นแล้ว นี่องค์ชายกาวิชน์ประกาศทีเดียวก็แต่งงานเลยเหรอ” เสียงร้องของเพื่อนสาวทำให้ทั้งห้องมารุมล้อมข่าวใหม่

ช่วงนี้เป็นช่วงระหว่างรอเรียนในวิชาต่อไป ซึ่งอาจารย์ยังไม่เข้ามา แต่ก็แจ้งในกลุ่มแล้วว่าจะขอเลทไปสิบนาที เลยทำให้คนทั้งสาขามีเวลามาคุยเรื่องข่าวใหม่ที่ทำเอางงทั้งประเทศ เพราะองค์ชายกาวิชน์ไม่เคยเปิดตัวว่าคบใครเลย

“ลินรู้มั้ยว่าว่าที่พระชายาเป็นใคร” เนียร์ถาม

“ใช่ลิน แกเข้าถึงองค์ชายที่สุดละ พี่รันต์เป็นพระสหายขององค์ชายนี่นา” พอเนียร์เปิดประเด็นคนอื่นๆกูพุ่งเป้ามาที่มาลินอย่างรวดเร็ว

“เราบอกกี่รอบแล้วว่าเราไม่ได้รู้จักอะไรกับองค์ชายขนาดนั้น คนสนิทน่ะคือพี่เรา ไม่ใช่เรา” มาลินบอกแบบนี้กับทุกคนมาสิบแปดรอบแล้ว แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ

เอาจริงๆนะ เขาเพิ่งเจอองค์ชายกาวิชน์ตัวเป็นๆก็ครั้งเดียวนั่นแหละ และนั่นองค์ชายนะไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะพบเจอได้ทั่วไป ขนาดเรียนมหาลัยเดียวกันยังนานๆทีที่คนจะได้เห็นองค์รัชทายาทลำดับที่สองมาเดินในมหาลัย เพราะไปเรียนส่วนตัวที่วังมากกว่า มามหาลัยก็เดือนละครั้งเอง

 “เชอะ ไม่รู้จักก็ไม่รู้จัก แต่อยากเห็นหน้าว่าที่พระชายาแล้วสิ โชคดีชะมัด”

โชคร้ายมากกว่าสิไม่ว่า มาลินอยากจะเถียงเสียเหลือเกิน ถ้าได้เจอองค์ชายกาวิชน์จริงๆจะไม่มีใครพูดแบบนี้ มาลินฟันธงได้เลย ปากร้าย ไร้มารยาท ดูไม่น่าจะเป็นองค์ชายได้เลยด้วยซ้ำ

“ขอโทษที่มาช้า เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า” เสียงของอาจารย์ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่ถูกเปิดเข้ามาทำให้ทุกคนรีบกลับไปนั่งแล่วเริ่มเรียนในเช้าวันนี้

มิลาเดเนียเป็นประเทศที่เกิดใหม่ได้ไม่นานเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในโลก นั่นทำให้ระบบต่างๆยังใหม่อยู่มาก บางครั้งก็ตามไม่ทันโลกบ้าง แต่ปัญญาชนรุ่นใหม่ก็พยายามจะขับเคลื่อนประเทศให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีสถาบันกษัตริย์เป็นหัวใจหลักของประเทศ

แน่นอนว่าองค์ชายรูปงามอย่างองค์ชายดารัชน์และองค์ชายกาวิชน์ก็เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศครั้งนี้ เพราะทั้งสองพระองค์เป็นราชวงศ์รุ่นใหม่ ที่นอกจากจะเสน่ห์เหลือร้าย ขโมยหัวใจสาวๆในมิลาเดเนียแล้ว ยังฉลาดและทันโลกอีกด้วย

การที่ให้องค์รัชทายาทมาเรียนมหาวิทยาลัยในประเทศ ก็เป็นการตอกย้ำถึงภาพลักษณ์ของราชวงศ์ต่อการศึกษา นอกจากองค์ชายกาวิชน์แล้ว องค์ชายดารัชน์เองก็เคยเรียนที่มาลินาเหมือนกัน

แต่ในความคิดของมาลิน มาลินคิดว่าคนที่ฉลาดและเป็นที่พึ่งพาของประชาชนคงจะหมายถึงองค์ชายดารัชน์แค่คนเดียวเสียมากกว่า เพราะองค์ชายกาวิชน์ดูไม่เอาไหนซะเลย

“เราว่าเรารู้สึกแปลกๆ” อยู่ๆเนียร์ก็พูดขึ้นหลังจากออกมาจากตึกคณะแล้ว วันนี้กว่าจะเลิกเรียนก็ดึกมาก

“มีอะไรเหรอเนียร์”

“ช่วงนี้เวลาเราอยู่กับลินทีไร เหมือนมีคนตามตลอดเลย” เนียร์พูดพร้อมกับหันไปมองรอบๆ นั่นทำให้มาลินเริ่มรู้สึกเอะใจ

ช่วงอาทิตย์นึงมานี้เขาเองก็รู้สึกเหมือนมีคนตามอย่างที่เนียร์พูดจริงๆนั่นแหละ แต่เขาพยายามหลอกตัวเองอยู่เสมอว่ามันไม่มีอะไร แต่พอเนียร์พูดแบบนี้มันทำให้มาลินรู้สึกไม่สบายใจเพิ่มมากขึ้นอีก

“เนียร์ว่าลินต้องระวังตัวไว้บ้างนะ” เนียร์เตือนเพื่อนรัก

“คิดมากน่าเนียร์ ใครจะมาตามลิน” เท่าที่คิดดูมาลินไม่เคยมีศัตรูที่ไหน แม้จะมีพ่อเป็นรัฐมนตรี หรือมีลุงเป็นนายกของประเทศ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้มาลินเป็นที่สนใจเท่าทาณรันต์

อาจจะเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาของเขามากกว่า มาลินไม่ได้สูงและหุ่นดีมาทาณรันต์ที่เข้ายิมทุกวัน และยังต้องฝึกศิลปะป้องกันตัวเพื่อดูแลองค์ชายกาวิชน์

มาลินตัวเล็กผอมบาง ดูเหมือนไม่มีแรง แล้วยังตัวขาวซีดตามแบบฉบับคนมิลาเดเนีย ไหนจะใส่แว่นหนาๆที่ดูไม่น่าสนใจอีก เลยทำให้มาลินดูกลืนไปกับคนทั่วไปมากกว่า ซึ่งเขาเองก็ชอบแบบนั้น

แม้แต่เอาไปเทียบกับมาเรีย พี่สาวของเขาดูสวยสง่าและออกงานกับพ่อบ่อยครั้ง ซึ่งมาลินไม่ชอบความวุ่นวาย หลายๆคนเลยไม่ค่อยรู้ว่าเขาเป็นลูกของมิสซาร์ นอกจากเพื่อนๆสมัยเรียนมัธยม หรือเพื่อนมหาลัยเท่านั้น นอกจากนั้นพ่อของเขาหรือลุงของเขาก็ไม่มีศัตรูทางการเมือง เพราะตอนนี้อำนาจทั้งหมดขึ้นตรงต่อราชวงศ์

แล้วแบบนี้คู่อริที่ไหนจะมาตามตัว

“ลินกลับแล้ว เจอกันพรุ่งนี้นะ” มาลินรีบตัดบทสนทนาก่อนจะเดินหนีเนียร์ออกมาเพื่อไปที่โรงรถ

แต่ความรู้สึกที่เหมือนมีคนตามก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่ม ซึ่งวันนี้มาลินมีเรียนเลยเวลามามากพอสมควร ทำให้คนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้บางตาไปมาก และยิ่งในโรงรถ ยิ่งไม่มีใครเลย นั่นทำให้มาลินรีบเดินให้เร็วที่สุด

แต่ร่างบางของมาลินก็ถูกกระชากอย่างแรงพร้อมกับหนังสือในมือหล่นปลิวไปทั่วโรงรถ มาลินถูกจับมาติดกับรถยนต์คันหรูของตัวเอง ปากถูกปิดด้วยมือหน้า ในความมืดนั้นเขามองไม่เห็นว่าคนตรงหน้าคือใคร

“อื้อ” มาลินพยายามดิ้นแต่ก็ไม่เป็นผล บ้าน่า! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

“ไม่คิดว่าจะเป็นเธอ” เสียงที่เหมือนเคยได้ยินที่ไหนซักที่ทำให้มาลินหยุดดิ้นแล้วพยายามประมวลผล

ทำไมรู้สึกเสียงคุ้นๆ

“เธอต้องยกเลิกการแต่งงาน ฉันไม่มีทางแต่งงานกับเธอแน่นอน” มือหนาปล่อยให้มาลินเป็นอิสระ แต่แทนที่จะผละออกไป ร่างสูงใหญ่นั้นกลับคร่อมมาลินให้ถอยห่างไปติดกับรถมากยิ่งขึ้น

“นายเป็นใคร” มาลินหายใจอย่างเหนื่อยหอบเมื่อถูกปล่อยเป็นอิสระ

“เหอะ! เจอกันกี่ครั้ง เธอก็ไม่รู้จักฉันซักครั้ง ฉันไม่แน่ใจแล้วสิว่าเธออยู่ในประเทศนี้รึเปล่า” เสียงนั้นดูไม่พอใจคำถามของร่างบางนัก

มาลินไม่ตอบอะไร แต่เขาแอบคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากแล้วเปิดไฟฉายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสาดแสงไปที่หน้าของฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ทำบ้าอะไรเนี่ย!” แสงจากไฟฉายทำให้คนตัวสูงผละออกจากมาลิน พร้อมกับยกมือปิดหน้าตัวเอง เท่านั้นแหละ มาลินก็รีบวิ่งหนี แต่ไม่ทันจะหนีพ้น ข้อมือเล็กก็ถูกคว้าเอาไว้

“ไอ้บ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ช่วยด้วย! ช่วยด้วยครับ!” เสียงตะโกนร้องของมาลินทำให้มือหนาต้องคว้าเอาตัวบางๆนั้นมาใกล้แล้วปิดปากอีกรอบ

คราวๆนี้ทำให้มาลินมีโอกาสเห็นหน้าคนร้ายชัดๆ เพราะโทรศัพท์ในมือยังคงเปิดไฟฉายอยู่ และเขาก็ค้นพบว่าคนตรงหน้าคือองค์รัชทายาทลำดับที่สองแห่งมิลาเดเนีย

องค์ชายกาวิชน์!!!

“ทีนี้รู้รึยังว่าฉันเป็นใคร” องค์ชายกาวิชน์ยอมปล่อยมือออกจากปากของมาลินเมื่อเห็นคนตัวเล็กตรงหน้าช็อคตาตั้ง แต่เขาก็ยังไม่ยอมผละออกไป

“อะ... องค์ชายกาวิชน์” มาลินทำตัวไม่ถูก ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่มาเจอองค์ชายต่อหน้าจังๆแบบนี้ เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง แต่ที่แน่ๆเขารู้สึกไม่พอใจคนตรงหน้าที่มาทำกิริยาแบบนี้กับเขา

เจอกันทีไรก็ไร้มารยาท นี่เหรอองค์รัชทายาทแห่งมิลาเดเนีย

“ขอบคุณที่ยังรู้จักฉันนะว่าที่พระชายา ที่ฉันมาเจอเธอวันนี้ เพราะฉันต้องการให้เธอยกเลิกงานแต่งซะ” นิ้วเรียวชี้มาตรงหน้า พร้อมกับร่างหนาที่ขยับเข้ามาใกล้คล้ายว่าข่มขู่ นั่นทำให้มาลินยิ่งตัวติดไปกับประตูรถสีขาวของตัวเอง

“แต่งงาน?” คำพูดของคนตรงหน้าทำเอาลูกชายรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมงงไม่น้อย ใครแต่งงานกับใคร อะไรยังไง เขางงไปหมดแล้ว

“ถ้าเธออ่านข่าวซะบ้างเธอก็น่าจะรู้ว่าฉันกำลังจะแต่งงาน กับเธอ” องค์ชายกาวิชน์ดูไม่ค่อยพอใจ ที่คนตรงหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลย

เหอะ ทำตีเนียนล่ะสิ

“แต่งงานกับผม เอ้ย! กับกระหม่อมเหรอ” มาลินงงกว่าเดิมเมื่ออยู่ๆคนตรงหน้าก็พูดออกมาแบบนี้

“มาลิน สวอนเซ่น์ อายุ 18 นักศึกษาปีที่ 1 ภาคปรัชญาตะวันออก คณะปรัชญาและศาสนา ลูกชายของมิสซาร์ สวอนเซ่น์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เป็นหลานชายของนายกรัฐมนตรีด้วย เหอะ ทำไมพ่อหาคนมาแต่งงานทั้งที ต้องเป็นเด็กแว่นเฉิ่มๆอย่างเธอด้วย” ไม่พูดเปล่า องค์ชายกาวิชน์ยังเอามือไปขยับแว่นของมาลินไปมา นั่นทำให้คนตัวเล็กเริ่มโมโห

“กระหม่อมไม่รู้เรื่องนี้ เกรงว่าพระองค์จะเข้าใจผิด” มาลินแม้จะรู้สึกไม่พอใจแต่ก็ต้องระงับสติตัวเองไว้ เพราะรู้ว่าสถานะของคนตรงหน้าเป็นใคร

“อย่ามาเล่นลิ้น เธอต้องไปบอกให้มิสซาร์ปฏิเสธการแต่งงานนี้ซะ คิดว่าฉันอยากแต่งงานกับเธอมากรึไงกัน” องค์ชายกาวิชน์ว่าด้วยความไม่สบอารมณ์ นั่นยิ่งทำให้มาลินรู้สึกหัวร้อนขึ้น

“แล้วใครอยากแต่งงานกับองค์ชายมิทราบ ถ้ามันเป็นเรื่องจริง พระองค์นั่นแหละที่ต้องเป็นคนปฏิเสธ จะให้พ่อของกระหม่อมที่เป็นแค่รัฐมนตรี หรือกระหม่อมที่เป็นแค่นักศึกษามหาลัยไปปฏิเสธพระราชา คงทำไม่ได้” มาลินควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ เขาเถียงองค์รัชทายาทโดยที่ไม่คิดว่าอนาคตอาจจะโดนลงโทษยังไง เขารู้เพียงว่าตอนนี้ตัวเองโมโหมาก

องค์ชายกาวิชน์พูดไม่ออก ได้แต่ปากสั่น เป็นครั้งแรก ครั้งแรกที่มีคนกล้าเถียงเขา นอกจากพ่อของเขาแล้วไม่เคยมีใครทำแบบนี้ นั่นทำให้องค์ชายหนุ่มพูดไม่ออก

พรึบ!

ก่อนที่มาลินจะหมดความอดทนไปมากกว่านี้ และก่อนที่องค์ชายกาวิชน์จะหายอึ้งและเผลอทำอะไรคนตรงหน้า ไฟในโรงรถก็ถูกเปิดขึ้นซะก่อน นั่นทำให้ทั้งสองคนได้สติ

“องค์ชายอยู่ในนี้ใช่มั้ยพะยะค่ะ” เสียงที่คุ้นหูทำให้ทั้งสองคนหันไปมอง มาลินรู้ว่านั่นคือเสียงของทาณรันต์ และแน่นอนว่าองค์ชายกาวิชน์เองก็รู้

วันนี้องค์รัชทายาทหนุ่มเอามอเตอร์ไซค์มาขับอีกแล้ว ซึ่งเป็นการหนีคนขับรถของวังหลวง รวมทั้งหนีองครักษ์ทั้งหมดมาด้วย การที่ทาณรันต์ออกตามหาแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเขาเองก็สร้างปัญหาทุกวันอย่างที่องค์ปีเตียลาร์ว่านั่นแหละ

แค่วันนี้ไม่รีบออกไปเท่านั้นเอง รอดูหน้าพระชายา และก็พบว่าเด็กอายุ 18 ตรงหน้ามีอะไรมากกว่าที่องค์ชายกาวิชน์คิด

เห็นเรียบร้อยแบบนี้ ปากกล้าชะมัด

“เราต้องเจอกันอีกแน่” องค์ชายกาวิชน์พูดก่อนจะคว้าหมวกกันน็อคมาใส่แล้วรีบเดินไปคร่อมมอเตอร์ไซค์สีดำคันโตของตัวเองก่อนจะบิดออกไป

มาลินถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนั่งด้วยใจที่สั่นระรัว เขาเพิ่งจะคุยกับองค์ชายกาวิชน์ตัวเป็นๆ และยิ่งไปกว่านั้นยังทำการเสียมารยาทไปอีกหลายอย่าง นั่นทำให้เขาตกใจตัวเองไม่น้อย

แต่อีกแง่หนึ่งมาลินก็รู้สึกดีที่เถียงออกไปแบบนั้น คนอย่างองค์ชายกาวิชน์ ทำไมทำตัวได้ไม่สมพระเกียรติขององค์ปิเตียลาร์และความเป็นราชวงศ์เลยสักนิด

และที่ไม่เข้าใจที่สุด ว่าที่พระชายาที่ทุกคนตามหา คือตัวเขาอย่างนั้นเหรอ

ไม่!

ไม่แน่นอน มาลินไม่มีทางแต่งงานกับองค์ชายบ้านี่แน่นอน!










ตอนที่ 2 มาแล้ววววว ฝากเรื่องนี้ด้วยนะคะ เรื่องราวของสองคนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเองน๊าาา ^^

ความคิดเห็น