ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักโคตรๆ...โหดอย่างมึง! ภาค 4 ตอนที่ 37

ชื่อตอน : รักโคตรๆ...โหดอย่างมึง! ภาค 4 ตอนที่ 37

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 185.1k

ความคิดเห็น : 639

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2560 21:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักโคตรๆ...โหดอย่างมึง! ภาค 4 ตอนที่ 37
แบบอักษร

รักโคตรๆ...โหดอย่างมึง! ภาค 4  ตอนที่ 37

Author :   (ยอนิม)


เดย์บีบมืออิฐเบาๆ เพราะรู้ว่าอิฐคงเสียความรู้สึกมากเมื่อได้รับรู้ความจริง เพราะนิดจะค่อนข้างดูแล และคอยตามใจเอาใจอิฐมาตลอด อิฐเคารพนิดเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง แต่เดย์เองก็เสียความรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะนิดอยู่กับเขามาตั้งแต่เปิดร้านแรกๆ เดย์จึงไว้ใจนิดมาก เขารู้ว่านิดเปลี่ยนไป เพราะโดนศรชักจูง แต่เดย์ก็ไม่คิดจะโทษศรคนเดียว เพราะถ้านิดจิตใจมั่นคงพอ คงไม่กล้าที่จะหักหลังเขาแบบนี้

“เมื่อทุกอย่างเปิดเผยแล้ว ผมขอพาทั้งสองคนไปที่สถานีเลยนะครับคุณรวิพล” เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดขึ้น เพราะความจริงจะต้องพาไปตั้งแต่แรกแล้ว แต่เดย์ขอเอาไว้ก่อน เพราะอยากเอาเรื่องนี้มาเป็นการเตือนพนักงานทุกคนในร้านไปด้วย


“ครับ ผมจะตามเข้าไปครับ” เดย์ตอบกลับ เพราะเขาต้องเข้าไปที่สถานีตำรวจอีกครั้ง เมื่อเดย์ตอบตกลงแล้ว ทั้งศรและนิดก็ถูกควบคุมตัวทันที อิฐยืนนิ่งด้วยความรู้สึกอัดอั้นในใจ อิฐไม่รู้ตัวว่ามือของตนเองสั่นแค่ไหน เพราะเดย์คอยบีบเอาไว้อยู่ตลอด ศรถูกคุมตัวไปด้วยท่าทีฮึดฮัด ส่วนนิดก็ร้องไห้สะอื้นออกมาเบาๆ


“คุณอิฐคะ ฮึก” นิดหันมาเรียกอิฐเสียงสั่นเครือ อิฐมองหน้านิด แต่ไม่ได้ขานรับ เพราะอิฐรู้สึกตื้อพูดอะไรไม่ออก

“พี่ขอโทษจริงๆค่ะ พี่ไม่คิดจะพูดให้คุณอิฐสงสาร แต่พี่รู้สึกผิดจริงๆ พี่ปล่อยให้กิเลส ตัณหา มันคุมทุกอย่างในตัวพี่ เมื่อพี่คิดได้ มันก็สายไปแล้ว ขึ้นหลังเสือแล้ว มันลงลำบาก พี่ขอโทษนะคะ ฮึกก” นิดพูดทิ้งท้าย ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดย์หันมามองหน้าอิฐที่ตอนนี้เหมือนกลั้นอารมณ์ตัวเองไว้ อิฐเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อไล่ความรู้สึกเสียใจและผิดหวังลงไป นิคเดินมากอดไหล่อิฐอย่างปลอบใจ


“ก่อนที่ผมจะปล่อยให้พวกคุณได้ทำหน้าที่ของตัวเอง ผมขอพูดอีกนิด ผมไม่ได้คิดจะขู่พวกคุณหรอกนะ แต่ผมหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” เดย์พูดพร้อมกับมองไปรอบๆ ทุกคนต่างนั่งเงียบกริบ

“ครั้งนี้ ถ้าแค่คุณศรคนเดียว ไม่มีพี่นิดร่วมด้วย เรื่องก็คงไม่ถึงตำรวจ เพราะผมจะจัดการในแบบของผม แต่เมื่อพี่นิดร่วมด้วย ผมจึงต้องโยนหน้าที่นี้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะผมไม่อยากทำอะไรรุนแรง และหวังว่าคงไม่มีใครอยากลองของหรอกนะครับ” เดย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขนาดเดย์ปกติก็ทำทุกคนเกรงได้แล้ว แต่พอเดย์พูดแบบนี้ออกมา ทุกคนเลยรู้สึกเกรงมากกว่าเดิมเสียอีก แต่ละคนจึงได้แต่ท่องไว้ในใจ ว่าจะไม่ทำอะไรผิดพลาดแบบศรและนิดแน่นอน


“เอ่อ คุณเดย์คะ แล้วใครจะมาทำหน้าที่แทนพี่นิดล่ะคะ” วิวถามขึ้น เพราะนิดเป็นคนดูแลทุกอย่างในส่วนของออฟฟิศ


“ผมมีคนจะมาดูแลในส่วนนี้ชั่วคราว ในช่วงที่ผมกำลังหาคนเข้ามาทำหน้าที่แทนพี่นิด กับคุณศร ถ้าผมได้คนแล้ว คนดูแลชั่วคราวก็จะส่งหน้าที่ต่ออีกที” เดย์บอกเสียงนิ่ง

 “ใครมีคำถามอะไรอีกมั้ย” เดย์ถามต่อพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ ทุกคนต่างนั่งมองหน้ากันไปมา เพราะไม่มีใครถามอะไร ส่วนใหญ่กำลังอยู่ในความรู้สึกอึ้งกับเรื่องของศรและนิด เพราะทุกคนไม่มีใครระแคะระคายเรื่องของทั้งคู่มาก่อนเลย แต่ที่เดย์รู้ เพราะให้คนไปตามสืบมาด้วย

“เมื่อไม่มีคำถาม ก็แยกย้ายกันไปทำงานได้ ตามที่บอก ในส่วนต่างๆจะมีคนของผมอธิบายในระบบร้านที่ปรับปรุงใหม่ เชิญ” เดย์บอกส่งท้าย ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับ นัน เพราะ นัน แม็ค ไว รวมทั้งนีล และนิค จะรับหน้าที่นั้น เดย์หันมามองหน้าอิฐ ที่ยังคงยืนนิ่ง ก่อนจะดึงอิฐให้เดินตามเขาไปที่ห้องทำงาน อิฐก็เดินตามไปเงียบๆ

“อย่าทำหน้าแบบนั้น” เดย์พูดขึ้นเสียงทุ้ม เมื่อพาอิฐเข้าไปในห้องทำงานแล้ว


“กู....เดย์..ทำไม..” อิฐพูดเสียงอึกอัก พร้อมกับมองเดย์ด้วยดวงตาแดงๆ อิฐกลั้นเอาไว้ตั้งแต่ยืนอยู่ต่อหน้าพนักงานทุกคนแล้ว เดย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะดึงอิฐเข้ามากอด อิฐซบหน้าไปกับบ่าของเดย์แล้วกอดเดย์ไว้แน่น เดย์ลูบหลังของอิฐเบาๆ

“ถ้ากูรู้ตั้งแต่แรก ว่าพี่นิดสนิทกับพี่ศรขนาดนั้น กูคงจะพูดห้าม หรือกล่อมพี่เค้าแล้ว แต่นี่....กูไม่รู้อะไรเลย” อิฐพูดเสียงสั่น


“มันเป็นเวรกรรมของเค้า ถ้าเค้าเห็นผิดเป็นชอบ ต่อให้เราดึงเค้ามาทางที่ถูกแทบตาย เค้าก็ไม่มาหรอก ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ที่ตัวเค้าคนเดียว” เดย์บอกเสียงจริงจัง อิฐหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผละออกมามองหน้าคนรัก


“เราดูแลเค้าไม่ดี หรือว่าเราทำอะไรให้เค้าไม่พอใจเหรอวะเดย์ เค้าถึงทำกับเราแบบนี้” อิฐถามออกมาอีก


“อย่าโทษว่าเราไม่ดี เราทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว ทำในสิ่งที่คิดว่าดีทั้งสองฝ่าย แต่เป็นเพราะพวกเค้าต่างหาก ที่ไม่สนใจในสิ่งที่เราทำให้ พอ เลิกคิดถึงเรื่องนี้ได้แล้ว ทุกอย่างมันจบแล้ว ใครผิดก็ว่าไปตามผิด เดี๋ยวกูต้องออกไปสถานีตำรวจอีก” เดย์พูดเสียงเข้ม เพราะไม่อยากให้อิฐคิดว่าเป็นความผิดของพวกเขาสองคน


“กูไปด้วยได้มั้ย” อิฐร้องตามไปด้วย แต่เดย์ส่ายหน้าไปมา


“ไม่ต้อง มึงอยู่ที่นี่ กูรู้ว่ามึงสงสารพี่นิด แต่ตอนที่เค้าทำกับเรา เค้ายังไม่สงสารเราเลย กูไม่อยากให้มึงไปนั่งทำหน้าเศร้า ทำหน้าผิดหวังเสียความรู้สึกอีก” เดย์บอกกลับ เพราะจะต้องมีการสอบปากคำทั้งสองคนเพิ่มเติม เดย์ไม่อยากให้อิฐไปรับรู้รายละเอียดมากนัก อิฐนิ่งเงียบไปนิด เพราะรู้ว่าขัดคนรักไม่ได้ ถ้าเดย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบนี้ ก็ต้องเป็นไปตามนั้น

“มึงเคยชวนกูไปทำบุญใช่มั้ย” เดย์ถามเพื่อเปลี่ยนเรื่อง อิฐก็พยักหน้ารับ


“งั้นช่วงที่กูออกไปจัดการเรื่องทุกอย่างที่สถานี มึงก็นั่งหาข้อมูล วางแผนเที่ยวอยุธยาไปก่อน ตกลงมั้ย” เดย์บอกออกมาอย่างเอาใจ เขาไม่อยากให้อิฐมาคิดเรื่องนี้แล้ว เลยเอาเรื่องเที่ยวมาเป็นตัวล่อ อิฐเบิกตาขึ้นทันที


“มึงจะพาไปทำบุญที่อยุธยาเหรอ” อิฐถามด้วยน้ำเสียงติดจะตื่นเต้นเล็กๆ ทำให้เดย์ยกยิ้มมุมปากขึ้นมา


“อืม แต่ยังไม่มีเวลาหาข้อมูล มึงก็ลองหาดูละกัน จะไปกี่วันก็คิดมา แต่อย่าเพิ่งกำหนดวัน กูต้องดูก่อนว่าจะไปได้ช่วงไหน เพราะต้องจัดการเรื่องร้านให้เรียบร้อยก่อน” เดย์บอกออกมาเสียงจริงจัง อิฐก็พยักหน้ารับทันที

“งั้นกูไปก่อนละกัน มีอะไรก็โทรหากู” เดย์กำชับเอาไว้ ก่อนจะเตรียมหยิบของเพื่อเตรียมไปสถานีตำรวจ


“เดย์” อิฐเรียกเดย์เอาไว้ก่อน เมื่อนึกบางอย่างได้ เดย์หันมาเลิกคิ้วใส่อิฐ อิฐมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย


“กูขออะไรสักอย่างได้มั้ย” อิฐพูดเกริ่นขึ้น


“ขออะไร” เดย์ถามกลับพร้อมกับจ้องหน้าคนรัก


“กูคิดว่าเมื่อเกิดเรื่องนี้ สามีพี่นิดเค้าคงต้องมาที่สถานีด้วยแน่ๆ มันจะเป็นไปได้มั้ย ถ้าเค้าคุยกับมึง มึงจะไม่พูดเรื่องที่พี่นิดกับพี่ศรแอบคบกัน คือถ้าเค้าจะรู้ ก็ให้รู้จากปากพี่นิดเอง” อิฐพูดเสียงติดเครียดนิดๆ

“กูสงสารลูกเค้า เด็กคงจะรู้สึกไม่ดีเท่าไร ถ้ารู้ว่าแม่ตัวเองแอบนอกใจพ่อ” อิฐพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาในตอนท้าย เพราะลูกของนิดก็โตพอที่จะรับรู้เรื่องพวกนี้แล้ว


“อืม” เดย์ตอบกลับในลำคอ ทำให้อิฐยิ้มออกมาได้บ้าง


“งั้นมึงไปเถอะ” อิฐบอกกลับไป ก่อนที่เดย์จะเดินออกไปหาไว เพราะไวจะต้องไปกับเขาด้วย  ส่วนอิฐก็นั่งเปิดอินเตอร์เนตเพื่อหาข้อมูลไปเที่ยวอยุธยา พยายามไม่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้


ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องทำงานของเดย์ดังขึ้น ก่อนที่แม็คจะเปิดเข้ามา อิฐเงยหน้าขึ้นมามองเล็กน้อย

“มีอะไรรึเปล่าวะไอ้แม็ค” อิฐถามขึ้น


“เปล่า ก็แค่จะขอเข้ามานั่งพักหน่อย หงุดหงิดไอ้เถื่อน” แม็คบอกกลับด้วยสีหน้ามุ่ยๆ อิฐยกยิ้มนิดๆ เพราะรู้ดีว่าไอ้เถื่อนที่แม็คพูดถึง คือนัน


“ไอ้นันมันกวนประสาทอะไรอีกล่ะ” อิฐถามกลับไป เพราะถ้าแม็คจะหงุดหงิดก็คงจะมีแค่เรื่องเดียว คือโดนนันแกล้งป่วนมา


“ช่างมันเหอะ แล้วนี่มึงทำอะไรอยู่วะ” แม็คเดินไปนั่งที่โซฟา


“กูกำลังจะหาข้อมูลไปเที่ยวอยุธยา เดย์มันจะพาไปทำบุญ เออ ว่าแต่มึงจะกลับนอกเมื่อไรวะ เผื่อไปเที่ยวด้วยกัน ไปป่ะ” อิฐชวนขึ้นมาทันที


“มึงจะไปเมื่อไร” แม็คถามขึ้นมาก่อน เพื่อดูวันกลับของตัวเองด้วย


“เดย์มันบอกว่าต้องเคลียเรื่องในร้านให้เรียบร้อยอีกนิดก่อน แต่คิดว่าภายในเดือนนี้แหละ” อิฐตอบกลับไป แต่ไม่ทันที่แม็คจะพูดตัดสินใจอะไร ประตูห้องทำงานก็เปิดออกพร้อมกับนันที่เดินเข้ามา ทั้งสองคนหันไปมองทันที


“เสียมารยาทว่ะมึง เข้ามาไม่เคาะประตู” อิฐแกล้งว่านัน นันก็ยกยิ้มนิดๆ ก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ แม็ค ส่วนแม็คก็ขยับออกห่างเล็กน้อย


“ก็กูรู้ไง ว่าเฮียไม่อยู่ กูเลยเปิดเข้ามาเลย” นันตอบกลับยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองคนรัก


“หึงรึไง” นันแกล้งถาม ในขณะที่อิฐมองทั้งสองคนอย่างงงๆ


“หึงเหี้ยอะไร อย่ามากวนตีนกู” แม็คตอบกลับเสียงขุ่น นันก็หัวเราะในลำคอเล็กน้อย


“มึงนี่แกล้งมันอีกละ” อิฐพูดพร้อมกับส่ายหน้าไปมา นันก็ไม่ได้พูดแหย่อะไรแม็คอีก แต่หันมาหาอิฐแทน


“แล้วคุยอะไรกันอยู่วะ” นันถามขึ้นด้วยความอยากรู้


“กูกำลังชวนไอ้แม็คไปเที่ยวอยุธยาด้วยกัน เฮียเดย์มึงบอกว่าถ้าจัดการอะไรเรียบร้อย จะพากูไปทำบุญที่อยุธยา ก็เลยให้กูหาข้อมูล” อิฐพูดขึ้นยิ้มๆ


“ไปวันไหน” นันถามขึ้นมาบ้าง


“กูไม่ได้ชวนมึง” อิฐแกล้งแหย่นันกลับไป


“ไม่เป็นไร กูหน้าด้าน กูจะไปด้วย” นันตอบออกมาหน้าตาเฉยๆ อิฐเบะปากใส่อย่างหมั่นไส้ นันก็หัวเราะขำพร้อมกับแกล้งแหย่คนรักไปอีกนิด แม็คก็ทำหน้าบึ้งใส่ ไม่อยากโวยวายอะไรมาก เพราะอายอิฐอยู่ไม่น้อย

“กูวางแผนให้เอาป่ะ” นันเสนอตัวขึ้นมาทันที อิฐมองนันอย่างไม่ไว้ใจ


“ให้มึงวางแผน กูล่ะเสียวสันหลัง” อิฐว่าออกมาอย่างขำๆ

“ไหนมึงว่ามาดิ๊” อิฐอยากฟังแผนของนัน


“นั่งรถไฟไปกัน แบบแบ็คแพ็คน่ะ เมื่อไปถึงที่นั่นก็เช่ารถตุ๊กๆ ให้เค้าพาไปเที่ยว พาไปไหว้พระที่ต่างๆก็ได้ ถ้าไม่อยากเที่ยวแบบรีบมากก็ไปค้างสัก 2 คืน” นันพูดขึ้นเสียงจริงจัง


“ทำไมมึงแลดูรู้ดีจัง” อิฐถามกลับ นันก็หัวเราะในลำคอเล็กน้อย


“กูเคยติสแตกนั่งรถไฟไปเที่ยวคนเดียวอยู่วันหนึ่ง แล้วก็กลับ” นันตอบอย่างขำๆ


“อย่างมึงเค้าไม่ได้เรียกว่าติส เค้าเรียกว่าบ้า ว่าแต่ นั่งรถไฟไป มันลำบากมั้ยวะ ไม่ได้เอารถไปเอง” อิฐถามกลับเพราะไม่เคยเดินทางด้วยรถสาธารณะสักเท่าไรนัก


“ลำบากที่ไหนกัน ชิลๆ สบายๆ ถ้ามึงโอเค เดี๋ยวกูจัดการแผนเที่ยวให้ โอเคมั้ย มึงจะได้ไม่ต้องมานั่งหาข้อมูล” นันเสนอขึ้นมาอีก แม็คหันไปมองหน้านันเล็กน้อย

“มองทำไม กลัวลำบากเหรอวะ” นันแกล้งถามคนรัก


“เลิกกวนตีนสักทีได้มั้ย” แม็คว่ากลับไปเสียงขุ่น นันก็ยังหัวเราะขำพร้อมกับกอดคอแม็คอย่างหยอกๆ แม็คก็ดิ้นไปมา


“เออๆ ตกลงมึงรับหน้าที่ไปเลย แล้วเสนอเฮียมึงด้วย ส่วนกูจะนับวันรอไปกินกุ้งแม่น้ำ” อิฐพูดยิ้มๆ


“เดี๋ยวๆ ใจจริงมึงอยากไปทำบุญหรือไปกินกุ้งแม่น้ำกันแน่” นันถามกลับมาอย่างนึกขำ


“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ” อิฐตอบกลับทันที


“อาการแพ้เพิ่งจะหาย มึงอยากลองเสี่ยงอีกเหรอวะ” แม็คแกล้งถามกลับไปบ้าง


“ไม่เกี่ยวกันเว้ย กุ้งแม่น้ำ กูไม่แพ้แน่นอน คอนเฟิร์ม” อิฐบอกออกมาอย่างมั่นใจ ก่อนจะนึกได้ว่าต้องชวนนีลกับนิคด้วย

“เดี๋ยวกูออกไปหาไอ้นีลกับไอ้นิคก่อน มึงสองคนถ้าไม่ไปไหนก็นั่งอยู่นี่แหละ” อิฐพูดขึ้น ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงาน พอออกมามองเห็นร้านในส่วนที่ปรับปรุงใหม่ อิฐก็ต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะมันทำให้เขาคิดถึงเรื่องที่โดนนิดยักยอกเงินในร้านขึ้นมาอีกครั้ง อิฐเดินไปคุยกับนิคและนีล ที่กำลังคุยกับพนักงานในส่วนของอู่ซ่อมและติดตั้ง


“ไงมึง โอเคขึ้นบ้างยัง” นิคถามขึ้น เพราะรู้ว่าอิฐค่อนข้างเสียความรู้สึก


“ก็...นิดหน่อยว่ะ มันจี๊ดๆในใจยังไงไม่รู้” อิฐบอกออกมาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะพูดถึงเรื่องไปเที่ยวให้นิคฟังคร่าวๆ ว่านันเสนอให้นั่งรถไฟไปแบบแบ็คแพ็ค นิคกับนีลสนใจร่วมทริปด้วย


“แล้วตกลงเดย์มันจะเอาใครมาทำในส่วนของออฟฟิศแล้วก็ดูแลในส่วนของอู่และสต็อควะ” นิคถามขึ้นเมื่อนึกได้


“ในส่วนของออฟฟิศ เห็นบอกว่าพี่คิมจะส่งคนในสำนักงานตัวเองมาทำงานที่นี่ให้ แล้วในส่วนของอู่กับสต็อค ไม่แน่ใจว่าจะเป็นไอ้ไวรึเปล่า เพราะเห็นคุยๆกับไอ้นันอยู่ ว่าจะเอาคนของมัน เดี๋ยวกูจะลองถามเดย์มันดูอีกที” อิฐบอกกลับไป นิคก็พยักหน้ารับ

..

..

..

“ขอบคุณผู้กองมากนะครับ ที่มาช่วยดูแลในเรื่องนี้” เดย์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พร้อมกับยกมือไหว้อีกฝ่ายที่อายุมากกว่าตัวเอง


“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของพวกผมอยู่แล้ว ว่าแต่คุณรวิพลมั่นใจแล้วเหรอครับ ถ้าทางคุณนิดเค้ายอมหาเงินมาใช้หนี้ในวงเงิน 1 ล้าน แล้วคุณจะยอมถอนฟ้อง” ผู้กองถามขึ้น เพราะทางพ่อแม่ของนิดมาคุยกับเดย์ ว่าถ้าสามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้ เดย์จะยอมถอนฟ้องได้หรือไม่ เดย์เลยตัดสินใจบอกไปว่า ถ้าหาได้ 1 ล้าน เขาจะยอมถอนฟ้องยอมความให้ แต่ในส่วนของศร ไม่สามารถยอมความได้ เงินที่โดนยักยอกไปประมาณ 2 ล้าน เดย์ขอคืนจากนิดแค่ล้านเดียว พ่อแม่ของนิดขอแบ่งจ่ายเป็น 4 งวด งวดละ 2 แสน 5 หมื่น ในระยะเวลา 8 เดือน แต่ถ้าหาได้เร็วกว่านั้นก็จะเอามาให้ทันที เพราะตั้งใจจะไปขายที่ของตัวเอง ส่วนสามีของนิดไม่ได้มาคุยอะไรกับเดย์เลย มีไปพูดคุยกับนิดอยู่สักพัก แต่เดย์ไม่รู้ว่าทั้งสองคุยอะไร และเขาก็ไม่คิดจะสนใจด้วย

ในส่วนของศร ยังไม่มีใครมาติดต่อประกันตัว มีแค่ภรรยามาดูและด่าทอสามีตัวเองลั่นสถานีตำรวจ


“มั่นใจครับ มันเป็นสิทธิ์ของเค้า อีกอย่าง เค้าอยู่กับผมมานาน ผมก็ไม่ได้อยากจะใจร้ายอะไรมากนัก แค่ให้เขารับผิดชอบในส่วนของเขามาก็พอ” เดย์ตอบกลับ ผู้กองพยักหน้ารับ


“งั้นก็ไม่มีอะไรแล้วครับ จะมีจดหมายนัดเรื่องวันขึ้นศาลของนายศรส่งไปให้อีกที” ผู้กองบอกกลับ เดย์ตอบรับ ก่อนจะขอตัวกลับออกมา ไวยืนรออยู่ที่รถ หลังจากที่สอบปากคำเสร็จไปก่อนหน้านี้แล้ว


“เรียบร้อยแล้วใช่มั้ยเฮีย” ไวถามขึ้น เดย์ก็พยักหน้ารับ


“อืม กลับเถอะ กูจะไปดูร้านต่อ ขอบใจมึงมาก ถ้าไม่ได้มึงกูก็ลำบากเหมือนกัน” เดย์บอกออกมาเสียงจริงจัง


“เล็กน้อยน่าเฮีย ว่าแต่...ผมเห็นร้านเค้กอยู่ตรงข้างสถานี เฮียจะซื้อไปฝากซ้อมั้ย” ไวถามขึ้นยิ้มๆ พร้อมกับชี้ไปยังร้านเบเกอรี่ที่เขาเห็น


“มึงอยากให้ซ้อมึงเป็นเบาหวานตายรึไง” เดย์บอกกลับอย่างเหนื่อยใจ ไวหัวเราะขำออกมา ก่อนจะพากันขึ้นรถ เพื่อกลับไปที่ร้าน ระหว่างทางเดย์ก็โทรรายงานเรื่องต่างๆให้พ่อของอิฐรับรู้ไปด้วย

..

..

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้น ทำให้อิฐหันไปมองทันที ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นเดย์ เดย์เลิกคิ้วนิดๆ เมื่อนีล นิค นัน แม็ค มานั่งรวมกันอยู่ในห้องทำงานของเขา


“เป็นไงบ้างเดย์” อิฐถามขึ้นทันที คนอื่นๆก็อยากรู้ความคืบหน้าด้วยเหมือนกัน


“น้ำ” เดย์บอกเสียงนิ่ง อิฐรีบลุกไปรินน้ำใส่แก้วมาให้เดย์อย่างรวดเร็ว เดย์ก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานของตัวเอง อิฐลากเก้าอี้อีกตัวไปนั่งข้างๆ เดย์รับน้ำมาดื่ม


“เดี๋ยวนี้บริการสามีดีจริงนะ” นิคแกล้งแซวเพื่อนตัวเอง อิฐก็ชูนิ้วกลางใส่เพื่อนอย่างหมั่นไส้ แล้วหันไปหาเดย์อีกครั้ง


“ตกลงว่าไงวะเดย์” อิฐถามต่อ เดย์เลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง


“ก็ดีนะมึง แต่ต้องให้ได้เงินครบก่อนนะเว้ย แล้วค่อยยอมความ” นีลบอกออกมาเสียงจริงจัง


“อืม กูก็บอกไป ว่าหามาให้ก่อนที่ศาลจะตัดสินละกัน จริงๆมันไปยอมความหลังจากขึ้นศาลได้ แต่ถ้าศาลตัดสินในขั้นสุดท้ายแล้ว กูก็คงช่วยอะไรไม่ได้” เดย์บอกกลับ ทุกคนก็พยักหน้ารับ เดย์เลยหันไปหาอิฐ

“กินข้าวกันรึยัง” เดย์ถามขึ้น เพราะเห็นว่าบ่ายโมงกว่าแล้ว


“กินแล้ว มึงล่ะ กินยัง กูจะโทรไปถามก็ไม่กล้า กลัวว่าจะยังยุ่งอยู่” อิฐบอกเสียงอ่อยๆ


“ยังไม่ได้กิน ไปทำอะไรมาให้กินหน่อยสิ” เดย์บอกออกมาเสียงเรียบ ทำเอาอิฐตาโต


“หืมมม เฮียมั่นใจแล้วเหรอ ไม่กลัวท้องเสียเหรอเฮีย” นันพูดขึ้นทันที


“สัดนัน กูทำเป็นบ้างแล้วเหอะ” อิฐรีบหันไปด่านันทันที นันก็หัวเราะขำ


“ทำเป็นก็ไปทำสิ ทำอะไรก็ได้ ง่ายๆมา” เดย์บอกกลับอย่างเหนื่อยๆ หลายวันมานี่เดย์เหนื่อยมากจริงๆ อิฐมองหน้าคนรักแล้วก็พยักหน้ารับ ตอนแรกตั้งใจอยากจะโอดครวญสักหน่อย แต่เมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของคนรักแล้ว อิฐเลยตั้งใจว่าจะทำอะไรสักอย่างให้คนรักกิน


“ได้ๆ มึงรอก่อนนะ เดี๋ยวเอามาให้ ไอ้นัน มีของสดอะไรบ้างวะ” อิฐลุกขึ้นแล้วหันไปถามนัน เพราะเมื่อกลางวัน นันทำกับข้าวให้พวกเขากิน


“ต้องไปดูก่อนว่ะ ป่ะ เดี๋ยวกูออกไปช่วยดูให้” นันบอกออกมา ก่อนที่นันจะลากแม็คนำออกไป อิฐทำท่าจะเดินตาม


“อิฐ” เดย์เรียกอิฐเอาไว้ก่อน ทำให้อิฐหันไปมองพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น


“ทำอะไรระวังๆหน่อย อย่าทำให้ตัวเองเป็นแผล เข้าใจมั้ย” เดย์พูดเสียงนิ่ง อิฐยิ้มแห้งๆ


“เข้าใจ” อิฐตอบรับเสียงอ่อย ก่อนจะรีบเดินออกไปดูว่ามีอะไรทำอาหารให้คนรักกินได้บ้าง ส่วนนีลกับนิคก็นั่งคุยกับเดย์ในเรื่องของคดีต่อ

“มีอะไรบ้างวะ” อิฐเดินเข้าไปถามนัน ที่กำลังเปิดถังแช่อาหารสด


“หลายอย่างอยู่ว่ะ ทำผัดกระเพราะทะเลไข่ดาวให้เฮียกินมั้ยมึง ง่ายดี” นันเสนอขึ้น อิฐยืนนิ่งนึกทบทวนการทำอยู่


“ก็ได้นะ มันต้องตำพริกกระเทียมลงไปผัดก่อนใช่มั้ยวะ แล้วค่อยใส่เนื้อสัตว์แล้วก็ปรุงรส แล้วก็ใส่ใบกระเพราลงไปตอนท้าย” อิฐพูดถึงขั้นตอนการทำ


“เออทฤษฎีแน่น แค่ปฏิบัติจะได้เรื่องมั้ยวะ” นันถามอย่างขำๆ


“มึงอย่ามาพูดดับความมั่นใจกูได้มั้ย” อิฐว่ากลับไปอย่างเซ็งๆ นันก็หัวเราะเบาๆ


“เอาน่า มึงทำออกมายังไง เฮียก็กินอยู่แล้ว” นันตบไหล่อิฐเบาๆ อิฐถอนหายใจออกมาเบาๆ


“กินแล้วคายทิ้งกูร้องไห้โชว์แน่” อิฐบอกออกมา ก่อนจะหยิบของสดออกมาเตรียมไว้ก่อน


“ให้กูทำมั้ยล่ะ แล้วมึงค่อยไปบอกเฮีย ว่ามึงเป็นคนทำ” นันเสนอขึ้น อิฐหันไปมองนันด้วยสายตาเหวี่ยงๆ


“ไม่เอา กูจะทำเอง กูไม่อยากโกหกมันแค่เรื่องทำกับข้าวหรอก” อิฐว่ากลับไป นันก็ยกยิ้มนิดๆ


“โอเค งั้นเดี๋ยวกูคอยช่วยเป็นลูกมือละกัน เผื่อมึงอยากให้หยิบจับอะไรให้” นันอาสาออกมา อิฐก็พยักหน้ารับ อิฐหยิบจับครกอย่างเงอะๆงะๆ เขาเอาพริกกับกระเทียมใส่ลงไปในครกเพื่อจะตำ


“เดี๋ยวๆอิฐ มึงกำลังวางแผนฆาตกรรมเฮียกู เพื่อหาผัวใหม่ใช่มั้ย” นันรีบถามขึ้นทันที เมื่อเห็นพริกในครก


“มันเยอะไปเหรอวะ” อิฐถามกลับ


“เออดิ แบบนี้ผัดได้เกือบสี่ห้าจานเลยนะมึง” นันบอกออกมาอีก อิฐยิ้มแหยๆ ก่อนจะเอาพริกออก จนนันบอกว่าโอเคแล้ว อิฐก็เริ่มตำพริกกับกระเทียมทันที เมื่อตำเสร็จเรียบร้อย นันก็เอากระทะวางตั้งบนเตาแก๊สพร้อมกับเปิดไฟให้แล้ว อิฐใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย ก่อนจะตักพริกกระเทียมที่ตำลงไปผัด


“เฮ้ย นัน กูลืมกะเพรา อยู่ไหนวะ” อิฐหันมาพูดเมื่อนึกได้ นันจึงเตรียมให้ อิฐเอาของสดลงไปผัดกับพริกต่อ

“ฮั่ดชิ่ว!!” อิฐหันหน้าไปจามอีกทาง

“เหี้ย โคตรฉุน ฮะ..ฮาดดด ชิ่ว” อิฐจามออกมาอีกครั้ง เพราะกลิ่นพริกกับกระเทียม เขาหยิบเครื่องปรุงใส่ลงไปทีละนิด คอยนึกทวนเท่าที่จำได้ แล้วลองชิม

“ไอ้นัน มึงว่าโอเคยังวะ” อิฐหันมาชักชวนให้นันลองชิม แต่นันส่ายหน้าไปมา


“ถ้ามึงคิดว่าอร่อย มันก็คืออร่อย” นันบอกกลับ อิฐเบะปากใส่นันเล็กน้อย เขาปรุงเพิ่มอีกนิด แล้วใส่ใบกะเพราลงไปผัดอีกนิดแล้วยกไปตักราดใส่ข้าวที่นันตักเตรียมไว้รอ


“ต่อไป ไข่ดาว” อิฐยกแขนขึ้นมาปาดเหงื่อ แล้วเอากระทะอีกใบมาตั้งไฟ พอกระทะเริ่มร้อนก็ใส่น้ำมัน อิฐถือไข่ไก่เอาไว้ในมืออย่างลังเล


“ไม่ตอกไข่ใส่ไปล่ะวะ” แม็คที่เพิ่งเดินออกมาจากเต็นท์ถามขึ้น เมื่อเห็นอิฐยืนจดๆจ้องๆ


“น้ำมันจะกระเด็นใส่กูรึเปล่าวะ” อิฐหันไปถาม นันหัวเราะขำเบาๆ


“มึงก็ตอกใส่ลงไปใกล้ๆหน่อย อย่ายกสูงมาก น้ำมันจะได้ไม่กระเด็นใส่” นันบอกออกมา อิฐหายใจเข้าลึกๆ


“หึหึ มึงเหมือนกำลังจะออกรบยังไงไม่รู้ว่ะ” แม็คแกล้งว่าออกมา อิฐค่อยๆตอกไข่ลงไปตามที่นันบอก เสียงน้ำมันดังขึ้น อิฐก็กระโดดโหยง


“เชี่ยๆๆ เปลือกไข่ๆๆ” อิฐร้องบอกออกมา เพราะด้วยความกลัวน้ำมันจะกระเด็น เขาเลยรีบจะยกมือออกให้พ้นรัศมีน้ำมัน แต่ดันทำเปลือกไข่หล่นลงไปด้วย


“เฮียกูได้กินแคลเซียมด้วยเว้ย” นันว่าออกมาอย่างขำๆ ก่อนจะเอาตะหลิวตักเปลือกไข่ออกให้ อิฐก็รับช่วงทอดต่อทันที


“กูจำได้ว่า เดย์มันเคยให้เอาน้ำมันราดๆด้านบน ไม่ต้องพลิกไข่” อิฐพูดขึ้น แล้วทำตามที่เดย์เคยสอนเคยบอก


“เอาขึ้นได้แล้วมั้ง” แม็คพูดบอกออกมา นันก็พยักหน้าเห็นด้วย อิฐเลยค่อยๆ ตักไข่ดาวขึ้นมาให้สะเด็ดน้ำมัน  แล้ววางโปะลงบนจานข้าวที่ราดผัดกะเพราไปก่อนหน้านี้แล้ว นันกับแม็คยืนมองนิ่งๆ อิฐก็ยิ้มแหยๆ เมื่อตอนที่จะเอาไข่วางใส่ อิฐก็พลิกตะหลิวทำให้ไข่พลิกไปอีกด้าน จนเห็นว่ามันมีรอยไหม้อยู่บ้าง


“กินได้ๆ” อิฐพูดให้กำลังใจตัวเอง พร้อมกับใช้ช้อนพลิกไข่กลับมาที่ด้านสวยๆ


“หึหึ มะเร็งจะถามหารึเปล่าวะ” นันพูดแซวขึ้น พอดีกับที่นีลกับนิคเดินออกมา


“เสร็จยังวะ ผัวมึงหิวแล้ว” นิคถามขึ้นยิ้มๆ ก่อนจะชะโงกมองจานข้าวที่อิฐทำ

“เฮ้ย น่ากินดีนี่หว่า” นิคพูดชม ทำให้อิฐยิ้มกว้างออกมา


“แต่อย่าพลิกดูอีกด้านนะ” นันพูดแหย่ อิฐเลยหันไปเตะขานันอย่างหมั่นไส้


“นันกูฝากเก็บตรงนี้ด้วย กูเอาข้าวไปให้เฮียมึงก่อน” อิฐพูดจบก็รีบยกจานข้าวไปหาเดย์ในห้องทำงานทันที ท่ามกลางเสียงบ่นของนันตามหลังมา  อิฐเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของคนรักก็เห็นเดย์นั่งหลับตาเอนพิงพนักเก้าอี้ทำงานอยู่ พอได้ยินเสียงเปิดประตู เดย์ก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมอง แล้วขยับนั่งตัวตรงๆ พร้อมกับเอานิ้วนวดขมับ

“เหนื่อยเหรอวะ” อิฐถามขึ้นเสียงเครียด


“นิดหน่อย ข้าวเสร็จแล้วเหรอ ทำอะไรให้กูกิน” เดย์ตอบแล้วถามกลับ อิฐวางจานข้าวลงบนโต๊ะทำงานของเดย์ แล้วไปรินน้ำใส่แก้วมาเพิ่มให้ เดย์มองจนข้าวแล้วยกยิ้มนิดๆ

“หน้าตาใช้ได้” เดย์บอกออกมา


“แต่..” อิฐพูดเว้นเสียง ทำให้เดย์หันไปมองหน้าอิฐนิดๆ ก่อนจะใช้ช้อนส้อมลองยกไข่ดาวขึ้นมาดูด้านล่าง


“หึหึ” เดย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นว่าด้านล่างของไข่ มีรอยไหม้เป็นหย่อมๆ แต่ก็ไม่ได้ถือว่าไหม้จนกินไม่ได้


“กูทอดนานไปนิด” อิฐบอกเสียงอ้อมแอ้ม ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆเดย์

“กูไม่รู้ว่ามันอร่อยรึเปล่า แต่ถ้ามันแบบ เค็มไปหรือรสชาติไม่ได้เรื่อง มึงอย่ากินต่อนะเดย์ เดี๋ยวท้องมึงจะเสีย กูไม่คิดมากหรอก ถ้ามึงจะไม่กินต่ออ่ะ” อิฐรีบบอก เพราะถึงแม้ว่าจะน้อยใจบ้าง ถ้าเดย์ไม่กินต่อ แต่อิฐก็ไม่อยากให้ร่างกายคนรักไม่ดี เดย์ยกยิ้ม ก่อนจะตักข้าวขึ้นมากิน อิฐก็มองตามอย่างลุ้นๆ


“อืม ก็ดี” เดย์บอกออกมาหลังจากลองกินไปแล้ว


“อย่าพูดเอาใจกูนะ” อิฐรีบทักท้วง


“กูเคยพูดเอาใจมึงในเรื่องที่ไม่จริงด้วยเหรอวะ กูบอกว่าดี มันก็ดี มันไม่ได้อร่อยเลิศเลอ แต่ก็ไม่ใช่ว่ากินไม่ได้ เผลอๆ อาจจะอร่อยกว่าร้านข้าวบางร้านด้วยซ้ำ แค่มันไม่มีรสชาติไหนพุ่งสูงนำรสอื่นๆขึ้นมา ก็ถือว่าดีแล้ว” เดย์บอกออกมาเสียงจริงจัง ทำให้อิฐยิ้มออกมาได้

“สำหรับกู ถือว่าผ่าน แต่ต้องพัฒนาเรื่องไข่ดาวหน่อยนะ ที่มึงทอดมามันก็กินได้ แต่ถ้ากินแบบนี้บ่อยๆ อาจจะต้องไปทำคีโมรักษามะเร็ง” เดย์แกล้งว่าในตอนท้าย แต่อิฐก็ยังยิ้มรับออกมา เดย์นั่งกินต่อแล้วมองหน้าอิฐไปด้วย อิฐก็ยิ้มรับอยู่ตลอด เขาดีใจที่คนรักกินข้าวของเขาไปเรื่อยๆโดยไม่บ่นไม่ว่าอะไร


“อ่อ เดย์ กูชวนไอ้นัน ไอ้แม็ค ไอ้นีล ไอ้นิค ไปเที่ยวอยุธยาด้วยกัน ไอ้นันมันเลยเสนอว่าให้นั่งรถไฟ แบ็คแพ็คกันไป มึงว่าไงอ่ะ มันบอกว่ามันจะวางแผนให้ทุกอย่าง” อิฐพูดบอกออกมาเมื่อนึกได้


“ก็ดีนะ กูไม่ค่อยได้ไปเที่ยวอะไรแบบนั้นนานแล้ว” เดย์พูดขึ้น ขณะนั่งกินข้าวไปด้วย เดย์ตักข้าวไปป้อนอิฐ อิฐก็อ้าปากรับแล้วเคี้ยวกิน


“มันบอกว่าจะจัดการเรื่องที่พักให้ด้วย อ่อ มันจะให้เช่ารถตุ๊กๆให้นำไปเที่ยวไหว้พระด้วยล่ะ” อิฐบอกออกมาอีก เดย์ก็พยักหน้ารับเรื่อยๆ

“งั้นเดี๋ยวมึงกินเสร็จ กูเรียกไอ้นันมันมาคุยกับมึงนะ มึงไม่ว่าอะไรใช่มั้ย ที่กูชวนพวกมันไปด้วย” อิฐถามในตอนท้ายเมื่อนึกได้


“ไม่ว่าหรอก ไปหลายคนก็ดี มึงเองจะได้มีเพื่อนคุย” เดย์ตอบกลับ อิฐเลยปล่อยให้คนรักกินให้อิ่ม โดยที่เดย์ก็ป้อนอิฐสลับไปด้วย พอกินหมดอิฐก็เอาจานออกไปเก็บ พร้อมกับเรียกนัน ให้เข้ามาคุยกับเดย์ เรื่องทริปจะไปอยุธยา




2  Be  Con

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ

ที่ก่อนหน้านี้ลงเนื้อเรื่องเก่าที่ยกเลิกไป

ยอนิมไม่ได้ลบไฟล์ ด้วยความเบลอเลยเอามาลง

เนื้อเรื่องเดิมนั้นยอนิมแต่ง แล้วมาอ่านย้อนแล้วหงุดหงิดตัวเอง ฮ่าๆ

มันไม่พอใจ เลยปรับเปลี่ยนบทในช่วงนี้ใหม่ แต่ดันไปเอาเนื้อเรื่องตอนแรกมาลงให้อ่าน = =

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น