by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

54/ พระอาทิตย์กำลังอ่อนแรง (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 54/ พระอาทิตย์กำลังอ่อนแรง (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่54

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 40.3k

ความคิดเห็น : 253

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ต.ค. 2560 20:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
54/ พระอาทิตย์กำลังอ่อนแรง (แก้คำผิด)
แบบอักษร

​โปรดP...

"ลุงโปรดมานั่งทำไมตรงนี้คนเดียวล่ะ ติณฑ์ก็วิ่งตามหาทั่ววัดเลย ไปกินข้าวกันเถอะลุง แม่มินถามหาใหญ่แล้ว" เสียงเล็กๆ ดังมาพร้อมกายหยาบของไอ้แมงหมูตัวอ้วนๆ ขาวๆ ทำให้ผมอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ เหงื่อเม็ดใหญ่ที่ผุดมาตามหน้านี่คงเพราะวิ่งตามหาผมสินะ

"แมงหมู มานั่งด้วยกันนี่มา" บุหรี่ในมือถูกโยนทิ้งแล้วขยี้ดับทั้งกลิ่นทั้งควัน ก่อนที่ไอ้แมงหลานตัวแสบจะวิ่งหอบพุง ปีนขึ้นขอนไม้มานั่งข้างกัน

"ลุงโปรดทะเลาะกับน้องหลงเหรอ เดี๋ยวนี้ไม่เห็นน้องหลงมาเล่นกับลุงโปรดเลย เห็นเล่นอยู่กับลุงชินคนเดียวนั่นแหละ จนติณฑ์รำคาญลุงชินแล้วนะ ไม่รู้เมื่อไหร่จะกลับกรุงเทพฯไปซักที พอลุงชินมาเหมือนว่าน้องหลงจะสนิทกับลุงชินมากกว่าเราสองคนอีกเนอะ" น้ำเสียงอ่อยๆ ท่าทางหงอยๆ ของหลานรัก มันน่าสงสารจนผมอดสะท้อนใจและหงุดหงิดใจไม่ได้ แม่งไอ้แมงสล็อตมึงนี่ทำให้ทั้งลุงทั้งหลานเขาทุกข์ใจนะไอ้สัส! 

"ไม่มีอะไรหรอกอย่าคิดมาก ถึงพี่หลงเขาจะมีเพื่อนใหม่ๆ เพิ่มขึ้น แต่เขาก็ยังรักแมงหมูอยู่เหมือนเดิมแหละน่ะ"

"แล้วน้องหลงยังรักลุงโปรดอยู่เหมือนเดิมมั้ยครับ รักเหมือนที่แม่มินรักพ่อตุลย์ หลานรู้หรอกว่าน้องหลงกับลุงโปรดรักกันเหมือนพ่อกับแม่ของหลาน หลานแอบเห็นลุงโปรดจุ๊บปากน้องหลงบ่อยๆ แต่ตอนนี้น้องหลงจะยังรักลุงโปรดเหมือนเดิมมั้ย หลานอยากให้น้องหลงรักลุงโปรดมากกว่าลุงชิน เพราะหลานรู้ว่าคนที่รักน้องหลงมากกว่าที่หลวงตากับหลานรัก ก็คือลุงโปรดคนเดียว" ผมก้มหน้ามองสบตาใสแจ๋วของหลานชายตัวดี แววตาใสนั้นบ่งบอกว่าเด็กน้อยคนนี้กังวลและพะวงกับเรื่องนี้มากแค่ไหน แต่รู้มานานแล้วเหรอ? แม่งแสบจริงๆ ไอ้แมงเอ๊ย

"อืม..ไม่รู้สินะว่าตอนนี้หลงรักจะรักหรือเกลียดลุง แต่ไม่ว่าเขาจะรู้สึกยังไง ลุงก็จะพยายามให้เขากลับมาเป็นของลุงเหมือนเดิม ระหว่างทางจะเป็นยังไงก็ช่างมัน แต่ปลายทางหลงรักก็จะเป็นคนเดียวที่อยู่ข้างๆ จนกว่าลมหายใจสุดท้ายของลุงโปรดจะหมดลง ว่าแต่แมงไม่โกรธเหรอ ที่ลุงเอาคนที่แมงรักมาเป็นของลุงน่ะ" ผมเหล่ตามองปฏิกิริยาจากหลานชายตัวน้อยที่นั่งห้อยขา มือกอดอก สายตาทำเป็นเหม่อมองไปบนท้องฟ้า หึหึ ขี้เก๊กเหมือนใครวะ

"ไม่โกรธหรอก แต่จะโกรธถ้าลุงไม่แย่งน้องหลงกลับคืนมาจากลุงชิน ถ้าไม่ใช่ลุงโปรดหลานก็ไม่แบ่งน้องหลงกับใครแน่ๆ"

"หึหึ เฮ้อเล่นมาขู่กันแบบนี้ ก็ต้องสู้ให้ตายไปข้างหนึ่งแหละ ว่ามั้ยแมง?"

"ใช่ครับลุงโปรด แม่มินบอกว่าอะไรก็ตามที่เป็นของเรา มันก็เป็นของเราวันยังค่ำไม่มีใครมาแย่งได้หรอก เหมือนน้องหลงที่เป็นของเราสองคนเนอะลุง" ผมกับไอ้หลานชายตัวน้อยต่างก็นั่งกอดอกเงยหน้ามองท้องฟ้ายามเย็น อิทธิพลของพระอาทิตย์เริ่มจะเบาบางลงแล้ว แต่ถึงยังไงพระอาทิตย์ก็ยังมีอิทธิพลกับทุกสิ่งทุกอย่างมากที่สุดในโลก ความยิ่งใหญ่ของพระอาทิตย์จะไม่มีวันดับสูญ แต่ความแข็งแกร่งของพระอาทิตย์จะมีไว้เพื่อโอบอุ้มปีกบางๆ ของแมงปอตัวน้อย ก็เท่านั้นเอง..

หลงรักP...

"ลูกหลงคนน่ารัก เป็นยังไงบ้าง โดนลูกหลานของพ่อป่วนน่าดูล่ะสิ"

"สวัสดีครับพ่ออรรค ไม่ป่วนอะไรมากหรอกครับ พ่ออรรคสบายดีมั้ยหลงคิดถึงจังน้า อยากเจอจัง" ตั้งแต่ผมจำทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นได้ ทุกคนรอบตัวก็ดูจะตื่นเต้นกับเรื่องนี้พอสมควร โดยเฉพาะพ่ออรรคกับพี่โย คู่แฝดคู่นี้ดูเหมือนจะตื่นเต้นกว่าทุกคนเป็นพิเศษ ทำไมผมถึงว่ายังงั้นเหรอ ก็คู่นี้เล่นโทรมาทุกวันเลยหนิ

"พ่อก็อยากไปหาใจจะขาด แต่..เฮ้อ! ภาระพ่อเยอะว่ะทั้งงานราษฎร์งานหลวง ไอ้คนที่หวังจะพึ่งพาให้มันมาช่วยก็เล่นพากันอพยพไปเฝ้าลูกหลงหมดเลยหนิ ทั้งลูกทั้งหลานไปหมดเลยเหลือแค่คนแก่ๆ อย่างพ่อให้ต่อสู้กับโลกที่โหดร้ายนี้เพียงลำพัง เจ็บปวดจริงๆ ลูกหลงคนน่ารัก" ถ้อยคำตัดพ้อต่อว่านั้นทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้ บอกแล้วว่าถึงแม้เรื่องราวของปอรักจะถูกปลุกขึ้นมา แต่ช่วงชีวิตของหลงรักก็ไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำของผม เพราะในความเป็นหลงรักผมถึงได้พบเจอและได้รับสิ่งดีๆ มามากมาย โดยเฉพาะครอบครัวที่เคยไขว่คว้าอยากมีเหมือนคนอื่นเขา หลงรักก็มีโอกาสได้รับความรักที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัว จนทำให้ผมอุ่นใจทุกครั้งที่คิดถึงพวกเขาเหล่านั้น

"ลูกหลง แล้วตอนนี้ลูกหรือหลานของพ่อมาวินอ่ะ บอกใบ้หน่อยสิ ไม่ใช่อะไรหรอกพ่อจะได้เตรียมคำปลอบใจให้มันทุกคนน่ะ"

"ฮ่าๆๆ พ่ออรรคกับพี่โยนี่เป็นแฝดกันจริงด้วยสินะ เมื่อเช้าพี่โยก็ถามหลงแบบนี้เหมือนกัน แต่หลงก็ไม่แปลกใจหรอกเกือบทั้งเดือนนี้ โทรมาทีไรทั้งพ่อทั้งพี่ก็ถามคำถามนี้ทุกวัน หลงก็ตอบแบบเดิมทุกวัน ตอนนี้คำตอบก็เหมือนเดิมครับ หลานชายของพ่อน่ะเป็นคนที่หลงอยู่ด้วยแล้วสบายใจจริงๆ ส่วนลูกชายของพ่อยังเป็นแค่ช่วงเวลานึงที่ทำให้หลงเติบโตขึ้น และเพราะว่าเติบโตขึ้น หลงถึงรู้ว่าการยอมรับว่าตัวเองกำลังรู้สึกเสียใจ มันเป็นคุณสมบัติหนึ่งของคนที่เข้มแข็ง ตอนนี้หลงโตขึ้นแล้วและเข้มแข็งขึ้นแล้ว คงต้องขอบคุณลูกชายพ่ออรรค แต่หลงก็คงไม่สามารถคิดกับเขาได้เหมือนเดิมจริงๆ หลงคิดว่าตอนนี้ถึงตัวเองจะไม่ได้ยืนอยู่ในจุดที่ดีที่สุด แต่หลงก็ยืนในจุดที่มันพอดีแค่นี้ก็เพียงพอแล้วใช่มั้ยครับ" 

"เฮ้อ มันจะไม่มีทางเป็นไปได้เลยเหรอลูก ตกลงพ่อจะได้ลูกหลงเป็นหลานสะใภ้แทนที่จะได้เป็นลูกสะใภ้ใช่มั้ย ชิ! แล้วไอ้เสือมันมัวแต่ทำอะไรอยู่เนี่ย ถึงปล่อยให้ลูกสะใภ้ของพ่อหลุดลอยไปทุกที ขัดใจจริงว่ะ" คุยกันอีกพักเดียวเสียงพ่ออรรคก็แว้ดใส่ลุงสันต์มาตามสาย ก่อนที่พ่ออรรคจะขอตัวไปรบกับแฟนต่อ 

ตัวผมเองไม่ได้ตอบคำถามในเรื่องนั้น แต่ถึงไม่ตอบก็เชื่อว่าพ่ออรรคคงพอจะคาดเดาถูกว่าผมไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งนั้นได้จริงๆ ส่วนที่ถามว่าพี่โปรดมัวแต่ทำอะไรอยู่ถึงไม่สู้น่ะเหรอ ผมอยากบอกพ่ออรรคคนดีว่า ลูกชายของพ่อน่ะสู้ทุกเม็ดทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ในสายตาของผม ทำจนบางครั้งผมก็เหนื่อยแทนพี่เขา แต่แค่เหนื่อยแทนไม่ได้หมายความว่าผมจะหวั่นไหวกับสิ่งที่เขาทำให้นะ เพราะพระอาทิตย์มันร้อนแรงและอันตรายมากเกินที่จะเอาตัวเข้าไปใกล้ ผมเองก็คงจะไม่ยอมถูกเผาเป็นครั้งที่สองแน่ๆ 

"เหม่ง หลวงตาเรียกน่ะ เอ่อ..พี่ถามหน่อยสิ ตอนนี้เหม่งคบกับพี่ชินเหรอเห็นตัวติดกันตลอดเลยหนิ ตอนที่นอนบ้านพี่มินน่ะ พี่ชินเขาไปนอนเฝ้าเหมือนที่พี่โปรดเฝ้าปะ" วางสายจากพ่ออรรคมาเล่นกับน้องอายไม่ถึงห้านาที พี่บอสก็เดินดุ่มๆ มาหา พร้อมกับส่งคำถามที่สุ่มเสี่ยงความเป็นหลงรักฉบับขี้เสือกใส่ทันที

"ทำไมถามแบบนี้ล่ะพี่บอส หลงทำอะไรให้พี่บอสเข้าใจแบบนั้นเหรอ หวังว่าไม่ได้ถามไปให้ใครนะ" เร็วเกินจะหลบทัน พี่บอสก็ลงทัณฑ์ความยื่นหน้ายื่นตาของผมด้วยมะเหงกป๊อกใหญ่ หน้าตาบูดบึ้งของพี่บอสเห็นแล้วอดหัวเราะไม่ได้ ที่จริงก็พอรู้อยู่หรอกว่าที่ถามน่ะเพราะอยากรู้จริงๆ ไม่ได้เอาไปบอกใครเขาอย่างที่ผมแซว

"มาตีเหม่งอีกแล้ว เดี๋ยวจะฟ้องหลวงตาซะเลยนี่ ไปหาหลวงตาดีกว่าขี้เกียจพูดกับคนขี้เสือกแบบพี่บอส ฮ่าๆๆ" ก่อนที่จะได้รับมะเหงกลูกต่อไปเป็นของรางวัล ผมก็ต้องรีบชิ่งวิ่งโกยอ้าวไปหาหลวงตาที่กุฏิซะก่อน เรื่องอะไรจะอยู่ให้โดนดีดเหม่งอีกล่ะ 

"หลวงตาเรียกหาหลงเหรอครับ"

"อืม..เข้ามาสิ มัวแต่ยุ่งกับงานวัดเลยไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวซักที เป็นยังไงบ้างล่ะจำได้หมดแล้วรึ"

"ครับหลวงตา หลงอยากมาคุยกับหลวงตาตั้งนานแล้ว แต่ลุงพจน์ก็เอาแต่บอกว่าหลวงตายุ่งอยู่นั่นแหละ เมื่อก่อนหลวงตายุ่งยังไง หลงก็ยังคุยได้เลย หรือตอนนี้หลวงตาไม่เอ็นดูหลงแล้วครับ" ผมท้วงปนฟ้องเรื่องลุงพจน์อย่างอดไม่ได้ หลวงตาผู้เปรียบเสมือนพ่ออีกคนหนึ่งของผมได้แต่ส่ายหัวเบาๆ แล้วยิ้มให้อย่างเมตตาเหมือนทุกครั้ง รอยยิ้มอ่อนของชายชราภาพท่านนี้เป็นรอยยิ้มที่เรียกขวัญและกำลังใจของผมได้ทุกครั้งสิน่ะ

"ไหนว่าจำความได้แล้วไง ทำไมยังขี้ฟ้องเหมือนเดิมล่ะเจ้าหลง"

"แหม หลงก็ขี้ฟ้องแต่กับหลวงตาคนเดียวแหละครับ แต่หลวงตาไม่ต้องแจกหวายให้หลงเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ ตอนนี้หลงไม่ดื้อเหมือนเมื่อก่อนแล้ว" อิทธิฤทธิ์ของหวายหลวงตาผมยังจดจำรสชาติมันได้ดี เหมือนกับที่ยังจดจำทุกเรื่องได้ดีเช่นกัน

"แล้วตอนนี้เจ้าหลงตั้งใจจะทำยังไงกับอนาคตของตัวเอง คิดได้หรือยังว่าจะเดินไปทางไหน ที่หลวงตาถามหมายถึงแบบแผนชีวิตในวันต่อไปของเจ้าหลงนะ ส่วนเรื่องอื่นหลวงตาจะไม่ยุ่งวุ่นวายอะไรเพราะมันไม่ใช่กิจของสงฆ์"

"ตอนนี้พี่มินก็คลอดน้องแฝดสามเดือนกว่าแล้ว หลงว่าจะขอกลับมาอยู่วัดกับหลวงตาได้มั้ยครับ หลงตั้งใจจะติดต่อโรงเรียนเก่าเพื่อขอใบเรียนจบที่หายไป แล้วจะมาลงเรียนปวส.ในเมืองเอาน่ะครับ แต่หลงขอทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยนะ เห็นร้านขายของที่ตลาดเขาเปิดรับสมัครพนักงานอยู่หลายร้านเหมือนกัน หลงจะไปถามเขาดูก่อน หลวงตาให้หลงกลับมาอยู่ด้วยได้มั้ยครับ หลงไม่มีที่ไปแล้ว" ผมร่ายยาวถึงแผนการที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ให้หลวงตาฟัง คำว่าไม่มีที่ไปอาจดูเกินจริงไปสักนิด เพราะทั้งพี่มินพี่ตุลย์พี่ชมพู่พ่ออรรคหรือแม้แต่ผู้ชายอีกสองคน ต่างก็แสดงถึงเจตจำนงที่จะให้ผมไปอยู่ด้วย แต่วัดแห่งนี้และหลวงตาชราภาพรูปนี้กลับเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียว ที่ผมอยากขอมาอาศัยใบบุญเพื่อพักพิง และหลีกเลี่ยงจากความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง

"อืม หลวงตาไม่มีใจคิดรังเกียจเดียดฉันท์เจ้าหลงหรอก แต่อยากจะถามเจ้าหลงซักหน่อย ยังจำเมื่อครั้งหนึ่งที่เคยบอกหลวงตาได้มั้ย เจ้าหลงบอกว่าอยากบวชเป็นพระเหมือนหลวงตา แต่ด้วยความที่ตอนนั้นเจ้าหลงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ หลวงตาจึงไม่สามารถบวชให้ได้ ตอนนี้เมื่อคุณสมบัติเจ้าหลงครบถ้วนดีแล้ว ยังจะอยากห่มจีวรอยู่อีกมั้ยคิดให้ดีๆ คิดด้วยสติปัญญาและเจตนาสีขาว อย่าเอาอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง มาเป็นเครื่องนำทางให้ตัดสิน ละทิ้งอดีตไปก่อนอย่าจมอยู่กับมัน อดีตก็คือบทเรียนไม่ใช่บทตัดสินของชีวิต ขึ้นไปสวดมนต์ที่โบสถ์ซะจะได้จิตใจสงบขึ้น และจงพึงระวังทุกอารมณ์สีดำที่จะดึงเจ้าหลงเข้าสู่ห้วงของความทุกข์ทรมาน จำไว้นะเรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้แล้ว ไปเถอะคิดได้ยังไงค่อยมาบอกหลวงตาก็แล้วกัน" 

ผมเดินออกมาจากกุฏิของหลวงตา เท้าหนักอึ้งทั้งสองกำลังพาร่างกายเดินตรงไปยังโบสถ์ ที่จำได้ดีว่าเคยไปนั่งสมาธิและสวดมนต์อยู่บ่อยครั้ง สำหรับคำถามเรื่องออกบวชที่หลวงตาเอ่ยขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ลังเลใจแต่อย่างใด เพราะรู้ตัวเองดีว่าถึงคุณสมบัติทางร่างกายและสภาวะด้านสติปัญญาของผมครบถ้วนตามกฎเกณฑ์ก็จริง แต่คุณสมบัติทางด้านจิตใจของผมมันติดลบมาก 

ผมในตอนนี้ไม่สามารถใช้ผ้าเหลือง เป็นเครื่องมือในการหลีกเลี่ยงเรื่องราวตอนนี้ได้อย่างแน่นอน แต่คำว่าอย่าจมอยู่กับอดีตเพราะอดีตก็คือบทเรียนไม่ใช่บทตัดสินของชีวิตต่างหาก ที่ทำให้เท้าทั้งสองข้างของผมตอนนี้มันรู้สึกหนักอึ้งไปหมด ความเย็นของพื้นโบสถ์ คำสอนและภาพวาดของพระพุทธเจ้า ทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นของผมสงบลง บทสวดมนต์บทแล้วบทเล่าที่กล่าวออกไปเป็นเหมือนน้ำใสเย็นลดความร้อนรุ่มภายในใจให้สงบนิ่ง บางทีนี่คงถึงเวลาที่ทุกอย่างควรจะชัดเจนสักที


ก๊อกๆ "พี่ชมพู่ว่างมั้ยครับ หลงขอคุยด้วยหน่อย"

"อ่าว ลูกหลงมาได้ยังไงคะเนี่ย แล้วมากับใครพี่ชินหรือพี่ชายคะ คิกๆๆ" พี่ชมพู่ผู้หญิงที่อยู่ในความทรงจำอีกคนของผม ผู้หญิงที่ดูแลเอาใจใส่ผมมาตลอด ผมเพิ่งตระหนักได้ว่าเธอพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปลุกผมอีกคนให้ตื่นขึ้นมาอย่างสุดกำลังของเธอ

"หลงขี่มอเตอร์ไซค์พี่มินมาครับ คิดถึงเลยมาหา"

"อั้นแน่ คิดถึงยังไงเอ่ย พี่ชมพู่บอกก่อนนะจ๊ะว่าลูกหลงเหมือนน้องเหมือนนุ่ง พี่ชมพู่กินไม่ลงหรอกจ้ะ" ผมอดหัวเราะไม่ได้กับท่าทีชะม้ายชายตาวิ้งๆ ของพี่ชมพู่ เอาสิส่งวิ้งมาผมก็ส่งกลับไม่โกงครับ

"ฮ่าๆๆ ไม่สบายเหรอครับหมอชมหน้าแดงเชียว เอ..หรือหนักใจอีก เดี๋ยวผมถอดใจให้เอาปะ"

"ไอ้เด็กบ้า! ทำไมเป็นคนทะลึ่งแบบนี้นะ พี่ชมคิดไม่ถึงว่าลูกหลงอีกคนจะเป็นแบบนี้ เฮ้อ เสียเวลาปลุกจริงๆ" ผมอมยิ้มแล้วเดินฉับๆ ไปสวมกอดจากด้านหลังของผู้หญิงที่เล่านิทานให้ฟังบ่อยๆ เอาไว้ในอ้อมแขน ดวงตาคมที่ผมคลับคล้ายคลับคลาครั้งแรกเมื่อเจอ แต่ตอนนี้ไม่ต้องนึกก็รู้แล้วว่าเหมือนใคร ก็นะพี่น้องกันคงเหมือนกันนั่นแหละ

"เป็นอะไรไปลูกหลง รู้มั้ยตอนนี้สายตาตัวเองเหมือนคนหลงทางจนน่าสงสาร ลูกหลงกำลังสับสนหวั่นใจหวั่นไหวกับอะไรอยู่ครับ" มือเล็กๆ บางๆ ลูบที่หลังมือผมเบาๆ คล้ายดังปลอบโยน ทำให้ผมยิ่งกระชับอ้อมกอดคนที่ตัวเท่ากันให้แน่นขึ้นอย่างต้องการที่พึ่งพิง

"หลงจะไม่กลับไปรักเขาแล้วนะครับ มันไม่ใช่เพราะกลัว ตอนนี้หลงก้าวข้ามความรู้สึกหวาดกลัวทุกอย่างไปแล้ว และไม่ใช่เพราะอยากเอาคืนกับเรื่องอะไรก็ตามที่เขาเคยทำ เพราะการเอาคืนมันก็เหมือนหลงยังให้คุณค่าให้ความสำคัญที่จะรู้สึกกับเขาอยู่ แม้ว่าความรู้สึกนั้นจะเป็นในเชิงลบก็เถอะ แต่หลงไม่มีความรู้สึกอะไรให้เขาแล้วจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นรักหรือเกลียด เพราะเขาเป็นแค่อากาศสำหรับหลงเท่านั้นเอง นั่นคือเหตุผลที่หลงบอกว่าจะไม่กลับไปรักเขาอีกแล้ว"

"แม้ว่าที่ผ่านมาพี่ชายจะสำนึกผิดและพร้อมยอมรับโทษทัณฑ์จากลูกหลงแล้วก็ตามเหรอคะ ความรู้สึกและเรื่องราวในระหว่างที่เป็นหลงรัก มันช่วยอะไรพี่ชายของพี่ชมไม่ได้เลยเหรอคะ" ผมรู้ว่าที่พี่ชมพู่ถามไม่ใช่ถามเพราะต้องการโน้มน้าวให้สงสารพี่ชายตัวเอง แต่คำถามนี้เกิดจากความสงสัยจริงๆ

"หลวงตาเคยบอกว่า บาปก็คือบาป บุญก็คือบุญ ไม่สามารถเอามาปนกันได้ มันก็คงเหมือนความรู้สึกตอนนี้ของหลง หลงเคยรักเขา โกรธเขา กลัวเขา และกลับมารักเขาอีกครั้ง เมื่อบวกลบคูณหารกันแล้วผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือความเสมอตัว ไม่เหลือความรู้สึกอะไรอีกเลย" ไม่มีหยดน้ำตาสำหรับนายหลงรักคนนี้ แต่ก็ไม่มีสายตาที่แข็งกร้าวต้องการเพียงเอาชนะใครอีกเหมือนกัน เพราะผมอยากให้มันจบลงสักที

"แล้วพี่ชินล่ะ" ผมละอ้อมแขนออกจากผู้หญิงที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ชายทั้งสองคน เพียงแต่ว่าพี่ชมพู่เป็นแค่เครือญาติห่างๆ กับพี่ชิน แทบจะนับลำดับไม่ได้ด้วยซ้ำ แตกต่างจากอีกคนเพราะคนนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องโดยสายเลือด แถมเป็นพี่น้องที่สนิทกันมากซะด้วย

"ถ้าชีวิตหลงต้องมีใครซักคน เขาคงเป็นพี่ชินมั้ง"

"เหตุผลล่ะ พี่ถามอย่างคนที่อยู่ตรงกลาง ไม่ใช่ถามในฐานะน้องสาวของพี่ชาย พี่ชินทำอะไรเพื่อลูกหลงมาเยอะมากนักเหรอ ทำไมคนนั้นถึงต้องเป็นพี่ชิน" 

"พี่ชมพู่ครับ พี่ชมพู่รู้เรื่องวันนั้นระหว่างหลงพี่ชินกับพี่เขามั้ย" ผมไม่ได้นึกกลัวหรือเสียใจกับเหตุการณ์วันนั้นแล้ว อาจเป็นเพราะพวกเราทุกคนต่างก็ได้รับความเจ็บปวดกันมามากกับเหตุการณ์นั้น ผมรับรู้ได้ว่านอกจากผมแล้ว คนที่เป็นผู้กระทำเขาก็เจ็บปวดเหลือเกิน เพราะฉะนั้นความเคียดแค้นชิงชังต่างๆ ผมถึงพยายามลบมันออกไปให้หมดถึงจะมีบางส่วนที่ยังติดค้างอยู่ในใจก็ตาม

"ค่ะพี่รู้แล้ว นั่นแหละเหตุผลที่พี่ต้องถามว่าทำไมต้องเป็นพี่ชิน พี่ชินบอกพี่ว่าถ้าวันนั้นพี่ชายไม่หยุดพี่ชิน พี่เขาก็คงจะหยุดตัวเองไม่ได้เหมือนกัน"

"ถ้าวันนั้นพี่ชินหยุดตัวเองไม่ได้ หลงก็มองไม่เห็นว่ามันคือความผิดของพี่ชินตรงไหน สัญชาตญาณของมนุษย์เวลาที่ถูกฤทธิ์ยาแรงขนาดนั้นบังคับ แถมคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นคนที่อยู่ในฐานะแฟนหรือคนที่รัก หลงคิดว่าจิตสำนึกด้านลบมันมักจะชนะด้านบวกเสมอ เป็นหลงก็ทำแบบนั้น ที่สำคัญถ้าไม่มีอะไรมาอยู่เหนือการควบคุมอารมณ์ของพี่ชิน หลงเชื่อว่าพี่ชินจะไม่ทำแน่ๆ พี่ชมพู่เป็นหมอก็น่าจะรู้ว่าฤทธิ์ยาปลุกมันแรงแค่ไหน และคนที่แอบวางยาพี่ชินก็คงไม่ใจดีใส่แค่ไข่ขี้มดหรอกครับ หึหึ เผลอๆ คงกะให้พี่ชินเอาหลงจนฟ้าเหลืองเลยด้วยมั้ง พี่ชมพู่ครับ สีขาวล้วนในโลกนี้มันหายาก แต่ทุกคนก็ยังมีความต้องการหาสีที่ดีที่สุด สิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต แต่ถ้ามันจะไม่มีจริงๆ เราก็เลือกสีที่ดำน้อยที่สุดไม่ดีกว่าเหรอครับ ความรู้สึกของคนเรามันก็เหมือนกระดาษทำไมต้องปล่อยให้มันขาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่บ่อยๆ ด้วยล่ะเนอะ"

"งั้นลูกหลงจะคบกับพี่ชินใช่มั้ยคะเด็กดื้อ"

"ไม่ขอแสดงความคิดเห็นนะครับ อ้อ หลงจะมาบอกว่าพรุ่งนี้หลงจะไปกรุงเทพฯ พอดีต้องกลับไปทำเรื่องอะไรหลายอย่างที่นั่น พี่ชมพู่ไปช่วยพี่มินเลี้ยงแฝดหน่อยนะครับ เมื่อวานเห็นพี่ตุลย์บอกว่าพี่มินไม่ค่อยสบายด้วย หลงไม่อยากปล่อยแฝดไว้กับพี่ตุลย์ กลัวจะเอาไปให้คนอื่นช่วยเลี้ยงน่ะสิ"

"เอ..คนอื่นที่ว่านี่ใช่พี่ชายของพี่ชมหรือเปล่าคะ คิกๆๆ ว่าแต่น้องหลงจะไปกับใครแล้วไปนานมั้ยนี่บอกมินรึยังล่ะ" ถึงแววตาพี่ชมพู่จะไม่หลุกหลิก แต่ยังไงผมก็ยังมองเห็นความกังวลในตาคมนั้นอยู่ดี คงเป็นเพราะห่วงความรู้สึกของคนที่อยู่ในห้องพักของคลีนิค โดยมีประตูเชื่อมกันระหว่างห้องทำงานกับห้องพักมั้ง ที่สำคัญประตูที่ว่าก็เปิดแง้มอยู่ด้วยสิ

"ไปกับพี่ชินครับ คงจะไปซักอาทิตย์นึง พี่ชมพู่ไม่ต้องเป็นห่วงยังไงพี่ชินก็ไม่ทิ้งหลงไว้ที่กรุงเทพฯ ให้กลายเป็นไอ้เอ๋อหลงทางอยู่ที่นั่นแน่ๆ หลงขอตัวกลับก่อนดีกว่า ต้องไปจัดกระเป๋าอีกน่ะครับ"

"ลูกหลง คนเรามีเวลาแค่สามวัน คือเมื่อวาน วันนี้ แล้วก็พรุ่งนี้ ถ้าเมื่อวานมันมีแต่ความทุกข์ก็ต้องใช้ชีวิตของวันนี้อย่างมีความสุข เพราะชีวิตมันสั้นเกินกว่าที่จะคาดเดาอะไรได้นะคะ" ผมอมยิ้มแล้วเดินไปโอบกอดผู้หญิงที่หวังดีกับผมมาตลอดอีกครั้ง ยังไงมนุษย์ทุกคนก็ยังคงมีความรักพวกพ้องตัวเองอยู่ดี ไม่แตกต่างอะไรกับการที่ผมก็ยังคงรักตัวเองเช่นกัน

"รู้อะไรมั้ยครับ ความรู้สึกของหลงจากที่เคยรู้สึกแย่มากๆ แต่ตอนนี้มันกลับไม่รู้สึกอะไรแล้ว คงจะเป็นเพราะว่าความรู้สึกมันพังไปหมด ก็เลยรู้สึกกลัว ยิ่งเจอมากับตัวก็ยิ่งต้องจำมั้งครับ" ประโยคสุดท้ายของผมที่เอ่ยขึ้นมานั้น เพื่อตั้งใจจะฝากไปให้คนที่อยู่อีกด้านของบานประตูได้รับรู้ไว้ ว่าตอนนี้ผมไม่รู้สึกอะไรกับเขาแล้วจริงๆ 

ขาที่กำลังก้าวผ่านรถกระบะคันเดิมที่เคยนั่งอยู่บ่อยครั้งต้องหยุดชะงักลง ก่อนจะหันซ้ายหันขวาแล้วควักเหรียญบาทในกระเป๋ากางเกงรูดผ่านตั้งแต่ประตูคนขับยันท้ายกระบะรถ จิ๊! ก็อยากมาจอดขวางทางชาวบ้านเขาทำไมล่ะ สมน้ำหน้า!


"น้องหลงจะไปเมืองกรุงกับลุงชินจริงๆ เหรอจ๊ะ"

"จ้ะพี่ติณฑ์ จะเอาขนมอะไรมั้ยเดี๋ยวน้องหลงหาซื้อมาให้" ผมอุ้มน้องติณฑ์เด็กชายตัวอ้วนขาวให้มานั่งบนเตียง มือก็ยังสาละวนอยู่กับการเก็บเสื้อผ้าไม่กี่ชุดใส่กระเป๋าเป้ ความเงียบของน้องตัวน้อยทำให้อดหันไปมองไม่ได้ แต่พอหันไปสบตาปุ๊บผมก็ต้องรีบหลบตาแล้วก้มหน้าจัดกระเป๋าต่อ โดยทำเป็นไม่เห็นดวงตากลมใสมีติ่งน้ำตาจะหยดไม่หยดแหล่อยู่แล้ว ไหนจะสายตาทั้งออดอ้อนทั้งเสียใจปานจะขาดใจอยู่ตรงนี้ อืม..สาม สอง หนึ่ง 

"ฮึกก โฮฮฮ น้องหลงจะทิ้งพี่ติณฑ์กับลุงโปรดจริงเหรอจ๊ะ ไม่รักเราสองคนแล้วเหรอ ฮืออ พี่ติณฑ์กินไม่ได้นอนไม่หลับจนผอมไปหมดแล้วน้องหลงเห็นมั้ย ไหนจะลุงโปรดก็ผอมเอาๆ หนวดก็ยาวเฟื้อยจนน้องแอปเปิ้ลพากันกลัวไปหมด เพราะเราสองคนคิดมากและเสียใจเรื่องที่น้องหลงจะทิ้งเราไปอยู่กับลุงชินแล้ว ฮืออ" นั่นไงล่ะคิดไว้แล้วเชียว พี่ติณฑ์ตัวอ้วนต้องมาไม้นี้แน่ๆ

"ถ้าพี่ติณฑ์ยังไม่หยุดร้อง คืนนี้น้องหลงจะไม่ให้นอนด้วยนะ" เสียงสะอึกสะอื้นเมื่อกี้ เงียบกริบราวกับมีคนมากดปุ่มปิดเลยแฮะ

"เฮ้อ น้องหลงไม่เคยไม่รักพี่ติณฑ์เลยจ้ะ เพราะรอมานาน รักมาตั้งแต่ยังไม่เคยเห็นหน้า แล้วจะมีเหตุผลอะไรทำให้ไม่รักพี่ติณฑ์ได้ล่ะ ไม่ร้องนะขี้มูกไหลจะเข้าปากอยู่แล้วมานี่จะเช็ดให้นะจ๊ะ ไหนๆ ขอดูขี้มูกคนใจจะขาดหน่อย" ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกคว้ามาเช็ดน้ำมูกของน้องชายตัวน้อย เด็กชายติณฑ์ที่ผมหลงรักมาตั้งแต่อยู่ในพุงพี่มิน พี่ติณฑ์คนที่คอยดูแลปกป้องหลงรักมาเสมอ แต่ตอนนี้มานั่งกอดอกเม้มปากหน้าตาแดงก่ำฟืดน้ำมูกแถมหันหน้าหนีผมอีกต่างหาก ขี้งอนจริงๆ เลยน้า

ก๊อกๆ "น้องหลงจัดกระเป๋าเสร็จหรือยังครับ"

"ครับพี่ตุลย์ มีอะไรรึเปล่าครับ พี่ติณฑ์มานั่งตักน้องหลงนี่มาจะขอกอดหน่อย" พี่ตุลย์เลิกคิ้วสีหน้าแปลกใจที่เห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ พลางหันมาส่งสายตาถามถึงต้นสายปลายเหตุของความหน้าหงิกงอครั้งนี้ ผมเองก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ แล้วก้มไปฝังทั้งปากทั้งจมูกที่แก้มป่องๆ ของพี่ติณฑ์คนหล่อ จนเริ่มมีเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ หลุดออกมานั่นแหละ ผมถึงค่อยวางใจหน่อย

"อ้วน ไปช่วยแม่เลี้ยงน้องไป" พี่ติณฑ์ทำท่าทีอิดออด สุดท้ายก็โดนพี่ตุลย์เตะตูดส่งเบาๆ อยู่ดี

"พี่ได้ยินจากหลวงตามาว่าเราจะลงเรียนปวส.งั้นเหรอ แล้วนี่คิดจะอยู่วัดไปตลอดจริงๆ?"

"ครับ หลงจะอยู่กับหลวงตาแล้วตั้งใจว่าจะไปเรียนปวส.ต่อในเมืองน่ะ อ้อ พี่ตุลย์มาก็ดี หลงฝากนี่คืนให้เพื่อนของพี่ตุลย์ด้วยนะครับ เงินมันเยอะไปหลงรับไว้ไม่ได้หรอก" ใบฝากเงินจำนวนสิบล้านโดยมีชื่อของพี่โปรดกับหมายเลขบัญชีธนาคาร ที่ขอมาจากพี่ชมพู่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ถูกผมยื่นให้พี่ตุลย์ พี่เขาถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะรับไปใส่ในกระเป๋ากางเกงแล้วจูงมือผมเดินไปนั่งบนเตียง สัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ของพี่ตุลย์ ผมยังคงจำความอบอุ่นนี้ได้เสมอ 

"อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจในทุกเรื่องล่ะโดยเฉพาะเรื่องที่มีส่วนสำคัญกับชีวิตเราโดยตรง คนเรามันจะจมอยู่กับเรื่องเดิมๆ ได้นานแค่ไหนกันหื้ม?"

"เรื่องที่พี่ตุลย์หมายถึง คงเป็นเรื่องพี่โปรดกับพี่ชินใช่มั้ยครับ"

"อืม พี่ยอมรับว่าพี่สงสารไอ้โปรด ถึงมันจะเคยทำเรื่องเลวร้ายกับเรามามากแค่ไหน แต่สองปีที่ผ่านมานี้เราก็รับรู้ถึงความเสียใจและการพยายามปรับปรุงตัวของมันไม่ใช่เหรอ พี่เชื่อว่าเรารู้จักนิสัยมันดีกว่าใครนะปอรัก เพราะงั้นระยะเวลากับเรื่องราวที่ผ่านมา มันน่าจะช่วยอะไรเพื่อนพี่ได้บ้างนะ"

"พี่ตุลย์ครับ ต้นไม้ที่ตายแล้วต่อให้รดน้ำยังไงมันก็ไม่โตหรอก เหมือนเรื่องที่จบไปแล้วนั่นแหละ ต่อให้รื้อฟื้นยังไงมันก็ไม่มีทางเหมือนเดิม หลงว่าสู้เอาเวลาที่เสียไปนี้มาเพาะต้นใหม่ให้สวยกว่าต้นเดิมไม่ดีกว่าเหรอครับ" และนี่เป็นสิ่งที่อยู่ในความคิดของผมจริงๆ คงเพราะเคยผ่านการร้องไห้มาเยอะ ผ่านการเสียใจมามาก จนวันนี้ผมทำใจได้ว่าความรักที่ผ่านมาถ้าปล่อยไปก็ทำให้ใจสบายขึ้น แล้วทุกอย่างมันจะผ่านไปด้วยดีนะ หลงรัก เตชะนันท์...

***"เปลี่ยนจากคำว่า โตแล้วรักใครก็ได้ มาเป็น โตแล้วรักตัวเองให้มากขึ้น

**แจ้งข่าววันเวลาของแต่ละตอนตั้งแต่ตอนที่55-60นะคะ  (ทุกตอนยังไม่ได้แต่งนอกจากตอนที่55แต่งย่อหน้าต้มมาม่าไว้แล้ว) 

ตอนที่54วันที่12ตค, 55วันที่16ตค, 56วันที่19ตค.**20-29ฟางหยุด (ตอนแรกจะหยุดถึง26มาอัพต่อ27แต่ลืมคิดไปว่าช่วงวันไว้อาลัยของคนทั้งประเทศ สิ่งสุดท้ายที่เราสามารถทำเพื่อคนที่รักได้ ต้องขออภัยในความคิดน้อยไปของฟางด้วยนะคะ) ตอนที่57วันที่30ตค, 58วันที่2พย, 59วันที่6พย., 60 วันที่7พย.(ปิดจบ) **มาม่าชามโตอยู่ตอนที่55-56เน้อ**

**วันที่21-26กลับแพร่และระหว่างนี้จะถือโอกาสแต่งตอนพิเศษในเล่ม กับทยอยตรวจคำผิดเล่ม2นะคะ เชื่อเหลือเกินว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์นุ้งหลงจะเข้าใจ เพราะฟางอยากให้มันออกมาผิดพลาดน้อยที่สุด ส่วนท่านที่ไม่ครอบครองนุ้งหลง ฟางก็หวังว่าจะเข้าในตรงนี้เน้อจ้าว ความกดดันอย่างหนึ่งคือการรับเงินเขามาแล้ว เราก็ต้องทำให้ออกมาเต็มที่ เพราะนึกถึงความเป็น >>ใจเขาใจเรา<< เสมอ

เวลาเม้ามีน้อย พอดีคุณนายแม่ของฟางมาวันนี้นางจะกลับแพร่ไปเตรียมตัวผ่าเข่าวันที่1พย. เดี๋ยวฟางมาย้อนอ่านกับแก้คำผิดให้นะคะ ขอบคุณ คุณดินเดียวน่ารักจริงๆ ช่วยเช็คให้ฟางตลอดเลยกราบแทบตักจ้าว คุณสักเม้นฟางจำชื่อไม่ได้ที่แนะเรื่องป้อนข้าวเป็นป้อนนมแฝดในตอนที่แล้ว ขอบคุณมากๆนะคะ ฟางลืมนับเดือนแฝดไปแก้ไขแล้วจ้าว ล่าสุดmtw ฟางตาบอดมากหาคำว่า"กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น" จากตอนที่แล้วไม่เจออ่าา แต่จดไว้แล้วเดี๋ยวตอนตรวจทานฉบับจัดหน้าฟางจะเพ่งตาดูอีกครั้งนะคะ และท่อนโย "ที่มีหน้าที่ไปเฝ้าเมียเด็ก " ท่อนนี้ฟางใจเขียนว่าหนีหน้าที่ถูกต้องแล้วเน้อ แต่เกรงจะงงเลยไปเติมคำว่า"แล้ว"ให้แล้วขอบคุณมากๆจ้าว ฟางเห็นแว่บๆเม้นถามว่ามีโอกาสที่4เรื่องในซีรี่ย์ชุดนี้จะพิมพ์พร้อมกันไหม ตอบเน้อ มี20%ประมาณนี้ได้จ้าว คือมันจะจบชุดประมาณตคปี61. ฟางเกรงว่าจะมีสนใจครบชุดไม่กี่ท่าน เดี๋ยวขอให้ปิดผู้โยก่อนฟางจะมานั่งคิดเรียงใหม่เน้อจ้าว

ขอบคุณทุกเม้นทุกกำลังใจทุกการติดตามทุกทีมของแม่-พ่อทูนหัว ไม้ไผ่ยังมีหลายปล้อง ความคิดเห็นย่อมมีหลากหลาย ทีมใครทีมมันฟางจะพยายามเขียนให้ละมุนได้ทุกทีมที่สุดเน้อ จะพยายามให้ลงสวยที่สุดเท่าที่จะทำได้จ้าว

เหมือนเคย ซา-ปอย การแจกมาม่าจะไปซา-ปอยให้ที่เพจในวันอาทิตย์เน้อจ้าว เอาย่อซดมาม่าเลยไหมถามใจตัวเองก่อนเน้อ แต่จะเอาคุณอรรคมาป่วนไม่ให้มันอึมครึมเกินไปสงสารเบ้าตาตัวเองนี่แหละจ้าว ไปหนาจุ๊บเหม่งรัวๆ

ปล. "ก็แค่ตัวแทน" ตุลย์-มิน เหลืออีก3วันสุดท้ายจะปิดโอนวันอาทิตย์ที่15เวลา5ทุ่มนะคะ หนังสือถึงมือฟางเมื่อวานแล้ว ย้ำว่าทุกอย่างใช้ไฟล์เดิมรอบ1ไม่มีการแก้คำผิด รีไรท์ จัดใหม่ ใดๆทั้งสิ้น (เพื่อรักษาระดับไว้ให้เสมอภาคกับรอบแรกนะคะ) และจะไม่มีพิมพ์ซ้ำจนถึง20ตค61หรือนานกว่านั้น รายละเอียดสอบถามได้ที่เพจ>> ฟาง นิยายวาย36

แจ้งรายชื่อเจ้าของสแตนดี้กับพวงกุญแจ (พ=พวงกุญแจ/ท,ทะเล ป,ลูกโป่ง-ส=สแตนดี้)

1/คุณสุชาดา/65/พ.ป1,ท1/ส1

2/คุณสภาภรณ์/40/พ.ป1 ท1/ส1

3/คุณพันณ์ชิตา/142/พ.ป1

4/คุณอภิชา/140/พ.ท2

5/คุณสรัสดี/144/พ.ป1 ท.1/ส1

6/คุณอัญชลี/50/พ.ป1 ท.1/ส.1

7/คุณสุธินี/75/พ.ป1 ท.1/ส.1

8/คุณปริยากร/44-46/พ.ป3 ท.3/ส.3 (3ชุด)

9/คุณนิ่มนวล/70/พ.ท1/ส1

10/พี่ยู/-/พ.ท2 ป.2/ส2 (2ชุด)

11/คุณชลทิศา/152/พ.ป1 ท.1/ส.1

12/คุณรติรัตน์/151/พ.ป1

13/คุณอุริสยา/148-149/พ.ป2 ท.2/ส2 (2ชุด)

14/คุณสมรรัตน์/156/พ.ป1 ท.1

15/คุณนลพัฒน์/73/พ.ป1

16/คุณสุปรียา/20/พ.ป1 ท.1/ส.1

17/คุณแก้ว/22/พ.ป1 ท.1/ส.1 (+ตัดทะเล1)

18/คุณรำเพย/117/พ.ป1/ส.1

19/คุณเบญมาศ/28/พ.ป1 ท.1/ส.1

20/คุณสมฤดี/159/พ.ป1

21/คุณวิภาวี/161/พ.ป1 ท.1

22/คุณศิศิรา/59/ส1

23/คุณอโนธยา/64/พ.ป1 ท.1/ส.1

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}