Ranichat

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 8 : คนไม่ใช่ ก็คือไม่ใช่อยู่ดี!

ชื่อตอน : บทที่ 8 : คนไม่ใช่ ก็คือไม่ใช่อยู่ดี!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ต.ค. 2560 14:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 : คนไม่ใช่ ก็คือไม่ใช่อยู่ดี!
แบบอักษร

เกลินตื่นเช้าขึ้นมารู้สึกหนักหัวเหมือนหัวจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ โอ้ยอะไรกันอยู่ไม่กี่วันก็ป่วยแล้วหรือ ทำไมอ่อนแออย่างนี้ หญิงสาวนึกเอ็ดร่างกายตนเอง แต่ก็ยังดีที่ลุกไหว ว่าแล้วก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่เหลือบตาไปเห็นชุดที่วางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง เมื่อคืนตอนเกลินหลับแล้วสาธรก็เข้ามาเอาชุดของหญิงสาวไปซักและอบแห้งให้

“ป้าสาธรนี่ใจดีจังเลย ผิดจากเจ้าของบ้านที่สุด!” ว่าแล้วก็หยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าไปอาบน้ำจัดการกับตนเองในห้องน้ำ


“อ้าวหนูเกล มาทานข้าวเช้าเร็วค่ะ จะได้มีแรงไปทำงาน” คนป่วยเดินลงมาจากด้านบนบ้านผ่านห้องครัวก็ได้ยินเสียงสาธรเรียกทานข้าวเช้า

“วันนี้มีอะไรให้ทานบ้างคะ” เกลินเดินเข้ามาในห้องครัวเป็นต้องชะงัก ก็นึกว่ามีแต่สาธรกับกวินทร์ แต่กลับมีบุคคลที่สามนั่งอยู่ด้วย จะใครหล่ะ ก็แม่นักบัญชีของไร่ไง

“มาเร็วค่ะคุณเกล มาทานข้าวกัน” ต้องทนแสร้งพูดดีด้วยทั้งๆที่ตอนเจอหน้ากันครั้งที่แล้วยังพูดข่มหญิงสาวอยู่เลย มีหรอหนูเกลจะไม่รู้ทัน ผีย่อมเห็นผีย่ะ

“ชื่อเกลินค่ะ ไม่สนิทอย่าเรียกชื่อเล่น” ปากขยับแต่ใบหน้าซีดๆกลับนิ่ง

“คนเค้าอุตส่าห์ชวนดีๆ ทำไมไม่ให้เกียรติคนอื่น” เกลินถูกชายผู้นั่งหัวโต๊ะเอ่ยติ

‘นั่นไง ว่าแล้วว่าดูไม่ออก ผู้ชายต้องโง่เรื่องมารยาผู้หญิงทุกคนเลยไหมนี่’ เกลินนึกโมโหในใจ

“อย่าว่าคุณเกล เออ…คุณเกลินเค้าเลยค่ะ เค้าคงไม่อยากนับพินเป็นเพื่อน”

“เก่งจังเลยค่ะ อยู่ในสมองฉันหรือเปล่าคะ ถูกต้องตามที่คุณพูดทุกอย่างเลยค่ะ” เบื่อจริงๆ ถ้าไม่เคยเห็นกันมาก่อน เกลินคงคิดว่าตนเป็นนางมารร้าย แต่ยัยตรงหน้านี่แหละที่ร้ายกว่า สร้างภาพ!

“พอได้แล้วเกลิน! ถ้าจะหาเรื่องยุพินเค้าก็ไม่ต้องมาร่วมโต๊ะกับฉัน” กวินทร์มองหญิงสาวที่ตั้งแต่เข้ามาก็ต่อล้อต่อเถียงยุพินไม่หยุด

“ค่ะ! งั้นหนูเกลขอตัวนะคะป้าสาธร เบื่อคนตาบอด แยกไม่ออกว่าอันไหนจริง อันไหนปลอม!” คำว่าปลอมตั้งใจจะหันไปพูดใส่หญิงสาวที่ทำหน้าซื่อ ว่าแล้วคนที่ถูกมองว่าเสียมารยาทก็ลุกแล้วเดินออกจากห้องครัวไป กวินทร์ไม่ได้ตั้งใจจะว่าเกลินแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่ยอมพูดดีๆกับยุพิณ ทั้งๆที่ยุพิณก็ไม่ได้ทำอะไรให้หญิงสาว

“พินทำอะไรผิดไปหรือเปล่าคะพ่อเลี้ยง”ไม่ว่าเปล่า แต่แทร้งทำหน้าเสียใจ สาธรที่ยืนล้างจานอยู่เงียบๆนั้นเข้าใจเกลินดีว่าทำไมเธอถึงพูดจาเช่นนี้เพราะปกติหญิงสาวจะร่าเริงและพูดจาสุภาพกับทุกๆคน ก็เพราะยุพินไม่ได้ดีเหมือนตอนที่หล่อนอยู่ต่อหน้าพ่อเลี้ยงไงหล่ะ คนเค้ารู้กันทั้งไร่

“อย่าไปให้ความสำคัญกับคนแบบนั้นหรอก เสียความรู้สึกเปล่าๆ” คนขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าของไร่พูดพร้อมตักข้าวเข้าปาก ได้ยินเช่นนี้ยุพินก็เบาใจ นึกว่าพ่อเลี้ยงจะตกหลุมพลางยัยเกลินนั่น ‘คิดจะจับพ่อเลี้ยงหรอ ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ’



แทนที่เกลินจะโทรตามไข่ต้มให้มารับ แต่ความโมโหมันทำให้เธอเลือกเดินกลับไปที่เรือนพักคนงานหญิง หญิงสาวนึกแปลกใจว่าทำไมเรื่องแค่นี้ถึงทำให้เธอเป็นเดือดเป็นร้อนได้ขนาดนี้

“ไอ้คนไร้หัวใจ ตาบอดหรือไงว่าใครจริงใจ ใครเสแสร้ง” พูดไปก็ลืมนึกไปว่าตนก็กำลังหลอกชายหนุ่มอยู่

“ไหนว่าลืมแฟนเก่าไม่ได้ ก็ยายยุพินนี่ไง เหมาะจะเป็นคุณนายหญิงของไร่นี้ อยากเป็นจนตัวสั่นแล้วมั้ง” เดินออกมาจากบ้านของชายหนุ่มได้ไม่นานเป็นต้องหยุดกุมขมับตัวเอง

“หนูเกลเอ้ย ทำไมโกรธจนหน้ามืดได้ขนาดนี้ ยิ่งปวดหัวอยู่” ยังไม่ทันพูดจบดี ร่างบางก็ทรุดลงนอนกับพื้นด้วยพิษไข้ทั้งที่อากาศไม่ได้ร้อนจัด

ทางฝั่งของไข่ต้มเห็นหญิงสาวไม่โทรมาตามสักที ทั้งๆที่ป้าสาธรโทรมาตอนเช้าว่าถ้าจะให้มารับเดี๋ยวโทรบอก จะให้หญิงสาวทานอาหารเช้าที่เรือนใหญ่

“ไข่ต้ม จะไปไหน ไปเรือนใหญ่หรอ ติดรถไปด้วยสิ” แสบที่เดินออกมาจากโรงอาหารเห็นไข่ต้มกำลังจะขับมอ’ไซต์ออกไปก็เอ่ยถามก่อน

“เออๆ เร็วๆดิวะ ข้ารีบ” สาวร่างท้วมกำลังจะบิดคันเร่งเป็นต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงแสบร้องทัก แสบแทบจะกระโดดขึ้นรถทันที


“ใครมันฟุบหลับตรงนั้นวะ” นั่งมาได้ใกล้จะถึงเรือนใหญ่แสบเป็นต้องร้องทัก ก็ใครไม่รู้มาฟุบนอนอยู่ตรงนี้

“เฮ้อ เกล นั่นมันเกลนี่” ไข่ต้มจำชึดได้ นั่นมันเกลินชัดๆ ขับรถไปใกล้แทบจะทิ้งรถแล้วมาดูคนนอนฟุบอยู่

“คุณเกลินครับ คุณเกลิน” แสบเขย่าตัวเรียก

เปลือกตาของหญิงสาวค่อยๆลืมขึ้น ใบหน้าซีดและริมฝีปากที่เคยขยับพูดตลอดเวลาบัดนี้ไร้ซึ่งการไหลเวียนของเลือด เหงื่อตามไรผมบ่งบอกถึงอาการของหญิงสาวที่ไม่สู้ดี

“ไข่ต้ม… แสบ… หนูเกลปวดหัว” ปากขยับพูดอย่างแผ่วเบา ไข่ต้มเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากกลมนูนของเกลิน

“โห ตัวร้อนจี๋เลย ข้าว่าเอ็งอุ้มเกลไปเรือนใหญ่เถอะ ข้าจะขับรถไปบอกพ่อเลี้ยง” แสบพยักหน้ารีบอุ้มร่างบางวิ่งไปเรือนใหญ่ ดีที่แสบทำงานด้านการใช้กำลังมาเยอะ แค่ผู้หญิงตัวเล็กแค่นี้ สบายมาก ซะเมื่อไหร่ล่ะ เพราะตัวของเกลินนั่นสูงกว่าหญิงทั่วไปมาก เทียบกับแสบแล้ว แสบดูเป็นผู้ชายส่วนสูงน้อยไปเลย


“พ่อเลี้ยงคะพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงอยู่ไหนคะ” ไข่ต้มตะโกนดังลั่น

“พ่อเลี้ยงอยู่ในห้องครัว มีอะไรตะโกนซะดังเชียวนังไข่ต้ม” เป็นสาธรที่ตะโกนตอบรับ

“แย่แล้วค่ะพ่อเลี้ยง” ไข่ต้มวิ่งเข้ามาในห้องครัวด้วยอาการหอบ

“มีอะไรแย่กว่าเช้านี้อีกหรอ” ชายหนุ่มถามเป็นเชิงว่ามีอะไรก็รีบๆพูดมา

“เกล เกลเค้าเป็นลมค่ะ ตอนหนู” ยังไม่ทันไข่ต้มจะเล่าจบดี คนได้รับรายงานรีบลุกพลวดออกมาจากห้องครัวทันที เห็นแสบอุ้มคนเป็นลมเข้ามาในบ้าน กวินทร์รีบเดินเข้าไปรับตัวหญิงสาวมาอุ้มแทน

“ป้าสาธรโทรตามหนูดีให้หน่อยครับ นอกจากป้าสาธร ห้ามใครรบกวน” ว่าแล้วก็รีบอุ้มเกลินขึ้นมาบนห้องที่ตนให้หญิงสาวนอนเมื่อคืนนี้


“ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่พักผ่อนน้อย แล้วก็อากาศหนาว ร่างกายก็เลยอ่อนแอ แกไม่ต้องเป็นห่วงนะ พักผ่อนสักวันสองวันเดี๋ยวก็หาย” วรรณรัตน์รู้ว่าเพื่อนของเขาที่คบกันมาสมัยมัธยมทำเป็นตีหน้าเข้ม แต่จริงๆก็เป็นห่วงสาวสวยตรงหน้าไม่น้อย

“ใครห่วง พูดให้มันดีๆนะหมอ” กวินทร์ตอบกลับหน้านิ่ง

“ไม่ห่วงก็ไม่ห่วง ว่าแต่ผู้หญิงคนนี้ใครหรอ ไม่เห็นแนะนำให้เพื่อนรู้จักบ้าง” ตั้งแต่เลิกกับแฟนเก่ามา ไม่ยักเห็นกวินทร์สุงสิงกับสาวที่ไหน แถมสาวสวยซะด้วย

“ลูกเพื่อนพ่อแล้วก็เป็นลูกหนี้ ไม่มีอะไรทั้งนั้น”

“แน่ใจนะ ไม่ได้จะมาเป็นแม่ของลูกหรอกหรอ” วรรณรัตน์แหย่

“เสร็จแล้วก็กลับหมอ งานเยอะไม่ใช่หรอ หรืออยากให้หาคนไปส่งที่คลินิก”

“รีบไล่เชียว ฉันเอารถมาเอง วันนี้คลินิกปิดแล้วก็ไม่มีเวร กะจะพักผ่อน นี่ถ้าไม่ใช่แกเรียกเนี่ยไม่มาจริงๆนะเว้ย”

“ไม่มาก็ดีสิ กี่ครั้งที่ยัยนี่ทำฉันลำบาก” ตั้งแต่มามีเรื่องให้ปวดหัวให้กังวลไม่หยุด

“ให้มันจริงเถ๊อะ เค้าเป็นอะไรขึ้นมาแล้วจะพูดไม่ออก ไปละ ไม่อยากให้แกดึงหน้า ดึงจนมันตึงแบบไม่ต้องฉัดโบท็อกแล้วเพื่อน” วรรณรัตน์ทิ้งระเบิดลูกโตไว้ให้กวินทร์คิด


วันนี้พ่อเลี้ยงของเราจากที่ไม่เคยทิ้งการลงไปดูงานที่ไร่กลับอยู่เรือนตลอดทั้งวัน คอยขึ้นมาบนชั้น 2 ของบ้านทุกชั่วโมง ถามว่าทำไมไม่ลงไปที่ไร่ก็อ้างว่าคุยเมลตกลงงานอยู่ จริงๆก็ขึ้นมาดูหญิงสาวที่นอนป่วยไม่ได้สติอยู่ บอกกับตัวเองว่าเป็นห่วงตัวเอง กลัวพ่อจะเอาเรื่องถ้ารู้ว่าเกลินเป็นอะไรไป


คนป่วยเริ่มรู้สึกตัว ค่อยๆขยับตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียงมองไปรอบๆ แม้จะหนักหัวอยู่บ้างแต่ก็ยังดีกว่าตอนก่อนเป็นลมหมดสติ

“แอ่กๆ แอ่กๆ” ตื่นขึ้นมาก็เจ็บคอทันที

“จะแผงฤทธิ์อะไรอีก” เป็นจังหวะเดียวกับที่กวินทร์เปิดประตูเข้ามา

“………” คนป่วยไม่ตอบ ไม่มีอารมณ์จะมาต่อล้อต่อเถียง

“เมื่อไหร่จะเลิกทำตัววุ่นวายสักที งานก็ไม่ได้ทำสักที หนี้ก็ไม่ต้องใช้แล้วมั้ง” รู้สึกแปลกๆหน่อย จากที่เคยได้ยินเสียงคนตรงหน้าพูดหนูเกลอย่างนู่น หนูเกลอย่างนี้ แต่ตอนนี้กลับได้ยินแต่เสียงไอ

“บอกไว้ก่อนเลยนะ หายดีเมื่อไหร่ฉันใช้เธอคุ้มกับเวลาที่เธอได้พักแน่”

“ค่ะ อยากเอาไปทำอะไรก็เชิญค่ะ ที่จริงพ่อเลี้ยงน่าจะปล่อยฉันไปนะคะ ฉันจะเป็นยังไงก็เรื่องของฉัน” สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้ใจของชายหนุ่มรู้สึกผิด แต่แล้วไง เธอไม่ได้มีอิทธิพลต่อใจของเขาแม้สักนิด ใช่! แม้สักนิดก็ไม่เลย

“ดี! แล้วจะได้เห็นดีกัน อ่อ ฉันไม่ได้เป็นคนช่วยเธอ ไอ้แสบกับไข่ต้มนู่น อย่าสำคัญตัวผิด” ก่อนจะออกไป กวินทร์ก็หันมาพูดประโยคที่ทำร้ายจิตใจของหญิงสาวเป็นที่สุด ปิดประตูเสียงดังเหมือนกับกะจะพังประตูยังไงยังงั้น

ทันทีที่ชายหนุ่มออกไป เกลินก็ปล่อยโฮออกมาแต่กลับกลั้นเสียงเอาไว้ กลัวคนที่พึ่งออกไปจะรับรู้ว่าตนนั้นแคร์คำพูดของเขา ถ้าเป็นสภาวะปกติเจ้าหล่อนคงใช้โอกาสหยอดคำหวานๆใส่คนใจร้าย แต่วันนี้สภาพจิตใจและร่างกายของเธอไม่อยู่ในสภาพที่จะรับกับคำพูดขวางโลกของชายหนุ่มได้ ใช่สิ! หนูเกลไม่ใช่คนรักของพ่อเลี้ยงนี่


ถ้ามันสนุกก็ช่วยบอกไรท์ที ถ้ามันไม่ดีก็บอกไรท์ที ไรท์เศร้า ต้องการกำลังใจจจจจจ

อย่าปล่อยให้ไรท์คุยกับตัวเอง พลีส

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น