BBackground

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่13กำเนิดนางมารร้าย2

ชื่อตอน : ตอนที่13กำเนิดนางมารร้าย2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.7k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2561 19:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่13กำเนิดนางมารร้าย2
แบบอักษร

ตอนที่13กำเนิดนางมารร้าย2

“ขอโทษครับพอดีผมชินน่ะครับ” แวนพูดพร้อมกับเดินมาอยู่ข้างๆ ผมก่อนจะกอดเอวผมและลูบเบาๆ

“มึงมันจะมากเกินไปแล้วนะ!”

“เลิกเถียงกันได้แล้ว” ผมบอกทั้งสองคนให้เลิกทะเลาะกัน

“นี่มึงเข้าข้างมันหรอแพน!”

“อ๊ะ ปล่อย” ร่างสูงกระชากผมออกจากอ้อมแขนของแวน

“เฮ้ย! ปล่อยพี่แพนนะเว่ย!” แวนเมื่อเห็นว่าผมโดนร่างสูงกระชากอย่างแรง เลยจะเข้ามาช่วย

“มึงอย่ายุ่ง!”

“เฟลมพอได้แล้ว” ผมพูดเสร็จก็สะบัดมือของร่างสูงออก

“โถ่เว้ย!”

“เอ่อ เฟลมคะโมหิวแล้ว”

“เห็นไหมแฟนมึงหิวแล้วนั่น” ผมพูดเสร็จก็เดินไปห้องครัว ก่อนจะไปผมเลยหันกลับไปสั่งร่างสูงสองคนก่อน “เฟลมแวนไปช่วยกันจัดโต๊ะ ส่วนเธอแตงโมมาช่วยผมทำอาหาร”

Part Flem

เป็นไรไปวะทำไมผมรู้สึกว่าแพนมันเปลี่ยนไป แถมยังไปเข้าข้างไอ้เด็กบ้านี่อีกคิดแล้วก็หงุดหงิด โว๊ยแม่ง!

“ไปสิยืนบื้ออยู่ได้”

“มึงว่าใคร” ไอ้เด็กนี่มารยาทไม่มีหรือไงน่าต่อยสักหมัดจริงๆ

“ก็มีอยู่แค่เนี๊ย จะให้ผมว่าใคร” กวนตีนด้วย

“มึง!” ผมตรงไปกระชากคอเสื้อมัน

“ถ้าพี่ทำไรผม ผมจะฟ้องพี่แพน”

“มึงเป็นไรกับแพน”

“ปล่อยผมก่อนสิ”

“เออ แม่ง! ตอบมาว่ามึงเป็นไรกับแพน” ผมปล่อยมือออกจากคอเสื้อของมัน

“อืม เป็นไรดีน๊า น้อง หรือ แฟน” ดูมันสิทำหน้ากวนตีนผมอยู่ได้ ผมน่าจะจัดให้มันสักหมัด

“อย่ากวนประสาทกู” ความอดทนผมใกล้จะหมดเต็มทีแล้วนะ

“แล้วพี่เป็นอะไรกับพี่แพนล่ะ ถึงได้มาหึง หวง พี่เขาขนาดนี้” อึ๊ก นั่นสิผมเป็นอะไรกับมัน

“ก็เป็น เอ่อ”

“ถ้าพี่ตอบว่าเป็นเพื่อน ผมจะบอกให้นะว่าเพื่อนกันเขาไม่หึง หวง กันขนาดนี้หรอก”

“.....”

“ไม่มีใครเขาอยากอยู่กับคนที่ไม่ชัดเจนหรอกนะ”

ผมจะไปรู้ได้ไงล่ะในเมื่อผมกับมันเพื่อนกันแถมยังเอากันอีก ถึงผมจะเรียกมันว่าเมีย แต่ผมยังมีแตงโมผมทิ้งเธอไม่ได้ ตอนแรกผมคิดว่าผมจะจัดการเรื่องนี้ได้แต่ที่ไหนได้มันกลับยุ่งเหยิงไปซะหมด จนผมไม่รู้ว่าผมควรที่จะแก้ตรงไหน แตงโมผู้หญิงที่ผมต้องรับผิดผู้หญิงที่ใครก็บอกว่าเข้ากับผมได้ดีและแพนผู้ชายที่ผมขาดไม่ได้ คนที่เข้ามามีอิทธิพลกับความรู้สึกของผม

“รีบตัดสินใจซะ ก่อนที่จะเสียคนที่คุณรักไป”

“.....”

พูดจบมันก็เดินไปจัดโต๊ะอาหารที่อยู่ก่อนถึงห้องครัว ผมยืนดูมันจัดโต๊ะโดยไม่ได้เข้าช่วยเพราะผมกำลังสับสนว่าใครกันแน่ที่ผมรักระหว่างแพนและแตงโม

Part Pan

“เก่งดีหนิ ไปทำอิท่าไหนล่ะถึงได้มีรุ่นน้องมาติดพันธุ์” เมื่อผมเดินเข้าในห้องครัวยัยชะนีก็เอ่ยปากแขวะผมทันที

“ไม่ได้มีแค่แวนนะที่ติดใจผม แต่ยังมีเฟลมด้วยคุณลืมไปแล้วหรอ” ผมหันหน้ากลับไปเผชิญหน้ากับยัยชะนีและยกยิ้มที่มุมปาก

“ใครบอกแกล่ะว่าเฟลมเขาติดแก แค่รูปนั้นมันยังยืนยันไม่พอหรอ” ยัยชะนียกยิ้มอย่างเหนือกว่าผม

“ถ้ามันไม่โดนยา มันคงจะเอาคุณหรอก” ถึงผมจะโกรธมันเรื่องที่กลับไปเอากับแฟนของมันแต่จะทำไงได้เมื่อมันให้สิทธิที่ว่าผมคือเมียของมัน

“แกเอาอะไรมาพูด” ยัยชะนีมีสีหน้าที่ดูตกใจ ผมไม่ได้รู้หรอกผมเดาเอามั่วๆ แต่ดูเหมือนผมจะเดาแม่นไปหน่อย

“หรือไม่จริง” ผมตั้งคำถามกลับไป

“แกรู้เรื่องนี้ได้ไงฉันไม่เคยบอกใครเลยนะ” เดาถูกจริงด้วย

“เรื่องจริงสินะ”

“แกหลอกให้ฉันพูด!!!” ยัยชะนีดูเหมือนจะโกรธมากที่รู้ว่าตัวเองโดนหลอก

“แก!!!” ยัยชะนียกมือขึ้นมาเตรียมจะตบผม แต่ผมพูดขึ้นมาซะก่อน

“ยังมีอีกนะ เรื่องที่คุณเป็นเด็กเสี่ยน่ะ” หึ หึ

“แกมายุ่งอะไรกับเรื่องของฉัน”

“ผมก็ได้อยากยุ่งหอกนะ แต่พอดีมันเกี่ยวกับคนที่ผมรักน่ะ” ผมพูดออกไป ผมรักเฟลมมากผมไม่อยากให้มันโง่อีกต่อไปแล้ว

“รักหรอ แกรักเฟลมแต่เฟลมเขารักฉัน”

“.....”

“หึ รู้ไหมเฟลมน่ะเขาบอกรักฉันตลอดเวลาแกล่ะเคยได้ยินคำว่ารักจากปากของเขาหรือเปล่า” นั่นสินะผมไม่เคยได้ยินมันบอกรักผมสักครั้ง พอคิดแล้วมันก็เจ็บ

“แล้วไง แต่อย่างน้อยผมก็อยากช่วยคนที่ผมรักให้หลุดพ้นจากผู้หญิงอย่างเธอ” ใช่อย่างน้อยถ้ามันไม่รักผม ผมก็อยากจะช่วยให้มันพ้นเนื้อมือของผู้หญิงใจร้ายอย่างแตงโมที่ใช้ความรักของร่างสูงมาเป็นเครื่องมือหากิน

“แกมีอะไรมายืนยันว่าฉันเป็นเด็กเสี่ย” ดูเหมือนยัยชะนจะมั่นใจเหลือเกินแต่ก็ยังมีอาการหวั่นอยู่ไม่น้อย

“มีสิเยอะด้วย ไม่ว่าจะเป็น รูป คลิป และเสียง” เป็นไงถึงกลับอึ้งเลยล่ะสิ คงยังไม่รู้สินะว่าผมลูกใครขนาดเฟลมมันยังไม่รู้เลยถึงผมกับมันจะสนิทกับผมขนาดไหนก็เถอะ

“ถ้าแกเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ฉันจัดการแน่”

“ผมไม่กลัวหรอก”

.

.

.

.

.

บนโต๊ะอาหาร

กว่าจะทำอาหารสร็จก็เกือบสองทุ่มตอนนี้บนโต๊ะอาหารมีผม เฟลม และแวน ส่วนยัยแตงโมกลับไปตั้งที่แต่ที่คุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว และบอกกับเฟลมว่าพ่อเรียกกลับบ้านด่วน หึ ผัวน่ะสิไม่ว่า

“พี่แพนนี่ทำอาหารอร่อยเหมือนเดิมเลยนะครับ” แวนพูดเสร็จก็ตักอาหารมาวางบนจานผมและพยักคิ้วใส่ร่างสูง

“แพนกินนี่ดีกว่า” ร่างสูงเหมือนจะไม่ยอมเลยตักอาหารมาวางบนจานของผมและยกยิ้มอย่างเหนือกว่าให้แวน เมื่อแวนเห็นก็ตักมาใส่จานผมอีกและคนอย่างเฟลมมันยอมแพ้ใครซะที่ไหนล่ะ จากนั้นทั้งสองก็สลับกันตักอาหารอยู่บนโต๊ะจนมันล้นจานผม

“หยุด!” ผมพูดเสียงดังเมื่อพวกเขาไม่ยอมกินข้าวสักที มีแต่ตักให้ผมจนมันล้นจานหมดแล้วเนี่ย

“มึงแหละไอ้แวนตักเยอะตนล้นจานแพนมันแล้ว” นั่นโบ๊ยไปให้เขาอีก

“ผมคนเดียวซะที่ไหน พี่ก็ด้วยแหละ” นั่นไงเป็นอย่างที่ผมคิดจริงด้วยไม่มีใครยอมรับผิดสักคนถ้าผมไม่ห้ามมีหวังเกิดสงครามบนโต๊ะอาหารแน่เลย

“หยุดเลยทั้งสองคน ผิดด้วยกันทั้งคู่”

“ขอโทษ” / “ขอโทษ” ทั้งเอ่ยขอโทษออกมาพร้อมกันเมื่อเห็นว่าผมพูดเสียงนิ่ง

“ยอมรับตั้งแต่แรกก็จบ กินข้าวซะ” หลังจากผมพูดจบทั้งสองก็นั่งกินข้าวกันเงียบๆ ไม่วาย สองคนนี้แอบทำสงครามเย็นกันทางสายตา ผมล่ะปวดหัวกับพวกมันจริงๆ เมื่อกินข้าวเสร็จแวนก็ขอตัวกลับทันทีเห็นว่ามีธุระด่วน ส่วนผมก็กำลังนั่งดูหนังกับร่างสูงอยู่หน้าทีวี

“แพน”

“อะไร”

“ช่วงนี้มึงเป็นไรไป”

“ก็ปกติ”

“ไม่มันไม่ปกติ มึงเมินกู”

“ทำไมมึงคิดแบบนั้น”

“มึงเย็นชาใส่กู”

“แล้วมึงมีอะไรปิดบังกูไหมล่ะ” เมื่อผมถามแบบนั้นร่างสูงก็เงียบไปทันที

“กู คือวันที่กูไม่ได้กลับห้อง เอ่อ คือ กูไปนอนกับโมมา” ร่างสูงพูดออกมาอ้ำๆ อึ้งๆ ผมดีใจนะที่ร่างสูงไม่โกหกผม

“เขาก็แฟนมึงป่ะ มันไม่เกี่ยวกับกูสักหน่อย” ผมตอบกลับเสียงเรียบ

“เกี่ยวสิในเมื่อมึงคือเมียกู”

“อย่าเรียกกูว่าเมีย ถ้ามึงยังรักเขาอยู่” พูดจบผมก็เดินออกมาจากห้องนั่งเล่นก่อนจะเดินไปที่ระเบียงเพื่อรับลม

.

.

.

.

.

“อ๊ะ อ๊า เสี่ยขา อ๊ะ โมจะเสร็จแล้ว”

“อืม ซี๊ด”

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า”

“ซี๊ด” เมื่อสองร่างร่วมกิจกรรมบนเตียงอันเร่าร้อนเสร็จก็สองก็นอนกอดกันอย่างกมเกลียว

“เสี่ย โมเหนื่อยแล้วนะ” ร่างของหญิงพูดออกมาเมื่อร่างกลายอันอ้วนท้วมเริ่มซกไซร้ซอกคอตน

“โมเนี่ยน่ากินทั้งตัวเลยรู้ไหม”

“เสี่ยพูดไรเนี่ย โมเขินนะ” ร่างสาวทำท่าเคอะเขินก่อนจะกอดร่างอ้วนท้วมนั่น

“ว่าแต่โมจะให้เสี่ยช่วยเรื่องไรล่ะ”

“พอดีมีคนมาใส่ร้ายโม โมเลยอยากสั่งสอนมันให้รู้จักจำน่ะค่ะ”

“ใครที่ไหนมันกล้ามาทำร้ายคนรักของเฮียกัน”

“เสี่ยต้องช่วยโมนะคะ”

“มันต้องแน่อยู่แล้ว”

“ขอบคุณค่ะเสี่ย โมรัดเสี่ยที่สุดเลย” พอร่างสาวพูดจบบทรักอันเร่าร้อนก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง

“แกตาย อ๊ะ แน่อี่แพน อ๊ะ อ๊า”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น