หอหมื่นอักษร

เนื่องจากตอนนี้ทางหอหมื่นอักษรได้แปลนิยายเรื่อง ‘สำนักแพทย์อันดับหนึ่ง’ ทันต้นฉบับภาษาจีนแล้ว ทางเราจึงขอแจ้งให้ทราบว่านิยายเรื่องนี้จะหยุดการอัพเดทตอนใหม่ ‘ชั่วคราว’ และจะอัพเดทอีกครั้งเมื่อต้นฉบับจากทางจีนมีเพียงพอแล้วเจ้าค่ะ

ชื่อตอน : ตอน ๕๖ ไต่ถาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2560 15:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ๕๖ ไต่ถาม
แบบอักษร

เป็นครั้งแรกที่เถี่ยสงเห็นม่อไป๋ฝึกมวยชุดนี้ แม้ดูเชื่องช้า แต่สำหรับผู้ที่เคยเห็นฤทธิ์เดชของม่อไป๋แล้ว ต้องไม่คิดแค่นั้นเด็ดขาด

แต่เขาทำได้เพียงยืนดู ไม่กล้าถามรายละเอียด ในยุคกิจการสำนักมวยเฟื่องฟู ใครจะบอกเคล็ดวิชากันง่ายๆ? เดี๋ยวจะถูกหาว่าไม่รู้กฎของวงการ

ถ้าเขาอยากหัด ม่อไป๋ไม่ปฏิเสธแน่ เห็นได้จากสามวันมานี้ ม่อไป๋บอกให้เขาฝึกตามได้

เถี่ยสงแปลกใจมาก แต่ก็ปฏิเสธไป รอจนแน่ใจแล้วว่าม่อไป๋พูดจากใจจริง จึงค่อยฝึกตามเพราะอดรนทนไม่ไหว ซึ่งสองวันมานี้ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เหมาะกับมวยแบบนี้ หรือควรพูดว่าเขาไม่ชอบ

“เจ้าเคยบาดเจ็บภายใน หลายปีที่ผ่านมายังฝึกวิชานอกรีตอีก ร่างกายจึงบอบช้ำมาก มวยไท้เก็กช่วยเดินพลังรักษาลมปราณสำหรับผู้ฝึกพลังเต๋าและมวยแขนงอื่นๆ เหมาะกับสภาพร่างกายในตอนนี้ของเจ้ามาก”

เงาของม่อไป๋ทอดยาวขณะหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ ร่างที่เดี๋ยวเคลื่อนเดี๋ยวหยุด แม้ดูไม่มีแรง แต่กลับลื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติ

ม่อไป๋ดูออกว่าเถี่ยสงไม่ชอบมวยแนวนี้ จึงเริ่มจากค่อยๆ พูดกับเขาแล้วดุขึ้นเล็กน้อย

ม่อไป๋ไม่ค่อยเป็นแบบนี้ ปกติเขาจะอ่อนโยนนุ่มนวล ทว่าขณะอยู่ในฐานะของหมอจอมยุทธ์ เขาก็ไม่อาจละเลยบุคลิกของทั้งสองฐานะได้

เมื่อชาติที่แล้วเขาเคยนึกเสียใจที่สืบทอดวิชาทางการแพทย์แทนอาจารย์ได้ แต่กลับทำอะไรไม่ได้กับวิชาศิลปะป้องกันตัวหรือวิทยายุทธ์ พอมาวันนี้ได้เป็นผู้นำเถี่ยสงฝึกมวย แม้ยังไม่นับว่าเป็นการสืบทอดวิชา แต่เขาก็มุ่งมั่นตั้งใจมาก

เถี่ยสงฟังเขาพูดแล้วทึ่ง พลันรู้สึกว่าม่อไป๋ในขณะนี้มีบุคลิกคล้ายกับวันนั้น ที่ใช้มือจับตนเองโยนออกมา ก่อนจะต่อสู้กับศัตรูตามลำพัง

คำพูดไม่จริงจังมาก แต่คนฟังกลับจดจำขึ้นใจ

ม่อไป๋หยุดท่าร่าง ไขว้มือไว้ด้านหลัง ยืนใต้ดวงอาทิตย์ มองดูเถี่ยสงที่เก็บหมัดอย่างเก้ๆ กังๆ แล้วพูดขึ้น

“อาการบอบช้ำภายในใช่ว่าไม่มียารักษา แต่ไม่มียาขนานใดชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืน หากเจ้าต้องการฟื้นฟูร่างกายทั้งหมด ต้องใส่ใจกับการดูแลรักษา หมัดที่ข้าใช้ในวันนั้น เรียกเพลงมวยแปดปรมัตถ์”

“เพลงมวยแปดปรมัตถ์!”

พอม่อไป๋พูดจบ เถี่ยสงก็รีบเก็บหมัด หันมาถามม่อไป๋อย่างกระตือรือร้น

“แค่กๆ....” ม่อไป๋ส่ายหน้าน้อยๆ ไอเบาๆ สองครั้ง

เถี่ยสงรีบเข้าไปพยุงให้นั่งลงใต้ดวงอาทิตย์ยามเช้า จากนั้นนำผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้เขาซับเหงื่อ ส่วนตนเองก็นั่งลงข้างๆ เขา ยังคงติดใจเรื่องวิชามวย

“องค์ชายหก วันนั้นข้าเห็นท่านต่อสู้กับนักพรต หมัดแต่ละหมัด ท่าแต่ละท่า เร็วและแรงเป็นอย่างยิ่ง นั่นเรียกเพลงมวยแปดปรมัตถ์หรือ?”

ได้ยินเขาถามขึ้น ม่อไป๋กลับชะงัก สงสัยต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับยุคสมัยนี้เสียแล้ว ก่อนหน้านี้เพราะตกอยู่ในอันตราย จึงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ม่อไป๋มองข้าม ไม่มีเวลาใส่ใจ ความจำที่มีอยู่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก หมิงอ๋องแม้เกิดและเติบโตอยู่กับสามัญชน แต่ต่อมาก็กลับเข้าวัง หนังสือก็รู้ไม่มาก....

แต่ตอนนี้ นับว่ามีชีวิตรอดมาได้ จึงควรทำความเข้าใจสักหน่อยว่ายุคสมัยที่อยู่นี้เป็นอย่างไร

“ใช่ เพลงมวยแปดปรมัตถ์ จริงๆ แล้วก็เป็นมวยแขนงหนึ่งของวิชาเต๋า แล้วตอนนี้วิชาเต๋ามีคำพูดที่ว่า มวยไท้เก็กแตกออกเป็นสองแขนงสี่แบบไหม?”

ม่อไป๋ถามออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เถี่ยสงอึ้งเล็กน้อย ก่อนผงกศีรษะ

“คัมภีร์อี้จิงกล่าวว่า สำนักเต๋าทั้งหลายสามารถศึกษาค้นคว้าพลังแห่งเต๋าได้อย่างอิสระ”

อี้จิง*?

ม่อไป๋กลอกตาไปมาเล็กน้อย จะบอกว่าตกใจก็ไม่เชิง เพียงแต่รู้สึกแปลกๆ บางอย่างมี บางอย่างไม่มี

“อืม เพลงมวยแปดปรมัตถ์กับไท้เก็กเป็นวิชามวยที่ประยุกต์ขึ้นจากการศึกษาค้นคว้าวิชาเต๋า ซึ่งมวยทั้งสองแบบนี้เป็นมวยของสองสำนักที่มีแนวทางแตกต่างกัน เพลงมวยแปดปรมัตถ์ใช้ตำแหน่งบนร่างกายแปดแห่งในการปล่อยพลังหมัด เวลาใช้ต่อสู้จะรุนแรงเหมือนพยัคฆ์ที่ดุดัน ปล่อยออกแล้วคืนกลับไม่ได้ แต่ละหมัดมุ่งสังหารศัตรูเป็นหลัก แต่ไท้เก็กตรงกันข้าม เน้นจิตใจ ไม่เน้นหมัด แฝงพลังเต๋าแต่ไม่ปล่อยออก ปล่อยออกแต่ไม่สุด...”

พอม่อไป๋อธิบายทางมวยคร่าวๆ ของสองสำนักให้ฟัง ก็สังเกตเห็นว่าเถี่ยสงฟังรู้เรื่อง จึงยิ้มเล็กน้อย

“ทางมวยของเจ้าเป็นทางดุดัน ฝึกมวยแปดปรมัตถ์ก็ไม่เลว แต่หากอาการบาดเจ็บของเจ้ายังไม่หาย มันจะกลายเป็นไม่เหมาะสม เพราะถ้าเจ้ายิ่งใช้กำลังมาก ชีวิตเจ้าก็จะยิ่งสั้นลง!”

“องค์ชายหก เพลงมวยแปดปรมัตถ์ท่านสามารถ...ถ่ายทอดให้คนนอกหรือเปล่า?”

เถี่ยสงไม่สนใจคำพูดส่วนหลัง แต่กลับหน้าแดง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความหวัง

ม่อไป๋ไม่ค่อยเห็นท่าทางเช่นนี้ของเถี่ยสง ในใจสะดุดกึก

“รอให้เจ้าฟื้นฟูกำลังภายในได้ก่อน หากคิดเรียน ข้าย่อมถ่ายทอดให้ สิ่งที่ข้าเรียนมาไม่มีสิ่งใดถ่ายทอดไม่ได้ ขอเพียงไม่ใช่คนชั่วและไม่ทำสิ่งเลวร้าย สิ่งที่ข้าเรียนมาทั้งหมด ทั้งวิชาหมอ วิชาบู๊ ข้าสอนได้หมด”

เถี่ยสงพลันลุกขึ้น ไม่พูดจามากความ คุกเข่าโขกศีรษะสามครั้งให้ม่อไป๋

 “เจ้ากำลังทำอะไร?” ม่อไป๋ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมาก เพียงแต่ขมวดคิ้ว ถามเสียงเบา เขาไม่ได้ห้ามปราม เพราะไม่มีแรงห้าม

เถี่ยสงเงยหน้าขึ้น ตาแดงระเรื่อ

“องค์ชายหก เถี่ยสงมีความแค้นล้ำลึกดั่งมหาสมุทร ฝ่ายตรงข้ามมีอิทธิพลมาก โหดเหี้ยม และมีฝีมือสูงส่ง ข้าทำได้เพียงแค่อยู่ไปวันๆ ไม่มีทางแก้แค้นได้ องค์ชายหก ถ้าท่านถ่ายทอดเพลงมวยแปดปรมัตถ์ให้ข้า หากชาตินี้ข้าทำสำเร็จ ล้างแค้นให้ตระกูลได้ ข้า....”

“พอแล้ว ลุกขึ้น!” ม่อไป๋ขัดจังหวะพูดของเขา

เถี่ยสงชะงัก ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แต่กลับไม่นั่ง เลือกที่จะยืนอยู่ข้างๆ ม่อไป๋

“ข้าบอกแล้ว ว่าเจ้าเรียนได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้ เจ้าต้องฟื้นฟูกำลังภายในก่อน แล้วข้าจะสอนให้เอง!”

ม่อไป๋มองดูดวงอาทิตย์เหนือศีรษะ น้ำเสียงยังคงใสกังวาน

“องค์ชายหก กำลังภายในของข้า...ถูกทำลายแล้ว!”

แววตาเถี่ยสงปวดร้าว ยิ้มที่มุมปากแบบไม่รู้ว่ากำลังยิ้มอย่างขมขื่นหรือยิ้มเยาะตัวเอง

“ถูกทำลายยิ่งกว่าของข้าหรือเปล่า?” ม่อไป๋ยังคงมีท่าทีเช่นเดิม แต่น้ำเสียงเบาลง

คราวนี้เถี่ยสงอึ้งไปจริงๆ สักพักค่อยดึงสติกลับมาได้ “องค์ชายหก!”

“ไม่เป็นไร รอร่างกายข้าฟื้นฟูขึ้นอีกนิด ข้าจะช่วยเจ้ากู้คืนกำลังภายใน จุดตันเถียนของเจ้าถูกทำลาย ใช่ว่าซ่อมแซมไม่ได้ ที่สำคัญคือเส้นลมปราณที่บอบช้ำรักษายากหน่อย ข้าจะฝังเข็มให้ แต่ตอนนี้ข้ายังทำไม่ได้”

ม่อไป๋รู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย มองดูเถี่ยสง น้ำเสียงจริงจัง เมื่อพูดเรื่องการรักษา ดวงตาของเขาจะแสดงความมั่นใจออกมาเต็มเปี่ยม ทำให้ผู้พบเห็นสบายใจได้ ซึ่งตอนนี้เถี่ยสงก็เป็นแบบนั้น เขาหายใจเร็วขึ้นเรื่อยๆ ไม่พูดจาใดๆ ทำท่าจะคุกเข่าลงอีก

“พอแล้ว นั่งลงเถอะ!” ม่อไป๋ยกมือขึ้นห้าม บอกไม่ให้ทำอีก

ท่าทางม่อไป๋ดูสบายๆ แต่เถี่ยสงมองออกว่าเขาจริงจัง จึงกลับมานั่งข้างเขาอีกครั้ง ผ่านเหตุการณ์ในวันนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งสองคล้ายแน่นแฟ้นขึ้น

“หลายปีมานี้ไร้สาระไปมาก ไม่ตื่นไม่ได้แล้ว ไหนเล่าสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ให้ข้าฟังหน่อย”

ม่อไป๋ค่อยๆ พูดตามน้ำ เถี่ยสงกลับไม่รู้สึกแปลกใจ เขารู้ว่าเรื่องในครั้งนี้กระทบกระเทือนจิตใจม่อไป๋  แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าการลอบสังหารในครั้งนี้ มีสาเหตุมาจากอะไร

“องค์ชายหกต้องการรู้เรื่องอะไร?”

“อะไรก็ได้เล่ามาเถอะ จริงสิ บ้านนี้ทำไมไม่มีไฟฟ้าใช้?” ม่อไป๋ถามขึ้น

เถี่ยสงอึ้งอีกครั้ง มุมปากยิ้มขมขื่น

“องค์ชายหก ที่นี่ไหนเลยจะเปรียบกับเมืองหลวงได้ แม้แต่เมืองหลวงเองก็ไม่ได้มีไฟฟ้าใช้ทุกบ้าน”

“อ้อ ไฟฟ้ายังไปไม่ทั่วถึงหรือ?” ม่อไป๋คล้ายสงสัยทีเล่นทีจริง



*อี้จิง (易经) คือตำราที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง จากมีเป็นไม่มี ไม่มีเป็นมี บวกกลายเป็นลบ ลบกลายเป็นบวก ถูกเขียนขึ้นมาในช่วงสมัยปลายราชวงศ์ซาง ใช้เป็นระบบสัญลักษณ์ที่เกิดจากหยินและหยาง พลังคู่ของธรรมชาติ โดยหยางแสดงได้ด้วยเส้นทึบ หยินแสดงได้ด้วยเส้นขาด นักปราชญ์จีนโบราณได้สร้างคัมภีร์อี้จิงขึ้นเพื่อใช้เป็นคู่มือดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ โดยอาศัยการเปลี่ยนไปมาระหว่างหยินกับหยางเป็นสำคัญ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น