Crystal_Blue

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep.9 เปลี่ยนวิธี

ชื่อตอน : Ep.9 เปลี่ยนวิธี

คำค้น : ธาม-วาฬ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2560 05:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.9 เปลี่ยนวิธี
แบบอักษร

Ep.9 เปลี่ยนวิธี

หมับ

ธามล๊อกตัววาฬไว้ ไม่ยอมให้วาฬได้หนีหรือถอยห่าง

"ปล่อย! ปล่อยผมนะ"

ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ถูกมัด แต่ถูกล่าม! แถมยังถูกล่ามด้วยโซ่! ธามก็กอดตัวเองอยู่อย่างนี้ แล้วประสบการณ์มันก็บอกให้วาฬรู้ว่าอันตรายกำลังมาเยือนรูทวาร

ฟึ่บ

ร่างของวาฬปลิวขึ้นไปอยู่บนเตียงโดยมีธามตามมาคร่อมทับ เงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาดุๆก็ยิ่งตัวสั่น ผวาเยือกเพราะเลือดสีแดงที่ไหลประดับซีกหน้าให้นิ่งหน้ากลัวขึ้นไปอีก

"ทางเดียวที่จะหนีฉันไปได้คือตัดขาของนายทิ้งไปเท่านั้น!"

คำพูดเด็ดขาดที่วาฬรับรู้ได้จากการกระทำและแววตา ไอ้โซ่ตรวนนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าธามไม่คิดจะปล่อย หากแต่แววตานั้นกำลังบอกว่าจะไม่มีวันปล่อยให้วาฬเป็นอิสระ

"ฉันเชื่อนาย! เชื่อใจนาย! เชื่อคำสัญญาของนาย! แต่นายกลับโกหกฉัน! หึ ไม่ชอบให้มัดใช่ไหม! ฉันจะล่ามนานไว้แล้วก็ไม่ปล่อยนายให้นายมีอิสระอีกเลย! เป็นนกน้อยที่ถูกขังอยู่ในกรงทองเสียเถอะ"

ธามคำรามลั่นก่อนจะบีบแขนที่ยังปัดป้อง ดันร่างของเขาอยู่ ดวงตาเกี้ยวกราดมองอย่างเอาเรื่อง ความเกรงขามที่เกาะกุมหัวใจให้น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด

"ฮึก...ไม่ อย่าทำผนะ! ฮือ..."

คนที่รู้ดีว่าหากหนีไม่พ้นแล้วธามจะข่มเหงร่างกายนี้เป็นบทลงโทษนั้นปล่อยโฮออกมา กลัวจนตัวสั่นต ทั้งยังเริ่มสงบลงมีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่ยังกลิ้งอยู่บนแก้ม

"หึ...นายโกหกฉัน!"

คำพูดสุดท้ายก่อนที่จะลุกพลุนพลันออกจากเตียง สองมือกำกันแน่นไม่ได้สนใจเลือดที่ไหลอาบหน้า ปิดประตูใส่เสียงดังให้วาฬที่ยังช็อกกลัวว่าจะโดนอย่างที่แล้วๆมานิ่งค้างอยู่กับที่

วันนี้เขาไม่ทำ

ไม่ใช่เพราะไม่อยากแตะต้องวาฬแล้ว แต่หากเขาทำอะไรวาฬตอนนี้ร่างวาฬได้แตกเป็นเสี่ยงๆ ยามนี้ธามคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้จนต้องออกมาจากห้อง

"ว้าย คุณธาม!"

"ตายแล้ว! ไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาสิ!!"

เสียงคนใช้ในบ้านวิ่งกันวุ่นเมื่อเห็นเลือดไหลอาบหน้านายใหญ่ของบ้านดังลอดประตูเข้ามาให้วาฬยันตัวขึ้นมานั่งกอดเข่า

ไม่พ้น หนียังไงก็ไม่พ้น

"ฮึก...ฮืออออ ฆ่าผมซะเลยสิ ฮึก..ฮืออออ"

น้ำตาหยดโตไหลอาบแก้มซุกหน้าลงกับเข่าตัวเอง ภาพที่ฉายอยู่บนหน้าจอสมาทโฟน ให้คนที่ข่มอารมณ์โกรธหนีลงมาข้างล่าง

"คุณค่ะ...จะดีเหรอค่ะกับเด็กคนนั้น"

"หึ...พูดกันดีๆไม่ฟังเองนิ๊"

ธามยักไหล่คว่ำหน้าโทรศัพท์แล้วหันไปหาป้าสายแม่นมคนสนิทลงมือทำแผล

"คุณพูดดีๆแล้วจริงๆหรือค่ะ?"

กึก

"ทำไมถึงถามอย่างนี้..."

"เพราะรู้ว่าคุณธามพูดดีได้ไม่เกินสองนาทีน่ะสิค่ะ"

ป้าสายที่เป็นคนเดียวที่ธามจะฟังคำพูดทำให้หนุ่มใหญ่นึกคิดย้อน ตั้งแต่แรกเขาก็รุกหนักมาตลอด ไม่ได้ถามความรู้สึกหรือความสมัครใจของวาฬก่อน

หรือเอาจริงๆ เขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าวาฬมองเขายังไง

…ผมเกลียดคุณ…

แล้วคำนี้มันก็ก้องอยู่ในสมองของธาม พอทำแผลเสร็จก็ยกมือกุมขมับ

"ดูแลงานของพ่อยังง่ายกว่านี้เลย"

"เด็กคนนั้นคงอยากได้คำอธิบายจากคุณนั้นแหละค่ะ"

มันออกจะเหลือเชื่อที่ธามจะมาตามจีบวาฬที่ไม่มีอะไรเลย วาฬก็ถามอยู่บ่อยๆถึงเหตุผล แต่ธามก็ไม่เคยตอบอย่างจริงจัง

"เฮ้อ...เป็นเรื่องวาฬทีไรฉันก็ทำอะไรไม่ถูกสักที...ดูแลคนนี้มันยากขนาดนี้เลยเหรอ"

"ใจเย็นๆค่ะ ค่อยๆคุย เขายังเด็ก"

เมื่อได้คำปรึกษามาอย่างนั้นธามก็ใจเย็นลงบ้าง ที่วาฬหนีเขาไปอาจจะเป็นเพราะเขารุนแรง เผด็จการเกินไป เลยจะขึ้นไปขอโทษ แต่เมื่อผลักประตูเข้าไป วาฬกลับนั่งกอดเข่าอยู่อีกมุมของห้องโดยมีโซ่ล่ามยาวจากเตียง

"...วาฬ"

เฮือก

แค่ได้ยินเสียงวาฬก็ผวา เงยหน้ามามองอย่างหวาดกลัว กอดตัวเองแน่นขึ้นน้ำตาหลั่งไหลมาไม่ขาดสายเมื่อคิดว่าธามจะทำอะไรกับตัวเองอีก

เขาต้องโกรธมากแน่ๆที่เราฟาดเขาด้วยโคมไฟ

"มานี้"

แต่น้ำเสียงอ่อนลงนั้นแหละ ทำให้วาฬสงบลงมาบ้าง...นิดเดียว

"ฮือออ ฮึก อย่าทำอะไรผม...ฮึก อย่าทำผม..."

คำพูดจากคนกลัวทำผู้ที่เป็นฝ่านกระทำมาตลอดชะงัก นั่งย่องๆลงตรงตรงหน้า แต่ก็เว้นระยะห่างให้คนที่ไม่มีทางหนีอยู่แล้ว

"ไม่ทำหรอก ออกมา"

"ไม่! คุณ ฮึก คุณใจร้าย! คุณทำร้ายผม!… ฮือออ"

"...เฮ้อ"

เป็นอีกครั้งที่ธามถอนหายใจกับเรื่องของวาฬ ท่าทางการทำให้รักนั้นจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆอีกแล้ว

"ฉันขอโทษ"

กึก

"...คุณ..ฮึก...คุณบอกว่าขอโทษ...ขอโทษผมเหรอ"

ธามขยับเข้าไปใกล้อีกนิดแต่ก็เห็นได้ชัดว่าวาฬกลัวจนขยับถอยหลังแนบกับพนังมากกว่าเดิม

"ใช่ ฉันขอโทษ...ที่รุนแรงกับนาย ออกมาเถอะ..."

"..."

ทั้งๆที่ธามจะเข้าไปกระชากร่างออกมาจากมุมมือของห้องเขากลับไม่ทำ แต่ตะล่อมให้วาฬเป็นฝ่ายยอมออกมาเอง อย่างน้อยเขาก็ไม่คิดจะบังคับวาฬในทุกๆเรื่อง

"เชื่อฉันสิ ฉันจะไม่ทำอะไรนาย...ฉันจะไม่ทำให้เจ็บอีก ออกมาสิ"

"ฮึก"

วาฬส่ายหน้าขวับๆ มือจิกลงบนผิวเนื้อตัวเองแบบที่ธามกลัวว่าจะเจ็บเอา

"ผม ผมไม่...เชื่อ..."

"ทำไมถึงได้ดื้ออย่างนี้ ฉันเป็นคนเดียวที่นายจะเชื่อได้ ฉันรับรอง ว่านายไว้ใจฉันได้..."

วาฬยังนั่งตัวสั่น แต่ธามก็ยื่นมือออกไปหมายจะจับตัววาฬ

ฟึ่บ

"ไม่...ฮึก ไม่เอา! ฮือออ ไม่เอา"

ธามกำมือแน่นตอนที่วาฬปัดมือเขาแล้วกระเสือกกระสนหนีทั้งๆที่มันไม่มีทางหนีอีกแล้ว ภาพที่ธามเองก็ขบกรามแน่น ที่ว่าจะคุยดีๆมันก็หายไป เหลือแค่ดวงตาเกรี้ยวกราดอย่างคนเผด็จการ

"ไม่อยากเจ็บสินะ...ถ้าอย่างนั้นก็อย่าดื้อสิ...นายก็รู้ว่าฉันชอบคนหัวดื้อ ยิ่งนายดื้อฉันก็ยิ่งตื่นเต้น ยิ่งฉันตื่นเต้นฉันก็ยิ่งรุนแรง"

เมื่อวาฬต้องการเหตุผล ธามก็จะให้เหตุผล ถึงจะไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง แต่ก็เป็นความจริงส่วนหนึ่ง และเป็นเหตุผลที่วาฬยอมรับได้

"...ฮึก คุณขู่ผม..."

"เปล่าเลย ฉันไม่ได้ขู่นาย มานี้สิ ออกมา มาหาฉัน ถ้าไม่อยากเจ็บ"

เมื่อถูกต้อนจนจนมุม วาฬที่ไม่อยากให้ร่างกายแตกสลายก็ยอมขยับออกมา ส่งมือให้ธามในที่สุด

"อย่างนั้น ดีมาก ออกมาสิ มาหาฉัน"

สวบ

หมับ

ธามกุมมือวาฬไว้แน่น เมื่อวาฬคลานออกมาเขาก็ดึงเข้ามากอด ดึงวาฬขึ้นมานั่งบนตักโดยที่ตัวเองก็นั่งเหยียดขากับพื้น ขยับไปพิงขอบเตียง กดหน้าวาฬลงกับอก

"กลัวฉันขนาดนั้นเลยเหรอ? หืม? ขอโทษ ฉันขอโทษ"

ธามพึมพัมข้างหู ให้คนที่ยอมให้เขากอดปล่อยน้ำตาไหลลงมาเรื่อยๆ สองมือทิ้งลงข้างตัวอย่างหมดแรง...และดวงตาหม่นสี สมองไม่สั่งการ ให้ธามเข้าใจว่า วาฬช็อกไปเรียบร้อยแล้ว

"เด็กดื้อ ถ้าไม่ดื้อกับฉัน ฉันจะอ่อนโยนด้วย"

ธามพึมพัมข้างๆหู อุ้มวาฬขึ้นไปนอนบนเตียงโดยมีตัวเองคร่อมทับ ลูบผมที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา

"..."

คืนนี้ธามไม่ทำอะไรก็จริง แค่นอนกอด ให้วาฬที่หลับตาพริ้มแปลกใจนิดๆ

ท่าทางช็อกๆแบบว่าง่ายสอนง่ายนั้นเขาโกหก! จริงแล้วสติครบถ้วนดีทุกอย่าง แต่ไอ้ท่าทางล้นลาน น้ำตาถ่วมจอ สติหลุดนั้นหลอกลวงทั้งหมด

ก็ในเมื่อหนีไม่ได้ ความคิดใหม่ก็เข้ามาแทน ถ้าดื้อๆแล้วชอบใจ วาฬก็ยอมทุกอย่าง หากแต่ไม่ใช่ว่ายอมแล้วจริงๆ แต่ยอมเพื่อให้ธามเบื่อเขาและปล่อยเขาไปในที่สุด

ผมจะยอม ให้คุณเบื่อและทิ้งผม!

นี้ต่างหาก คือแผนใหม่ของวาฬ

.....................................................

"อ๊าาาาาากกกกกกก กูทนไม่ไหวแล้วววววว"

เสียงนี้ดังขึ้นทั้งๆที่อยู่ในห้องเรียนแพทย์ที่สุดจะสำคัญ หากแต่น้ำปั่นที่ร้อนใจตั้งแต่พี่ชายไม่แท้ถูกพาตัวออกไปก็พยายามติดต่อมาโดยตลอด ถ้าหากวาฬจะรับสายน้ำปั่นสักนิด น้ำปั่นคงจะไม่วุ่นวายใจ และไม่คิดไปไกลถึงขั้นที่ว่า วาฬถูกฆ่าไปแล้ว!

"นายชญานนท์ เป็นอะไรไม่ทราบ"

อาจารย์หนวดเยิ้มถึงกับชักสีหน้า เท้าเอวหันกลับมามองทั้งๆที่กำลังพากระต่ายสอนเรื่องอวัยวะภายใน

"หรือว่าจะทนดูไม่ได้แล้ว ถ้าแค่นี้ยังทนไม่ได้เธอก็เรียนแพทย์ไม่ได้แล้วล่ะ"

อาจารย์ที่เข้าใจความรู้สึกของนักศึกษาดีถึงกับเอ่ยปากบอกให้นักศึกษาอย่างชญานนท์ลุกพรวดขึ้น

"ไม่ใช่จารย์ แค่นี้ผมไม่กลัวหรอก! จริงๆพี่ผมอาจจะตายไปแล้วก็ได้ ไม่ได้การ ผมขอลานะจารย์! พี่ผมกำลังตกอยู่ในอันตราย!!!"

เมื่อพูดเองเออเองเสร็จสรรพก็ก้าวยาวๆออกจากห้อง ประจวบเหมาะกับที่นาฬิกาตีบอกหมดชม.เรียน ให้อาจารย์ส่ายหน้ากับนักศึกษาคนนี้ มันก็เป็นอย่างนี้มาพักใหญ่ๆ ต้องบอกว่าไม่ได้เรียนเลยจะดีกว่า ต้องมาคอยถามไอ้ปั่นป่วนว่ามีเรื่องอะไรอีก แต่ทุกครั้งก็ตอบไปคนละอย่าง

...พี่ผมอาจจะถูกโยนลงเรือไปขาย...

...พี่ผมอาจจะถูกตัดตอนไปแล้ว....

...พี่ผมอาจจะถูกล่ามเป็นทาสบนเกาะที่ห่างไกลผู้คน...

แต่ล่ะเหตุผลที่อาจารย์แต่ละวิชาถึงกับส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะถึงนายชญานนท์จะต๊องๆ ชอบป่วนชม.เรียน แต่ก็ไม่เคยขาด และหัวดีมากๆคนหนึ่ง

ฟึ่บ

"อ๊ะ ขอโทษครับ"

แล้วเพราะรีบออกมาจากห้องนั้นแหละ ถึงได้เดินชนกับคนที่เดินสวนมาหน้าประตูให้ข้าวของกระจัดกระจาย แล้วนายชญานนท์ก็ไม่ใช่พวกชนแล้วหนี เลยบอกขอโทษแบบอัตโนมัติ แล้วก้มลงรวบเอกสารไปส่งคืนให้โดยที่เจ้าตัวเขายังไม่ได้ก้มลงเก็บเลยด้วยซ้ำ

"ผมก็ขอโทษด้วย"

"ไม่เป็นไรๆ ผมผิดเองแหละ"

น้ำปั่นไม่คิดจะหันมามองคนที่ตัวเองชน แค่โบกมือส่งๆแล้วก้าวยาวๆไปที่ประตูทางออก หากมีมือถือคงจะกดโทรหาวาฬไปด้วยแล้ว แต่ไอ้เครื่องเก่ามันดันพังยับซะนี้ ก็เลยรอให้ป๊ะป๊าถอยเครื่องใหม่ให้อยู่ แล้วก็ได้แค่ใช้โทรศัพท์บ้านโทรไปหาวาฬ ด้วยเหตุผลงี่เง่าที่ว่า มันจะเบอร์ไม่ได้ คนหัวดีก็ใช้ว่าจะต้องความจำดีเสมอไป

อีกด้านอาจารย์ฝึกสอนที่เป็นคู่กรณีก็มองตามแผ่นหลังแล้วขมวดคิ้ว

ไอ้เด็กนี้อีกแล้ว จะเจอแบบดีๆไม่เป็นรึไง? เจอทีไรชนกันทุกทีเลย

เจ้าของปุริมที่เพิ่งบรรจุเป็นอาจารย์ได้ไม่ถึงปีก็ก้าวเข้าไปในห้องบรรยาย ทั้งๆที่ภาพของนักศึกษาหัวยุ่งแบบไม่หวีนั้นยังติดตา เจอครั้งแรกก็จำได้ขึ้นใจแล้ว ก็ทำเอาเขาใจหายใจคว่ำตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ

"อ่า ซิม..."

จะหมุนตัวกลับไปก็คงจะไม่ทัน ท่าทางรีบๆที่ของน้ำปั่นที่ถึงปุริมจะตะโกนเรียกก็ไม่ได้สนใจ

สงสัยพี่ชายจะฆ่าตัวตายอีกแล้วรึไง

การแซวในใจที่ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า หนุ่มใหญ่วัยทำงานก็ดันแว่นให้พอดีกับดวงตา  แล้วเริ่มต้นมองนักศึกษาที่ลงเรียนวิชาประสาทวิทยาของเขา

"อุ้ยแก อาจารย์หล่อมากอ่ะแก"

"ใส่แว่นน่า สเป็กอ่ะแก"

ปุริมดันแว่นอีกครั้งก่อนจะกวาดตามองรอบห้อง แล้วก้มมองนาฬิกา เดินไปหน้าประตูให้เหล่านศ.งงไปตามๆกัน

ปัง

แกร็ก

"หืม?"

พากันงงเป็นไก่ตาแตกเมื่ออาจารย์หนุ่มปิดประตู แถมยังล๊อกประตูอีกต่างหาก

"เฮ้ยห้องนี้หรือเปล่าว่ะ"

"เออ ห้องนั้นแหละ"

แกร๊กๆ

"แล้วทำไมล๊อกว่ะ"

หนุ่มๆที่มาช้าไปไม่กี่นาทีถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ไม่แพ้เหล่านักศึกษาที่อยู่ในห้อง

"วิชาที่ลงกับผมทุกวิชา ห้ามช้าแม้แต่นาทีเดียว"

เสียงฮือฮาดังขึ้นภายในห้อง ข้างนอกที่ได้ยินเสียงอาจารย์เมื่อกี้ก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก

"จะเงียบได้หรือยังครับ ผมจะได้สอน"

"เฮ้ย เอาจริงดิ นี้เพิ่งผ่านมาไม่กี่นาทีเองนะ โหดอ่ะ"

"เออว่ะ โหดเนอะ"

การเข้าตรงเวลาหรือก่อนเวลาเป็นเรื่องที่นายปุริมเคร่งที่สุด ไม่ว่าจะตอนเรียน หรือตอนทำงาน เขาก็จะเป็นคนตรงต่อเวลาที่สุด ต้องบอกว่าหมกมุ่นกับเรื่องเวลาเลยมากกว่า แต่นี้ก็คงจะเป็นเสน่ห์อีกอย่างของหนุ่มแว่นจอมโหดคนนี้เสียแล้ว

อีกด้านของตึกที่นศ.หัวยุ่งกำลังวิ่งหน้าตั้งไปเรียกแท็กซี่ หากแต่จุดหมายกลับไม่ใช่ที่บ้าน แต่เป็นร.ร.การ์ดต่างหาก

นายชญานนท์ที่บัดนี้กำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่เคาว์เตอร์

"อ้าวปั่น มาทำอะไรเนี้ย วาฬไม่อยู่หรอกนะ ได้งานแล้วไง..."

"ผมรู้แล้วพี่ ผมขอเบอร์ติดต่อหัวหน้าเขาหน่อย"

ท่าทางเคร่งเครียดที่ผู้หญิงที่รู้จักกันดีเพราะเห็นหน้าค่าตาเด็กนี้ที่พลุบๆโผล่ๆอยู่บ่อยๆชักสีหน้าเครียดตาม

"มีอะไรเหรอปั่น"

"ผมว่าพี่วาฬกำลังแย่ว่ะพี่ นั้นแหละ เอาเบอร์ติดต่อหรือที่อยู่ก็ได้"

ว่าแล้วเจ้าปั่นป่วนก็เร่งๆจนพี่สาวเคาว์เตอร์ยอมให้เบอร์โทรมา ไอ้น้ำปั่นก็ตื๊อจะเอาที่อยู่ให้ได้ เลยได้มาทั้งเบอร์ทั้งที่อยู่

ไม่รอช้าก็หาตู้โทรศัพท์(เพราะมือถือมันพัง)หยอดเหรียญแล้วโทรเข้ามือถือการ์ดที่ติดต่อเรื่องนี้กับธาม

("ครับผม)"

"หวัดดีครับพี่ ผมขอคุยกับพี่วาฬหน่อย เอ่อ พี่ไอศูรย์น่ะครับ ผมติดต่อไม่ได้! ไม่ใช่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่เขาหรอกนะครับ ผมขอคุยหน่อย!"

ว่าแล้วก็พูดเป็นต่อยหอย แถมยังแอบสะกิดทิ้งบอมดูปฏิกิริยาของคนปลายสาย

("...เอ่อ...")

ชัวร์ ตอบช้าแบบนี้มีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ

"เฮ้ยพี่! ถ้าพี่วาฬเป็นอะไรไปนะ ผมแจ้งตำรวจแน่ พี่วาฬอยู่ไหน นี้พวกพี่ฆ่าพี่วาฬไปแล้วเหรอ แม่ง!! พวกพี่นี้แม่งเลว!! พี่วาฬอยู่ไหน! พี่วาฬของผมอยู่ไหนว่ะ!...."

("เฮ้ยๆ ใจเย็นๆน้อง ไอศูรย์ยังอยู่ดี แค่ไม่สะดวก...ครับคุณธาม...เอ่อ ดูเหมือนจะเป็นน้องของไอศูรย์ครับ ครับ ครับ...")

เสียงปลายสายขาดหายไปเหมือนจะหันไปคุยกับใครสักคนที่ชื่อธาม แล้วไอ้คนฉลาดก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นหัวหน้าของผู้ชายที่คุยโทรศัพท์กับตัวเอง

("ฮัลโหล...")

ปลายเสียงที่เปลี่ยนไปทำให้น้ำปั่นเริ่มรู้สึกแล้วว่าเขาคงจะมาคุยเอง

"คุณเป็นหัวหน้าพี่วาฬสินะ แล้วพี่วาฬอยู่ไหน เกิดอะไรขึ้นกับพี่วาฬ พวกพี่ทำอะไรพี่วาฬ บอกว่านะ"

ธามที่พอได้ยินชื่อของวาฬก็ถามบอดี้การ์ดจนกวักมือเรียกคุยเองซะเลย แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อคนที่ดูร้อนรนเหมือนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับวาฬ

("...ใจเย็นๆสิ ทำไมถึงคิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับวาฬ...วาฬเป็นบอดี้การ์ดของฉันนะ แล้วนายเป็นใคร")

"ผมชญานนท์เว้ย เป็นน้องชายพี่วาฬ ถ้าไม่มีอะไร แล้วทำไมไม่ให้คุย"

("แล้วทำไมไม่คุยกับเขาเองล่ะ")

กึก

พอถามมาอย่างนี้ น้ำปั่นก็อยากจะตะโกนใส่ว่าโทรไปแล้วพี่วาฬไม่รับเว้ย แต่ก็แค่เงียบ หรี่ตาลงจนแทบปิดแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

"พี่ทำอะไรพี่วาฬ"

("...ทำไมถึงคิดว่าฉันจะทำอะไรวาฬ")

"โหย พี่วาฬไม่เคยขาดการติดต่อกับผม มันไม่ปกติ หากไม่เกิดอะไรขึ้น พี่วาฬไม่หายเงียบไปตั้งสามวันแบบนี้หรอก"

ไอ้น้ำปั่นก็ร่ายยาว ทำหน้าประมาณว่ายังไงก็เชื่อความคิดตัวเอง เอาง่ายๆใครจะว่ายังไงไอ้น้ำปั่นไม่เชื่อ ตัวเองเท่านั้นที่ไอ้น้ำปั่นมันจะเชื่อ

("บางทีโทรศัพท์วาฬอาจจะมีปัญหาก็ได้")

"ไม่จริง วันนี้พวกพี่บังคับให้พี่ผมกลับไป เพราะเอาพวกผมมาเป็นตัวประกันใช่ไหมล่ะ? ฮึ ผมรู้หรอก อย่างพี่วาฬต้องยอมกลับไปง่ายๆเพราะเป็นห่วงพวกผมอยู่แล้ว..."

เสียงปลายสายที่เอ่ยเรื่องเมื่อสามวันก่อนดังขึ้นให้อีกด้านของสายชะงัก

ทำไมไอ้เด็กนี้มันถึงรู้

("วาฬบอกอย่างนั้นเหรอ?")

แล้วดูเหมือนว่าการมองโลกในแง่ร้ายสุดกู่ของไอ้น้ำปั่นมันจะเป็นเรื่องจริงเกือบทั้งหมด สมองอันชาญฉลาดที่คาดคะเนเรื่องทุกอย่างไปทางที่เลวร้ายโดยอิงหลักฐานและเหตุผลนั้นเป็นเหมือนคำพยากรณ์ของนายชญานนท์ที่แม่นจริงเหมือนตาเห็น

"ฮึ จริงใช่ไหม ว่าแล้วเชียว อย่างพี่วาฬน่ะเหรอจะมาหาผมที่บ้าน ฮึ พวกพี่ปล่อยพี่วาฬเลยนะเว้ย พี่วาฬยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม อย่าบอกนะว่าฆ่าไปแล้ว ม่ายยยยยย พี่วาฬฬฬฬฬฬฬ"

แต่มันก็ไม่ได้ถูกทั้งหมดอ่ะนะ

คนที่คิดว่าวาฬถูกฆ่าไปแล้วกำหูโทรศัพท์สาธารณะไว้แน่น อีกมือก็เขย่าหูวางอย่างบ้าคลั่งจนคนผ่านไปผ่านมาเริ่มให้ความสนใจ

("ไปกันใหญ่แล้ว ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ เอาเป็นว่ามันไม่มีอะไร เข้าใจนะ ติ๊ด")

"เฮ้ย เฮ้ย เดี๋ยวดิพี่ เฮ้ย โธ่เว้ย เกิดอะไรขึ้นว่ะเนี่ย?"

น้ำปั่นทุบตู้โทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวกลับออกจากตู้

ปึก

"โอยยย"

แต่เรื่องโง่ๆของน้ำปั่นก็ยังมือ ไอ้ความซุ่มซ่ามที่ลืมไปว่ายังไม่ได้เปิดประตูหน้าผากก็ชนกับกระจกเต็มๆให้ยกสองมือขึ้นปิดหน้าผากซี้ดปากแล้วโบกแท็กซี่

ระวังภัยให้คนอื่น ไม่เคยระวังภัยให้ตัวเองเล๊ย

"ไปไหนน้อง?"

"พี่ไปตามที่อยู่...อ้าว...เฮ้ย เฮ้ย ที่อยู่หายไปไหนว่ะ แม่งเอ้ยยยย"

กำลังจะส่งกระดาษที่อยู่ให้พี่คนขับ แต่ก็ต้องหัวเสียกับตัวเองเมื่อมันหายไปแล้ว แถมแท็กซี่ยังออกรถมาแล้วด้วย จะกลับไปหาที่ตู้โทรศัพท์ก็ไม่มีที่กลับรถแล้วด้วย เลยได้แค่นั่งขยี้ผมตัวเองเหมือนคนบ้า

"เฮ้ยน้อง เอายังไง"

วันนี้พอแค่นี้ก็ได้ว่ะ อย่างน้อยๆไอ้ผู้ชายคนนั้นก็ยังไม่ได้ฆ่าพี่วาฬหรอก

คนที่จับสังเกตได้จากน้ำเสียงขมวดคิ้วกับตัวเอง หันไปบอกที่อยู่ตัวเองแล้วนั่งคิดทบทวนเรื่องทั้งหมดที่ตัวเองรู้ อะไรมากมายมันก็ตีกันมั่วในสมอง แล้วก็กลั่นกรองออกมาได้ว่าพี่วาฬกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่ก็ยังหาสาเหตุไม่ได้

ทำไมพี่วาฬถึงได้ถูกจับตัวไป ทำไมพี่วาฬถึงต้องหนีมาที่บ้านของเขา แล้วทำไมพวกนั้นถึงได้ตาม

"หรือพี่วาฬจะไปรู้ความลับอะไรของเขาว่ะ? ไม่ใช่ๆ งั้นก็คงฆ่าไปแล้วนี่หว๋า ถ้าไม่อยากให้ความลับรั่วไหล"

เหตุผลมากมายเข้ามาในสมองให้เขาเลือกคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุด

หรือพี่วาฬจะไปขโมยข้อมูลอะไรมา ไม่สิ พี่วาฬไม่มีนิสัยเลวๆแบบนั้น

หรือพี่วาฬจะไปแอบเอากับเมียเขา ไม่ใช่สิ พี่วาฬเป็นสุภาพบุรุษจะตาย ยิ่งคนมีเจ้าของยิ่งไม่ยุ่งใหญ่

แล้วมันอะไรว่ะ

คนคิดไม่ตกก็เกาหัวแกร๊กๆ สมองก็ยังหาเหตุผลชักแม่น้ำไปทั่ว หากแต่เรื่องที่ตัวแสบคนนี้คิดนั้นกลับมีแต่เรื่องร้ายๆ ไม่มีเรื่องดีที่เฉียดความเป็นจริงเลยสักนิดเดียว

++++++++++++++++++++

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}