อ๊อบซอ
facebook-icon Twitter-icon

ขอขอบคุณหลีดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ขอบคุณทุกยอดวิว ทุกติดตาม ทุกคอมเม้น ทุกไลค์ และยอดสนันสนุน มันคือกำลังใจที่ทำให้ไรท์เขียนนิยายให้ทุกคนได้อ่านกัน ไรท์ยังเป็นมือใหม่อยู่ ติชมกันได้ ไรท์จะนำไปแก้ไขให้ดีขึ้น ฝากนิยายของ "อ๊อบซอ" ด้วยนะคะ //โค้งคำนับ

​Bad brother :: ตอนที่ 14

ชื่อตอน : ​Bad brother :: ตอนที่ 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 46.4k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2562 03:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
​Bad brother :: ตอนที่ 14
แบบอักษร

Bad brother แอบรักร้าย ผู้ชายต้องห้าม 

ตอนที่14 

 

เมื่ออาการต่างๆ ทางร่างกายของอิงฟ้าดีขึ้นตามลำดับ และครบกำหนดหนึ่งสัปดาห์ที่เมฆได้ลาไว้ให้ อิงฟ้าจึงมาเรียนตามปกติได้สองวันแล้ว เพื่อนๆ ในกลุ่มของอิงฟ้าไม่ได้สงสัยหรือถามอะไรมาก เพราะทุกคนเชื่อว่าอิงฟ้าป่วยหนักจริงๆ ตลอดเวลาที่อิงฟ้าไม่ได้มาเรียนจึงช่วยเก็บชีทและเลคเชอร์ไว้ให้ อิงฟ้าจึงไม่ได้ลำบากอะไรเมื่อต้องกลับมาเรียนใหม่ทั้งที่ขาดไปหลายวันเพราะมีบีมช่วยติวด้วยอีกแรง ส่วนชัดหลังจากวันนั้นที่ทุกคนได้รู้ความจริงป้าอรก็ส่งไปยังบ้านญาติแถบอีสานดังที่บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว สุดาและวิรุธได้ทำการติดต่อเรื่องการรักษาอาการของชัดไว้แล้วเรียบร้อย ชัดจะต้องได้รับการรักษาในทุกๆ เดือนและเพื่อความแน่ใจว่าชัดได้รับการรักษาตัวจริงๆ ทุกเดือนจะมีส่งเอกสารยืนยันที่ส่งจากหมอที่ทำการรักษาชัดมาที่บ้าน รวมถึงเอกสารอื่นๆ ด้วยจนกว่าชัดจะหายเป็นปกติ 

 

ณ มหาฯ ลัย 

“เอาล่ะ สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะอาจารย์จะปล่อยเร็วครึ่งชั่วโมงให้พวกเธอจับกลุ่มคิดกัน มีใครไม่เข้าใจตรงไหนไหมคะ…งั้นก็อย่าลืมส่งงานตามกำหนดกันด้วยนะคะ เลิกคลาสได้ค่ะ” เสียงอาจารย์หน้าห้องพูดจบ ก็หอบหนังสือสอนออกไปจากห้องทันที นักศึกษาแต่ละคนต่างพากันถอนหายใจ 

“เห้อออ ตายแน่ๆ งานชิ้นใหญ่ขนาดนี้ จะทำทันส่งวันจันทร์นี้เหรอ วันหยุดแทนที่จะได้หยุด เซ็งชะมัด” กวางที่นั่งคว่ำหน้ากับโต๊ะเรียนบ่นเรื่องงานที่อาจารย์เพิ่งสั่งไปเมื่อกี้ แต่จะให้ส่งในอีกสองวันที่จะถึงนี้แล้ว ทั้งๆ ที่เป็นวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ แต่กลับไม่ได้หยุดซ่ะงั้น 

“แหม พูดเหมือนเป็นเด็กเรียน ทำงานส่งครบทุกชิ้นเลยนะ” เต้อดแซะกวางไม่ได้ 

“นายก็ไม่ต่างกันหรอกย่ะ ทำเป็นพูดดีไปเถอะ คนที่ได้คู่กับนายนี้น่าสงสารสุดๆ เลยอ่ะ” กวางว่ากลับ 

“ก็แล้วยังไง ฉันช่วยคู่ฉันทำได้ดีกว่าเธอละกัน”  

“นี่นาย!”  

“พอแล้วทั้งคู่เลย จะเถียงกันทำไมมาประชุมเรื่องงานกันดีกว่า เรามีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก่อนที่พี่จะมารับนะ” บีมพูดขัดก่อนที่กวางและเต้จะเถียงกันไปมากกว่านี้ 

“นั่นสิ มาคิดดีกว่าว่าจะทำยังไง งานคู่ด้วย พวกเราจับคู่กันเองในกลุ่มดีไหมแล้วนัดสถานที่กันไปทำด้วยกัน พวกนายว่าดีไหม” อิงฟ้าเสนอขึ้น ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย 

“งั้นเอาตามนี้ เริ่มที่จับคู่ก่อน ใครอยากคู่ใครเป็นพิเศษไหม” บีมถาม มองเพื่อนในกลุ่ม โดยที่ทุกคนเอาเก้าอี้มานั่งล้อมวงเป็นกลุ่มเล็กๆ โดยที่มี บีม เต้ อิงฟ้า กวาง นั่งตามลำดับ 

“ฉันคู่กับใครก็ได้ ที่ไม่ใช่นายนี่” กวางชี้ไปที่เต้ที่นั่งหันหน้าเข้าหาอิงฟ้า 

“ทำเหมือนฉันอยากคู่กับเธองั้นแหละ” เต้มองหน้ากวาง กวางเองอยากจะเถียงแต่เกรงใจบีมที่ต้องรีบกลับบ้าน จึงได้แต่ทำท่าทางฮึดฮัดขัดใจ 

“โอเค งั้นกวางคู่เราก็ได้ ส่วนอิงฟ้าคู่กับเต้ โอเคไหมแบบนี้” บีมพูดจับคู่ให้เพื่อนในกลุ่มและถามความคิดเห็น ทุกคนก็พยักหน้าเป็นอันตกลงตามนี้ 

“คู่ลงตัวแล้วเหลือแต่สถานที่ จะไปทำที่ไหนกันดี” อิงฟ้าถามเพื่อนๆ  

“ไปหอสมุดดีไหม” บีมเสนอ 

“ไม่เอาอ่ะ ยัยป้าบรรณลักษณ์ชอบจ้องแต่จับผิด เสียงดังก็ไม่ได้ อึดอัดจะตาย” กวางโต้ขึ้นมา 

“หรือว่าจะไปทำบ้านใครสักคนในนี้ดี” อิงฟ้าเสนอบ้าง 

“ทำบ้านเราไม่ได้อ่ะ เหมือนจะได้ยินแม่บอกว่าวันหยุดนี้จะ Big cleaning คงไม่สะดวกเท่าไร” กวางบอก 

“บ้านเราก็ไม่โอเคอ่ะ เหมือนเขาจะรวมญาติรึอะไรสักอย่างกันวันพรุ่งนี้พอดี คงไม่สะดวกเหมือนกัน” เต้บอก 

“เอ้า แล้วเต้ไม่อยู่บ้านกับญาติๆ เหรอพรุ่งนี้” บีมหันไปถามเต้ 

“ไม่อ่ะ มีแต่ป้าๆ ลุงๆ กับเด็กเล็กวิ่งเล่นกันเต็มบ้าน ฉันไม่ชอบเท่าไรปกติก็หนีขึ้นห้องไปอยู่คนเดียวอยู่แล้ว น่ารำคาญจะตาย” เต้บอก 

“ของเราเองก็ไม่แน่ใจ เราเกรงใจพ่อกับแม่ เราเป็นแค่คนอาศัยไม่กล้าพาใครเข้าบ้านแบบนั้นหรอก” อิงฟ้าบอก เพื่อนทุกคนในกลุ่มรู้ว่าอิงฟ้าเป็นใคร เป็นมายังไงถึงเกี่ยวข้องกับนามสกุลจิราธิวัฒนากุล แต่ก็ไม่มีใครทำท่าทีรังเกียจ ออกจะเข้าใจและเห็นใจอิงฟ้าอยู่ลึกๆ ด้วยซ้ำแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาให้อิงฟ้าคิดว่าคบเพราะสงสารหรืออะไรทำนองนั้น 

“เอ่อ หรือว่าจะไปทำที่บ้านเราก็ได้ เงียบสงบไม่มีคนรบกวนแน่นอน เพราะเราอยู่กับพี่เราแค่สองคนเอง” บีมลองเสนอขึ้น 

“พี่ชายนายจะไม่ว่าเอาเหรอ” เต้ถามบีมเพราะทุกคนในกลุ่มเกรงใจพี่ชายบีมอยู่ไม่น้อย 

“งั้นเดี๋ยวเราลองโทรถามดูนะ เพราะเราก็ไม่เคยให้ใครไปที่บ้านเลย ไม่รู้พี่จะว่าไงบ้าง” บีมบอกเพื่อนก่อนล้วงเอาโทรศัพท์มากดโทรออกหาพี่ชายทันที คนอื่นๆ นั่งลุ้นจนตัวโก้งเพราะไม่เคยได้ยินเสียงหรือเจอหน้าพี่ชายของบีมเลยสักครั้ง เพราะทุกครั้งที่มารับบีมก็จะนั่งรออยู่แต่บนรถ รอสายอยู่สักพักก็มีคนรับ บีมจึงเปิดสปีกเกอร์โฟนให้ทุกคนได้ยินพร้อมๆ กัน 

(“ว่าไงครับตัวเล็ก เลิกเรียนแล้วเหรอ รอแป็บนะพี่ใกล้จะถึงแล้ว”) เสียงจากปลายสายตอบกลับมา ฟังดูไม่ถึงกับนุ่มนวลแต่ก็ไม่ได้แข็งกระด้าง อาจเป็นเพราะคุยกับบีมก็เป็นได้แถมยังเรียกบีมว่าตัวเล็กอีกด้วย ทุกคนมองหน้าบีมยิ้มๆ เป็นเชิงหยอกล้อทันทีที่ปลายสายเรียกบีมอย่างนั้น บีมเองก็เขินเพราะพี่ชายเรียกบีมแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนเป็นครั้งแรก 

“เลิกแล้วครับ แต่พี่แบล็คไม่ต้องรีบก็ได้นะครับผมรอได้ พี่แบล็คครับ คือเอ่อ คือบีม...” บีมนึกคำที่จะพูดไม่ออกจึงพูดติดๆ ขัดๆ  

(“มีอะไรรึเปล่า”) เสียงจากปลายสายเปลี่ยนไปเป็นเรียบนิ่งรอฟังคำน้องชาย 

“คือบีมอยากจะขออนุญาต…" 

(“ไปไหน”) ปลายสายถามกลับมาทั้งๆ ที่บีมยังพูดไม่ทันจบ เพราะแค่คำว่าขออนุญาต คงไม่ต้องบอกว่าเขาหวงน้องชายมากแค่ไหน 

“เปล่าครับ พี่แบล็คฟังบีมให้จบก่อนสิ บีมแค่อยากจะขออนุญาตพาเพื่อนไปทำงานกลุ่มที่บ้านเราในวันพรุ่งนี้ ได้รึเปล่าครับ” บีมพูดจนจบประโยคเขาเองก็ค่อนข้างเกรงใจพี่ชาย พ่อและแม่ของพวกเขาเสียไปตั้งนานแล้วด้วยอุบัติเหตุ บ้านหลังนั้นจึงมีแค่บีมกับแบล็คอยู่เพียงแค่สองคนเท่านั้น และแบล็คไม่ค่อยชอบคนแปลกหน้าเท่าไร 

(“เพื่อนเราเหรอ คนไหน”) ปลายสายถามเสียงนิ่งเช่นเดิมและดูเหมือนจะมีความกดดันอยู่น้อยๆ ในน้ำเสียงนั้น 

“ก็มี อิงฟ้า กวาง แล้วก็เต้สามคนนั้นที่ผมเคยเล่าให้ฟังไงครับ พี่แบล็คยังจำได้ไหม” บีมอธิบายพี่ชาย 

(“ครับ จำได้”) ปลายสายตอบ 

“ผมสัญญาว่าจะไม่ดื้อ ไม่ซน แล้วก็จะไม่ทำให้บ้านเลอะ นะครับพี่แบล็ค” บีมพูดอ้อน 

(“อืม พี่อนุญาต”) ปลายสายเงียบไปนิด ก่อนยอมตอบตกลงในที่สุด 

“ขอบคุณครับ” บีมพูดขอบคุณ ก่อนพูดกันอีกนิดหน่อยแล้วก็วางสายไป 

เย้!!!!  

ทั้งสี่ร้องออกมาด้วยความดีใจที่ได้สถานที่ทำงานแล้ว บีมเองถึงกับปาดเหงื่อ 

“คิดว่าจะไม่ได้ซ่ะแล้ว พี่นายนี้ดุจังนะ แค่ได้ยินเสียงก็กลัวแล้วอ่ะ อยากเห็นหน้าเลยว่าจะดุขนาดไหน” กวางพูด 

“ไม่ดุหรอก พี่เราใจดี เดี๋ยวพรุ่งนี้จะแนะนำให้ทุกคนรู้จักนะ” บีมบอกเพื่อนๆ  

“แล้วเราจะไปทำกี่โมงกันดี” อิงฟ้าถามขึ้น 

“สิบโมงดีไหม ไม่เช้าเกิน ฉันขี้เกียจตื่นอ่ะ แหะๆ” กวางบอกเขินๆ เพราะปกติวันหยุดไม่เที่ยงก็ไม่ตื่น 

“โอเค สิบโมงเช้าก็ได้ ว่าแต่บ้านบีมอยู่แถวไหนล่ะ” อิงฟ้าถาม 

“ฉันรู้จักบ้านบีม ให้ฉันไปรับไหมอิง นายขับรถไม่เป็นหนิ” เต้ถามอิงฟ้า เพราะปกติอิงฟ้าไม่ค่อยไปไหนอยู่แล้วและถึงจะไปก็มักจะมีคนขับรถรับส่งตลอด จึงทำให้อิงฟ้าขับรถไม่เป็นเรื่องนี้ทุกคนรู้ดี แต่จะปล่อยให้นั่งแท็กซี่มาเองก็กลัวมาไม่ถูก 

“แต่บ้านเต้ไกลจากบ้านเรามากเลยนะ เราเกรงใจ” อิงฟ้าเกรงใจที่เต้จะต้องขับรถมารับตนที่บ้านอยู่ห่างจากคนอื่นในกลุ่ม ทั้งที่บ้านของทั้งสามคนที่เหลือ อยู่ถัดไปคนละไม่กี่ซอยเท่านั้นจึงพอจะรู้จักกันอยู่บ้าง 

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก เราเต็มใจ” เต้ยืนยันที่จะไปรับอิงฟ้าเองด้วยความเต็มใจ 

“งั้นเอาแบบนั้นก็ได้ เดี๋ยวเราแชร์โลเคชั่นที่บ้านไปให้นายนะ นายจะได้มาที่บ้านเราถูก” อิงฟ้ายอมตกลงในที่สุด 

“โอเค ตามนั้น” เต้ตอบตกลง ทุกคนพูดคุยทำความเข้าใจกันอีกเล็กน้อยจนเข้าใจตรงกันหมด แล้วจึงแยกย้ายกันกลับบ้านของตนเอง 

 

เมื่อถึงวันเสาร์ อิงฟ้าตื่นแต่เช้าเตรียมตัวไปบ้านของบีม อิงฟ้าอยู่ในชุดสบายๆ พร้อมกระเป๋าเป้สะพายหลังลูกเล็กไว้ใส่สมุดและอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานกลุ่ม อิงฟ้านั่งรอเต้ที่ห้องนั่งเล่นเมื่อเช้าเขาแชร์โลเคชั่นไปให้เต้เรียบร้อยแล้ว 

“จะไปแล้วเหรอลูก” คุณหญิงสุดาถามอิงฟ้าเมื่อเห็นอิงฟ้านั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น 

“ครับคุณแม่” อิงฟ้าตอบรับ เมื่อเช้าอิงฟ้าได้บอกพ่อและแม่ไว้แล้ว ซึ่งทั้งสองก็ไม่ได้ว่าอะไร ออกจะดีใจที่เห็นอิงฟ้าได้พบปะกับเพื่อนคนอื่นๆ นอกบ้านบ้าง 

Rrrr Rrrr Rrrr 

เสียงโทรศัพท์อิงฟ้าดังขึ้น เมื่อเห็นเป็นชื่อเต้ อิงฟ้าจึงกดรับ 

“ว่าไงเต้ ถึงไหนแล้ว มาถูกรึเปล่าน่ะ” อิงฟ้าถาม 

(“ฉันเข้ามาในซอยบ้านนายแล้ว นายช่วยออกมายืนรอหน้าบ้านหน่อยสิ ฉันจะได้เห็นชัดๆ ว่าหลังไหน ระวังร้อนด้วยนะเริ่มมีแดดแล้ว”) ปลายสายบอกอิงฟ้าเมื่อเลี้ยวรถเข้ามาในซอยบ้านอิงฟ้าแล้ว 

“โอเคๆ จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” อิงฟ้าตอบรับและวางสายไป ก่อนหันไปบอกลาคุณหญิงสุดาที่นั่งอยู่เพียงคนเดียวในห้องนั่งเล่นตอนนั้น แล้วเดินไปที่ประตูใหญ่หน้าบ้าน อิงฟ้ายืนรออยู่ที่นอกรั้วประมาณห้านาที ก็เห็นรถหรูคัน หนึ่งมาจอดตรงหน้าตนพอดีตอนแรกก็นึกสงสัยว่าเป็นใครมาธุระที่บ้านหรือเปล่า แต่พอรถคันนั้นลดกระจกลงจึงเห็นว่าเป็นเต้ที่ชอบขับรถไม่ซ้ำคันเสมอจึงหายสงสัย 

“ขึ้นมาเลย ราชรถมาเกยแล้ว” เต้บอกยิ้มๆ อิงฟ้าเปิดประตูนั่งข้างคนขับ เต้จึงออกรถตรงไปยังบ้านของบีมทันที 

“คิดว่าจะมาไม่ถูกซ่ะแล้ว” อิงฟ้ามองเต้ที่แต่งตัวเรียบง่ายแต่ดูดี 

“ถูกสิ นี้เต้ซ่ะอย่าง” เต้บอกหันมองอิงฟ้าที่นั่งข้างตน 

//คนน่ารัก ใส่อะไรก็น่ารักจริงๆ // เขาคิดในใจ แต่ริมฝีปากแทบจะหุบยิ้มไม่ได้เลย เขาแอบชอบอิงฟ้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นแต่เพราะคำว่า เพื่อน จึงต้องเก็บมันไว้ในใจแกล้งทำเป็นเล่นกับคนอื่นกลบเกลื่อนความรู้สึกเสมอมา 

ทั้งสองขับรถมาตามทางเรื่อยๆ จนมาถึงบ้านของบีม เมื่อได้ยินเสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน บีมจึงเดินออกมาเปิดประตูรั้วให้เข้าไปจอดรถด้านในบ้าน กวางเองก็เดินตามออกมาด้วยเช่นกัน 

“มาถึงแล้วเหรอย๊ะ ชักช้าจริงๆ แวะทำอะไรกันอยู่รึเปล่าเนี่ย หืม” กวางพูดแซวโดยไม่ได้คิดอะไร หล่อนเพิ่งมาถึงก่อนหน้าอิงฟ้ากับเต้จะมาไม่นาน 

“พูดอะไรน่ะกวาง เข้าบ้านกันเถอะข้างนอกร้อน พี่ชายเรารออยู่ด้านในน่ะ” บีมชวนทุกคนเข้าบ้าน ทั้งสี่จึงเดินมาที่ห้องนั่งเล่น และพบกับผู้ชายตัวสูง หน้าคมเข้ม ดวงตาคมดูดุดันแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์น่าค้นหา นั่งอยู่บนโซฟา ดวงตาคมคู่นั้นมองมายังเพื่อนๆ ของบีม เหมือนสำรวจอย่างปิดไม่มิดเพราะไม่คิดจะปิดบังอยู่แล้ว ทุกคนจึงเดินมานั่งที่โซฟาตัวอื่นๆ ที่ว่างอยู่ 

“เอ่อ นี้ทุกคน นี้พี่แบล็คพี่ชายของเราเองนะ ส่วนนี้กวาง เต้ แล้วก็อิงฟ้า เพื่อนของบีมเองครับ” บีมแนะนำพี่ชายและเพื่อนของตนให้รู้จักกันไว้ 

“สวัสดีครับ/ค่ะ” ทั้งสามคนยกมือไหว้แบล็คเพราะแบล็คมีอายุมากกว่าพวกเขาห้าปี 

“อืม ยินดีที่ได้รู้จัก ตัวเล็กดูแลเพื่อนด้วยนะ พี่จะออกไปข้างนอกหน่อย ตามสบายเลยนะทุกคน” แบล็คพยักหน้าเชิงตอบรับ ก่อนบอกทุกคนแล้วเดินออกไป 

“น่ากลัวจัง” กวางเอ่ยขึ้นมาคนแรกอย่างอัดอั้นเมื่อแบล็คเดินพ้นเขตบ้านไปแล้ว 

“ทำไมพี่ชายกับน้องชายไม่เห็นเหมือนกันเลย” เต้พูดขึ้นบ้าง เพราะถ้าไม่บอกเขาคงคิดว่าแบล็คเป็นบอดี้การ์ดของบีมมากกว่าจะเป็นพี่ชาย เพราะทั้งคู่แทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลยยกเว้นสีตาที่เป็นสีอำพันน้ำตาลทองที่มีเสน่ห์เหมือนกันทั้งคู่ 

“พี่แบล็คก็นิ่งๆ แบบนี้แหละ แต่จริงๆ เป็นคนใจดีนะ เอาล่ะเรามาเริ่มงานกันเลยดีกว่าเดี๋ยวจะเสร็จค่ำ” บีมบอก ทุกคนจึงเตรียมอุปกรณ์กันและเริ่มลงมือทำงานกันจริงๆ ซ่ะที 

 

จนเวลาผ่านไป ทั้งสี่ทำงานกันไปเรื่อยๆ ตอนเที่ยงก็พักกินข้าวที่บีมและอิงฟ้าช่วยกันทำอาหารง่ายๆ สองสามอย่างกินด้วยกัน แล้วทำงานกันต่อ จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงหกโมงเย็นงานก็ยังไม่เสร็จ แต่เหลืออีกไม่ถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้ว 

“ยากกว่าที่คิดอีกแหะ หกโมงแล้วเหรอเนี้ย นายจะกลับก่อนไหมอิงหรือว่าจะเอายังไงดี” บีมนวดตามคอและไหล่เมื่อนั่งนานๆ ชักเริ่มเมื่อย แล้วเมื่อเห็นนาฬิกาจึงถามอิงฟ้าที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ทุกคนจึงหยุดมือมองมาที่อิงฟ้าด้วยเช่นกัน 

“นายจะกลับก่อนไหมอิง เดี๋ยวฉันไปส่งก่อนก็ได้นะ มันค่ำแล้วเผื่อพ่อแม่นายเป็นห่วง” เต้ถามอิงฟ้า เขามีส่วนต้องรับผิดชอบเพราะเขาเป็นคนไปรับอิงฟ้ามา 

“มันเหลือไม่เยอะแล้วอ่ะ เราว่าทำวันนี้ให้เสร็จไปเลยดีกว่าพรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องมาทำอีก เราเกรงใจพี่แบล็คด้วย” อิงฟ้าบอกเพื่อน 

“งั้นนายโทรบอกคนที่บ้านก่อนก็ได้ว่าอาจกลับดึกหน่อย เขาจะได้ไม่เป็นห่วง เสร็จแล้วเดี๋ยวฉันไปส่ง” เต้บอกอิงฟ้า 

“ก็ได้ งั้นเราขอตัวแป็บนะ” อิงฟ้าจึงเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก อิงฟ้าเลือกที่จะโทรหาคุณหญิงสุดาหล่อนเป็นห่วงเล็กน้อยเพราะอิงฟ้าไม่เคยกลับดึก แต่เมื่อบอกว่าเพื่อนจะไปส่งทันทีเมื่อเสร็จหล่อนจึงวางใจ อิงฟ้าจึงตั้งใจทำงานส่วนที่เหลือจนเสร็จและกลับถึงบ้านในเวลาสี่ทุ่มครึ่ง โดยมีเต้มาส่งอย่างที่บอกไว้ 

“ขับรถกลับบ้านดีๆ นะเต้มันดึกแล้ว เจอกันวันจันทร์ ขอบใจมากนะสำหรับวันนี้” อิงฟ้าบอกเต้ก่อนปิดประตูรถ 

“ไม่เป็นไรฉันเต็มใจ ฝันดีนะ” เต้บอกอิงฟ้า 

“อื้ม นายก็เหมือนกันนะ” อิงฟ้าโบกมือให้เต้ก่อนเต้ออกรถไป อิงฟ้าจึงเดินเข้าบ้านที่ตอนนี้คนในบ้านคงนอนกันหมดแล้วเพราะมันดึกมากแล้ว แต่ยังไม่ทันได้เดินขึ้นชั้นสองก็เจอเข้ากับเมฆที่ยังอยู่ในชุดทำงานที่ไม่เรียบร้อยเท่าไร เพราะเมฆเพิ่งกลับจากกินเลี้ยงกับลูกค้าจึงกลับดึกและทันเห็นอิงฟ้าลงมาจากรถที่มีผู้ชายมาส่งพอดี แถมเมฆยังมีอาการเหมือนคนเมาแต่ยังพอทรงตัวได้ ยืนดักรออยู่ทางขึ้นบันไดซ่ะก่อน 

“หึ กลับบ้านดึกขนาดนี้ แถมยังมีผู้ชายมาส่งถึงหน้าบ้านอีก พัฒนานะเดี๋ยวนี้” เมฆพูดขึ้นเมื่ออิงฟ้าทำท่าเมินและจะเดินขึ้นขั้นบันไดอิงฟ้าชะงักหยุดมองหน้าเมฆแบบไม่เข้าใจ 

“ที่คุณเมฆพูดหมายความว่าไงครับ ผมไม่เข้าใจ” อิงฟ้ามองหน้าเมฆที่เดินเข้ามาใกล้ ได้กลิ่นเหล้าอ่อนๆ ออกมาจากตัวเมฆ อิงฟ้าจึงพยายามเดินถอยหลังแต่โดนเมฆฉุดมือไว้ซ่ะก่อน พยายามสะบัดเท่าไรก็ยิ่งโดนบีบแน่นขึ้นไปอีก 

“ทำเป็นใสซื่อ คงทำแบบนี้สินะวันก่อนไอชัดมันถึงติดใจ แล้วนี่ยังมีผู้ชายคนนั้นอีก” ยิ่งอิงฟ้าทำหน้าไม่เข้าใจเท่าไร เมฆก็ยิ่งโมโหมากเท่านั้น 

“คุณเมฆเมามากแล้ว ไปนอนเถอะครับ” อิงฟ้าพยายามแกะมือหนาของเมฆให้หลุดจากข้อมือตน เมฆนึกรำคาญจึงดึงอิงฟ้าเข้ามาปะทะที่อกอย่างแรงบีบไหล่เล็กทั้งสองข้างจนเจ็บและขยับไปไหนไม่ได้ 

“ก็เพราะว่ามึงมันเป็นซ่ะอย่างนี้ไง ชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่ว คนอื่นเขาถึงได้...” เมฆมองหน้าอิงฟ้าและหยุดพูดไปซ่ะเฉยๆ  

“คนอื่นทำไมครับ” อิงฟ้าไม่เข้าใจเมฆที่อยู่ดีๆ ก็มาต่อว่าเขาอย่างคนพาล ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิด 

“มึงรู้อยู่แก่ใจ ยังต้องให้คนอื่นบอกอีกเหรอ” เมฆจ้องหน้าอิงฟ้าที่อยู่สูงแค่อกเขาเท่านั้น 

“ผมไม่รู้ ผมไม่เคยรู้ คุณเมฆก็บอกผมสิ บอกผมให้ อื้อ!” เสียงของอิงฟ้าหายไปในตอนท้ายเพราะเมฆประกบจูบปากเรียวที่พล้ำพูดให้เขาบอกว่าคนรอบตัวอิงฟ้าคิดแบบไหนกับคนร่างเล็กนี้เสมอเมื่อเผลอตัวเข้าไปใกล้หรือได้รู้จัก ไหนจะมิกซ์ ชัด เต้ และคนอื่นๆ ในตอนที่เขาไม่เห็นอีก ลิ้นหนาได้โอกาสสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กที่เผลออ้าปากเพื่อหายใจ ลิ้นเล็กคอยแต่จะหลบหนีอยู่เสมออิงฟ้าดิ้นขัดขืนแต่ก็ได้ไม่มากนักเพราะเมฆล็อคไว้ทั้งตัว เมฆดันอิงฟ้าเดินถอยหลังจนแผ่นหลังบางแนบชิดติดกับฝาผนัง มือหนาสอดเข้าไปในเสื้อบางลูบไล้เอวคอดเนื้อเนียนนุ่มที่ห่างหายจากสัมผัสไปนาน เมฆรุกจูบหนักขึ้นจนอิงฟ้าแทบหายใจไม่ทันน้ำลายใสไหลเยิ้มจากริมฝีปากบางสวยยิ่งดูลามก ทั้งสองจูบอยู่แบบนั้นสักพักจนอิงฟ้าได้สติผลักตัวเมฆอย่างแรงจนกระเด็นถอยหลังไปสองสามก้าว อิงฟ้ายกมือเรียวเช็ดน้ำลายที่เปื้อนมุมปากเป็นทางยาว มองหน้าเมฆอย่างไม่เข้าใจ ถ้าเมฆมีคนควงอยู่แล้วนั้นคือซาร่า แล้วเมฆยังทำแบบนั้นกับเขาทำไม 

“ทีนี้มึงรู้คำตอบรึยัง” เมฆเองก็เช็ดน้ำลายที่เปื้อนเล็กน้อยตรงมุมปาก ถามอิงฟ้ากลับไป 

“ผมไม่รู้อยู่ดีนั่นแหละครับว่าคุณเมฆหมายความว่าไง แต่ผมว่าคุณเมฆควรถามตัวเองมากกว่า ว่าคุณนั่นแหละคิดอะไรอยู่กันแน่ เพราะผมไม่เคยเข้าใจการกระทำของคุณเลยสักครั้ง” อิงฟ้าพูดจบจึงเดินขึ้นขั้นสองและเข้าห้องไปทันที ปล่อยให้เมฆยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว 

“กูเป็นอะไรของกูวะ! แม่งเอ้ย!!” หลังจากที่สติของตัวเองกลับมา เมฆก็ได้แต่กระฟัดกระเฟียดอยู่ตรงนั้นคนเดียว เมฆมองขึ้นไปยังชั้นสองตรงกับห้องของอิงฟ้า แล้วก็ได้แต่ถามตัวเองว่าทำไมเขาต้องโกรธ ทำไมต้องอารมณ์ไม่ดีตอนที่เห็นอิงฟ้ามากับผู้ชายคนอื่น ทำไมต้องไม่ชอบใจเวลาใครเข้าใกล้อิงฟ้า มันเพราะอะไร.… 

ความคิดเห็น