ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Spoils of a civil war [Stony] : Chapter 19

ชื่อตอน : Spoils of a civil war [Stony] : Chapter 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2560 00:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Spoils of a civil war [Stony] : Chapter 19
แบบอักษร

​Chapter 19

“ไฮดร้า?” แซมหันไปมองที่สตีฟด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ อ้าปากค้างอย่างตะลึงงัน เห็นนาตาชาที่กรอกตาใส่เขา

“นั้นไม่ไกลจากความเป็นจริงไปหน่อยเหรอแคป? ไม่เอาน่า ฉันรู้ว่าไฮดร้าสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่นี้มันอะไร? ยังไม่มีใครบนโลกใบนี้รู้ว่าโทนี่ท้องเสียหน่อย ฉันล่ะสงสัยว่าพวกนั้นจะหาข้อมูลที่โทนี่ต้องการซ่อนจากผู้คนได้ยังไง?”

เบต้าหนุ่มหันไปจ้องนาตาชาแทนขณะที่สตีฟถอนหายใจและกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเอง แซมไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าไฮด้รามีข้อมูลของโทนี่ เพราะว่า... เชี่ยเถอะ ถ้าบอกว่ารอสอยากได้ตัวสตีฟยังน่าเชื่อกว่าเลย แต่เขาก็ยอมรับว่าเขาเคยเห็นรายงานเรื่องเกี่ยวกับภารกิจในห้องทดลองที่โซโคเวียและมันก็เหมือนจากที่ได้ยินจากประสบการณ์ของแวนด้าที่เคยอยู่กับไฮดร้า และเขาก็ไม่ได้ไร้เดียงสาที่จะคล้อยตามตรรกะของสตีฟไปเสียทุกเรื่อง

“ฟังนะ ฉันไม่ได้บอกว่าพวกนั้นไม่มีปัญญาทำเรื่องอย่างนั้นได้ แต่นี่มันไม่เกินไปหน่อยเหรอที่จะบอกว่ารอสกับกลุ่มคนเลวพวกนั้นจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะครองโลกอย่างไม่ลดละ?” แซมพูดขึ้นมาหลังจากที่เงียบไปนาน

“แซม” นาตาชาเรียก เบต้าหนุ่มหันไปตามเสียงและต้องพบกับดวงตาแข็งกร้าวราวกับเหล็กกล้าของเธอ

“นายอาจจะมีเหตุผลให้เรื่องทั้งหมดนี้ แต่มันก็ไม่ช่วยอธิบายเรื่องที่รอสลาออกอย่างกะทันหันและหายตัวไปในไม่กี่วันนี้” เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆและปล่อยออกมา ส่ายหัวไปด้วยตลอดเวลา

“ฉันเข้าไปสืบเรื่องของเขาตั้งแต่ที่โทนี่บอกให้เอาเขาออกห่างจากสนธิสัญญา และเขาก็มีพฤติกรรมประหลาดสำหรับคนที่มีความเชื่อมั่นในกองทัพสหรัฐสูงมากอย่างนั้นจะจากไปอย่างไม่มีเหตุผล รอสเป็นคนประเภทที่จะอยู่ในกองทัพจนกระทั่งปลดเกษียร หรือไม่ก็ถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็อยู่ไปจนตาย”

คำพูดของเธอทำให้ไหล่ของสตีฟเกร็งขึ้นมาด้วยความเครียดโดยไม่ได้ตั้งใจในนาทีนั้นสมองก็วิ่งวุ่นด้วยความคิดสารพันเกี่ยวกับรอสที่จับต้องตัวโอเมก้าของเขา ทำร้ายโทนี่และลูกชาย และเขาจะไม่ทน นรกเถอะ... สตีฟแน่ใจว่าเขาต้องได้ฆ่าคนแน่ๆ

“นาตาชาพูดถูกเหมือนกับที่นายเองก็พูดถูกเหมือนกันแซม” สตีฟทำลายความเงียบของตัวเองโดยการมองดูรูปอัลตราซาวน์ที่สอดอยู่ในหน้าสมุดวาดรูป

“ฉันแค่อยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่มีวันเข้าใกล้ครอบครัวของฉันได้ในระยะ 50 กิโลเมตร มันไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะใช่ไฮดราหรือเปล่า”

แซมมองสตีฟที่ดวงตาฉายแววอำมหิตดุดันขณะที่เขาจ้องมองที่รูปภาพมือของเขาอีกข้างกำแน่น จากนั้นสตีฟก็พูดขึ้นมาด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า และนั้นมันทำให้แซมต้องขนหัวลุก

“ถ้ารอสคิดจะทำร้ายโทนี่หรือลูกชายของฉัน ฉันจะฆ่าเขา”

ในนาทีนั้น นาตาชาและแซมรู้สึกว่าเขากำลังพูดกับคนแปลกหน้าอยู่ ทุกอย่างเกี่ยวกับอารมณ์ของสตีฟในตอนนี้มันรุนแรงและบ้าคลั่ง... ให้ความรู้สึกอันตรายคล้ายกับอาวุธสังหารที่เป็นตัวตนของเขาจริงๆ... และในบางครั้งท่าทางที่เขาแสดงออกมานั้นทำให้คนผู้คนที่เห็นต้องยอมคุกเข่าสยบให้กับเขา เขาในตอนนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกับตอนที่เขาสวมใส่ชุดรัดรูปที่ทั่วโลกรู้จักกันดีว่านั้นคือ กัปตันอเมริกา คนที่เป็นซุปเปอร์ฮีโร่

ไม่ นาตาชาคิดพร้อมกับยิ้มอย่างโหดเหี้ยม พูดตรงๆว่าเธอเองก็เพิ่งเคยเห็นด้านมืดของสตีฟ โรเจอร์ส จะบอกว่าถูกทำให้กลัวยังน้อยไป และขณะเดียวกันเธอคิดว่าเธอสามารถต่อสู้กับผู้ชายคนนี้ได้อย่างสูสี แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว แต่เธอไม่คิดว่าเธอจะกล้ามองตาของเพื่อนรักที่มีแต่ความโกรธแค้นในดวงตาสีฟ้าคู่นั้นได้

เธอสั่นสะท้านขณะที่คิดแบบนั้น

“นาตาชา” อัลฟ่าสาวผมแดงเงยหน้าขึ้นจากพื้นสงสัยตัวเองไม่น้อยเหมือนกันว่าจ้องพื้นทำไม ก่อนจะสบตากับสตีฟเธอประหลาดใจไม่น้อยที่ไม่เจอความโกรธอันรุนแรงในตาคู่นั้น เธอพยักหน้ารับและรอให้สตีฟบอกเรื่องที่เขาต้องการให้เธอทำ

“ผมต้องการให้คุณหาเขา ใช้อำนาจที่คุณมีจัดการผู้ชายคนนี้และทำให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้กำลังทำอะไรอยู่ แต่ถ้าเหตุผลที่เขาลาออกอย่างกะทันหันเพื่อไปพักผ่อนที่ชายฝั่งฟิจิก็แล้วไป”

สตีฟสูดลมหายใจเข้าเสียงดัง มันใดนั้นดวงตาของเขาก็แสดงความโกรธออกมาเล็กน้อย นั้นทำให้นาตาชารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังพูดกับฮัลค์ที่กำลังกระสับกระส่ายอยู่เลย

“ถ้าเขาทำอะไรไม่ชอบมาพากลให้รีบบอกผมทันที”

นั้นเป็นการจบการสนทนาทุกสิ่ง

สตีฟรวบสำเนาของสนธิสัญญาและสมุดวาดรูปของเขา ไม่สนใจการจ้องมองของเพื่อนๆขณะที่เขาเดินออกจากออฟฟิศและตรงไปที่ห้องนอนของเขา เขาเดินอย่างรวดเร็วแทนที่เขาจะคร่ำครวญกับกระสอบทรายสักสองสามใบ เขากลับไปที่ห้องของเขาเพื่อจะโทรหาภรรยาของตัวเอง โทนี่ควรจะรู้ว่าต้องทำอะไรเพื่อปกป้องตัวเองและรู้ ที่จริงสตีฟรู้ว่าโทนี่ต้องทำแบบนั้นป้องกันไว้ก่อนอยู่แล้ว แต่นิสัยติดตัวของเขาก็บอกกับเขาว่าอย่างน้อยๆต้องมั่นใจไว้ก่อนว่าโอเมก้าของเขาไม่ได้อันตรายใดๆจากใครหรืออะไรทั้งนั้น

เขาวิ่งขึ้นบันไดทีละสองขั้นหวังจะทำลายอดีนาลีนที่เพิ่มขึ้นมากเกินความจำเป็นก่อนที่เขาจะพูดกับโทนี่ สตีฟรู้ว่าโทนี่จะรู้ในไม่ช้าความตึงเครียดเข้าปกคลุมเขาและอัลฟ่าหนุ่มก็กลัวเหลือเกินว่าโทนี่จะเอาความพยายามในการผูกมิตรที่เขามองให้กลับคืนมาภายในไม่กี่วินาที

ประตูปิดลงทันทีตอนที่เขาก้าวเข้าไปในห้อง สตีฟกองสนธิสัญญาและสมุดวาดรูปลงบนโต๊ะ แต่รูปอัลตราซาวน์ยังคงอยู่ในมือของเขา เขาตรงไปนั่งที่ขอบเตียงและหยิบเอามือถือที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนออกมา

ก็เหมือนกับทุกๆครั้งไม่มีมิสคอลและสตีฟก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังกับเรื่องนี้ เขารู้ว่าเขาควรพยายามให้หนักมากขึ้นกว่านี้อีกและไม่ควรสนใจเรื่องแค่นี้ เขากดปุ่มลงไปบนโทรศัพท์สองสามครั้งและสัญญาณโทรศัพท์ของโทนี่ก็ดังขึ้น อัลฟ่าหนุ่มหวังว่าโทนี่จะรับสายในวันนี้ มันถูกโอนเข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียง สตีฟพยายามอีกครั้งพึมพำกับตัวเองขณะที่เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจ

สตีฟคำนวณเวลาของอเมริกาในใจและเขาก็คิดได้ว่ามันยังเช้ามาก เขาจึงตัดสินใจวางสาย เขาทิ้งตัวลงบนเตียงและคำรามเสียงดังรู้สึกเหมือนจะถูกไมเกรนกิน ตอนนี้ก็เย็นมากแล้วสตีฟรู้ว่าไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่ที่จะไปปีนเข้าในตอนนี้ ความโกรธและความตึงเครียดยังคงหลงเหลือและเดือดดาลอยู่ภายใต้เนื้อหนังของเขา และเขาก็ต้องการที่จะคุยกับแซมเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขารู้ดีว่าเขาต้องการมากกว่าที่จะให้นักบำบัดมาฟังเรื่องที่เขาพูด

ดังนั้นแล้วสตีฟจึงลึกขึ้นและตรงไปยังที่แห่งหนึ่งที่เขารู้ว่ามันจะช่วยบรรเทาความโกรธของเขาได้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มันเป็นเวลาพักใหญ่แล้วตั้งแต่สตีฟมาเยี่ยมบัคกี้ที่อยู่ในตู้แช่แข็ง

นรกเถอะ... เขาอยู่ในป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลของวากันด้ามากกว่าที่จะลงมาที่นี่เสียอีกและมันก็ทำให้เขารู้สึกผิดนิดหน่อยขณะที่จ้องมองคนที่นอนหลับอยู่ในนั้น เสียงดังวุ่นวายจากอุปกรณ์กลบความเงียบงัน เขามองคนที่สามารถเข้าใจเขาได้เป็นอย่างดี ในที่สุดคนคนนั้นก็ดูเหมือน เจมส์ บูชาแนน ที่เขารักและรู้จักเสียที

สตีฟยกมือขึ้นมาลูบกระจกของตู้แช่แข็งและถอนหายใจอย่างเศร้าๆ สำนึกถึงความจริงได้ว่าทำไมถึงได้ลงมาที่นี่ รอยยิ้มเล็กปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสตีฟสักพักใหญ่ อัลฟ่าหนุ่มดีใจที่ได้รู้ว่าบัคกี้ปลอดภัยจากพวกคนที่จะใช้เขาทำร้ายคนอื่นๆ ในส่วนลึกของเขาอยากจะดึงคันโยกและกดปุ่มเพื่อที่จะปลุกบัคกี้ให้ตื่นขึ้นมาเพื่อที่จะได้รับรู้ว่าเขาคิดถึงบัคกี้มากพอๆกับที่เขาคิดถึงโทนี่

ก่อนที่สตีฟจะตกหลุมรักโทนี่ บัคกี้เป็นเพียงคนเดียวที่ช่วยสตีฟให้ผ่านพ้นค่ำคืนที่ยากลำบาก บัคกี้อยู่กับเขามาตั้งแต่ที่เขาเป็นเด็ก เขาชวนสตีฟไปอยู่ด้วยตอนที่แม่ของสตีฟจากไปและเขาพยายามข่มขู่เพื่อให้สตีฟนอนหลับ บัคกี้เป็นคนพิเศษ แต่ก็ไม่ใช่เจ้าของหัวใจของสตีฟเหมือนกับโทนี่ บัคกี้เป็นส่วนหนึ่งในอดีตของเขา แต่โทนี่เป็นอนาคตของเขาต่อจากนี้ไป

ช่างไร้เดียงสา สตีฟบอกตัวเองในใจส่ายหน้าอย่างเสียใจ เขารู้ว่าโทนี่ไม่มีทางจะปล่อยให้บัคกี้ได้เข้าใกล้ตัวเองหรือลูกชายง่ายๆ จนกว่าบัคกี้จะได้รับโทษที่สาสมที่ทำกับพ่อและแม่ของโอเมก้าของเขา อัลฟ่าหนุ่มได้เชื่อว่าโทนี่จะพบหนทางที่จะให้อภัยบัคกี้ในสักวัน [พี่นมโตถ้านู๋บอกว่านู๋ฆ่าแม่พี่ พี่จะบอกว่าไม่เป็นไรกับนู๋มั้นเนี่ย? พี่คงเอาโล่ตบหัวนู๋หลุดล่ะ] สตีฟรู้ว่าเขาอ่อนแอ ยึดติดอยู่กับอดีตและล้มเหลวในความพยายามที่จะก้าวออกมาจากอดีตของตัวเอง

แต่แซมก็บอกเขาว่ามันไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักเพราะเขาอยู่ใต้น้ำแข็งมานานเป็นเจ็ดสิบปีและตื่นขึ้นมาพบว่าทุกคนที่เขารักได้จากไปหมดแล้ว การพบว่าบัคกี้ยังมีชีวิตอยู่ก็เหมือนกับการตอบรับคำขอพรจากสตีฟ เพราะโทษตัวเองที่ปล่อยมือของอัลฟ่าอีกคนในวันนั้น เมื่อเรื่องราวของบัคกี้ถูกเปิดเผยออกมาสตีฟก็รับภารกิจทันที เขาพยายามที่ช่วยเหลือเพื่อนของเขาเหมือนที่บัคกี้เคยทำในตอนที่สตีฟยังอ่อนแอ

“ไงบัค” เสียงของสตีฟแหบห้าวและเขารู้สึกได้ถึงน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาและบัคกี้ไม่ได้ตอบสนองอะไร

“ฉันรู้ว่านายทำผิด แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจที่อยู่ข้างนายเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา” สตีฟถอนหายใจ

“ฉันแค่หวังว่าฉันได้ทำให้สิ่งที่ต่างจากตอนนั้นแล้ว”

ทุกสิ่งเงียบจนหน้าตกใจและสตีฟก็หวังว่าบัคกี้จะได้ยินเขา สตีฟยกมือข้างที่ถือรูปอัลตราซาวน์ของลูกชายขึ้นมาและอวดมันให้เพื่อนสนิทของเขาดู ลมหายใจของเขาสะดุดขณะที่น้ำตาร่วงลงมาจากตาของเขา

“ฉันกำลังจะได้เป็นพ่อคนบัค นายเชื่อหรือเปล่า?” สตีฟหันรูปกลับมาและมองมันอย่างรักใคร่

“เด็กชายตัวน้อย โทนี่ท้องได้ประมาณหกเดือนครึ่งแล้วตอนนี้” อัลฟ่าหนุ่มหยุดและเช็ดน้ำตา

“ฉันคิดมาตลอดว่านายคงจะเป็นเพียงครอบครัวเพียงคนเดียวของฉัน แต่โชคชะตา โชคชะตาช่างเล่นตลกกับเราเหลือเกินว่าไหม?”

“ฉัน... ฉันกำลังจะไปจากที่นี่เร็วๆนี้” สตีฟยอมรับความจริงในที่สุดและมันก็รู้สึกเหมือนกับว่าเขาทรยศเพื่อนของเขาโดยการพูดแบบนั้น

“โทนี่ต้องการฉันบัค... แต่นายรู้อะไรไหม? ที่จริงแล้วเป็นฉันต่างหากที่ต้องการโทนี่ มีใครบางคนบางทีอาจจะเป็นไฮดร้าหรือพวกโรคจิตที่พยายามจะพาพวกเขาไป เรารู้ดีว่าโทนี่สามารถทำอะไรได้บ้าง แต่ฉันเองต่างหากที่อยากจะกลับไปอยู่กับโทนี่เดี๋ยวนี้”

สตีฟหันไปมองรอบๆห้อง ใครสักคนอาจจะได้ยินเรื่องที่น่าขันนี้ และเขาก็หันกลับมามองเพื่อนของเขาก่อนจะพูดออกมาว่า

“ฉันจะไม่มีวันทิ้งนาย นายก็รู้ แต่ฉันคิดว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ฉันต้องคิดทบทวนใหม่ให้ดีว่าสิ่งไหนสำคัญมากกว่ากัน”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว