ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Spoils of a civil war [Stony] : Chapter 13

ชื่อตอน : Spoils of a civil war [Stony] : Chapter 13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2560 00:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Spoils of a civil war [Stony] : Chapter 13
แบบอักษร

​Chapter 13

“เอาล่ะบอกมาซะดีๆว่า นายเป็นใครและนายอะไรกับสตีฟ โรเจอร์สตัวจริงกันแน่?”

สตีฟแกล้งทำเป็นโมโหก่อนจะยิ้มออกมาขณะปิดสมุดวาดรูปของตัวเอง มองข้ามไหล่ไปเจอกับแซมที่ยืนผิงขอบประตูของออฟฟิศของเขาอยู่ เบต้าหนุ่มยิ้มขณะที่ส่ายหน้าไปด้วยเพาเพิ่งกลับมาจากในเมือง สตีฟกวักมือเรียกให้เขาเข้าในห้อง เบต้าหนุ่มทำตามอย่างเงียบๆและรอยยิ้มบนไม่หน้าก็ยังไม่หายไป แซมนั่งลงตรงข้ามกับสตีฟและเลิกคิ้วใส่อัลฟ่าหนุ่มพร้อมทั้งนั่งไขว้ห่างอย่างสบายอกสบายใจ

“ฉันเป็นสตีฟ โรเจอร์สตัวจริงแซม” สตีฟพูดและกัวเราะเบาๆ

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้กัน?”

“ไม่รู้สิพวก นายต่างหากที่ต้องบอกฉัน” แซมตอบกลับ

“ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะบ่นหรืออะไรหรอกนะ แต่นายยิ้มเหมือนคนโรคจิตอย่างนี้มาสองอาทิตย์แล้ว แล้วนายก็ไม่ยอมวางสมุดวาดรูปด้วย” แซมทำท่าทางไปที่สมุดวาดรูปที่อยู่ในมือของสตีฟก่อนจะพูดขึ้นมาอีกว่า

“อีกอย่างนายไม่ออกไปไหนเลย ไม่แม้กระทั่งจะออกไปปีนเขาอย่างที่นายชอบทำตั้งแต่ที่เรามาอยู่ที่นี่ เพราะงั้นบอกมาซะดีๆสตีฟ”

สตีฟทำแค่เพียงส่ายหน้าเท่านั้นขณะที่รอยยิ้มบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง ดวงตาของแซมสว่างไสวไปด้วยความอยากรู้และอัลฟ่าหนุ่มก็ไม่โทษแซมหรอกที่อยากรู้เรื่องนี้ หลังจากที่เคยเป็นสัปดาห์แห่งความตึงเครียดอยู่ๆบรรยากาศก็เปลี่ยนไปเสียเฉยๆ สตีฟไม่โทษพวกเขาหรอกที่อยากรู้ว่ามีเหตุผลอะไรซ่อนอยู่กันแน่

ถึงจะน่าอายไปหน่อยที่จู่ๆก็ยิ้มอย่างไม่มีสาเหตุแต่สตีฟก็อดยิ้มไม่ได้จริงๆ ความรู้สึกด้านลบทุกอย่างของเขาราวกับถูกถอนออกไปจากตัวของเขา ทำให้รู้สึกผ่อนคลายบ้าง ถึงจะพูดไม่ได้ว่าเขาถูกปลดปล่อยจากทุกอย่างก็เถอะ เพราะพระเจ้ารู้ดีว่าเขารู้สึกผิดแต่ไหน ละอายต่อตัวเองอย่างไร และเกลียดตัวเองมากเท่าไหร่ ความรู้สึกเหล่านั้นหยุดโจมตีไปชั่วขณะ ตอนนี้ตัวเขาท่วมท้นไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น

สมุดวาดรูปของเขาเหมือนเป็นเครื่องมือบอกความจริงของทุกสิ่ง มันมีแต่ภาพวาดและเกือบทั้งหมดเต็มไปด้วยรูปภรรยาของเขาเอง เขาวาดรูปโทนี่ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ขณะที่โทนี่ก้มหน้าง่วนกับโปรเจ็คของตัวเอง รูปของโทนี่ที่กินของที่ตัวเองอยากกินนั่งอยู่ข้างหน้าต่างกับแก้วกาแฟ สตีฟรู้ว่าโทนี่น่าจะจำกัดการดื่มกาแฟของตัวเองเหลือวันละหนึ่งแก้วเท่านั้น รูปต่อมาเป็นรูปที่หน้าท้องของโทนี่ยื่นออกมาในตอนที่ระยะเวลาการตั้งครรภ์อยู่ในช่วงเดือนที่สาม และภาพที่โทนี่ท้องโตแบกรับน้ำหนักของลูกชายของเขาเอาไว้

แต่ถึงอย่างนั้นสตีฟชอบวาดรูปโอเมก้าของเขานอนหลับอยู่ข้างกายเขา แขนเรียวนั้นโอบรอบท้องของตัวเองอย่างปกป้องและหวงแหนขณะที่ผ้าห่มกองอยู่ที่ขาเรียว นั้นสร้างความอ่อนแอในกับสตีฟเป็นอย่างมากเสียงในหัวของเขาคร่ำครวญด้วยความการที่อยากจะกลับบ้านเป็นบางครั้ง... ใช่ แค่บางครั้งเท่านั้นในตอนที่เขารู้สึกอ่อนแอ เขายังเสก็ตรูปเอาไว้ไม่เสร็จ เป็นภาพเขานอนช้อนกับภรรยาที่ตั้งครรภ์ของเขา เขายังลงลายละเอียดไม่เสร็จก็จริงแต่ถ้าใครเห็นก็สามารถบอกได้ว่าเป็นรูปอะไร และแค่เห็นก็ต้องรู้ว่าใครเป็นเจ้าของไหล่กว้างที่โอเมก้าหนุ่มกำลังซุกซบอยู่

คงเป็นเพราะความเป็นพ่อที่ใกล้เข้ามาถึงเรื่อยๆ สตีฟจึงไม่เห็นเหตุผลที่ต้องกลับเข้าไปในป่าเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ที่ถูกควบคุมเอาไว้ เขาเลยอยู่ในออฟฟิศแทน ในที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น เขาโทรหาโทนี่ติดครั้งหนึ่งในสองอาทิตย์ก่อน นับได้ว่าตัวเขาเองโชคดีที่อย่างน้องโทนี่ก็พูดกับเขา

และเป็นไปตามที่สตีฟบอกเอาไว้ นับตั้งแต่วันนั้นเขาก็โทรหาโทนี่ทุกวันและมีเพียงแค่ 10% เท่านั้นที่โทนี่รับสายด้วยการดุด่าและคำรามใส่

แต่ก็ดีแล้วนี่ สตีฟคิด

อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในไซบีเรียนั้นเขาจะไม่พูดถึงมันอีก เพราะสตีฟเสียใจที่ทำให้โทนี่ต้องเจ็บปวด เขามักจะฝันร้ายเสมอแม้จะลืมตาตื่นอยู่ก็ตาม

และในตอนนี้ โทนี่ก็กำชะตากรรมของเขาเอาไว้ในมือ โอเมก้าหนุ่มจะเป็นคนตัดสินใจว่าเขาควรจะอยู่หรือออกไปจากชีวิตของลูกชาย

“นายโอเคนะแคป?” แซมถามขึ้นมาและมันก็หยุดความคิดอันหดหู่ของสตีฟลง อัลฟ่าหนุ่มหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มอีกคนและส่งยิ้มที่หน้าสงสารไปให้พร้อมทั้งส่ายหน้า

“ขอทาด้วยนะแซม” สตีฟยิ้มน้อยๆลูบนิ้วไปบนสมุดวาดรูปอย่างอ่อนโยน ความเจ็บปวดกลับมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงรูปใหม่ที่วาดเสร็จไปแล้ว

“นายต้องการอะไรจากฉันหรือเปล่า?”

แซมจ้องไปที่เขาแทนที่จะตอบคำถาม อ่านสีหน้าของเขาราวกับว่ามีคำตอบอยู่บนนั้น สตีฟปล่อยให้เบต้าหนุ่มมีโอกาสหาคำตอบขณะที่เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ ยักไหล่ในอิริยาบถที่ไม่ใส่ใจนัก เบต้าหนุ่มพยักหน้าจากนั้นก็ยกมุมปากขึ้น และนั้นทำให้สตีฟรู้ว่าอะไรที่ตามที่เขาหาเจอนั้นทำให้เขามีความสุข

“จริงๆแล้วฉันแค่อยากจะออกไปเที่ยวกับนายน่ะนะ” แซมพูดและพิงพนักเก้าอี้แล้ววางแขนบนที่พักแขน

“มันนานแล้วจริงๆที่เราคุยกันแบบนี้เพื่อน และฉันก็คิดถึงมัน”

“ฉันรู้” สตีฟพยักหน้าขณะที่ความรู้สึกผิดพัดผ่านมาชั่วครู่ เขาไม่รู้เหมือนกันว่าก้มหน้าลงตอนไหนแต่เขาพบว่าเขากำลังมองสมุดวารูปอยู่ นิ้วมือต้องการจับดินสอขึ้นมาวาดรูป แต่เขากลับเงยหน้าขึ้นและพูดขึ้นมาว่า

“ฉันขอโทษนะแซมสำหรับทุกๆเรื่อง ฉันรู้สึกแย่อยู่พักใหญ่และ...” สตีฟยักไหล่และยิ้มอ่อนๆ

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันแค่ไม่รู้ว่า...”

“ฉันบอกฉันได้แคป นายก็รู้ใช่ไหม?” แซมถอนหายใจเบาๆ สายตาที่จ้องมองมายังสตีฟยังคงอ่อนโยน

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่ไซบีเรีย ก็ปล่อยในมันอยู่ในไซบีเรียถ้านายต้องการอย่างนั้น สตีฟฉันไม่ได้อยากสอดรู้สอดเห็น แต่ในความเห็นของผู้เชี่ยวชาญแล้ว ฉันขอให้นายพูดกับใครสักคนที่สามารถช่วยให้นายผ่านเรื่องที่เกิดขึ้นไปได้ พวกเราอยู่ที่นี่เพราะนายแคป เพราะพวกเราแคร์นาย”

“นี่เลยเวลาที่จะเข้าร่วมกลุ่มเพื่อบำบัดโรคหรือยัง?” เขาถามเสียงเบามองไปที่แซมตรงๆ อัลฟ่าหนุ่มรู้สึกขุ่นเคืองกับคำพูดของเบต้าหนุ่มก็จริง แต่เขาก็รู้ว่าเขาปล่อยเวลาที่ควรจะพูดเรื่องนี้มานานมากแล้ว และนี่เป็นเวลาที่ดีที่จะพูดถึงเรื่องของโทนี่

“ไม่หรอก” แซมตอบเสียงเบา

“การยอมรับสนธิสัญญาเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่โดยเฉพาะนาน ฉันจินตนาการไม่ออกหรอกว่าการที่ต้องแยกกับภรรยาเป็นยังไง และฉันก็ไม่อยากจะรู้ด้วย แต่ถ้านายต้องการใครสักคนเพื่อพูดถึงเรื่องแย่ๆของนายหรือเรื่องดีๆ ซึ่งมันไม่สำคัญหรอกว่าจะเป็นเรื่องไหน นายมาหาฉันได้ เข้าใจนะ?”

สตีฟรู้ว่าเขาควรบอกเรื่องนี้กับเพื่อนๆแทนที่จะนำมันออกห่างจากเพื่อนๆของเขา เขารู้ว่าเขาสามารถขอความช่วยเหลือจากพวกเขาได้แทนที่จะแบกเอาไว้เพียงคนเดียว เขาหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพวกเขาราวกับไม่มีพวกเขาอยู่ ในตอนนี้สตีฟสงสัยว่าเขาทำแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ? ในที่สุดเขาก็กัดฟัน

“ใช่...ใช่... นายพูดถูก” สตีฟถอนหายใจยาวและลูบหน้าตัวเองลวกๆด้วยมือที่สั่นเทา ส่ายหัวอย่างยอมแพ้ เขาก้มลงมองที่สมุดวาดรูปอีกครั้งอย่างเศร้าเสียใจ ก่อนจะค่อยๆยิ้มออกมา

สตีฟรู้ว่าเขาควรจะพูดบางอย่าง แต่อย่างไรก็ตามเขาก็กลัวที่ต้องพูดออกไป กลัวที่ต้องพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในไซบีเรียกับคนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้น

ไม่...มันไม่ใช่อย่างนั้น อัลฟ่าหนุ่มยิ้มอย่างชั่วร้าย

สตีฟไม่ได้กลัวจริงๆเสียหน่อย สตีฟแค่ละอายใจต่อตัวเองต่างหาก

เขารู้ว่าแซมจะไม่โทษเขาที่เขาเลือกบัคกี้แทนที่จะเลือกโทนี่อย่างที่สามีที่ดีควรทำ แต่การที่กระแทกโล่ลงบนหน้าอกของชุดเกราะของภรรยานั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และสตีฟก็ละอายเกินกว่าจะพูดไปว่าเขาปล่อยให้อารมณ์เข้าครอบงำตัวเอง อัลฟ่าหนุ่มรู้ว่าเขาควรจะพูดกับใครสักคน ขอความช่วยเรื่องเพื่อจัดการกับสิ่งที่อัดแน่นอยู่ข้างใน

อะไรที่ห้ามเขาเอาไว้กันนะ?

คงจะเป็นความคิดเก่าๆของคนยุค40 ทางที่ดีเขาควรจะไปหาจิตแพทย์ก่อนที่จะกลายเป็นบ้าไปจริงๆ

สตีฟถอนหายใจอีกครั้งหลับตาลงและประสานมือไว้ด้วยกัน เขารู้เรื่องปัญหาของตัวเองมานานแล้ว และเขาคิดว่านี่ก็ถึงเวลาแล้ว

“ยังไงก็ตาม...”

“นายเป็นผู้ให้คำปรึกษากับบรรดาทหารผ่านศึกใช่ไหม?” สตีฟมองไปทางเบต้าหนุ่มอย่างระมัดระวังและถอนหายใจยาวๆอีกครั้ง

“อีกอาชีพก็ใช่ล่ะ”

สตีฟชัดจังหวะแซมอย่างรวดเร็วก่อนที่เบต้าหนุ่มที่ถามคำถามอื่น ตอนเขาเงียบไป

“สาเหตุที่ฉันไม่พูดถึงไซบีเรียเพราะ... เพราะฉันเกือบจะเสียโทนี่ไปที่นั่น”

แซมปิดปากเงียบและเบิกตากว้างมองไปยังอัลฟ่าหนุ่มใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยตกใจ เบต้าหนุ่มดีดตัวขึ้นนั่งตัวตรงอย่างรวดเร็วและรออย่างอดทน รับรู้จากประสบการณ์ว่าควรจะเว้นระยะและไม่บังคับให้พูด เพราะเขากลัวว่าอัลฟ่าหนุ่มจะไม่พูดต่อ แซมมองไปที่สตีฟอย่างให้กำลังใจและก่อนที่สตีฟจะพูดต่อ เขาต้องกลืนน้ำดีขมๆที่ตีขึ้นมาบนคอของเขาลงไป

“ทุกคนชอบคิดว่ากัปตันอเมริกาไม่อาจจะเอาชนะได้ง่ายๆ เขาเป็นอัลฟ่าที่แสนจะสมบูรณ์แบบ คนที่ปกป้องโอเมก้าของตัวเองจากทุกอย่างบนโลกใบนี้” สตีฟส่ายหน้างอไหล่ลงขณะถูกดจมตีด้วยด้านมืด

“แต่ฉันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย”

“จะโทษที่พวกเขาคิดว่ากัปตันอเมริกาเป็นแบบนั้นไม่ได้หรอก ฉันเองก็โตมากับความเชื่อที่ว่ากัปตันอเมริกาเป็นอัลฟ่าที่จะไม่มีใครสามารถของเหนือกว่าเขาได้อีกแล้วเหมือนกัน” แซมพูดหลังจากที่หยุดไปชั่วขณะ ตอนนี้สตีฟกำลังต่อสู้กับความเกลียดชังที่ท้วมท้นอยู่ในตัวของเขาเอง

“แต่สตีฟ โรเจอร์สแตกต่างจากเรื่องพวกนั้นทั้งหมด เขาเป็นแค่มนุษย์เหมือนทุกคนบนโลกใบนี้ และนั้นก็หมายความว่าเขาย่อมทำเรื่องที่ผิดพลาดได้เหมือนกัน”

“นั้นเป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้สินะ?” สตีฟถามซุกซ่อนการพูดเหน็บแนมเอาไส้ในน้ำเสียงของเขา

“นายยังจะเรียกมันว่าความผิดพลาดอยู่อีกหรือเปล่า เมื่อนายปล่อยความรู้สึกให้ควบคุมนายและเกือบฆ่าภรรยาของตัวเอง คนที่นายอ้างว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา?”

“สตีฟ?”

สตีฟเงยหน้าขึ้นและหยิบสมุดวาดรูปของตัวเองขึ้นมา บางอย่างรวมกันเป็นก้อนอยู่ในลำคอของเขา มันไม่มีวันหายไปไม่ว่าจะกล้ำกลืนลงไปสักกี่ครั้งก็ตาม เขารู้สึกเหมือนติดอยู่กับที่ในขณะที่นิ้วก็กรีดไปตามหน้ากระดาษ เขาหายใจรัวเร็วในที่สุดก็หาหน้าที่ต้องการเจอ สตีฟเปิดสมุดวาดรูปและส่งให้แซมโดยไม่พูดอะไร

แซมก้มหน้ามองภาพบนสมุดของสตีฟ หายใจรุนแรงเมื่อเข้าใจแล้วว่าเขาเห็นอะไรอยู่ จากนั้นก็ตวัดสายตากลับไปมองสตีฟ

ภาพวาดภาพใหม่ของสตีฟเป็นฝันร้ายที่เขาหวนนึกถึงวันแล้ววันเล่า สายตาของโทนี่ เลือดและรอยฟกช้ำตอนที่ถอดหน้ากากออกนอนอยู่ใต้ร่างของเขา ความโกรธแค้นและการถูกทรยศแผดเผาอยู่ในดวงตาของโทนี่ เขาใส่รายละเอียดทั้งหมดลงไปในหน้ากระดาษ เส้นผม คิ้ว เฉดสีของรอยฟกช้ำ เขาและบัคกี้ต่างก็มีส่วนที่ต้องรับชอบในเรื่องนี้

และนั้นเป็นความเกลียดชังที่รุนแรงที่เขาเห็นก่อนจะกดโล่ลงไปบนตัวภรรยาของตัวเอง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว