ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Spoils of a civil war [Stony] : Chapter 7

ชื่อตอน : Spoils of a civil war [Stony] : Chapter 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2560 00:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Spoils of a civil war [Stony] : Chapter 7
แบบอักษร

​Chapter 7

สตีฟกำลังชกกระสอบทรายใบที่สามอยู่ตอนที่แซมเข้ามาในยิม แซมอยู่ในเสื้อยืดสีเทา กางเกงวอร์ม และรองเท้าผ้าใบ สตีฟพยักหน้าทักทายเบต้าหนุ่มที่ชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้วเป็นการตอบรับ ก่อนที่เขาจะแจกกำปั้นให้กระสอบทรายต่อไป สตีฟไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นเพราะเสียงของหมัดที่ตัดผ่านอากาศก่อนจะกระแทกลงบนกระสอบทราย ในตอนนี้เหงื่อของเขาออกมาเป็นถังๆ แต่เขาก็รู้ตัวเองดีว่ามันไม่อยู่ใกล้เคียงกับคำว่าเหนื่อยเลย

“ไง แคป!”

“มีอะไรแซม?” เขาไม่ได้ตั้งใจจะตะคอกใส่เลยสักนิด เบต้าหนุ่มสะดุ้งโหยง สตีฟรู้สึกว่าวันนี้เขาควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก

“ขอโทษนะ”

“ไม่ได้ตั้งใจจะทำหยาบคายแบบนั้นด้วย” สตีฟยักไหล่และพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“มีอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่เป็นไรหรอกแคป” แซมตอบแล้วส่ายหัวรัวๆ

“แค่กษัตริย์ทีชาล่าเรียกนายไปได้สักพักแล้ว แต่ฉันคิดว่านายกำลังยุ่งอยู่กับการต่อยกระสอบทรายพวกนั้น ต่อยไปกี่กระสอบแล้วล่ะวันนี้?”

มุมปากของสตีฟยกขึ้นเล็กน้อย มันทำให้แซมรู้สึกเหมือนกับว่าได้รับชัยชนะตอนที่ได้รับรอยยิ้มจากชายตรงหน้า มันไม่สำคัญหรอกว่ามันจะเป็นรอยยิ้มแบบใด ยิ้มก็ยิ้ม

“สาม” แซมหัวเราะขณะที่สตีฟหันไปที่ประตูและพบว่ากษัตริย์หนุ่มมองเขาอยู่อย่างตั้งใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงจังแบบที่ไม่ได้เห็นอีกเลยตั้งแต่เห็นมันครั้งสุดท้ายที่เยอรมนี

“ฝ่าบาทมีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ?” ทีชาล่ายิ้มให้เป็นการตอบรับ ขณะที่ดวงตาคู่นั้นยังดูเอาจริงเอาจังเหมือนเดิม ก่อนจะพูดขึ้นมา

“กัปตันบางครั้งผมก็รู้สึกสงสัยเหมือนกันว่าถ้างานอดิเรกของคุณคือการทำลายกระสอบทรายทุกอันที่คุณชกเป็นการแสดงความขอบคุณแล้วล่ะก็ ผมว่าคุณคงมีความสุขดีอย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ”

“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ แต่ถ้ามันจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะก็ ปกติผมจะทำกระสอบทรายแตกอย่างน้อยหกไปตอนอยู่ที่...” สตีฟเงียบไปสักพักขณะที่รอยยิ้มค่อยๆเลื่อนหายไป หัวใจเจ็บปวดจากความอ้างว้าง ขณะที่คำพูดยังคงติดค้างอยู่บนลิ้นของเขา

“บ้าน ตอนอยู่ที่บ้าน” เขาพูดออกมาอย่างชัดเจนด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ถ้ามันไม่สั่นเสียก่อนตอนที่เขาพูดออกมาอ่ะนะ

“ผมเข้าใจ กัปตันผมนับดูแล้วและโชคดีที่วันนี้คุณทำมันพังไปแค่สามกระสอบ” ทีชาล่ายิ้มให้ด้วยท่าทางเป็นมิตร และหยอกล้อสตีฟเล็กน้อย

“ยังไงซะ ผมอยากจะคุยอะไรสักเล็กน้อยกับคุณวันนี้ คุณว่างหรือเปล่า?”

“ครับ คุณอยากคุยที่นี่เลยหรือเปล่าครับ?” อัลฟ่าหนุ่มอีกคนส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธและมันก็ทำให้สตีฟรู้สึกงุนงง

“มีอะไรผิดปกติอย่างนั้นหรือครับ? เกิดอะ...” เสียงของสตีฟขาดหายไปแต่ทีชาล่าก็เข้าใจว่าคำถามนั้นหมายถึงใคร

“คุณมีแขกรอคุณอยู่ที่ออฟฟิศของคุณกัปตัน” เขาตอบและตอนที่กำลังจะเดินออกไปก็หันไปพยักหน้าให้แซม

“พวกเราจะรอคุณอยู่ที่นั้น”

สตีฟพยักหน้ารับแม้จะรู้ว่าทีชาล่าจะไม่เห็นก็ตาม เขาอดจินตนาการไม่ได้ว่าภรรยาของเขายืนอยู่ในนั้นและรอเขาอยู่

น่าสมเพชชะมัดสตีฟคิดและส่ายหน้า

เขาหยิบข้าวของของตัวเองและเดินตรงไปหาแซมที่วิ่งอยู่บนลู่วิ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นขอไฮไฟว์ขณะเดียวกันก็เอ่ยขอโทษเบต้าหนุ่ม แซมรับคำขอโทษอย่างไม่ลังเล มันทำให้สตีฟผ่อนคลายลงมากและอัลฟ่าหนุ่มเองก็ทำท่าทางบอกเป็นนัยๆว่าเขาจะกลับที่ห้องของเขาเพื่ออาบน้ำ

สตีฟอยู่กลางทางที่จะกลับไปที่ห้องของเขา ตอนนั้นเขานึกขึ้นมาได้ว่าเขายังไม่ได้ส่งข้อความถึงภรรยาเลยวันนี้ เขารู้ว่าไม่ควรจะทำแบบนี้ แต่พูดตรงๆสตีฟไม่อาจจะอยู่เฉยๆได้อีกต่อไปหลังจากเขาสามารถโทรหาโทนี่ติดครั้งหนึ่ง

เขาเข้าไปในห้องรีบและเร่งตรงไปอาบน้ำ สตีฟหวังที่จะชะล้างความโสกเศร้าของเขาด้วยการอาบน้ำอุ่น ต้องขอบคุณเป็นอย่างมันที่มันช่วยได้ จากนั้นสิ่งที่เขาต้องทำคือไปที่ออฟฟิศของเขาที่อยู่ชั้นบน เขาเคยชินกับการเคลื่อนไหวแบบทหารจึงใช้บันได้แทน ขายาวๆของเขาพาเขาตรงไปที่ประตูที่ดูคุ้นเคย เขาบิดลูกบิดก่อนจะเห็นใบหน้าที่แสนคุ้นเคยที่ไม่ได้เห็นมานาน

“นาตาชา” เขาทักอัลฟ่าสาวผมแดง ปิดประตูและกางแขนออกเพื่อกอดทักทาย

“สตีฟ” เธอผละออกมาพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น

“ดีใจนะที่ได้เจอคุณ รู้สึกเป็นยังไงบ้างที่ได้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับกฎหมาย?”

“โดดเดี่ยว คุณล่ะ?” สตีฟหันไปมองทีชาล่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่าง มองไปด้านนอกและมอบความเป็นส่วนตัวให้พวกเขา

“ไม่เจอคุณตั้งนาน คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าแนทที่ช่วยพวกเราตอนที่อยู่เยอรมัน?”

“ถ้าฉันมีปัญหาจริงๆคุณคงต้องช่วยฉันแหกคุกออกมาจากเดอะรัทด้วยเหมือนกัน” เธอยิ้มอย่างหยอกล้อ ตอนนั้นเองเขาก็นึกถึงสีหน้าเจ็บปวดที่แสนจะคุ้นเคย มันทำให้หน้าอกของเขาเจ็บปวดอย่างรุนแรงบริเวณที่หัวใจของเขาเต้นอยู่

“เอ่อ...ผมก็ดีใจที่ได้เจอคุณหลังจากเรื่องยุ่งๆนั้น” สตีฟเดินตรงไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเขาก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับอัลฟ่าอีกสองคน

“ทำไมพวกเราไม่นั่งลงแล้วคุณก็ค่อยเล่าเรื่องของคุณในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาให้ผมฟังล่ะ เรื่องของคุณน่ะเอาจริงๆแล้วผมก็ไม่ค่อยเข้าใจมากหรอก” เขาหัวเราะน้อยๆ นาตาชาพยักหน้าและขยับไปนั่งตรงข้ามกับโต๊ะของสตีฟ ส่วนอีกคนยังคงยืนอยู่ที่เดิม

“กษัตริย์ทีชาล่า?”

“ไม่ต้องสนใจผมหรอกกัปตัน ผมอยากจะเหยียดขาบ้างน่ะ” มีชาล่าตอบพลางส่ายหน้า

“ตอนอยู่บนเครื่องบินมันเหมื่อยเอาการเลยล่ะ”

“ก็ได้ครับถ้าคุณว่าอย่างนั้น” สตีฟบอกโดยเก็บซ่อนความสงสัยเอาไว้ เขาหันความสนใจไปที่นาตาชาและพบว่าอัลฟ่าสาวกำลังมองเขาอย่างพิจารณา

“แนท?”

“คุณไม่ได้นอนหลับเต็มอิ่มเท่าไหร่ใช่ไหม?” เธอถามเสียงทื่อ สตีฟตัวแข็งและขมวดคิ้วใส่เธอ เขากำลังจะขยับริมฝีปากแต่เธอก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

“ฉันเจอโทนี่เมื่อวันก่อน”

สตีฟเลิกคิ้วขึ้นและหัวใจของเขาแทบจะทะลุออกมาจากอกขณะที่เขาจ้องหน้านาตาชาและทีชาล่า อีกคนยังคงไม่ตอบสนองและเอาแต่มองออกไปที่นอกหน้าต่าง มือไขว้กันที่ด้านหลัง แต่สีหน้ากลับฉาบไปด้วยความเครียด เมื่อสตีฟหันกลับมามองที่นาตาชาเขาก็พบว่าสีหน้าของเธอนั้นว่างเปล่าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เขาไม่ชอบเลยที่เธอเป็นแบบนี้ เพราะนั้นมันหมายความว่าเขาจะไม่ได้รับข้อมูลใดๆจากเธอมากไปกว่านี้อีกแล้ว มันทำให้หงุดหงิดจริงๆ และสตีฟก็ทำโง่ๆเมื่อเธอพูดถึงโทนี่

“ยังไง...” สตีฟกระแอม ทำเป็นไม่ใส่ใจสันกรามที่บดกันแน่น

“เขาเป็นยังไงบ้าง? สบายดีหรือเปล่า? นอนหลับเต็มอิ่มไหม? กินอิ่มหรือเปล่า?”

“เขาดูแลตัวเองเป็นอย่างดีสตีฟ” เธอพูดอย่างนุ่มนวล

“อันที่จริงเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องมาอยู่ที่นี่”

“เกิดอะไรขึ้น”

“เขาแอบมาพบพวกเราขณะที่เรากำลังปรึกษากันเรื่องเนื้อหาของสนธิสัญญาอยู่ เขาแวะมาไม่นาน แถมฉันเองก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลยตั้งแต่โรดี้ตกลงมาและเขาบอกฉันว่า เขาต้องการเป็นอิสระจากรอส”

“รอส? รัฐมนตรีกลาโหม?” นาตาชาพยักหน้า

“ทำไมล่ะ? เป็นเพราะผมเหรอ?”

“ก็ใช่บางส่วน” เธอทำปากยื่นเล็กน้อยก่อนจะสูดลมหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง

“ฉันซ่อนตัวอยู่ในที่ลับสักพักเพื่อหาข้อมูลก่อนจะกลับออกมา แต่กลับมีรายงานที่ไม่สามารถเข้าดูได้เกี่ยวกับไซบีเรีย ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั้น” เธอมองสตีฟอย่างต้องการคำตอบแต่เขาปฏิเสธที่จะพูดถึงมัน

“แต่ที่นั้นมันยุ่งเหยิงมาก”

จากหางตาสตีฟเห็นว่าทีชาล่าเองก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทีชาล่านิ่งเงียบมาตลอดขณะที่นาตาชาเองก็พูดอย่างกำกวม เขาอยากจะถามเกี่ยวกับโทนี่มากกว่านี้ ไม่รู้ว่ารู้หรือไม่สตีฟก็ทำดีที่สุดแล้วที่ไซบีเรียนั้น (ด้วยการสับโล่ลงหน้าอกลูกสาวฉันอ่ะนะบอกว่าแกทำดีที่สุดแล้วอิแคป?) อย่างไรก็ตามสตีฟก็รู้ว่านี่มันต้องเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ เพราะภรรยาของเขายอมกลืนความทะนงตนเพื่อไปพบนาตาชา

“ฉันรู้ว่ามันขึ้นอยู่กับบางอย่างและเมื่อโทนี่แสดงสิ่งนั้นออกมาทุกอย่างเลยเข้าใจได้อย่างชัดเจน” เธอเคลื่อนตัวและโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย ไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ตามเธอดูเครียดและโกรธไม่น้อย

“สตีฟหลังจากการทดลองเซรุ่มนั้นกับคุณ รอสเป็นหนึ่งในผู้ออกทุนให้กับแบนเนอร์ทำการวิจัยคุณจำได้ใช่ไหม? แต่สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดนั้น นี่เป็นโอกาสที่รอสจะใช้โทนี่เพื่อล่อคุณออกไป”

มันเหมือนลมหายใจของเขาติดขัดอยู่หลายนาที หัวใจของเขาคล้ายจะหยุดเต็ม อ้าปากค้างและเบิกตากว้าง

“ผมต้องกลับไปเดี๋ยวนี้ โทนี่ต้องการผม” เขาพูดเมื่อทุกอย่างซึมเข้าไปในหัวจนหมด และลุกขึ้นทันทีตรงไปที่ประตู สตีฟต้องเก็บของที่จำเป็นและจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวแรกไปนิวยอร์ก ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่ามีชาล่ามีเครื่องบิน ดังนั้นเขาจึงหยุดเพื่อถามกษัตริย์หนุ่ม

“ฝ่าบาท คุณช่วยไปส่งผมที่นิวยอร์กได้หรือเปล่าครับ?”

อัลฟ่าผิวเข้มจ้องหน้าเขาและสตีฟก็รู้สึกร้อนใจไม่น้อย ขณะที่เขากำลังจะถามอีกครั้งนั้นทีชาล่าก็พูดออกมาว่า

“ไม่ได้”

“อะไรนะ?” สตีฟประหลาดใจมาก

“กัปตัน...”

สตีฟพูดแทรกอย่างเกรี้ยวกราด คำรามอย่างสิ้นหวัง ปลดปล่อยความต้องการและความเศร้าทั้งหมดออกมา เมื่อเขาไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป

“ภรรยาของผม ต้องการผม ผมต้องกลับไปที่นั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่...”

ทีชาล่าก้าวมาด้านหน้าและทันใดนั้นสตีฟก็พบว่าตัวเองถูกกดติดกับผนังปูนด้านหน้าของเขา ทีชาล่าบิดแขนของเขาข้างหนึ่งไว้ที่ด้านหลังของเขา สตีฟรู้ดีว่าเขาสามารถผลักกษัตริย์หนุ่มออกไปได้อย่างง่ายดาย เพราะอัลฟ่าหนุ่มอีกคนไม่ได้มีพละกำลังเทียบเท่ากับเขา แต่สมองของเขาสับสนวุ่นวาย มันเต็มไปด้วยคำว่า

โทนี่ต้องการผม ผมต้องกลับไปหาโทนี่ โทนี่กำลังมีปัญญา

“ปล่อยผม!”

“ใจเย็นๆและคิดสักหน่อยกัปตัน!” ทีชาล่าตะคอกและจับสตีฟแน่นขึ้น

“ภรรยาของคุณเป็นไอรอนแมนสมชื่อของเขาเอง อย่าให้ผมต้องบอกว่าเขาสามารถปกป้องตัวเองได้ดีแค่ไหน! คุณน่าจะรู้ดีกว่าใครทั้งหมดเกี่ยวกับภรรยาของคุณเอง! อย่าทึกทักเอาเองว่าเขาเป็นโอเมก้าที่แสนจะอ่อนแอช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เพราะผมเคยต่อสู้ของเคียงข้างเขาและผมรู้ว่ามันยากแค่ไหนที่จะคว่ำเขาลงไปได้!!”

คำพูดเหล่านั้นเสมือนมีมือใหญ่ตบลงบนหน้าของสตีฟ

“เชื่อผมเวลาที่ผมพูดกัปตัน” ทีชาล่ายืนยันและจับจ้องท่าทางของสตีฟ ขณะที่น้ำตาจำนวนมากมายนับไปถ้วนร่วงลงจากดวงตาของสตีฟ ท่ามกลางความรู้สึกผิดและเสียใจที่อัดแน่นอยู่ในอกของเขา

“คุณอาจจะเป็นผู้เข้าแข่งขันที่เก่งกล้าสามารถคนหนึ่งกัปตัน แต่ว่าภรรยาของคุณกลับอยู่ใกล้เส้นชัยมากกว่าคุณถึงสองก้าว”

ทีชาล่ามองเขาสักพักก่อนจะปล่อยสตีฟ ร่างแกร่งยืนอย่างไม่มั่นคงนัก จากนั้นทีชาล่าก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว