ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Spoils of a civil war [Stony] : Chapter 5

ชื่อตอน : Spoils of a civil war [Stony] : Chapter 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2560 00:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Spoils of a civil war [Stony] : Chapter 5
แบบอักษร

​Chapter 5

    ผมคิดถึงคุณทุกวันเลย

     โทนี่สาบานได้เลยว่าเขามันโคตรจะมาโซคิสม์ เขาไม่ควรทำแบบนี้ ไม่ควรให้ความหวังกับตัวเอง นรกเถอะ!! เขาไม่ควรอ่านข้อความของสามีที่ส่งมาในวันนี้เลย

     นับตั้งแต่วันนั้นสตีฟจะส่งข้อความสั้นๆมาหาเขา

     เวลาส่วนใหญ่โทนี่จะปิดโทรศัพท์เอาไว้ แต่เมื่อไม่นานมานี้เขาพบว่าตัวเองเปิดมันเอาไว้เพื่อที่จะดูว่า สตีฟจะส่งอะไรมาให้ขา ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวก ผมรักคุณ ผมขอโทษและ ผมคิดถึงคุณโทนี่มองโทรศัพท์อย่างไร้ความรู้สึก ปรารถนาให้สามีของตัวเองจมอยู่ในโลกของความเจ็บปวด ถึงอย่างไรก็ตามวันนี้คงไม่ใช่วันที่ดีเท่าไหร่ไหร่ เมื่อโทนี่พบว่าตัวเองขดตัวเป็นลูกบอลและร้องไห้หนักมากกก จนกระทั่งหลับไป

     [เจ้านายคะ คุณพอตส์อยู่ในลิฟต์ค่ะ] ฟรายเดย์รายงานเขา มันทำให้เขาตกใจจนโทรศัพท์ร่วงลงบนตัก

     เขารีบหยิบโทรศัพท์ที่หล่นขึ้นมาวาง แล้วโยนหมอนกองซ้อนทับเอาไว้ที่ด้านหลังของเขาบ่นเล็กน้อยที่ดันเลือกใส่กางเกงวอร์มที่ไม่มีกระเป๋า จริงจังนะเรื่องนี้เนี่ย นี่เขาไปซื้อมันมาจากที่ไหนกันฟร่ะ!!?

     "บอกเธอว่าฉันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ที่รัก"

     โทนี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาล่ะสงสัยจริงๆนะว่าเปปเปอร์มีญาณทิพย์เหมือนเจนญาณทิพย์หรือเปล่า ไม่ใช่เพราะเธอทำหน้าที่ CEO ของสตาร์คอินดัสเทรียลได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะมีผีบอกหรอกนะ แต่เป็นเพราะเธอมีความสามารถซึ่งก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่า เธอรู้ได้ยังไงว่าเขากำลังทำเรื่องไม่ดีหรือกำลังรู้สึกแย่อยู่ แถมเธอยังบอกได้ด้วยว่าเขากำลังโกหกอยู่เพียงแค่มองหน้าเขาเท่านั้นเอง

     เปปเปอร์ พอตส์ กับการแต่งกายที่แสนจะสมบูรณ์แบบ เข้ากับเส้นผมสีแดงและรองเท้าส้นสูงราคาแพง ออกมาจากลิฟต์และดูเหมือนเธออยากจะฆ่าเขาด้วยมือเปล่าถ้าเธอทำได้ แถมเธอยังดูกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าเขาจะดูแลตัวเองดีหรือเปล่า เบต้าสาวเคลื่อนไหวด้วยท่าทางสง่างามและมันก็ดูดึงดูดไม่น้อย จากนั้นเธอก็ทรุดตัวลงนั่งข้างโทนี่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นรวม เตะรองเท้าส้นสูงออก หยิบถุงมันฝรั่งทอดที่ยังไม่ได้แกะข้างๆโอเมก้าหนุ่มขึ้นมา

     "เอ่อ...ไงเปปเปอร์โร" โทนี่เลิกคิ้วใส่เมื่อเธอพ่นลมออกจากจมูกด้วยท่าทางไม่เป็นกุลสตรีเอาเสียเลย และกัดแผ่นมันฝรั่งทอด

     "บอกผมหน่อยสิว่าทำไมคุณถึงมาหาผมแบบกะทันหัน?" เขากระแอมเมื่อเปปเปอร์ไม่ตอบคำถามและใช้หลังมือเช็ดบอกก่อนจะพูดต่อ

     "ผมสัญญากับป๊าของธอร์ไว้แล้วว่าจะเป็นโอเมก้าที่ดีทั้งวัน แต่ถึงแบบนั้นผมก็ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ"

     "โทนี่" เปปเปอร์พูดอย่างไม่เห็นด้วย มุมปากของเธอเม้มแน่นขณะที่เธอหันมามองโทนี่แต่ก็ไม่ได้สนใจเขาเลย โทนี่ยกมือขึ้นโบกไปมาตรงหน้าของเธอ เธอกำลังหายใจเข้าและออกเพื่อผ่อนคลายความเครียด

     "เฮ เปป เกิดอะไรขึ้น?" มือเรียวลดลงมาลูบหน้าท้องตัวเองขณะที่เปปเปอร์มองเขาเงียบๆ

     เธอรู้สถานการณ์ของโทนี่และมันช่างลำบากใจเหลือเกินที่จะเริ่ม พูดตรงๆแล้วเธอก็เป็นอีกคนที่อยู่กับโทนี่ในระหว่างที่เขารอคลอดลูกคนแรก คอยดูแลตรวจเช็คสุขภาพ เขียนโน้ตเรื่องอาหารการกินให้โทนี่ เตรียมพวกวิตามินหรืออาหารเสริม และได้เห็นความเจ็บปวดทั้งหมดที่โทนี่ต้องแบกรับมันเอาไว้ เธอมั่นใจอย่างสุดๆว่า โทนี่มีอาการเจ็บป่วยทางจิตใจเป็นอาทิตย์หลังจากการตรวจสุขภาพครั้งก่อน และเธอก็ไม่ต้องการให้เขาเป็นแบบนั้นอีก

     นั้นเพื่อให้โทนี่มีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์ที่สุดขณะตั้งครรภ์

     เปปเปอร์ลุกขึ้นนั่งตัวตรงวางถุงมันฝรั่งลงบนโต๊ะ เช็ดนิ้วทิชชู่เปียกซึ่งไม่รู้ว่าไปเอามาทางที่ไหน เธอฝืนยิ้มให้โทนี่ก่อนจะหุบยิ้ม โทนี่รู้ว่ามีบางอย่างที่สำคัญมากจึงทำให้เธอมีท่าทีเหล่านั้น

     "หุ้นร่วงกราวอีกแล้วเหรอ? อยากให้ผมกลับไปทำวิจัยและพัฒนาอีกหรือเปล่า?" เขาถามพลางเอามันฝรั่งเข้าปาก

     "ซีเรียสนะเนี่ย บอกผมเร็วเลยเปป" เธอหันมามองโทนี่ เปปเปอร์ดูเหมือนถูกบังคับให้กินเศษแก้วเข้าไป แต่ปัญหาอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นโทนี่ยินดีที่จะยอมรับมัน

     "โทนี่รอสเริ่มทำอะไรไม่ชอบมาพากล"

     หัวใจของโทนี่แทบจะหยุดเต้น นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยสักนิด ไม่ๆมันโคตรจะแย่เลยต่างหาก นี่มันต่างจากที่เขาคาดเอาไว้มากเลย เอาตรงๆหุ้นตกยังฟังดูน่ารักกว่าเยอะ เพราะในตอนนี้เขาไม่อาจทำให้ตาแก่นั้นสงสัยได้ ไม่ใช่ในตอนที่สตีฟยังไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในสภาวะแบบไหน

     "คุณ คุณรู้ไหมว่าทำไม? เพราะเราทำอะไรให้เขาสังเกตเห็นหรือ เปป เขาฉลาดนะแต่ก็ไม่ได้ฉลาดเหมือนผม แล้ว..." โทนี่ชักจะเลอะเทอะเพราะความวิตกกังวล

     "เขามาหาโดยไม่แจ้ง โทนี่ เขาต้องการคุยกับคุณ เพราะเขาไม่สามารถติดต่อคุณได้เลยตั้งแต่ที่สตีฟไปช่วยทุกคนออกมาจากเดอะรัท และเขาสงสัยว่าคุณรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย" เปปเปอร์บอกก่อนจะพูดต่ออย่างรวดเร็ว

     "แน่นอนว่าเรื่องนี้คุณไม่เกี่ยว แต่เอ่อ... เขาคิดว่าคุณต้องมีของบางอย่างที่จะช่วยลากสตีฟออกมาจากที่ซ่อนได้"

     โทนี่รู้ดีว่ารอสมักจะเคลื่อนไหวอย่างรอบคอบเสมอ ตั้งแต่เรื่องของบรูซ เขากระหายในพลังของเหล่ามนุษย์ทดลองโดยอาศัยช่องโหว่ของสนธิสัญญาในการดำเนินการ ในขณะที่ตัวโทนี่เองก็อ่านอย่างละเอียดและพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วก็จะลงนามในนั้น

     ที่จริงแล้วอะไรเอ่ยที่รอสยังไม่ได้บอกกับชาวโลกน่ะเหรอ? เฉลยก็ได้ เขาต้องการความลับที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวกัปตันอเมริกาไงล่ะ เซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์นั้น มันเป็นหลักฐานยืนยันความผิดพลาดของบรูซที่ทำให้เกิดฮัลค์ขึ้นมา มีรายงานมากมายที่ไม่ได้ระบุหัวเรื่องของรอสที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อแก้ไขและชะล้างเรื่องการทดลองของบรูซ ที่จริงยังมีเซรุ่มที่เหลืออยู่อยู่ในการครอบครองของพ่อโทนี่ และในตอนนี้โทนี่ก็กำลังตั้งท้องลูกของสตีฟ มีความเป็นไปได้สูงที่เด็กจะเกิดจากซุปเปอร์โซลเยอร์ รอสจะต้องน้ำลายไหลเเน่ๆเมื่อมีโอกาสที่จะพาลูกไปจากโทนี่

     ถ้ารอสรู้เรื่องนี้ล่ะก็ เอาต้องแพร่ข่าวออกไปเพื่อล่อให้ซุปเปอร์โซลเยอร์ตัวต้นแบบออกมาจากที่ซ่อน เข้าจับกุมและทำการทดลองเพื่อเปรียบเทียบผลการทดลองกับลูกของโทนี่

     "เวรแล้วไง!!" โทนี่ลุกจากโซฟาและเดินกลับไปกลับมา ขมวดคิ้วแน่น เขาหันไปมองเปปเปอร์และพบว่าเธอดูเป็นกังวลไม่น้อย ดวงตาของเธอเคลื่อนที่จากดวงตาของเขาลงไปที่หน้าท้อง และโทนี่...ใช่โทนี่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร

     "โทนี่" เปปเปอร์พูดและลุกขึ้นยืนช้าๆวางมือลงบนไหล่ของเขาเบาๆ

     "ฉันพยายามที่จะกันรอสออกจากพวกเราแล้ว โทนี่ในสนธิสัญญาตามข้อปฏิบัติแล้วสามารถเจรจาต่อรองได้ใหม่ โดยมีคนกลาง และนาตาชาเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ก็ต้อง...โทนี่คุณต้องบอกเขา"

     ความเจ็บปวดคืบคลานผ่านไปทั่วร่างของโทนี่เพราะคำพูดของเปปเปอร์ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนติดอยู่ในที่ที่ไม่มีทางออกเหมือนตอนที่อยู่ที่อัฟกานิสถานอีกครั้ง มีเพียงแค่ชุดเกราะเท่านั้นที่จะพาเขาออกไปได้

     "บอกเขาไปแล้วจะช่วยอะไรใครได้ เปปเปอร์ เขาจะกลับมาก็จริง แต่คุณก็รู้ว่าพวกนั้นจะเขาจับกุมเขาทันทีย่ำเท้าเข้ามาในอเมริกา ผมยอมรับว่าผมเกลียดผู้ชายคนนั้น และผมก็เบื่อเหลือเกินกับการที่ต้องยัดคนรักของเทพีเสรีภาพเข้าไปในเดอะรัท ที่นั่นมันไร้มนุษยธรรม แล้วสำหรับคู่สามีภรรยาพวกเรา..." เขาพูดเรื่อยเปื่อยและเปปเปอร์ก็รู้ดีเพราะเธอเองก็อยู่ด้วยในช่วงเวลาเหล่านั้น เธอใช้มือเรียวปิดปากของโทนี่เอาไว้ ปลอบใจเขาและบอกอย่างใจเย็น

     "เขาต้องรู้โทนี่ อย่างน้อยเขาก็เป็นอีกคนทำให้เรื่องนี้ยุติลงได้" เธอมองโทนี่อย่างค้นหา ยิ้มให้เขาน้อยๆก่อนจะลดมือลงช้าๆ

     "คุณกับฉันเราทั้งคู่ต่างก็รู้ดีว่าคุณไม่ได้เกลียดเขา จริงอยู่เขาไม่สมควรได้รับกอดต้อนรับตอนที่กลับมา แต่สตีฟทำให้คุณมีความสุข และฉันไม่เคยเห็นคุณมีความสุขอีกเลยนับตั้งแต่ก่อนวันที่เขาจะไปลากอส"

     "เขาจะทำร้ายพวกเราอีกเปปเปอร์ และผมไม่อยากจะเสี่ยง" โทนี่ลดสายตาลงก่อนจะส่ายหัว เขาเดินตรงไปหยิบโทรศัพท์ออกมาจากที่ซ่อนและวางลงบนตัก จะไม่ยอมนอนลงร้องไห้เหมือนครั้งที่ผ่านมาอีกแล้ว

     "ฉันเชื่อว่าเขาจะพยายามทำให้สำเร็จ และเขาจะไม่มีวันทำร้ายคุณ ฉันเชื่อแบบนั้น" โอเมก้าหนุ่มหยุดขณะที่เดินตรงไปที่ลิฟต์และหันกลับมามองเบต้าสาว

     "ฉันไม่ได้จะให้คุณยกโทษให้เขา จริงอยู่ฉันอยากให้คุณทำให้เขาเสียใจจากทุกเรื่องที่เขาได้ทำลงไป แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของคุณสองคนอีกต่อแล้ว"

     "สตีฟเป็นคนดี และเขาก็ได้เลือกในสิ่งที่เขาจะทำไปแล้ว ฉันรู้ว่านั้นมันเป็นอะไรที่เขาเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง"

     "ใช่...เชื่อในเรื่องเวรๆพวกนั้น" โทนี่เย้ยหยัน แต่ก็รู้สึกขอบคุณที่เปปเปอร์ไม่ได้สังเกตเห็นว่าเขาประชด เพราะโทนี่ไม่ต้องการทำร้ายความรู้สึกของเธอ แค่เพียงเพราะว่าเขาเองก็เจ็บปวด

     ประตูลิฟต์เปิดออกโทนี่ก้าวเข้าไปด้านใน เปปเปอร์ถอยห่างออกมาจากเขาเล็กน้อยและมองไปเขาโดยที่เต็มไปด้วยความกังวลและเสียใจ โทนี่เกลียดที่เธอเป็นแบบนี้ เขาคุ้นเคยกับภาพหญิงสาวที่มักจะฉุนเฉียวเวลาที่เขาทำเรื่องบ้าๆมากกว่า

     "รอสจะไล่ตามเด็กคนนี้โทนี่ มันคงจะดีกว่านี้ถ้าอย่างน้อยมีคนช่วยปกป้องคุณ" เมื่อประตูปิดลงโทนี่ก็โซเซไปด้านหลังก่อนจะจับราวในลิฟต์เอาไว้แน่น เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลับตาและอธิษฐานขอให้วันนี้ไม่มีเรื่องร้ายๆเข้ามาอีกแล้ว

     เขาย้ายมือไปที่หน้าท้องของตัวเองตอนนั้นเองโทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมา มันทำให้หัวใจของโทนี่เต้นรัว สตีฟจะส่งข้อความมาเพียงวันล่ะข้อความเท่านั้น และมันเป็นไปได้ว่ามันจะเป็นเรื่องร้ายๆในครั้งที่สองของวันนี้ เขาส่งข้อความมาสองข้อความบ้างในบางครั้ง บางทีมันก็ทำให้โทนี่สงสัยนะว่าถ้าเรื่องความผูกพันจนถึงขั้นจิตวิญญาณอะไรนั้นมีจริงแบบในนิทาน สตีฟก็คงเป็นคนประเภทนั่นแหละ

     นี่มันใช่เวลามาคิดอะไรแบบนี้ไหมเนี่ย โทนี่คิด

     เขากดปุ่มเปิดอย่างชำนาญและอ่านข้อความของสตีฟ หัวใจของเขาแตกสลายจากความเครียดทั้งหมดที่ถาโถมเข้าใส่เมื่อไม่นานมานี้ โทนี่กดปุ่มกลับไปที่หน้าจอหลักและหายใจเข้า-ออกลึกๆ ความคิดวิ่งวุ่นไม่หยุดก่อนจะสงบลงเมื่อลิฟต์หยุด ประตูเปิดออกโทนี่เดินออกมาเเละเขาดูว่างเปล่าราวกับผ้าใบที่ยังไม่ได้ลงสี

     ผมอยากกลับบ้านไปหาคุณ

     โทนี่คงจะต้องตัดสินใจ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว