ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Living Scared , Loving Hard : Loving hard [Bucky x Tony]

ชื่อตอน : Living Scared , Loving Hard : Loving hard [Bucky x Tony]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2560 00:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Living Scared , Loving Hard : Loving hard [Bucky x Tony]
แบบอักษร

Paring :  James 'Bucky' Buchanan Barnes x Anthony Edward Stark 

Rate and  Gen : Drama / Romance

Written by : skaternaut

Transalate from English Version by : P.Soltz

Follow English Version here: http://archiveofourown.org/works/2498108/chapters/5545418

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Chapter 2 Loving Hard

          พวกเขายืนนิ่งอยู่สักพักหลังจากบัคกี้พูดออกมาเป็นครั้งแรกในรอบเดือน จนตัวบัคกี้เองก็เกือบจะลืมเสียงของตัวเองไปแล้วมาเป็นอย่างไร

     "โทนี่"

     "ว่าไงเจมส์"

     "พวกเราไปหาอะไรกินกันดีไหม? ฉันหิวแล้ว"

     "เอาสิ ฉันรู้จักที่ดีๆที่จะกินอาหารดีๆตอนห้าทุ่มครึ่งได้ ไปกันเถอะ"

     พวกเขาหยิบเสื้อแขนยาวของพวกเขาและเข้าไปในลิฟต์ เดินเงียบๆผ่านห้องโถงไป ถึงในลิฟต์จะกว้างแต่พวกเขาก็ยืนอยู่ใกล้กันโดยต่างคนต่างก็ยืนล้วงกระเป๋า แต่บางครั้งแขนของพวกเขาก็สัมผัสกันเบาๆ โทนี่เดินไปตามถนนยามค่ำคืนของนิวยอร์คในเวลาห้าทุ่มครึ่ง ทั้งคู่เดินไปด้วยกันเงียบๆ เรียกว่าเป็นอะไรที่เหลือเชื่อพวกเขาเดินข้างกันแบบนี้ตั้งแต่ออกมาจากลิฟต์แล้ว แม้ว่าทางเดินจะกว้างขวางและไร้ผู้คนบัคกี้ก็เดินข้างโทนี่ตลอดเวลา บัคกี้ชอบเวลาที่เงียบสงบเช่นนี้

     ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงที่ร้านเล็กๆตรงมุมถนน พวกเขาเข้าไปหาที่นั่งพนักงานเสิร์ฟมาที่โต๊ะของพวกเขา โทนี่สั่งรายการอาหารด้วยประโยคที่ว่า 'เหมือนเดิม' เมื่อเธอรับรู้ก็หันกลับไปที่ห้องครัวอย่างรวดเร็ว พวกเขานั่งอยู่ในมุมสุดจากนั้นไม่นานพนักงานก็กลับมาพร้อมช็อคโกแลตมิลค์เชคสองแก้ว ชีสเบอร์เกอร์สองชิ้น และเฟรนฟรายสองจานที่กองสุมกันอยู่ในจาน ทั้งคู่กินกันเงียบเมื่อจัดการอาหารของตัวเองเสร็จแล้วโทนี่ก็เอาเงินปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสตางค์วางมันลงบนโต๊ะและเดินออกจากร้าน ตอนที่พวกเขาออกมาโทนี่กลับเดินเลี้ยงซ้ายซึ่งเป็นทางตรงกันข้ามกับอาคารสตาร์คทาวน์เวอร์ แต่บัคกี้ก็ตามไป

     "โทนี่ พวกเราจะไปไหนกัน?" บัคกี้ถามเสียงเบา

     ไม่มีคำตอบจากโทนี่ โทนี่ใช้มือซ้ายจับมือขวาของบัคกี้ไว้และประสานนิ้วเข้าด้วยกัน พวกเขาเดินไปไม่กี่ช่วงตึกก่อนที่โทนี่จะเปลี่ยนทิศทางเข้าไปในสนามเด็กเล่นและเดินไปตามทางเดินเล็กๆตรงไปหาชิงช้า ระหว่างทางโทนี่ก็หยุดและเงยหน้ามองบัคกี้

     "ครั้งสุดท้ายที่มาที่นี่ฉันยังเด็กอยู่เลย" ตอนนั้นเองโทนี่ก็ปล่อยมือจากบัคกี้และเดินตรงไปหาชิงช้า บัคกี้เดินตามไปหลังจากที่โทนี่เดินนำไปก่อน นั่นหมายความว่าบัคกี้ก็จะยอมกลับไปเป็นเด็กเหมือนกัน โทนี่นั่งลงบนชิงช้าขณะที่บัคกี้กำลังจะนั่งลงโทนี่ก็อ้อนวอนออกมา

     "เจมมมมมมมมมมมมมมมมส์....ผลักฉันทีน๊าาาาาาาาาาาาาาาา"

     บัคกี้หัวเราะและย้ายไปอยู่ด้านหลังของคนตัวเล็กและวางมือทั้งคู่ไว้บนหลังของโทนี่ เขาระวังที่จะไม่ออกแรงผลักมากจนทำให้โทนี่ร่วงลงจากชิงช้า บางครั้งเขาก็ควบคุมไม่ได้ เขาผลักเบาๆแรงผลักทำให้ชิงช้าขยับก่อนจะเพิ่มแรงผลักจนกระทั่งโทนี่ลอยอยู่ในอากาศ เมื่อเป็นแบบนั้นบัคกี้ก็หยุดผลักและนั่งลงบนชิงช้าอีกตัวขยับเดินหน้าและถอยหลังก่อนจะใช้เท้ายันพื้นเพื่อให้ชิงช้าลอยสูงให้เท่ากับคนตัวเล็กและในที่สุดเขาก็ตามโทนี่ได้ทัน พวกเขาแข่งกันว่าใครจะแกว่งชิงช้าได้สูงกว่าและหัวเราะตลอดเวลา

     พวกเขาผ่อนแรงลงจนเท้าสัมผัสกับพื้นแกว่งชิงช้าเบาๆฟังเสียงยามค่ำคืนของเมือง บัคกี้มองดูโทนี่ที่ตอนนี้แหงนหน้ามองดาวอยู่เขามองใบหน้าของโทนี่ที่อาบไล้ด้วยแสงจันทร์ โทนี่มองกลับมาที่บัคกี้จ้องมองคนตัวโตกว่า พวกเขาอยู่อย่างนั้นสักพัก บัคกี้ใช้มือขวาจับมือของโทนี่พวกเขานั่งอยู่สักพักก่อนที่บัคกี้จะลุกขึ้นและดึงร่างเล็กให้ลุกขึ้นพร้อมเขาเบาๆ เขาอยากจะกลับบ้านแล้ว ทั้งคู่เดินกลับเงียบๆมือและนิ้วประสานกันมาตลอดทางพวกเขาเดินเข้ามาในอาคารเงียบๆและขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นของโทนี่

     โทนี่ลากบัคกี้เข้าไปในห้องของเขาและตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า เอากางเกงนอนสองตัวออกมาและเสื้อยืดสองตัว บัคกี้เข้าไปในห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนชุด เขาเดินออกมาเมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยแล้วและปีนขึ้นเตียงของโทนี่ปล่อยตัวตามสบายใต้ผ้าห่ม โทนี่เข้ามาในห้องหลังจากนั้นไม่นาน ร่างเล็กปีนขึ้นเตียงนอนลงข้างๆบัคกี้วางแขนไว้บนท้องของบัคกี้และวางหัวลงบนอกกว้าง ทั้งคู่สบตากัน บัคกี้สอดนิ้วมือเข้าไปในผมของโทนี่ ขณะที่มืออีกข้างก็ลูบแขนของโทนี่เบาๆ ตาสีอำพันค่อยๆปิดลง มือซ้ายของโทนี่เอื้อมมือไปจับมือขวาของบัคกี้เอาไว้

     "อย่าให้พวกมันกลับมานะเจมส์ ขอร้องอย่าให้ฝันร้ายพวกนั้นกลับมาอีก"

     "ฉันจะไม่ให้มันเกิดขึ้นโทนี่ ฉันสัญญา" บัคกี้ก้มหน้าลงจูบหน้าผากของโทนี่และทั้งคู่ก็ผล็อยหลับไป

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

     พวกเขาทั้งคู่ตื่นตอนแปดโมงเช้าและโทนี่ก็ไม่มีฝันร้ายเลยแม้แต่น้อย พวกเขาแต่งตัวและตรงไปที่ห้องครัวเพื่อทานอาหารเช้า ทุกคนอยู่ในห้องครัวที่ประจำของตนเองและพูดคุยถึงเรื่องที่คุยกันประจำในตอนเช้า โทนี่มาถึงก็ตรงไปที่เครื่องชงกาแฟส่วนบัคกี้ก็เทซีเรียลใส่ชามและนั่งตรงที่นั่งประจำของตัวเอง เมื่อโทนี่และบัคกี้เข้ามาในห้องสิ่งแรกที่ทุกคนสังเกตเห็นนั้นก็คือลุคใหม่ของบัคกี้ ทุกคนเงียบไปชั่วขณะหนึ่งก่อนที่สตีฟจะตัดสินใจพูดออกมาเป็นคนแรก

     "อรุณสวัสดิ์บัค ฉันชอบผมทรงใหม่ของนายนะ นายดูเหมือนสมัยตอนที่พวกเรายังเด็กเลย"

     "ช่ายบัคนายดูดีมากเพื่อน" คลินท์พูดบ้างขณะที่นาตาชาและแซมพยักหน้าเห็นด้วย

     "ไม่มีพี่น้องผมยาวอีกแล้ว แต่ข้าต้องบอกว่าเจ้าดูดีมากสหาย" ธอร์บอกบรูซก็พยักหน้าตอบรับอย่างที่ทุกคนทำกัน

     บัคกี้ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเหมือนเดิม เขาไม่ได้ดีใจกับความสนใจนั้น ทุกคนกลับไปทำกิจกรรมของตัวเองต่อ และเขาก็กินอาหารเช้าของตัวเองเสร็จแล้วตอนนั้นเองสตีฟก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

     "บัคกี้พวกเราจะไปฝึกกันสักหน่อยวันนี้ อันที่จริงเป็นการทดสอบการต่อสู้แบบตัวต่อตัว สนใจจะไปกับเราไหม?"

     "อันที่จริงแล้วฉันกำลังจะพาเจมส์ลงไปที่ห้องทำงานของฉัน มีบางอย่างอยากจะให้เขาเห็นน่ะ ใช่ไหมเจมส์?" โทนี่พูดแทรกเสียอย่างนั้น ทุกคนเงียบไปอีกครั้ง ประโยคที่โทนี่พูดในเช้านี่มันช่าง...

     "เจมส์?" สตีฟพึมพำอย่างสงสัย ไม่รู้ว่าโทนี่ทำอย่างไรถึงประสบความสำเร็จในการเรียกชื่อจริงของบัคกี้ได้

     "ช่างเถอะ บัคกี้นายอยากไปกับพวกเราหรือเปล่า?" บัคกี้มองสมาชิกทั้งหมด อันที่จริงนี่เป็นการรับรู้ถึงตัวตนของพวกเขาเป็นครั้งแรกเสียด้วยซ้ำไป

     "อย่างที่โทนี่บอกนั่นแหละ เขาจะพาฉันไปดูห้องทำงานของเขา" บัคกี้ตอบ ทำเอาทุกคนตกใจกันหมดยกเว้นโทนี่ เขาลุกขึ้นโอบไหล่ของโทนี่และทั้งคู่ก็พากันเดินไปที่ลิฟต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

     สมาชิกบางส่วนอยู่ที่ยิมแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าดูสตีฟชกกระสอบทรายและบ่นเรื่องของบัคกี้กับโทนี่

     "เจมส์เรอะ? ตั้งแต่เราเป็นเพื่อนกันมานานนนนนนน ผมรู้จักบัคกี้มาตั้งแต่เกิดและเขายังไม่เคยยอมให้ผมเรียกว่าเจมส์เลยสักครั้ง! แต่ตอนนี้สิ โทนี่เข้าไปอยู่ใกล้ตัวเขาง่ายๆและเรียกเขาว่า 'เจมส์' เหมือนรู้จักกันมาทั้งชีวิต แถมตอนนี้เขาก็ยอมพูดแล้วด้วย ผมคิดว่าตายเขาไปแล้วด้วยซ้ำแต่หลังจากที่เจอเขาแล้วอย่างน้อยคนที่เขาควรจะพูดด้วยคนแรกน่าจะเป็นผมก่อนคนอื่นสิ เขาก็รู้ว่าเขาเล่าให้ผมฟังได้ทุกเรื่อง เขารู้ดี" จบประโยคสุดท้ายก็ชกกระสอบทรายหลุดออกจากเพดานและมันก็ลอยไปกองกับเพื่อนที่นอนตายอยู่อีกด้านของห้องที่นับศพไม่ถ้วนเลยทีเดียว

     ไม่ใช่ว่าเขาจะอิจฉาหรอกนะ (ก็มีบ้างนิดหน่อย) เขาโคตรจะเจ็บปวดเลย เขาคิดอย่างมั่นใจว่าเมื่อบัคกี้พร้อมที่จะพูด บัคกี้จะมาหาเขาเป็นคนแรกแท้ๆ

     "สตีฟ ฉันไม่คิดว่าคุณอาจจะไม่เข้าใจว่าเขาผ่านเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขามานั้นอย่างยากลำบาก ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำใจได้เร็วอย่างคุณนะ เมื่อคุณพบว่าตัวเองนอนหลับไปตั้งเจ็ดสิบปี" นาตาชาปลอบใจ

     "ผมรู้แนท แต่ผมคิดว่าอย่างน้อยเขาน่าจะมาหาผมเป็นคนแรก คุณก็รู้ว่าพวกเราโตมาด้วยกันแล้วเขารู้จักโทนี่นานเท่าไหร่กัน? สองเดือน?"

     "คุณพูดก็ถูก แต่คุณต้องเข้าใจว่าบัคกี้กับโทนี่พวกเราเจอเรื่องที่คล้ายๆกันมาก่อน"

     "เรื่องที่คล้ายกัน? บัคกี้ถูกล้างสมอง! ถูกใช้งาน! พวกนั้นเปลี่ยนเขาเป็นสัตว์ประหลาด แต่โทนี่เป็นแค่เพลย์บอยเอาแต่ใจ เป็นคนที่อยู่ผิดที่ผิดเวลาที่มีเศษลูกปลายอยู่ในอก" ทุกคนพากันเงียบ

     "สตีฟคุณอ่านประวัติของโทนี่ทั้งหมดแล้วหรือยัง?" นาตาชาถามขึ้น

     "เปล่า ผมอ่านแค่สรุปใจความสำคัญเท่านั้น เขาอยู่ที่ตะวันออกกลางทำการสาธิตวิธีใช้อาวุธและมันก็ระเบิดใกล้เขา ทำให้มีเศษลูกปรายฝังอยู่ในหน้าอกของเขาและเขาก็เลยต้องสร้างอาร์ครีแอคเตอร์ขึ้นมาใช่ไหม?" คนที่เหลือมองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ

     "สตีฟเพื่อน ฉันไม่รู้ว่านายไปอ่านอะไรตรงไหนแต่นายทำพลาดได้น่าเศร้ามากเลย สิ่งที่นายมองนั้นโคตรจะโลกสวยมากเลยเมื่อเทียบกับเรื่องจริง ฉันว่านายน่าจะอ่านเอกสารอีกสักรอบ" คลินท์ไปเอาสตาร์แทปเล็ตออกมาจากกระเป๋า เขาเปิดไฟล์ของชีลด์ขึ้นมาและหาเอกสารของโทนี่และส่งมันให้สตีฟ

     "เราจะทิ้งมันไว้กับนาย ทำไมนายไม่อ่านมันให้ละเอียดล่ะเพื่อน" จากนั้นคลินท์ นาตาชาและแซมก็พากันออกไปจากยิม

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

     สตีฟรู้สึกว่าจะเรียกเขาว่า 'ไอ้เวร' ยังน้อยไป เขาคิดไม่ออกเลยจริงๆว่าการถูกทรมานที่โทนี่ได้รับนั้นเป็นอย่างไร เขาไม่อาจจะจินตนาการได้ว่าอะไรที่ช่วยพาโทนี่ออกมาจากความเลวร้ายนั้นและกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจและช่างเหน็บแนมอย่างที่เห็นตอนนี้ได้อย่างไร เขาคิดไปเองว่านั้นเป็นแค่ฝันร้าย แต่เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านั้นเป็นอาการ PTSD ต่างหาก อาการนั้นเกิดขึ้นหลังจากมีรีแอคเตอร์ถ้าไม่มีมันโทนี่จะตาย เศษโลหะและเศษกระสุนลูกปรายพวกนั้นจะพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจของโทนี่และอาร์ครีแอคเตอร์นั้นเป็นสิ่งเดียวที่กันพวกนั้นเอาไว้ สิ่งเหล่านั้นทำให้โทนี่เจ็บปวด นั้นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมสตาร์คอินดัสเทรียลถึงไม่ผลิตอาวุธสงครามอีกต่อไป เหนือกว่าเหตุผลอะไรทั้งหมดครอบครัว และเพื่อนทรยศโทนี่ นั้นเป็นเหตุผลที่ฝันร้ายมักเริ่มต้นขึ้นที่ถ้ำแห่งนั้น

     สตีฟรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา เขามักจะคิดไปเองว่าโทนี่เป็นเพลย์บอยในชุดเกราะที่พยายามจะบอกชาวโลกว่าตัวเองคือไอรอนแมน

     ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่านาตาชาหมายถึงอะไร บัคกี้และโทนี่แค่แบ่งปันความรู้สึกที่พบเจอมาด้วยกัน ทั้งคู่ถูกลักพาตัวโดยผู้ก่อการร้าย ทั้งคู่ทนทุกข์จากการทรมานจากการสูญเสียอวัยวะไป [บัคกี้สูญเสียแขนของเขา ส่วนโทนี่ก็มีรูที่หน้าอก] ทั้งคู่ผ่านการถูกทรมานนับครั้งไม่ถ้วนและเกือบจะเป็นบ้าไปด้วยซ้ำ [บัคกี้โดนทรมานนับสิบๆปีและโทนี่โดนอย่างน้อยก็สามเดือน นั้นก็ไม่ใช่ประเด็นหรอก] พวกเขาทั้งคู่ถูกใช้งานด้วยผู้ก่อการร้าย และทั้งคู่เกือบอยู่ในอาการ PTSD อย่างรุนแรงเหมือนกัน

     แน่นอนสตีฟยังอิจฉาอยู่นิดหน่อย แต่มันก็ไม่การอิจฉาแบบก่อนกน้านี้เขาตัดสินใจที่จะยอมรับมัน เขารู้ว่ายังไงทั้งคู่ก็ต้องการคนอื่นอยู่ดี ไม่มีใครสามารถอยู่คนเดียวได้และต้องยอมรับความเห็นอกเห็นใจจากคนอื่นที่รู้ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

     โทนี่และบัคกี้ลงไปที่ห้องทำงานของโทนี่ บัคกี้ไม่เคยลงมาและไม่เคยเห็นที่นี่มาก่อนและมันทำให้เขากระวนกระวายเล็กน้อย ตอนที่ไฮดร้าจับกุมเขาไว้พวกนั้นขังเขาเอาไว้ในห้องทดลองและทำการทดลองกับเขานับครั้งไม่ถ้วน เขากลัวที่จะอยู่ท่ามกลางอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ มันส่งผลกระทบต่อเขา

     บัคกี้หลุดที่ประตูทางเข้า ในนั้นเต็มไปด้วยเครื่องจักร รายงานผลการทดลองที่ระเกะระกะอยู่บนโต๊ะ มีขยะเต็มไปหมด และมันดูเหมือนฐานลับของไฮดร้าเอามากๆ ทันใดนั้นเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เหมือนกำลังสำลักอากาศอยู่ คล้ายพวกนั้นเอาที่อุดปากยัดเข้ามาในปากของเขา รู้สึกเหมือนไม่มีอากาศหายใจและเหงื่อเริ่มออก เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดบางอย่างที่วิ่งผ่านเข้ามาที่แขนเหล็กของเขา ขาของเขารู้สึกหนักและเขาก็เห็นแสงที่เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วและน่ากลัว เขารู้สึกว่ามีบางอย่างล้อมรอบตัวเขา เขาเริ่มแกว่งไปมาและตะโกนออกมา ตอนนั้นเองเขาได้ยินใครสักคนเรียกชื่อของเขา พวกไฮดร้าไม่เคยเรียกชื่อจริงของเขาเสียหน่อย

     "เจมส์! เจมส์! **เจมส์!**"

     บัคกี้ออกมาจากห้วงความทรงจำของตัวเอง เขากลับมาที่ห้องทำงานของโทนี่ เกาะขอบประตูเอาไว้ เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ากำลังร้องไห้อยู่ ใบหน้าของเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาและเขาก็ถูกกระตุ้นให้ออกมาจากภาวะกดดัน เมื่อมองดูก็เป็นโทนี่นั้นเองที่กำลังกอดเขาอยู่พยายามทำให้เขาใจเย็นลง เขายังไม่ปล่อยมือออกจากขอบประตู รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่นิ้วเหล็กนั้นไม่ทำลายข้าวของ เขาปล่อยมือออกและหันกลับมาหาโทนี่

     "ชู่ว์...ไม่เป็นไรบัคกี้ ไม่เป็นไร ฉันเองโทนี่ จำได้หรือเปล่า? เราอยู่ในห้องทำงานของฉัน อยู่ในตึก นายอยากให้ฉันปล่อยนายหรือเปล่า?"

     "ไม่...ฉันหมายถึงอย่าปล่อย ขอร้องอย่าปล่อย ฉันขอโทษโทนี่ ฉันขอโทษ..."

     "เฮ้...นี่มองมาที่ฉัน ไม่เป็นไร นายเคยเห็นฉันตอนที่เเย่ที่สุดมาแล้วไม่มีอะไรต้องรู้สึกผิดทั้งนั้น มองฉัน" บัคกี้ซบลงบนซอกคอของโทนี่

     "ไม่มีความจำเป็นที่ต้องรู้สึกเสียศักดิ์ศรีจากสิ่งที่เกิดขึ้นจากเราหรอก มันไม่ใช่ความผิดของเรา พวกนั้นใช้ผลประโยชน์จากเราก็จริงแต่ไม่ได้หมายความว่าจะโยนความผิดมาให้เราได้ พวกเราอยู่ที่นี่ด้วยกันเข้าใจไหม? พวกเรามีคนอื่นอยู่กับเราด้วยในตอนนี้เจมส์ ไม่เป็นไรนะ?" บัคกี้สูดลมหายใจและพยักหน้ากับไหล่ของโทนี่

     "ไว้เรามากันทีหลังก็ได้ เรากลับขึ้นไปข้างบนก่อนก็ได้ถ้านายต้องการ" บัคกี้พูดตะกุกตะกักระหว่างสูดลมหายใจและพยายามจะสงบสติอารมณ์ลง

     "ฉะ...ฉัน อยาก...อยากรู้ว่า...นะ นายชะ ช่วยซ่อม ขะ แขนของฉัน ดะ ได้หรือเปล่า?" โทนี่รู้สึกแปลกใจ เขาไม่เคยเห็นอะไรที่บ่งบอกว่ามันทำงานผิดปกติ และบัคกี้ก็ใช้มันได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร โทนี่ค้นหาสาเหตุทันที

     "ได้อยู่แล้ว ฉันจะต้องตรวจสอบโตรงสร้างของมันเพื่อหาสาเหตุเสียก่อน" โทนี่หยิบสตาร์คแพดที่ใกล้ที่สุดมาและสแกนเเขนของบัคกี้ พิมพ์เขียวโครงสร้างของแขนลอยออกมาทำให้โทนี่แปลกใจไม่น้อย เทคโนโลยีนี้ห่างไกลจากอวัยวะเทียมในปัจจุบันแต่ก็สามารถทำความเข้าใจได้ เขาศึกษามันสักพักก่อนจะมองหาสาเหตุ เส้นประสาทนั้นถูกต่อสลับกันและมันต้องการการถูกสับเปลี่ยน โทนี่ไม่แน่ใจว่าบัคกี้จะรู้สึกอย่างไรกับแขนของเขา ไม่ว่าอย่างไรก็ตามดูเหมือนปลายเส้นประสาทจะสร้างปัญหาไม่น้อย

     โทนี่เดินไปที่คอมพิวเตอร์พิมพ์รหัสปลายประสาทใหม่และส่งมันไปที่สายการผลิตของเขาไม่กี่นาทีโทนี่ก็เดินไปที่เครื่องจักรและหยิบเอาเส้นประสาทเชื่อมต่ออันใหม่ขึ้นมาและเดินกลับไปหาบัคกี้ที่นั่งอยู่ตรงที่ม้านั่งยาวตรงหน้าต่าง และยังคงพยายามสงบสติอารมณ์อยู่

     "ตามที่นายต้องการต้องซ่อมประสาทเชื่อมต่อใหม่ ฉันต้องเอาแขนของนายออก ถ้านายไม่อยากทำตอนนี้ยังไม่ต้องทำก็ได้นะ"

     "ทะ...ทำดะ...ได้เลย"

     "ก็ได้ ฉันว่านายคงไม่อยากถูกมัดติดไว้กับอะไรก็ตามหรือไม่ก็คงไม่อยากรู้สึกเจ็บสินะ เพราะงั้นฉันเลยจะต่อสายไฟเส้นๆพวกนั้นเข้ากับแขนของนายได้ไหม? มันเป็นของที่ฉันออกแบบเอง มันจะเข้าไปกระตุ้นทำให้หมดความรู้สึกในบริเวณที่ต้องการทำให้ไร้ความรู้สึก เจ๋งไปเลยเนอะว่าไหม?"

     บัคกี้พยักหน้าอย่างรู้สึกขอบคุณขณะที่โทนี่เริ่มสอดเข็มที่เหมือนสายไฟเข้ามาที่ไหล่ของเขา เมื่อสายไฟเชื่อมต่อกันโทนี่ก็วางมือลงบนหน้าอกของบัคกี้และทำการกดสวิทซ์เพื่อให้มันทำงาน หลังจากนั้นประมาณสองนาทีก็มีเสียงดังขึ้นจากเครื่องจักร โทนี่ตัดสินว่ายาชาคงจะพอที่จะไม่มีความเจ็บหลงเหลืออยู่แล้วตอนเอาแขนออกมา

     "เอาล่ะเจมส์ ฉันอยากให้นายมองไปที่นอกหน้าต่างและนับถอยหลังจากสิบ เมื่อเอาแขนออกไปแล้วนายจะไม่รู้สึกอะไร" บัคกี้ตอบรับและจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง มองเส้นขอบฟ้าของมหานครนิวยอร์ค เขาเริ่มนับสิบไปถึงหนึ่งช้าๆ เขาคาดหวังว่าจะไม่มีความเจ็บปวดเกิดขึ้น ไม่เคยมีอะไรใช้ได้ผลมาก่อนและครั้งนี้คงเหมือนกัน เขามองที่โทนี่อย่างคาดหวัง และยอมรับว่าโทนี่คงจะไม่สามารถทำได้สำเร็จเหมือนกัน แต่เขาก็จะทำแค่เพียงยิ้มรับมันเท่านั้น

     "เสร็จแล้ว" บัคกี้รู้สึกสับสนอย่างรุนแรง

     "เสร็จแล้ว? ทะ โทนี่ นะ นายยังไม่ได้อะ เอาแขนออกไปเลย"

     "ต้องทำแบบนั้นด้วยหรือไง?" โทนี่ถามขึ้นมา

     นี่โทนี่ถอดแขนของเขาออกและสับเปลี่ยนตำแหน่งเส้นประสามภายในสิบวินาทีจริงๆหรือ? ทำไมเขาไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย

     "แล้วฉันก็ปิดเครื่องฉีดยาชานี่แล้วด้วย แถมกำลังจะเอาสายไฟพวกนี้ออกมา"

     จากนั้นไม่นานเขาก็ได้ความรู้สึกคืนกลับมา เขาพยายามขยับแขนของเขา ความรู้สึกที่มีต้อการสัมผัสเพิ่มมากขึ้นขณะที่ขยับ การเคลื่อนไหวของเขาสมบูรณ์แบบ เขาไล้ปลายนิ้วขึ้นและลงบนขากางเกงรับรู้ถึงแนวการเย็บของยีนส์เป็นความรู้สึกที่น่าเหลือเชื่อ เขาลืมเเขนจริงๆของเขาไปเลย เขาขยับปลายนิ้วจากกางเกงไปที่คอและใบหน้าของเขา รับรู้ได้ทุกสิ่งกระทั่งตอหนวดเครา เขามองที่โทนี่และเอื้อมมือไปหาและใช้ปลายนิ้วสัมผัสหนวดของโทนี่ เขารู้สึกได้ถึงมันด้วย โทนี่เอามือขึ้นมาจับมือเหล็กของบัคกี้เอาไว้และดึงให้เขาลุกขึ้น

     "เป็นยังไงบ้าง?" บัคกี้ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี

     "มหัศจรรย์มาก ยิ่งหว่ามหัศจรรย์เสียอีก มันยอดมาก มันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ก็มันทำมาจากเหล็กนี่"

     "นั้นเป็นสิ่งที่ฉันอยากให้เกิดขึ้น อยากไปชั้นบนหรือยัง? เราน่าจะไปหามื้อเที่ยงกินกันสักหน่อย..."

     "เป็นความคิดที่ดีมากเลย ฉันสงสัยมานานแล้วว่าขนมปังจะให้ความรู้สึกยังไง"

     "งั้นตอนนี้ก็ได้เวลาไปหาคำตอบแล้วล่ะ" โทนี่ว่าขณะที่บัคกี้จูงมือเล็กด้วยมือข้างที่เป็นเหล็กและจับจูงกันเดินไปที่ลิฟต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

     เย็นวันนี้ทุกคนพร้อมหน้ากันเพื่อทานอาหารเย็นด้วยกันที่ห้องครัว ก่อนหน้านั้นเเซม คลินท์ และนาตาชาออกไปทำธุระ บรูซและธอร์อยู่ในห้องทดลองทั้งวัน ใครจะไปรู้กันล่ะว่าพวกเขาทำอะไรกัน สตีฟนั่งคิดไม่ตกเรื่องโทนี่และวาดรูปตลอดบ่าย ส่วนบัคกี้และโทนี่นอนกลางวันอยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่นของโทนี่

     พวกเขาทานอาหารเย็นด้วยกัน เป็นไก่ ผักและข้าวทุกคนได้ที่นั่งที่ตัวเองต้องการ บัคกี้นั่งที่มุมโต๊ะใกล้กับโทนี่และตัวโทนี่เองก็เกือบจะขึ้นไปนั่งบนตักของบัคกี้อยู่แล้ว ถึงจะยอมนั่งทานข้าวกับคนอื่นบัคกี้ก็ไม่พูดกับใครอยู่ดีนอกจากโทนี่ พวกเขาคุยกันด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างรสชาติของอาหารตอนนี้ต่างกับเจ็ดสิบปีก่อนอย่างไรบ้าง และบัคกี้อยากได้เสื้อผ้าที่ไม่ใช่พวกเสื้อยืดสีดำและเสื้อแขนยาวบ้าง

     หลังจากที่กินข้าวเย็นเสร็จแล้วทุกคนก็ตัดสินใจที่จะดูหนังด้วยกัน ธอร์ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นคนเลือกหนังในคืนนี้ หลังจากที่พวกเขาดูเดอะลอร์ดออฟเดอะริงค์ไตรภาคไปแล้วอย่างน้อยสามครั้ง สตีฟและบรูซไม่ได้ใส่ใจนักว่าจะดูหนังเรื่องอะไร แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้อยากดูหนักโรแมนติก-คอเมดี้ คลินท์กับนาตาชาต้องการดูหนังต่างประเทศซึ่งก็มีแค่สองนั้นที่ดูรู้เรื่อง [บัคกี้กับโทนี่ก็คงจะดูรู้เรื่อง แต่บัคกี้ก็ไม่ได้แสดงออกมาว่าเขาเข้าใจ] และโทนี่ก็ไม่ใช่คนที่ชอบดูหนัง แซมจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพราะทุกคนเห็นว่าเขามีรสนิยมดีทีเดียวในการเลือกหนัง และวันนี้พวกเขาจะดูหนังเรื่อง The Breakfast Club[1]

     เฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่มรวมถูกจัดใหม่เป็นรูปเกือกม้ารอบทีวีที่ติดอยู่เหนือเตาผิง สองตัวเล็กอยู่ข้างๆโซฟายาวที่เผชิญหน้ากับทีวี ชุดโซฟาคู่ตั้งอยู่ด้านขวาของทีวีตรงข้ามกับโซฟาตัวยาว และมีโซฟาตัวเล็กตัวเดียวอยู่ข้างๆชุดโซฟาคู่ มีโต๊ะกาแฟตัวเล็กอยู่ตรงกลางห้อง กลังจากที่กินข้าวเสร็จทุกคนก็ไปอาบน้ำแต่งตัว ทุกคนที่อยู่ในชุดนอนแล้วตรงไปที่ห้องนั่งเล่นและหาที่นั่งเพื่อดูหนังกัน

     นาตาชาและคลินท์นั่งอยู่ด้วยกันที่ชุดโซฟาเลิฟซีท บรูซและธอร์นั่งอยู่ที่โซฟาตัวเล็กสองตัว สตีฟและเเซมนอนแผ่อยู่บนโซฟายาวหน้าทีวี ขณะที่บัคกี้นั่งอยู่ที่โซฟาเล็กตัวเดียว เขาพิงหลังกับที่วางเเขนเหยียดเท้าออกมานอกความยาวของโซฟา ทุกคนได้ที่นั่งแล้วและหนังก็กำลังจะเริ่ม ตอนนั้นเองโทนี่ก็เดินเข้ามาในชุดเสื้อแขนยาวกับกางเกงวอร์มขนาดใหญ่กว่าตัวเองและก็นั่งลงตรงหน้าโซฟาของบัคกี้

     บัคกี้เคาะเบาๆบนหัวของโทนี่และเลิกคิ้ว โทนี่ทำแค่ยิ้มและหันกลับไปหาทีวี บัคกี้ก็ทำการเคาะหัวกลมๆนั้นอีกครั้ง ในคราวนี้โทนี่หันกลับมาเลิกคิ้วแล้ววางนิ้วชี้ที่ริมฝีปากเป็นท่าทางบอกให้คนตัวโตอยู่เฉยๆเพราะหนังกำลังอยู่ในฉากเปิดเรื่องก่อนจะหันกลับไป ตอนนั้นเองที่บัคกี้ตัดสินใจว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เขาจะไม่ยอมปล่อยให้โทนี่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาแบบนี้ แล้วทำตัวเหมือนหมอนนุ่มนิ่มน่ากอดอยู่อย่างนี้แน่ๆ เขาอยากจะกอดคนตัวเล็กและวางหน้าลงบนไหล่ของโทนี่และดู **'อย่างอื่น'**นอกจากภาพยนตร์

     โดยไม่มีการทำเสียงใดๆบอกก่อนทั้งนั้น บัคกี้เอื้อมมือไปจับมือของโทนี่ออกจากตักของตัวเองและใช้มือซ้ายจับคางของโทนี่และดันให้โทนี่หันหน้ามาหาเขา โทนี่หันมาเงียบๆและจ้องตาของบัคกี้อย่างสงสัย บัคกี้ดึงมือของโทนี่ขึ้นทำให้คนตัวเล็กต้องลุกขึ้นยืน ก่อนจะดึงคนตัวเล็กให้เดินเข้ามาหาตัวเองและโอบแขนรอบตัวของโทนี่ก่อนจะดึงลงบนตักของตัวเองอย่างรวดเร็ว โทนี่ร้องออกมาทำให้บัคกี้หัวเราะออกมาเบาๆ

     "เจมส์นี่มันอะ..."

     "ชู่ว์ โทนี่หนังกำลังเล่นอยู่นะ" บัคกี้กระซิบ

     "ฉันต้องถามนายตอนนี้"

     "นายไม่สนใจฉันและฉันก็ทนไม่ได้"

     "ทนไม่ได้? แล้วฉันทำอะไรให้ทนไม่ได้?"

     "ก็นายดูเหมือนหมอนน่ากอด ฉันทนไม่ไหว ฉันต้องกอดนายให้เร็วที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้" ทั้งคู่กระซิบกันไปมาดูน่ารักไม่น้อยทำให้คนอื่นยิ้มออกมา ตอนนี้ทั้งคู่ไม่มีใครสนใจหนังอีกแล้วพวกเขากำลังวุ่นวายอยู่ด้วยกัน คนอื่นๆเหลือบตามองพวกเขาเล็กน้อยแล้วยิ้มออกมาเมื่อเห็นทั้งคู่ต่างก็มีความสุข อาการเจ็บปวดอย่างฉับพลันจากความอิจฉาเข้าครอบงำสตีฟ แต่เขาก็มองข้ามมันไปได้อย่างรวดเร็วเพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอิจฉา เขาควรมีความสุขที่เพื่อนสนิทของเขาเจอใครที่ทำให้มีความสุข

     "หยุดมองฉันแบบนั้นเสียทีอยากให้ฉันตายเพราะความน่ารักหรือไง?"

     "นายจะตายเพราะความน่ารัก? โทนี่ฉันเป็นคนที่มีหมอนใบนุ่มนิ่มน่ากอดอยู่ในตัก แล้วหมอนใบนี้ก็มีกลิ่นเหมือนโคโลญจ์กับแชมพู เป็นฉันมากกว่าที่จะตายเพราะความน่ารัก" โทนี่เปลี่ยนเรื่องแทบไม่ทัน

     "ว่าแต่ฉันบอกนายหรือยังว่าฉันชอบผมทรงใหม่ของนายมาก? ฉันอยากเล่นผมของนาย ฉันทำได้หรือเปล่า?" โทนี่หมุนตัวกลับไปให้อกของทั้งคู่ชนกัน บัคกี้ปรับท่าทางทำให้โทนี่นั่งอยู่บนตักของเขาเต็มๆและโอบเอวคอดเอาไว้ พวกเขาจ้องมองกันบัคกี้บ่นเรื่องกระดุมที่หลุดออกจากรังดุมของโทนี่ ขณะที่โทนี่สอดนิ้วเข้าไปในผมของบัคกี้ ผมทรงใหม่ที่สั้นและนุ่มนิ่ม พวกเขาไม่พูดอะไรกันอีกนอกจากนั่งนิ่งๆอยู่ในโลกใบเล็กๆของพวกเขา มองกันและกัน ภาพยนตร์ก็ดำเนินเรื่องไปเรื่อย คนอื่นๆให้ความสนใจอยู่ที่ทีวี ขณะที่บัคกี้และโทนี่แค่...นั่งเฉยๆ หลังจากนั้นไม่นานโทนี่ก็ซบลงบนตัวของบัคกี้ หัวกลมวางลงบนตำแหน่งหัวใจของคนตัวโตและก่อนที่หนังจะจบโทนี่ก็ผล็อยหลับไป

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

     เมื่อหนังจบลงทุกคนก็แยกย้ายกันเข้านอน ธอร์และบรูซตรงไปที่ลิฟต์ไปที่ห้องของพวกเขา คลินท์และนาตาชาลุกขึ้นจับมือกันเห็นได้ชัดว่าง่วงนอนสุดๆ ขณะที่แซมและสตีฟช่วยกันจักห้องให้เข้าที่ก่อนไปนอน

     "ต้องการความช่วยเหลือไหมบัคกี้?" สตีฟถามเกี่ยวกับโทนี่ที่นอนขดตัวอยู่บนตัวบัคกี้ บัคกี้แค่ช้อนโทนี่ไว้ในแขนก่อนจะวางลงเบาๆบนโซฟา ก่อนจะก้าวยาวๆสองก้าวจนไปหยุดตรงหน้าของสตีฟและกอดสตีฟ สตีฟแปลกใจแต่ก็ตอบรับอย่างรวดเร็ว พวกเขายืนอยู่ตรงนั้นสักพัก

     "ฉันขอโทษสตีฟ"

     "ไม่เป็นไรบัคกี้ ฉันรู้ว่านายต้องการเวลา ฉันดีใจที่ในที่สุดนายก็มีความสุข"

     "ฉันควรจะไปหานาย ฉันไม่รู้ว่าจะต้องอะไรและโทนี่เขาก็อยู่ที่นั้น...ฉันชอบโทนี่จริงๆสตีฟ"

     "โทนี่ก็ชอบนายบัคกี้"

     "นายคิดแบบนั้นเหรอ?"

     "นายเป็นคนแรกที่เขาต้องการให้อยู่ใกล้ๆเป็นเวลานานๆๆๆ โทนี่ชอบนายแน่นอน"

     "เขาสมควรที่จะได้รับทุกอย่างสตีฟ ฉันรู้ว่านายทั้งสองคนไม่สนิทกันนัก แต่ฉันหวังว่านายจะเข้ากันได้ในสักวัน"

     "ฉันกำลังเรียนรู้อยู่บัค โทนี่คู่ควรกับนาย และนายก็เหมาะกับโทนี่"

     "ฉันรักนายสตีฟ"

     "ฉันก็รักนายบัค เอาล่ะพาโทนี่ไปนอนได้แล้ว พระเจ้ารู้ว่าโทนี่ต้องการมัน" บัคกี้ตรงมาที่โทนี่ จับแขนเรียวคล้องคอของเขาแล้วช้อนแขนใต้สะโพกของคนตัวเล็ก โทนี่งัวเงียก่อนจะเกี่ยวขอรอบเอวของบัคกี้และกอดคอบัคกี้แน่นขึ้นก่อนจะซบหน้าลงบนคอแกร่ง บัคกี้หันมาหาสมาชิกที่ยังอยู่ในห้องนั่งเล่นยิ้มให้ก่อนจะตรงไปที่ลิฟต์ บัคกี้กอดคนตัวเล็กแน่นขณะที่พวกเขาอยู่ในลิฟต์ที่เคลื่อนที่ไปยังชั้นของโทนี่

     "ฉันก็ชอบนายเจมส์" โทนี่กระซิบที่หูของบัคกี้

     "นายได้ยินมันด้วยเหรอ?"

     "ฉันตื่นตลอดเวลานั้นแหละ ฉันแค่อยากให้นายอุ้มฉันไปส่ง" บัคกี้เอนตัวไปด้านหลังเพื่อมองคนตัวเล็ก โทนี่เอาหน้าออกจากคอของบัคกี้และแนบหน้าผากของตัวเองกับหน้าผากของบัคกี้ ชายหนุ่มก้าวออกมาจากลิฟต์

     "ฉันจะอุ้มนายอย่างนี้ไปจนวันอวสานโลกก็ได้โทนี่ แค่สัญญากับฉันอย่างหนึ่งได้หรือเปล่า?"

     "อะไรก็ได้ แค่นายบอกมา"

     "อย่าเพิ่มน้ำหนักมากไปกว่านี้ก็พอ"

     "อา...เงียบเถอะและจูบฉันสักที"

     โทนี่โน้มตัวลงไปสัมผัสริมฝีปากบัคกี้ จูบนั้นเรียกได้ว่าเป็นความหลงใหลก็ว่าได้ มันแผ่เบาแต่ก็เร่งเร้า   ตอนนั้นเองบัคกี้ก็เอาหลังแนบกับประตูลิฟต์ที่ปิดอยู่ไม่ยอมปล่อยโทนี่ออกจากวงแขน    นิ้วเรียวของโทนี่สอดเข้าไปในผมของบัคกี้ พวกเขาต่างก็รวมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน

     บัคกี้จะไม่มีวันเดินออกไปจากชีวิตของโทนี่ และโทนี่เองก็จะไม่มีวันฝันร้ายอีกแล้วเพราะบัคกี้จะอยู่กับเขาตลอดไป

     "แอนโธนี่ เอ็ดเวิร์ด สตาร์ค ฉันรักนายหมดหัวใจของฉัน"

     "และฉันก็รักนาย เจมส์ บูชาแนน บานส์"

     และนั้นเป็นวันที่ทั้งคู่หยุดที่จะอยู่อย่างหวดกลัวและได้เวลาเริ่มต้นที่จะอยู่ด้วยความรัก....

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว