by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

53/ ในความเข้มแข็งของพระอาทิตย์ (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 53/ ในความเข้มแข็งของพระอาทิตย์ (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่53

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 38.4k

ความคิดเห็น : 241

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2560 13:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
53/ ในความเข้มแข็งของพระอาทิตย์ (แก้คำผิด)
แบบอักษร

​โปรด...P

สุดท้ายในวันข้ามปีสิ่งที่ผมกับหลงรักทำร่วมกัน ก็คงเป็นแค่สวดมนต์ข้ามปีพร้อมกับคนอื่นเหมือนปีที่แล้ว แต่สิ่งที่แตกต่างจากปีที่แล้วนั่นก็คือ ในปีนี้คนที่นั่งสวดมนต์กับน้อง คนที่กลับมาหลังจากคืนข้ามปีแล้วนั่งคุยกับน้องจนโต้รุ่งอยู่ที่บ้านของไอ้ตุลย์ คนที่นั่งข้างๆ เพื่อรับแสงอรุณแรกของปี ก็คือไอ้ชินไม่ใช่ผม คนที่ได้แต่ยืนมองความห่างเหินที่เห็นได้อย่างชัดเจนอยู่ข้างหลังแบบนี้

"เอ๋อกินน้ำเต้าหู้หน่อยนะ พี่ไปซื้อมาให้แล้ว" เวลาเช้าตรู่ตีห้าของวันที่1มกราคม ที่ลานหลังบ้านมินที่ไอ้ตุลย์ชอบก่อฟืนให้เมียกับไอ้แมงหมูมานั่งผิงไฟด้วยกันเสมอ แต่เช้านี้อากาศคงจะหนาวเกินไปไอ้ตุลย์ถึงนอนกกลูกแฝดวัยเกือบสองเดือนของมันอยู่แต่ในห้องนอน ที่สำคัญมันคงกกแม่ของลูกมันนั่นแหละ ส่วนไอ้แมงน่ะเหรอ ตอนนี้ยังกรนฟี้ๆ ไม่ตื่นเลยเถอะ

"หลงกินนมที่พี่ชินอุ่นให้เมื่อกี้แล้ว คุณโปรดเอาไปกินเถอะครับ" ทั้งประโยคสื่อสารทั้งการกระทำของเอ๋อ นั่นคือแสดงออกอย่างชัดเจน ถึงเส้นระยะความห่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราสองคน

"นั่งสิโปรด เสื้อหนาๆ มึงควรหามาใส่บ้างนะ รู้ว่าชอบอากาศหนาว แต่ถ้าไม่สบายไปน้าเขยจะโวยวายใส่อีก" ผมหันหลังกลับเข้าบ้านคว้าผ้าห่มผืนหนาออกมา พอถึงกองไฟที่ทั้งคู่นั่งบนเสื่อผิงไฟอยู่ข้างกัน ผมก็เดินไปนั่งขัดสมาธิเบียดแทรกกลางอุ้มเมียเด็กมานั่งตัก แล้วเอาผ้าห่มผืนหนาคลุมตัวเราทั้งคู่ทันที โดยไม่สนใจอาการสะดุ้งและขัดขืนของคนที่นั่งอยู่บนตัก

"ปล่อยให้หลงนั่งดีๆก่อนคุณโปรด แบบนี้มันอึดอัด"

"เอ่อนั่นสิโปรด น้องมันไม่ชอบก็อย่าฝืนสิวะ"

"กูอยากกอด อยากหอม อยากอยู่ใกล้เมียกู นี่มันต้องฝืนใจกันมากนักเหรอชิน ตั้งแต่มึงมาอยู่ที่นี่ มึงเคยเห็นกูฝืนใจหรือบังคับเขาซักครั้งมั้ย ทุกครั้งที่กูเห็นมึงอยู่ด้วยกัน สิ่งที่กูทำได้ก็แค่ยืนมองอยู่เงียบๆ ในที่ของกูโดยไม่ปริปากเรียกร้องอะไรเลย ที่ยังเห็นกูยิ้มอยู่ได้ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่ากูไม่เหนื่อยนะ กูแค่พยายามอดทนให้ถึงที่สุดก็เท่านั้น แต่กูขอแค่ได้กอดได้ดูแลได้อยู่ใกล้ๆ คนสำคัญในชีวิตบ้างไม่ได้เหรอ หลง ชิน กูไม่รู้ว่าตอนนี้มึงสองคนคิดจะเปลี่ยนแปลงระดับความสัมพันธ์มากแค่ไหน แต่ตอนนี้มึงยังเป็นเมียกูอยู่นะหลง เห็นใจกูบ้างไม่ได้เหรอ หรือว่าความรู้สึกของมึงตอนนี้มันไม่ได้มีกูเป็นคนพิเศษ เป็นผัวที่มึงรักอีกแล้ววะ แต่กูอยากให้มึงรู้ไว้อย่างหนึ่งนะ ไม่ว่ามึงจะเปลี่ยนไปยังไง ไม่ว่ามึงจะเป็นของใคร และไม่ว่าใจของมึงจะยังอยู่ที่กูเหมือนเดิมมั้ย กูก็ยังอยู่ตรงนี้ที่เดิม ยังเฝ้าดูมึงจากข้างหลังเงียบๆเหมือนเดิม ยังอยู่เพื่อรักมึงเหมือนเดิม"

"หลายเดือนที่ผ่านมานี้ กูอยู่ในที่ของกูโดยไม่ล้ำเส้นไปวุ่นวายทำให้มึงรำคาญหรือไม่สบายใจ มึงอาจจะคิดว่าที่ผ่านมากูไม่เอาตัวเข้ามายุ่งกับมึง มาทวงความเป็นเจ้าของมึงต่อหน้าคนอื่น หรือแม้แต่ต่อหน้าไอ้ชิน นั่นเพราะกูไม่สนใจไม่ใส่ใจมึง แต่ไม่ใช่เลยหลงรัก กูต้องอดทนมากแค่ไหนที่เห็นมึงกับไอ้ชินใกล้ชิดกัน โดยที่กูทำได้แค่ยืนดูอยู่เงียบๆแค่นั้น มึงคิดว่าเพราะอะไรล่ะที่กูต้องอดทนขนาดนี้ ทั้งหมดไม่ใช่เพราะกูรักมึงหรอกเหรอ กูไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้นอย่าใจร้ายกับกูมากนัก อย่าทำให้กูอ่อนแอไปกว่านี้เลยหลงรัก สงสารกูหน่อยเถอะว่ะ" ผมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพูดออกมาเรียบๆ ไม่มีแม้แต่ความโกรธเคือง ไม่มีแม้แต่ความอ่อนไหวหรืออ่อนแอใดๆ แต่มันมีแค่ความรู้สึกที่ต้องการอยากพูดอยากสื่อ ให้อีกคนได้รับรู้ในสิ่งที่คิดก็แค่นั้นเอง 

คนในอ้อมแขนของผมหยุดดิ้นและนั่งฟังเงียบๆ แก้มใสๆ ป่องๆ ที่ล้อกับแสงจากเปลวไฟตรงหน้า มันน่าทะนุถนอมจนผมไม่กล้าแม้แต่จะฝังจมูกไปสูดดมกลิ่นหอมจากแก้มใสนั้น เพราะถ้าผมเผลอทำรุนแรงอีก ครั้งภาพที่อยู่ตรงหน้าก็คงจะแหลกสลายคามือผมอย่างแน่นอน ความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างเราสามคน มันก็เหมือนควันจากเปลวไฟตอนนี้ที่เริ่มมีแค่ควันเพียงบางเบา เพื่อจะเป็นกลุ่มควันขนาดใหญ่ในวันหน้า ผมได้แต่กอดรัดคนในอ้อมกอดเอาไว้ พยายามส่งผ่านความรักและความรู้สึกทั้งหมดที่มีเพื่อให้เขาได้รับรู้ ถึงแม้ในใจตัวเองจะรู้สึกได้ว่า มันอาจจะเป็นสัมผัสแนบชิดครั้งสุดท้ายระหว่างเราก็ตาม


"พี่โปรดกินข้าวซักหน่อยสิครับ พักนี้ไม่สบายแล้วยังไม่ค่อยกินข้าวกินปลาผอมลงตั้งเยอะแน่ะ" ผ่านเช้าวันที่เหมือนเป็นการเคลียร์ใจของผมให้เขาทั้งสองคนรับรู้มาได้เกือบครบอาทิตย์ แต่สถานการณ์ของเราทั้งสามคนก็ยังอึมครึมเหมือนเดิม ทั้งที่ตอนนี้ยังเป็นหลงรักอยู่แท้ๆ แต่ดูเหมือนว่าหลงรักคนนี้จะแตกต่างจากคนเก่าไปมากจนน่าใจหาย

"พี่โปรดครับ กินข้าวนะ มินทำข้าวต้มปลาให้แล้วนะครับ" 

"แล้วเอ๋อล่ะ ยังไม่กลับมาเหรอนี่จะมืดแล้วนะ แค่กๆ มินโทรไปถามให้พี่หน่อยสิ ว่าไอ้ชินมันพาไปเที่ยวถึงไหนแล้ว เมื่อไหร่จะกลับมาซักที เดี๋ยวมืดค่ำก็ขี้เกียจอาบน้ำอีก แค่กๆๆ" ผมอดหงุดหงิดตัวเองไม่ได้ทำไมต้องมาไม่สบายตอนนี้ด้วยวะ ในความหงุดหงิดนั้นมันก็อดแฝงไปด้วยความน้อยใจไม่ได้ ที่อีกคนกลับออกไปเที่ยวเล่นกับไอ้ชินโดยไม่เคยถามไถ่อาการเจ็บไข้ได้ป่วยกันสักครั้ง แต่ผมก็ไม่โกรธเขาหรอก เพราะไดอารี่เล่มนั้นก็ได้เขียนเรื่องราวตอนที่เขาป่วย และหลายครั้งที่เขาต้องการความดูแล แต่ในเวลานั้นผมเองกลับไปอยู่กับคนอื่น เฝ้าดูแลคนอื่นเหมือนกัน

"มินโทรไปแล้วครับ น้องใกล้จะถึงแล้วแหละ นั่นไงมาละ" ยังไม่ทันที่มินจะพูดจบ เสียงรถของไอ้ชินก็ขับเข้ามาจอดหน้าบ้าน ผมข่มใจตัวเองไม่ให้ออกไปเห็นภาพของคนทั้งคู่อยู่ด้วยกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองอาละวาดอะไรออกมา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีใครเดินเข้ามาในบ้านสักที

"พี่โปรดกินข้าวเถอะครับ เดี๋ยวมินกินเป็นเพื่อนนะ" มืออุ่นๆ ของมินลูบมาที่หลังมือผมอย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นในความเป็นมินทำให้ใจของผมเริ่มสงบลงได้บ้าง ถึงแม้จะนิดเดียวก็เถอะ

"อืมขอบใจ" ผมตักข้าวต้มเข้าปากได้ไม่กี่คำก็ต้องวางช้อนลง ไม่ว่าร่างกายจะฝืนแค่ไหนแต่ถ้าความรู้สึกมันยังว้าวุ่นอยู่แบบนี้ ผมก็คงฝืนกินไม่ไหวเหมือนกัน เสียงรถไอ้ชินวิ่งออกจากบ้านได้นานพอสมควร แต่คนที่น่าจะเข้ามาแล้วก็ยังไม่เข้ามาจนทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้

"พี่อิ่มแล้วล่ะ เดี๋ยวขอออกไปดูเอ๋อก่อนนะ ทำไมยังไม่เข้ามาอีก" สายตาเป็นห่วงของมินทำให้ผมต้องดึงตัวน้องชายมากอด เพื่อขอแบ่งปันความเข้มแข็งจากเขา ความอบอุ่นของคนที่มีสถานะเป็นแม่ของหลานๆ โอบล้อมตัวผมไว้ เหมือนจะประคองให้ผ่านพ้นช่วงเวลาตรงนี้ไปให้ได้

"พี่โปรดครับ กว่าที่เราจะเริ่มจับมือกับใครซักคนมันเป็นเรื่องยากมากนะ แต่ถ้าได้จับไว้แล้วอย่าเลือกที่จะปล่อยมือกันไปง่ายๆล่ะ ชีวิตคือการเดินไปข้างหน้า อย่ามองไปแต่อดีต แล้วปัญหามันจะผ่านไปเมื่อถึงเวลาครับ" ผมสูดลมหายใจลึกๆ เราสองคนต่างก็กระชับอ้อมกอดเพื่อส่งมอบความแข็งแกร่งให้กันและกัน ต้องขอบคุณที่อย่างน้อยในช่วงเวลาแบบนี้ ผมก็ยังมีครอบครัวที่เคียงข้างเสมอ ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกันนะคนในครอบครัว

"เอ๋อ ทำอะไรอยู่ทำไมไม่เข้าบ้านล่ะ ไปกินข้าวกันมินเขาทำข้าวต้มปลาไว้ ปะกินข้าวจะได้อาบน้ำแล้วพักผ่อนยังไงล่ะ วันนี้ไปเที่ยวสนุกมั้ยไหนเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ" ผมเดินตามหาเอ๋อเกือบรอบบริเวณบ้าน จนมาถึงต้นกุหลาบหลายพันธุ์ที่ไอ้ตุลย์ปลูกไว้ให้เมียมันนั่นแหละ ถึงเห็นน้องนั่งยองๆ อยู่ใกล้ๆ ต้นกุหลาบ ไหล่ของคนชุดขาวนั่นดูบอบบางและผอมลงไปมากเหมือนกัน

"เอ๋อ ทำอะไรน่ะ" ไม่รู้ทำไม ยิ่งผมก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ กากบาทอกซ้ายที่ไม่เคยรู้สึกมานาน ตอนนี้มันเริ่มบีบรัดรัวๆ อีกครั้ง

"แมงปอมันตายน่ะครับ สงสัยปีกมันจะบางเกินไปถึงถูกเด็ดปีกได้ง่ายๆ แบบนี้" หัวใจผมเต้นรัวรุนแรงทันทีที่ได้ฟังคำพูดนั้น ประโยคที่เอ่ยออกมามันเหมือนเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง บ่งบอกว่าตอนนี้เขาคนนั้นอาจจะตื่นขึ้นมาแล้ว

"ไหนพี่ดูหน่อยซิ มันอาจจะยังไม่ตายก็ได้" เรี่ยวแรงและความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีถูกผมปลุกขึ้นมา พร้อมกับเท้าทั้งสองก้าวเดินเข้าไปหาคนที่นั่งหันหลังก้มหน้าอยู่เหมือนเดิม

"หลงรัก พี่โปรดขอดูแมงปอหน่อยนะครับ" คนที่ผมเรียกว่าหลงรักลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆ หันกลับมา ในฝ่ามือมีแมงปอที่ปีกร่วงโรยวางอยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพังตัวหนึ่ง สายตาที่เราสองคนมองสบกัน ถึงไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูดก็ทำให้ผมรับรู้ได้เองว่า เขาตื่นขึ้นมาแล้วจริงๆ 

หมับ! "ปอรัก แมงปอของพระอาทิตย์ ตื่นแล้วใช่มั้ย ตอนนี้กลับมาแล้วใช่มั้ย" ถึงเขาจะอยู่ในอ้อมกอดโดยไร้ซึ่งการขัดขืนใดๆ แต่มันก็ไม่มีความอบอุ่น ไม่มีความยินดี ความโหยหา หรือความรักใดๆ ให้สัมผัสถึง จนผมต้องพยายามกลั้นน้ำใสๆ ไม่ให้ไหลออกมา

"ชื่อปอรักแต่ไม่ใช่แมงปอครับ ผมขอตัวก่อน" เสียงคุ้นเคยเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเหมือนที่เคยมีอยู่ในตัวของปอรัก ความเด็ดเดี่ยวความเข้มแข็งที่ทำให้ผมหวาดกลัวจนต้องผลักไสมาตลอด แล้วตอนนี้ผมก็ได้สัมผัสกับความน่ากลัวนี้อีกครั้ง และดูเหมือนว่าครั้งนี้น้องจะนิ่งเฉยได้อย่างน่าใจหายมากกว่าเมื่อก่อนเสียอีก

"อะ เอ่อ ครับ แต่เราต้องคุยกันนะปอรัก พี่มีเรื่องจะคุยกับปอเยอะแยะ ตอนนี้ไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวพี่ตักข้าวต้มไว้ให้"

"อืม" แมงปอในมือถูกปล่อยให้ร่วงลงกับพื้น ก่อนที่น้องจะก้าวขาข้ามแมงปอตัวน้อยนั้นโดยไม่หันกลับมามอง เป็นผมเองที่เก็บแมงปอตัวนั้นไปวางบนใบกุหลาบใบใหญ่ หวังว่ารุ่งเช้าแสงตะวันจะส่องถึงแมงปอตัวนี้ และโอบอุ้มแมงปอตัวน้อยให้ได้อยู่เคียงคู่พระอาทิตย์สักที

"น้องหลง เอ่อ น้องปอจำได้แล้วเหรอครับ"

"เรียกหลงเหมือนเดิมเถอะครับพี่มิน หลงอุ่นใจมากกว่าน่ะ ก็พอจะนึกอะไรออกได้แล้วเหมือนกันครับ แต่ดีใจนะที่หลงได้เจอพี่มินกับน้องในท้องอีกครั้ง คิดถึง..หลงคิดถึงพี่มินกับน้องเหลือเกิน"

"พี่ก็ยินดีที่เจอน้องชายที่นี่เหมือนกันครับ แล้วหลงจะทำยังไงต่อไป อยากกลับไปเรียนมั้ยเดี๋ยวพี่ส่งเอง"

"พี่มินถามเรื่องที่อยากรู้เป็นเรื่องแรกเถอะครับ" เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังออกมาจากคนทั้งคู่ ก่อนที่มินจะยังทำตัวเป็นครอบครัวที่ดีของผม ด้วยการส่งคำถามออกไปตรงๆ มันตรงจนผมนึกกลัวในคำตอบนั้น

"หลงจะกลับมาอยู่กับพี่โปรดมั้ย จำได้หรือเปล่าเรื่องระหว่างหลงกับพี่โปรดในระยะเวลาเกือบสองปีที่พี่เขามาอยู่นี่น่ะ เอ่อ..แล้วนี่จำได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เห็นบอกพี่เลย เห็นบ่นแค่ว่านึกออกเป็นเรื่องๆ เองนี่นา"

"ก็เพิ่งจะนึกออกทุกเรื่องตอนเห็นแมงปอตายเมื่อกี้น่ะครับ อาจจะเป็นเพราะครั้งนึงเคยมีคนบอกว่า แมงปอปีกมันบาง ถ้ารู้ว่าตัวเองมีปีกบางเหมือนแมงปอ ก็อย่าฝืนบินจนสูง บินไปไกล เพราะถ้าถึงวันนั้นปีกบางๆของแมงปอ คงจะร่วงโรยจนทำให้หล่นมาเจ็บหรือตายแน่ๆ น่าตลกนะพี่มิน หลงลืมอะไรไปได้ตั้งหลายปี บทจะจำได้ก็ดันมาจำได้เพราะเรื่องแค่นี้เอง อ้อ หลงจำทุกเรื่องที่เป็นนายหลงรักได้ครับ จำได้พอๆ กับทุกเรื่องของปอรักเมื่อก่อนนั่นแหละ ส่วนเรื่องที่พี่มินอยากรู้จริงๆน่ะ อืม..หลงว่ากับคนบางคน เขาคงจะเกิดมาเพื่อเป็นแค่คนที่เคยยืนดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันแค่นั้นเอง เพราะมีอดีตเราจึงมีประสบการณ์ เพราะมีเมื่อวานเราจึงเติบโต เพราะเราเคยโง่วันนั้น ในวันนี้เราจึงต้องฉลาด และก็เพราะว่าเคยพลาด วันนี้หลงจึงต้องเข้มแข็ง พี่เขาคงเป็นได้เพียงอดีตที่สอนให้หลงมีประสบการณ์ เพื่อจะเติบโตได้อย่างเข้มแข็งแค่นั้นเองน่ะครับ" 

ผมยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องครัว เรื่องราวที่ทั้งสองคนคุยกันดังแว่วเข้ามา หลายประโยคจากน้องทำให้ขาที่เคยมั่นคงของผมกลับอ่อนแรงจนต้องทรุดตัวนั่งพิงกับผนังบ้าน 

มึงต้องหนักแน่นในสิ่งที่มึงเลือก มึงต้องผ่านมันไปให้ได้นะไอ้โปรด อย่ากลับไปเป็นไอ้ขี้ขลาดอ่อนแอที่เอาแต่วิ่งหนีเหมือนเดิมอีก เพราะถ้าครั้งนี้ไม่จับไว้ให้ดีๆ มันอาจจะไม่มีคำว่าครั้งหน้าสำหรับมึงก็ได้

ผมได้แต่ตอกย้ำและบอกตัวเองว่าต้องอดทนต้องเข้มแข็ง เพราะเรื่องที่ตัวเองทำไว้กับปอรักมันสาหัสมากเกินจะลบล้างไปได้ง่ายดายจริงๆ แต่ผมจะไม่วิ่งหนีปัญหาอย่างคนขี้ขลาดอีกแล้ว สิ่งเดียวที่เป็นความตั้งใจของผมก็คือต้องชนกับทุกปัญหา ไม่เป็นไรนะไอ้โปรด วันข้างหน้าถึงมึงจะบุบสลายยังไงก็ตาม มึงก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ เหมือนที่แมงปอตัวน้อยก็ยังสามารถใช้ปีกบางๆ โผบินในโลกกว้างได้อย่างมีคุณค่าในตัวเองของเขาเอง


"มึงรู้นานรึยัง ว่าเขาจำได้แล้ว"

"เพิ่งรู้จากมึงวันนี้แหละ เชื่อมั้ยโปรด หลายเดือนมานี่กูคลุกคลีกับเขาก็จริง แต่เขาไม่เคยอ้าปากพูดหรือถามเรื่องปอรักเลยซักครั้ง" ณ.ร้านกาแฟสดร้านหนึ่งในตัวอำเภอของเช้าวันรุ่งขึ้น ผมกับไอ้ชินพากันมานั่งหมุนแก้วกาแฟเล่น โดยที่ไม่มีใครแตะต้องกาแฟในแก้วที่วางอยู่ตรงหน้า เพราะเราต่างก็กำลังตกอยู่ในความคิดของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้ และไอ้ชินเองมันก็ไม่มั่นใจกับการกลับมาในครั้งนี้ของน้องเหมือนกัน

"แล้วเขาว่ายังไงบ้าง มึงได้เคลียร์กันรึยัง"

"ยัง ชินมึงจริงจังใช่มั้ย" ถามว่ากลัวไอ้ชินไหม ผมสามารถตอบได้อย่างเต็มปากว่าไม่ได้กลัวมันเลยสักนิด แต่คนที่ผมกลัวใจคือคนที่เพิ่งตื่นต่างหากล่ะ เพราะรู้จักเขาดีความรู้สึกกลัวเลยซัดสาดมาแบบไม่หยุดยั้ง

"เออ กูจริงจัง มึงเองก็จริงจังไม่ใช่เหรอโปรด เพราะถ้าไม่จริงจังคนแบบมึงคงมาเฝ้าเขาเป็นปีสองปีไม่ได้หรอก เหนื่อยบ้างมั้ยวะ ถึงตอนที่เขาจะยังเป็นหลงรักก็เถอะ แต่คนที่พยายามทำอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่เห็นจุดหมายปลายทางแบบมึง ก็น่าจะเหนื่อยมากพอดูนะ"

"หึหึ เห็นกูเฉยๆแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่เหนื่อย แต่ก็แค่พยายามอดทนให้ถึงที่สุด เพราะเขาคือคนสำคัญ กูเลยถีบคำว่าเหนื่อยให้ออกไปจากวงจรชีวิตของกูก่อน ชินกูจะไม่ขอร้องอะไรมึง กูรู้ว่าเราทั้งคู่คงไม่มีใครยอมใครในเรื่องนี้ แต่ถ้าสุดท้ายมันไม่ใช่กู เรื่องเดียวที่จะขอมึงก็คือ ดูแลเขาให้เหมือนที่มึงดูแลชีวิตตัวเองด้วยนะ แค่นี้แหละที่กูอยากจะขอ"

"...โปรด กูว่าคำพูดนี้ กูน่าจะเป็นคนได้พูดมากกว่าว่ะ" ไม่มีคำเยาะเย้ยถากถางในน้ำเสียงของเรา จะมีก็เพียงแค่ประโยคสนทนาของผู้ชายสองคนที่มีความรู้สึกเดียวกัน นั่นก็คือความรู้สึกที่เรียกว่ารักใครอีกคนนั่นเอง..

"ปอรักคุยกันหน่อยนะ พี่ว่าเราสองคนมีเรื่องให้ต้องคุยกันเยอะเลย อืม..ไม่ใช่สิ พี่มีเรื่องต้องขอโทษปอเยอะเลย คือ"

"ผมไม่ว่างคุยน่ะ สำหรับคำขอโทษผมจะรับไว้ก็แล้วกัน อ้อ ผมเคยบอกไปแล้วนะว่าผมชื่อหลงไม่ได้ชื่อปอรักหรือแมงปอ เพราะความบอบบางของปีกคู่นั้นมันน่ากลัวเกินไป ขืนเป็นแมงปอผมก็กลัวตายก่อนวัยน่ะ ว่ามั้ยครับ" หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ อยู่บ่อยครั้ง ความเฉยชามาพร้อมกับสายตาที่มองผมเหมือนธาตุอากาศนี้อีก มันทำให้ผมแทบเป็นแทบตาย กากบาทข้างซ้ายบีบรัดรัวแรงจนหลายครั้งถึงกับหายใจไม่ออก แต่ผมต้องอดทนจนตอนนี้ตัวเองก็เริ่มชินกับการถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่าและความเจ็บปวดแบบนี้แล้วล่ะ

"พี่มิน หลงป้อนนมให้แฝดเองครับ พี่มินไปกินข้าวเถอะ เอ๊ะ พี่ชินมานี่นา แป๊บนะครับพี่มิน หลงไปรับพี่ชินก่อน" หลงรักเดินผ่านหน้าผมโดยที่ไม่หันมามองแม้สักนิด แต่ผมก็ยังยืนอยู่ที่เดิมตรงนั้น ยืนดูทั้งที่ตัวเองทรมานกับการต้องทนเห็นภาพความใกล้ชิดของคนทั้งคู่ และยังคงยืนดู ทั้งที่ไม่เคยชินกับความทุกข์ใจในเรื่องแบบนี้เลยสักที

"พี่ชินรู้ได้ไงว่าหลงอยากกิน อั้นแน่ รู้มากแบบนี้น้องอายตกงานแน่ๆ"

"หึหึ ไอ้หลง กูว่านะไม่ว่ามึงจะจำได้หรือไม่ได้ อย่างนึงที่มึงไม่เคยลืมความเป็นตัวตนของตัวเองเลย คืออะไรรู้มั้ย ปากมึงไงล่ะ ปากดียังไงก็ยังปากดีเหมือนเดิม มันน่านัก อ่าว..โปรด" เสียงหัวเราะพูดคุยของเขาทั้งสองใกล้เข้ามาจนทั้งคู่เดินเข้ามาในตัวบ้าน และต่างก็หยุดชะงักอยู่ตรงหน้าผม เราทั้งสามคนยืนประจันหน้ากัน โดยมีความรู้สึกของการเป็นส่วนเกินของผมเท่านั้นที่มันปะทุขึ้นมา พอๆกับความหวงแหนที่ตีตื้นเบียดแซงความน้อยเนื้อต่ำใจจนแทบจะยับยั้งชั่งใจตัวเองไว้ไม่อยู่ แววตาของผมกับไอ้ชินที่มองสบกันมันแสดงถึงความไม่ยอมแพ้ แต่แววตาที่หลงรักส่งมาให้ผม ในแววตาคู่นั้นมีแต่ความเฉยชาเท่านั้นเอง

"อ่ะนม เพราะมึงแดกแต่เบียร์นั่นแหละวันก่อนถึงไม่สบาย หันมาแดกนมบ้าง ถ้าป่วยอีกรอบน้าอรรคจะมาเล่นงิ้วใส่กูกับชมพู่อีก" แขนของไอ้ชินที่พาดไปตามไหล่หลงรักค่อยๆเลื่อนตกลง มืออีกข้างที่หิ้วถุงพะรุงพะรังถูกยื่นมาให้ ผมก็ได้แต่จ้องหลงรักอย่างไม่ละสายตา อยากรู้เหมือนกันว่าอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของผม น้องจะรู้สึกอะไรบ้างไหม แค่ความห่วงใยสักนิดก็ยังดี แต่สิ่งที่ผมได้รับกลับมาก็ยังเป็นความเฉยชาอย่างเช่นเคย

"ขอบใจ"

"พี่ชินนั่งรอนี่นะเดี๋ยวหลงไปเอาจานก่อน นั่งกินกลางบ้านดีกว่าเนอะ พี่มินกินส้มตำไก่ย่างกันพี่ชินซื้อมาตั้งเยอะแยะแน่ะ" หลงรักเดินผ่านธาตุอากาศอย่างผมเข้าไปในครัว ไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมมินที่เดินมาจับมือผมให้ไปนั่งร่วมวงด้วย โต๊ะญี่ปุ่นขนาดใหญ่ถูกกางออกมาด้วยฝีมือไอ้ชิน เสียงหัวเราะเย้าหยอกของพวกเขาก็ยังมีให้ได้ยินอย่างไม่ขาดสาย

"เพิ่งหายไข้อย่ากินส้มตำเลยนะพี่โปรด กินผัดซีอิ๊วดีกว่า" จานผัดซีอิ๊วถูกเลื่อนให้มาอยู่ตรงหน้า ปลาหมึกทุกชิ้นในจานถูกผมตักไปใส่จานของคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม เพราะผมจดจำทุกสิ่งที่เป็นความชอบของเขาได้

"ขอบคุณ แต่ผมไม่ค่อยชอบกินปลาหมึกเหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะ อ่ะคืนให้ครับ" ทุกเสียงในบ้านเงียบงันลง พร้อมกับแก้วน้ำของผมถูกยกขึ้นมาจิบก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องมาเงียบๆ ผมไม่ได้อ่อนแอหรือยอมแพ้กับเรื่องที่เกิดขึ้น และผมก็จะไม่บ่น ไม่โวยวาย ไม่ฟูมฟาย ไม่เรียกร้องกับเหตุการณ์ในตอนนี้ เพราะเรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องพูดทุกอย่างที่คิด ปล่อยให้การกระทำเป็นเครื่องมือในการแสดงให้เขาเห็นดีกว่าแล้วทุกอย่างจะโอเคขึ้น ผมเชื่อว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้น


"มา พี่ยกเอง"

"ไม่เป็นไรครับ พี่ชินมาช่วยหลงหิ้วเข่งจานชามหน่อย หลงจะเอาไปล้าง" ผมเอื้อมมือไปดึงเข่งจานชามของวัด แล้วยกไปวางที่ลานซักล้างกุฏิใหญ่โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านใดๆ อีกสองวันที่วัดจะมีงานประจำปีเหมือนทุกปี เร็วเหมือนกันแฮะ จำได้ว่าครั้งแรกที่ได้เจอหลงรักอีกครั้งก็ตรงกับงานประจำปีเมื่อสองปีก่อนนั่นแหละ

"พี่ไม่ต้องล้างหรอก มาผมล้างเอง"

"ไม่เป็นไร ช่วยกันล้างนี่แหละจะได้เสร็จไวๆ" ไอ้บอสน้องรักอีกคนที่ตอนนี้มันแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยู่ทีมผม ก็เดินมานั่งล้างจานอยู่ข้างๆ ไม่มีคำถามถึงความชัดเจนใดๆ ในเรื่องของผมกับคนที่มันทั้งรักทั้งห่วงเหมือนน้องแท้ๆอย่างหลงรัก ผมเองก็ชอบนิสัยนี้ของมันมากพอดู ไอ้บอสมันมีนิสัยถอดแบบมาจากไอ้ดิวรวมถึงเพื่อนๆผม เพราะไม่ว่าเราจะสนิทสนมกันมากแค่ไหนก็ตาม แต่ทุกเรื่องมันจะมีเส้นบางๆกั้นไว้ ให้เราเคารพในความเป็นส่วนตัวและไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ก็คงเหมือนที่ผมไม่เคยก้าวก่ายเรื่องของไอ้ตุลย์กับไอ้ดิว นอกจากเตือนบ้างแนะนำบ้างละมั้ง

"โอ๊ย! เหนื่อยว่ะพี่ เดี๋ยววันที่ขบวนแห่เข้า ร่างพวกเราคงพังเป็นแถบๆ ไปกินข้าวกันเถอะพี่ เอาแต่นั่งมองเขากินมันไม่อิ่มหรอก"

"หึหึ มึงจะบ่นไปทำไมล่ะ บ่นไปก็เห็นทำทุกปี" ตั้งแต่เช้ามืดจรดเย็น ผมกับชาวบ้านส่วนหนึ่งรวมถึงมิน ไอ้ชิน และหลงรัก ต่างก็ช่วยกันทำความสะอาดวัดเตรียมพร้อมสำหรับงานบุญที่จะมีขึ้น จนเกือบลืมข้าวมื้อเย็นกันเลยทีเดียว เงยหน้ามองท้องฟ้าอีกที ฟ้าของช่วงใกล้กลางเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ดูจะหม่นหมองกว่าปีที่ผ่านมา คงเป็นเพราะปีที่แล้วคนที่นั่งกินข้าว นั่งคุย นั่งหัวเราะ ข้างกายคนหัวเหม่งในตอนนั้นเป็นผมล่ะมั้ง แตกต่างกับปีนี้แฮะ สายตาผมเลื่อนต่ำจากท้องฟ้าเหม่อมองไปยังจุดที่เมื่อกี้สายตาตัวเองจับจ้องภาพนั้นอยู่ ไหนวันก่อนบอกไม่ชอบกินปลาหมึกแล้วไม่ใช่เหรอวะ ทีไอ้แมงสล็อตติดเครื่องยนต์ตักให้ ก็เห็นเอาใส่ปากเคี้ยวแก้มตุ่ยอยู่หนิ

"มึงไปเอามากินก่อนเลย กูยังไม่หิว เดี๋ยวกลับไปกินที่บ้านมินเอา" ไอ้บอสทำหน้าลังเลจนผมเตะก้นถีบส่งนั่นแหละ มันถึงยอมลุกไปหาข้าวกิน พอไอ้บอสลุกไปผมก็เดินเอื่อยๆ ไปที่กอไผ่หลังวัด ลมเย็นๆ พัดเข้ามาทำให้จิตใจผมเริ่มสงบมากกว่าที่เป็นอยู่ 

ตรู๊ดๆๆๆ "ว่าไง" หย่อนตัวนั่งได้ไม่ถึงสองนาที เสียงโทรศัพท์จากหนึ่งในเบอร์ที่พักนี้ขยันโทรมาหาจนนึกว่ามันเป็นเมียผมหรือเปล่าวะ ก็ดังเร่งให้ผมต้องจำใจกดรับอย่างเสียไม่ได้ ตามติดชีวิตกูจังเลยนะมึงสองคนน่ะ

"โปรดเพื่อนสุดที่รักของกู ปีนี้พวกกูไม่ได้ไปเที่ยวงานด้วย มึงอย่างอนนะเว้ย ต้องเข้าใจว่าพวกกูมันพวกมนุษย์เงินเดือน หาสองเช้ากินหนึ่งค่ำชีวิตไม่ได้เกิดบนกองขุมทรัพย์พันล้านหมื่นล้านแบบมึง ที่หนีหน้าที่แล้วไปเฝ้าเมียเด็กตั้งปีสองปี แต่ก็ยังมีทรัพย์สินเพิ่มพูนขึ้นทุกวันแน่ะ" 

"เฮ้อ กูเห็นไอ้หมาตัวไหนขยันส่งไลน์มาอวดกระเป๋า เข็มขัด รองเท้า ได้ทุกเดือนวะ ในขณะที่มนุษย์เงินเดือนแบบมึงซื้อรองเท้าคู่ละเป็นหมื่นทุกเดือน คนที่อยู่บนกองเงินกองทองแบบกูกลับคีบช้างดาวเดินต๊อกๆ เนอะโย"

"แหมๆ พูดซะกูดูเป็นพวกรายได้ต่ำแต่รสนิยมสูงเลยนะมึง" ไอ้โยมันก็ยังพูดพล่ามอยู่คนเดียวโดยที่มีผมเป็นฝ่ายนั่งฟังอยู่เงียบๆ ตอบรับอือๆ ไปบ้างเป็นบางครั้งที่มันข่มขู่มา เป็นโชคดีของผมที่มีเพื่อนที่จริงใจและรักกันมากอยู่หลายคน ทำให้ความเคว้งคว้างในตอนนี้มันดูน่ากลัวน้อยลงกว่าที่คิดเยอะ 

"โปรด คนเก่งทุกคนไม่ได้แปลว่าจะเก่งไปทุกอย่าง คนเข้มแข็งทุกคนก็ไม่ได้แปลว่าจะเข้มแข็งไปทุกสถานการณ์ พวกกูทุกคนอยู่ข้างหลังเพื่อคอยดูแลมึงเสมอนะเว้ย"

"อืม ขอบใจ" สายจากอีกคนที่ขยันโทรมา ไลน์มา ทุกเวลาที่มีโอกาสตัดไป พร้อมๆกับแสงตะวันก็กำลังอ่อนแรงลงไปทุกที ขอนไม้ใต้กอไผ่ที่เมื่อก่อนนั้นมีคนหัวเหม่งแก้มใสมานั่งเล่นจนมืดค่ำ ทำให้ผมต้องมาเรียกกลับกุฏิหลวงตาอยู่บ่อยครั้ง แต่ตอนนี้ขอนไม้ที่เดียวกันนั้น กลับมีแค่ผมนั่งอยู่อย่างเงียบเหงากับควันบางเบาจากบุหรี่ตามลำพังแค่นั้นเอง...​

**"ผ่านจุดที่แย่ที่สุดไปได้ สักพักเราก็จะเจอแต่จุดที่ดีๆ"

เขียนแล้วกาออกมาเกือบ7รอบกับตอนนี้ อุตส่าห์เอาแมนๆคุยกันแบบแมงหมูกับลุงโปรดไปอ่อยที่เพจ ปรากฏว่าฟางดันเอาพี่ชินหิ้วส้มตำมาเสียบแทน แล้วเลื่อนย่อหน้าของแมงหมูไปใส่ตอนหน้าแทนจ้าว เดี๋ยวไป ซา-ปอยที่เพจใหม่เนอะๆ

ความตั้งใจจะหยุดอ-พ เพื่อตรวจทานคำผิดเล่ม1 แต่คงได้ตรวจวันเดียวเพราะอีกวันต้องแบ่งไปแต่งตอนที่54จะมาลงวันพฤหัสเน้อ ขอบคุณสำหรับสำหรับคำผิดคำหล่นและการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนกัน อยู่กันอย่างนี้นานๆเน้อจ้าว พบกันวันพฤหัสกับความหน่วงๆเน้อ รักษาสุขภาพกันด้วยจ้าว เดี๋ยวฟางกลับไปแปะรูปแมงๆทั้งหลายเพิ่มที่หน้าเปิดจองเน้อ ไม่มีเนียนแก้ไขใดๆทั้งสิ้นนอกจากเพิ่มรูปขายของแมงทั้งหลายจ้าว จุ๊บเหม่งรัวๆ 

แจ้งหาเจ้าของเม้นที่78 ในตอนที่52 ใครที่เม้นตอน52วันที่6ตค.เวลา2ทุ่มกว่าๆ กรุณาย้อนไปหาเม้นของท่านดู แล้วโปรดทักฟางที่เพจด้วยนะคะ เดี๋ยววันที่ฟางส่งหนังสือนุ้งหลง ฟางจะส่งเล่มเล็กคุณอรรคกับผ้าขนหนูลายแมงปอไปให้ ที่ให้นี่สาบานได้ว่าไม่ได้เกิดจากความสงสาร ดูหมิ่นดูแคลนใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่ฟางให้เพราะอยากให้เฉยๆนี่แหละ แต่ไม่สามารถให้ได้ทุกท่านนะคะ และจะไม่มีการลักไก่สวมทับใดๆทั้งนั้นฟางมั่นใจในคนอ่านของฟางเอง รอรางวัลที่1ได้มาเมื่อไหร่จะทำเล่มหลักแจก100ท่านเลยสาบาน สาธุขอให้ได้ขอให้โดนเพี้ยง!

แจ้งสำหรับท่านที่ถือครองไว้2เรื่องแล้ว แจ้งไว้ยาวๆ ซีรี่ย์ชุดนี้มี4เรื่อง เปิดจองคู่นัทไทเมื่อไหร่ ท่านที่ถือไว้ครบทุกเรื่องไม่ว่าจะรอบไหนก็ตาม โปรดเขียนชื่อท่านแปะไว้บนหนังสือ แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนจะปล่อยต่อหรือใดๆก็ตาม ในคู่นัท-ไท ฟางจะมีของพิเศษเล็กๆน้อยๆแนบให้ไปพร้อมหนังสือคู่นัท-ไท ในรอบแรก นะคะ ตัวเลือกที่ตั้งใจไว้คือ รูปภาพขนาดเอ4 มีทุกคู่ในรูปนี้(จะเป็นรูปเต็มหรือแมงจิบิเดี๋ยวดูอีกทีนะคะ) หรือ เรื่องสั้นเล่มเล็กคู่ละตอน ก็ว่ากันไป รอใกล้ๆก่อนฟางจะแจ้งอีกที คือมันอีกยาวนานเป็นปี นี่แจ้งไว้เผื่อฟางลืมจะได้พากันทวงและฟางเห็นเจ้าของบ้านหมอตุลย์ตอนนี้มาเป็นสู่ขอนุ้งหลงอยู่เกือบครึ่งขอบคุณมากๆจ้าว แต่ต้องทวงไม่งั้นฟางจะลืมจริงๆเป็นคนขี้ลืมมากๆ  และจะไม่มีการลักไก่ใดๆทั้งสิ้นเพราะฟางเก็บรายละเอียดชื่อที่อยู่ไว้ทุกท่านตั้งแต่ตุลย์มินรอบ1เลยจ้าว แล้วถ้าเก็บแฝดล่ะคือมีหลายท่านเก็บแฝดอยู่ หรือเพื่อนฝากมาล่ะ ฟางจะนับบ้านหมอตุลย์เป็นจุดเริ่มต้น ถ้าแฝดบ้านหมอแต่ไม่แฝดบ้านอื่น ก็รบกวนไปล่อลวงเพื่อนมาจองแล้วใช้ชื่อท่านในการสั่งให้ครบตามจำนวนของบ้านหมอ ฟางจะให้ตามนั้นจ้าว ******ไม่นับรวมกรณีร้านค้า ร้านหนังสือ ร้านออนไลน์ หรือซื้อมือ2โดยไม่ได้ซื้อจากฟางโดยตรงเน้อจ้าว กราบงามๆ

ซีรี่ย์ชุดนี้มี4เรื่องคือ (แยกอ่านก็รู้เรื่องจ้าว)

ก็แค่ตัวแทน  ตุลย์-มิน

หลงลืมรัก  โปรด-หลงรัก(ปอรัก) 

  xxx       ดิว-โย

  xxx       นัท-ไท

แจ้งรายชื่อ "หลงลืมรัก" (ล-ลงทะเบียน อ-อีเอ็มเอส) ท่านใดตกหล่น ท่านใดฟางจดการส่งผิด ท่านใดชื่อเขียนผิด โปรดแจ้งฟางนะคะ **รายการเสริมแมงซักผ้า ลูกโป่ง ทะเล เดี๋ยวฟางจะแจ้งในวันพฤหัสที่12ตค."ก็แค่ตัวแทน"เปิดโอนได้ถึง23น.วันที่15ตค.กราบงามๆจ้าว

136/คุณรสธร นครพนม. ล /137 คุณชนกนาถ บุรีรัมย์. ล

138/คุณอาริสา นนทบุรี. อ /139 คุณกรุณา กทม.ล

140/คุณอภิชา สมุทรปราการ ล /141 คุณอมราลักษณ์ กทม.ล

142/คุณพัณณ์ชิตา สมุทรสาคร อ. /143 คุณรภัสสรณ์ กทม.ล

144/คุณสรัสวดี อยุธยา ล. /145 คุณอรอุมา ชลบุรี ล

146/คุณนุชจรินทร์ นนทบุรี ล /147 คุณกนกวรรณ กทม.ล

148/คุณอุริสยา กทม.ล1 /149 คุณอุริสยา กทม.ล2

150/คุณหทัยรัตน์ กทม.ล /151 คุณรติรัตน์ กทม.ล

152/คุณชลทิศา กทม.ล /153 คุณสมรรัตน์ ศรีสะเกษ ล.

154/คุณณัฐชนา สงขลา ล. /155 คุณนิสารัตน์ กทม.ล ​

แจ้งรายชื่อ "ก็แค่ตัวแทน" (ล-ลงทะเบียน อ-อีเอ็มเอส)

75/คุณสุภาณี กทม.อ /76 คุณอรพรรณ เพชรบูรณ์ ล

77/คุณนัชชา ชลบุรี อ /78 คุณชนกนาถ บุรีรัมย์ ล.

79/คุณอาริสา นนทบุรี อ. /80 คุณสุกัญญา กทม. ล

81/คุณอภิชา สมุทรปราการ ล. /82 คุณนัฐธิชา พะเยา อ.

83/คุณอุทุมพร ขอนแก่น ล.

**84-98/ คุณจ๋า ร้าน bookathome นัดรับ 15ชุด

99/คุณใจรัก ปทุมธานี ล. /100 คุณนัฎติยา กทม.ล

101/คุณอัสมา กทม.ล /102 คุณณัฐติยา กทม.อ.1

103/คุณณัฐติยา กทม.อ.2 /104 คุณอรอุมา ชลบุรี ล.

105/คุณสุมาลี สุมทรปราการ อ. /106 คุณรุ่งทิวา กทม.ล

107/คุณณัฐชนา สงขลา ล.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น