กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อาการมันฟ้อง(รีไรท์3)ebook

ชื่อตอน : อาการมันฟ้อง(รีไรท์3)ebook

คำค้น : ขคราช มารตรี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2560 07:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อาการมันฟ้อง(รีไรท์3)ebook
แบบอักษร

วางจำหน่ายในรูปแบบ ebook แล้ววันนี้...

​ต่อ...



ภาพความงดงามชวนจับใจตรงเบื้องหน้า  ไม่อาจทำให้ประธานหนุ่มเจ้าของโรงแรมยมดิสรณ์ละสายตาออกห่างได้เลยแม้เพียงเศษเสี้ยววินาทีเดียว ไอ้งานที่ว่าจะเร่งทำให้เสร็จเร็วๆนั้น มีอันต้องสะดุดลง  ถึงแม้จะฝืนก้มหน้าเพ่งอ่านข้อความตรงหน้า บังคับให้ตัวเองจดจ่อมีสมาธิกับตัวหนังสือในหน้าเอกสารมากสักเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนมันจะไม่เข้าสมองเขาสักตัวเดียวเลยด้วยซ้ำ...

  เฮ้อ!ชายหนุ่มแอบถอนหายใจให้กับความฟุ้งซ่านของตัวเอง งั้นก็คงต้องพอแค่นี้ก่อน เอาไว้พรุ่งนี้เขาค่อยมาสะสางจัดการกับเอกสารพวกนี้ต่อก็แล้วกัน ไหนๆวันนี้เขาก็ทำตัวเกเรมาทั้งวัน หากฝืนใจทำต่อไปโดยมีแม่ตัวดีนั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ในห้องทำงานแบบนี้  เขาคงไม่เหลือสมาธิอะไรอีกตามเคย

 ขคราชตัดความรำคาญของตัวเองในเรื่องงาน เมื่อมีสิ่งทำลายสมาธินั่งทองไม่รู้ร้อนอยู่ตรงหน้าเขาอย่างไม่รู้ไม่ชี้ ต่อให้ฝืนตั้งใจอ่านตัวอักษรสักเท่าใด ก็รังแต่จะทำให้เขาเซ็นผิดเซ็นถูก จนอาจทำให้งานเกิดความเสียหายขึ้นมาก็อาจเป็นได้...

เมื่อตัดสินใจยุติการทำงานของวันนี้ลง  ชายหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นไปมองแม่ตัวต้นเหตุแห่งการทำลายสมาธิอีกครั้งหนึ่ง เขาก็ยังเห็นแม่ร้อยเล่ห์นั่งก้มๆเงยๆขยุกขยิกอยู่เหมือนเดิม มุมปากหยักสีสดจึงพากระตุกยิ้มขึ้นตามความน่ารักน่าเอ็นดูของแม่สาวน้อยร้อยมารยา เมื่อเขาเห็นเธอดูหมกมุ่นจนหัวคิ้วงามดั่งคันศรเกือบจะชนเข้าหากันอยู่รอมร่อ กับการขีดๆเขียนๆอะไรสักอย่างลงบนกระดาษสีขาวบนโต๊ะกระจกใส...

 “เบื่อหรือยังล่ะ?” น้ำเสียงเข้มๆเอ่ยถาม เมื่อฝืนทนทำงานต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ขคราชจึงปิดแฟ้มงานและวางทุกอย่างลง ยุติงานของตัวเองเอาไว้แต่เพียงเท่านี้พอ เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาค่อยมาสะสางจัดการกับมันต่อก็ยังทัน เมื่อนี่ไม่ใช่งานเร่งด่วนอะไรมากมาย...

มารตรีเงยหน้าขึ้นมองคนถามฉงนใจเล็กน้อย พร้อมกับส่ายหน้าไปมาอย่างฝืดเฝื่อนเต็มทน...

  “เอ่อ...” หญิงสาวกำลังคิดหาคำพูดดีๆเพื่อไม่ให้อสูรโมโห เธอจะบอกเขาออกไปว่าเบื่ออยากจะกลับบ้านใจจะขาด แต่ก็ไม่กล้าพอจะบอกเขาออกไปตรงๆ กลัวเขาจะไม่พอใจเธอแล้วลุกขึ้นมาอาละวาดใส่ให้อีก

 “เบื่อก็บอกว่าเบื่อสิ ทำไมต้องคิดนาน อ้ำๆอึ้งๆขนาดนั้นด้วย...” คนขี้หงุดหงิดตอบให้เองเสร็จสรรพ

 “รตีแค่อยากกลับบ้าน...” มารตรีสารภาพเสียงอ่อน เมื่อเธอทั้งรู้สึกเหนื่อยจนตาแทบจะปิดได้อยู่แล้ว  แต่เธอไม่ต้องการให้ตัวเองหลับต่อหน้าเขา จึงต้องหาอะไรขึ้นมาทำเพื่อให้ตาสว่างเข้าไว้

 “กลับก็กลับสิ...” ชายหนุ่มตอบรับง่ายๆ คราวนี้ขคราชไม่ดื้อรั้นเอาแต่ใจ ในเมื่อเขาเองก็ไม่มีสมาธิจะทำงานต่อแล้วเหมือนกัน

 เมื่อได้ยินว่าเขาอนุญาตให้กลับบ้านได้ มารตรีจึงเผลอตัวโดยการส่งยิ้มหวานเพื่อเป็นการขอบคุณไปให้เขา คนโดนขอบคุณด้วยรอยยิ้มหวานหยด ถึงกับนิ่งอึ้ง นั่งตัวชาวาบ หัวใจแกร่งเริ่มเต้นกระตุกถี่รัวรุนแรงขึ้นจนชายหนุ่มนึกกลัว  กลัวว่ามันจะกระเด็นออกมานอกอกเสียเหลือเกิน...

ให้ตายห่าสิวะ!นี่เขากำลังโดนแม่ผู้หญิงจอมมารยาตรงหน้าเล่นงานเข้าให้แล้วใช่ไหมเนี่ย ไอ้หัวใจบ้าๆนี้ มันถึงได้เต้นแรงเสียเสียงดังโครมคราม จนแทบจะกระเด็นกระดอนออกมาประจานความโง่บรมของตัวเอง ให้แม่จอมร้อยมารยาได้มานั่งหัวเราะเยาะเขาทีหลัง ว่าเจ้าหล่อนปั่นหัวเขาได้สำเร็จ...

ไม่ได้การเสียแล้วละ หากเป็นอย่างที่เขาคิดจริง มันคงไม่ใช่เรื่องดีเด่อะไรนัก เขาจะต้องรีบขจัดไอ้ความรู้สึกบ้าบอนี้ออกไปให้พ้นๆเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนเขาจะถลำลึกอาการหนักมากไปกว่านี้

  “หุบปากของเธอลงซะแม่ผู้หญิงร้อยเล่ห์ ไอ้รอยยิ้มยั่วให้ท่าของเธอนั้น มันอาจจะใช้ได้ผลดีกับผู้ชายทั่วไปก็จริง แต่สำหรับฉันมันไร้ประโยชน์ คราวหน้าคราวหลังไม่ต้องงัดเอาเสน่ห์จอมมารยาลวงโลกของเธอขึ้นมาใช้กับฉันให้มันเสียเวลาเปล่าหรอกนะ เพราะฉันไม่ใช่ผู้ชายหน้าโง่ทั้งหลายในสต๊อกของเธอ ที่จะมาหลงกลผู้หญิงร้อยเล่ห์อย่างเธอเพียงแค่เธอส่งยิ้มอาบยาพิษจอมเสแสร้งมาให้แค่นั้น”

 พูดจบ คนที่กำลังหาเกาะป้องกันความรู้สึกของตัวเองมีอันหน้าหักงอไม่ต่างจากปลาทูคอหัก เพราะไม่เพียงแต่รอยยิ้มหวานหยดของแม่นั่นที่ทำให้เขาสั่นคลอนไปถึงไหนต่อไหน แม้แต่ไอ้ตาโตๆของเจ้าหล่อนยามมองมายังเขาปริบๆนั้น  ก็ทำให้เขาอยากจะลุกจากเก้าอี้แล้วเข้าไปกระชากร่างหอมๆของแม่ร้อยมารยามาตะโบบจูบเสียให้ขาดใจตายกันไปข้างหนึ่งนัก ผู้หญิงบ้าอะไรอย่างนี้ ทำไมถึงได้ชอบมาปั่นสมองเขานัก...

    “คะ?...” คนเผลอตัวส่งยิ้มให้ถึงกับอ้าปากเหวออึ้งกับความคิดแง่ร้ายของเขา นั่นเขาจะคิดหลงตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า  หากเธอคิดจะทำอย่างที่เขาใส่ร้ายจริงๆ เขาจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอไม่คิดจะชายตาแลให้เปลืองเวลา

 “รตรีไม่ได้...อุ๊ย!”

“หุบปาก...”  มารตรีสะดุ้งกับเสียงตวาดของชายหนุ่ม

“ก็รตรีจะบอกว่า...”

  “เอ๊ะ! ฉันบอกให้เธอหุบปากยังไงเล่า ไม่ต้องมาหาคำพูดสวยหรูเพื่อจะมาแก้ตัวอะไรทั้งนั้น ในเมื่อไส้กี่ขดต่อกี่ขดของเธอฉันรู้ซึ้งดีแก่ใจ ก็อย่างที่เคยบอกเธอไว้นั่นแหละ ฉันไม่ใช่ควายให้เธอสนสะพาย...” คนบอกว่ารู้ดีกระแทกอารมณ์ออกดังพรืด กระแทกหลังพิงพนักเสียงดังโครม

    มารตรีเลิกคิ้วมองไปทางประตูแทน ป่วยการจะพูดกับผู้ชายผีเข้าผีออกอย่างเขา เธออ่อนอกอ่อนใจกับความคิดในแง่ร้ายของคนเกลียดขี้หน้ากันเหลือเกิน เหนื่อยใจจนอยากจะลุกออกไปจากตรงนี้เสียให้พ้นๆเต็มทน แต่ก็ยังฝืนทนนั่งฟังเขาจิกกัดเธอต่อ เพราะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวเองให้ต้องเสียน้ำตา...

“ไงล่ะ...พอถูกฉันจับได้เข้าหน่อยก็ทำเป็นนั่งหน้าซีดเลยนะทีนี้...” คนหน้าตูมยังคงเอ่ยวาจาเผ็ดร้อนทำร้ายจิตใจไม่เลิก

“หึ...ผู้หญิงแบบเธอมันดูกันออกง่ายจะตายไป เห็นจะมีแค่ป๋าฉันกับไอ้พวกหน้าโง่ทั้งหลายนั่นล่ะมั้ง ที่ยังมองผู้หญิงอย่างเธอไม่ออก  แต่สักวันเถอะพอธาตุแท้ของเธอมันโผล่ ป๋าของฉันกับไอ้พวกหน้าโง่เหล่านั้นก็จะตาสว่าง พากันเฉดหัวเธอทิ้งกันหมดนั่นแหละ และพอถึงวันนั้นขึ้นมาจริงๆแล้วล่ะก็ เธอเอ่ย แม้แต่ศักดิ์ศรีของเธอก็จะไม่เหลือคุณค่าให้ใครเขาเห็นอีกเลยคอยดู...”

ยิ่งฟังถ้อยคำกระแหนะกระแหนแสนชิงชังของเขา มือไม้ที่กำลังเก็บอุปกรณ์วาดโครงร่างอัญมณีเริ่มสั่นเทา เธออุตส่าห์ทำเป็นไม่สนใจเขาแล้ว แต่เขายังไม่เลิกว่าร้ายเธอเสียที ริมฝีปากอิ่มได้แต่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง พยายามข่มเอาความโกรธกักเก็บไว้ในทรวงอก  ก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของลงกระเป๋าถือใบเล็กไปโดยทำเป็นไม่ได้ยินเสียงพูดพล่ามแสนร้ายกาจของเขาต่อไป เก็บของเสร็จเธอรีบลุกขึ้นโดยไว้ รีบก้าวขาสั่นๆเดินตรงไปยังประตูเพื่อจะได้ออกไปให้พ้นๆจากคนปากเสียเสียที...

“นั่นเธอจะไปไหน?” ชายหนุ่มตวาดเสียงถามกร้าว ร่างหนาผวารีบลุกจากเก้าอี้ทำงานตามร่างเล็กไปติดๆ

**********************************

เข้าไปกดซื้อได้ตามริ้งแปะไว้ด้านหน้านะคะ...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}