Sameejaejung (สามีแจจุง)

หนังสือและ Boxset ซีรีส์ H.E.A.R.T. เปิดจองแล้วน้า

ร้อนรักครั้งที่ 5 เสียศูนย์ NC-18 [มีภาพปกนิยายตอนท้าย]

ชื่อตอน : ร้อนรักครั้งที่ 5 เสียศูนย์ NC-18 [มีภาพปกนิยายตอนท้าย]

คำค้น : HEART , Erotic , หัวใจร้อนรัก , หมอกธาร , เมฆธาร , Yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.7k

ความคิดเห็น : 88

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2560 19:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ร้อนรักครั้งที่ 5 เสียศูนย์ NC-18 [มีภาพปกนิยายตอนท้าย]
แบบอักษร



Part 5# Thara เสียศูนย์ NC-18

               “ต้องเลือกใครสักคน...งั้นหรอ?” ผมพูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ ในขณะที่หัวใจก็สั่นไหวและเจ็บแปลบราวกับถูกไฟช็อต

               หมอก...เด็กหนุ่มใสซื่อและจิตใจดี ที่ผมรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกพบจนกระทั่งตอนนี้ เวลาอยู่กับหมอกผมจะรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมาก อย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้ชายคนไหนที่เคยเจอมาก่อนเลยแม้แต่น้อย

               ส่วนเมฆ...เด็กหนุ่มสุดร้ายกาจแต่ลีลาแซ่บซี้ดถึงใจ แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่อยู่ด้วยกันแล้วผมได้เป็นตัวของตัวเอง เมฆทำให้ผมรู้สึกสนุกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในช่วงอายุ 10 ปลายๆ อีกครั้ง

               ผมรู้สึกชอบและถูกใจทั้งสองคน เพราะแต่ละคนต่างก็มีข้อดีเป็นของตัวเอง ถึงก่อนหน้านี้ผมจะเคยคิดว่าถ้าต้องให้เลือกจริงๆ ผมก็จะทิ้งเมฆแล้วเลือกหมอก แต่พอคิดไปคิดมาผมก็ทำใจทิ้งเมฆไม่ลงซะงั้น แน่นอนว่าหมอกก็เหมือนกัน ดังนั้นผมจึงมืดแปดด้านจริงๆ เพราะตัดสินใจไม่ได้เลย

               “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับพี่ธาร พี่ยังมีเวลาให้คิดอีกเยอะ ไม่จำเป็นต้องเร่งเอาคำตอบวันนี้ก็ได้” พฤกษ์พูดขึ้นเมื่อเห็นผมก้มหน้าลงแล้วเอามือกุมขมับ

               “จริงด้วย เอางี้มั้ยพี่ธาร วันไหนสักวันพี่ลองชวนหมอกมากินข้าวที่บ้านดิ พวกผมจะได้ช่วยสแกนให้ด้วยไงว่าใสซื่อจริงอย่างที่พี่คิดรึเปล่า” เพลิงเสนอความคิด ซึ่งพฤกษ์ก็พยักหน้าเห็นด้วย

               “ผมว่าความคิดไอ้เพลิงมันก็ไม่เลวเหมือนกันนะครับ”

               “นั่นสินะ ให้ทุกคนช่วยดูมันก็ดีเหมือนกัน”

               แล้วหลังจากนั้นผมก็ลงไปข้างล่างเพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนฟัง จากนั้นก็นัดแนะวันเวลาก่อนที่จะโทรไปแจ้งหมอกอีกที ซึ่งหมอกก็ไม่มีปัญหา แถมยังยินดีและเต็มใจมากที่จะได้มาพบกับครอบครัวของผม โดยนับเวลาถอยหลังทุกวันจนกระทั่งตอนเย็นของวันเสาร์ถัดมา...

               “ตะวันทำไปก่อนนะ เมื่อกี้หมอกไลน์มาบอกว่าแท็กซี่ที่นั่งมาขับเข้าซอยมาแล้ว ฉันเลยจะออกไปรอรับที่หน้าบ้าน เดี๋ยวหลังจากนั้นฉันจะเข้ามาช่วยทำต่อ” ผมพูดในระหว่างที่กำลังถอดผ้ากันเปื้อน เพราะกำลังช่วยตะวันทำกับข้าวอยู่ในครัว

               “ไม่ต้องหรอกครับคุณธาร พอผัดจานนี้เสร็จก็เหลือแค่ตกแต่งจานนิดหน่อยเองครับ”

               “อ๋อ ถ้างั้นก็ฝากด้วยนะ” ผมพูดจบก็เดินออกมาจากครัว สักพักพอเห็นวาเดินสวนมาผมเลยใช้ให้เข้าไปช่วยงานตะวัน จากนั้นก็ไปบอกคนอื่นๆ ให้เตรียมตัวเพราะหมอกใกล้จะถึงแล้ว

ผมออกไปยืนรอหมอกอยู่ที่รั้วหน้าบ้าน จากนั้นไม่นานแท็กซี่ที่หมอกนั่งมาก็วิ่งมาจอดอยู่ตรงหน้าผม

               “ขอบคุณนะครับ” หมอกเปิดประตูเดินลงมาแล้วพูดกับคนขับรถแท็กซี่

ความจริงผมตั้งใจจะขับรถไปรับหมอกที่หอด้วยตัวเองด้วยซ้ำ แต่หมอกบอกว่าเกรงใจไม่อยากให้ผมขับรถกลับไปกลับมา เลยยืนกรานขอนั่งแท็กซี่มาเองคนเดียว        

“ขอโทษที่ให้รอนานนะครับคุณธาร” สีหน้าของหมอกเป็นกังวลเพราะกลัวจะเสียมารยาท ทั้งที่ตัวเองมาถึงก่อนเวลาตั้งเกือบ 15 นาทีแท้ๆ

               “จะขอโทษทำไมนายไม่ได้มาช้าสักหน่อย แต่ก็เอาเถอะ ตอนนี้เข้าบ้านกันก่อนดีกว่า” ผมพูดจบก็จูงมือหมอกให้เดินตามมา ผมรู้สึกว่าหมอกประหม่าเพราะมือกำลังสั่งเล็กน้อย แถมยังมีเหงื่อไหลซึมออกมาอีกต่างหาก

               “ไม่ต้องเกร็งไปหรอก เคยบอกไปแล้วนี่ว่าครอบครัวฉันมีแต่พี่น้องไม่มีญาติผู้ใหญ่” ผมหันไปยิ้มให้บางๆ หมอกที่เห็นอย่างนั้นเลยพยักหน้าลง แล้วจึงหายใจเข้าออกเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย

               เมื่อเห็นหมอกดูไม่เกร็งและเป็นกังวลเท่าไหร่แล้ว ผมจึงได้จูงมือหมอกไปยังโต๊ะอาหารที่อยู่ภายในบ้าน ซึ่งพอไปถึงก็เห็นทุกคนนั่งประจำที่กันเรียบร้อยแล้ว

               “ทุกคนนี่หมอกนะ ส่วนหมอกเดี๋ยวฉันจะแนะนำแต่ละคนให้ฟัง เริ่มจากคนนู้นพี่ภูพี่ใหญ่ของบ้าน ที่นั่งข้างๆ คือตะวันแฟนของพี่ภู ส่วนสองหนุ่มแฝดตรงนี้ชื่อพฤกษ์กับเพลิง แล้วนั่นก็วาน้องเล็กของบ้าน เป็นคนเดียวที่อายุน้อยกว่าหมอก”

               “เอ่อ...สะ...สวัสดีครับ” หมอกยกมือขึ้นไหว้พร้อมพูดอย่างตะกุกตะกัก ท่าทางจะเกร็งมากกว่าเมื่อกี้ซะอีกนะเนี่ย

               “สวัสดี ทำตัวตามสบายนะ คิดซะว่าพวกเราคือพี่น้อง แล้วที่นี่ก็คือบ้านของหมอกด้วย” พี่ภูส่งยิ้มอย่างอบอุ่นไปให้ ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ก็ด้วย พอเห็นว่าทุกคนยินดีต้อนรับอย่างเป็นอย่างดีหมอกจึงคลายกังวล ผมเลยบอกให้หมอกนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ว่าง ซึ่งก็คือข้างๆ เก้าอี้ตัวประจำของผม

               บรรยากาศการกินข้าวเย็นเป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกสนาน เพราะเพลิงกับวาที่เป็นคนพูดมากอยู่แล้วได้ตีซี้และชวนหมอกคุยอยู่ตลอด แต่ถึงอย่างนั้นก็ลอบสังเกตท่าทีของหมอกเวลาหลอกถามข้อมูลอะไรไปด้วย ซึ่งหมอกก็ตอบอย่างเป็นธรรมชาติไม่มีท่าทีปิดบังหรือว่าโกหกอะไรเลย

               เกือบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่แยกกันที่วัดผมก็เจอหมอกแทบทุกวัน โดยจะนัดกันช่วงเย็นที่หน้ามหา’ลัยของหมอกบ้าง หรือหน้าโรงแรมที่ผมทำงานบ้าง แต่ก็เพียงแค่กินข้าวเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ไม่ได้นอนค้างคืนเพื่อทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วยกันแต่อย่างใด

               หมอกไม่เคยมีแฟนเลยค่อนข้างเคอะเขินและไม่รู้ว่าคนที่เป็นแฟนกันต้องทำอะไรบ้าง ส่วนผมก็ใช่ว่าจะเคย ที่ผ่านมาก็แค่วันไนท์สแตนด์เฉยๆ ไม่เคยคบใครเป็นตัวเป็นตนสักที แต่ถึงอย่างนั้นเราสองคนก็เข้ากันได้ดี ความแตกต่างทั้งด้านอายุและการใช้ชีวิตไม่ได้เป็นอุปสรรคอย่างที่ผมเคยคิดเอาไว้ แถมผมยังให้ใจกับหมอกมากขึ้นทุกวันๆ อีกต่างหาก

               “เรื่องของหมอกทุกคนคิดว่ายังไงกันบ้าง” ผมพูดขึ้นในขณะที่หมอกอาสาไปช่วยตะวันล้างถ้วยจานหลังจากกินข้าวเสร็จ ผมกับคนอื่นๆ เลยย้ายสำมะโนครัวมารวมตัวกันอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น

               “พี่คิดว่าหมอกคือช้างเผือกเลยล่ะธาร ทั้งนิสัย หน้าตา การศึกษา รวมทั้งครอบครัวที่รับราชการกันหมด พี่คิดว่าหมอกเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมและสมบูรณ์คนหนึ่งเลย” เป็นเรื่องยากมากที่พี่ภูจะชื่นชมใครถึงขนาดนี้ แต่หมอกก็เป็นเฟอร์เฟคแมนไร้ที่ติอย่างที่พี่ภูพูดจริงๆ นั่นแหละ

               “ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันนะครับพี่ธาร นี่ถ้าไม่ได้เจอกับตาจริงๆ ผมคงไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้อยู่บนโลก” วาพูดสนับสนุนความคิดของพี่ภู

               “แล้วพวกแกสองคนล่ะ คิดยังไงกับเรื่องของหมอกบ้าง” ผมหันไปถามความคิดจากพฤกษ์กับเพลิง ที่สีหน้าดูเหมือนว่ากำลังคิดอะไรอยู่สักอย่าง ซึ่งพอได้ยินผมถามคำถามก็หันหน้าไปมองกัน จากนั้นจึงได้หันมาหาผมอีกที

               “ผมคิดว่าหมอกดูสมบูรณ์แบบเกินไปจนน่าสงสัยครับพี่ธาร” ประโยคนี้พฤกษ์เป็นคนพูด เพลิงจึงพยักหน้าเห็นด้วยแล้วพูดเสริมขึ้น

               “จะหาว่าพวกผมโลกมืดก็ได้ แต่พวกผมไม่คิดว่าคนแบบนี้จะมีอยู่จริงๆ เพราะงั้นพวกผมเลยเชื่อว่าหมอกต้องมีอีกบุคลิก หรือไม่ก็กำลังใส่หน้ากากเพื่อปกปิดความจริงเรื่องเมฆที่เป็นฝาแฝด”

ผมก็อยากจะค้านความคิดของพฤกษ์กับเพลิงอยู่หรอกนะว่าอาจคิดมากไปเอง แต่ผมก็ไม่สามารถพูดออกไปได้เพราะเรื่องของเมฆก็ยังคงคาใจผมอยู่เหมือนกัน

ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เคยเจอหรือได้รับการติดต่อจากเมฆอีกเลย เมฆหายไปโดยทิ้งไว้แต่ความทรงจำที่ราวกับฝัน แต่ผมก็มั่นใจว่าเรื่องคืนนั้นได้เกิดขึ้นจริง เพราะงั้นผมจึงได้คาใจและพยายามหาความจริงมาจนถึงตอนนี้

“งั้นพี่คงต้องลองเข้าไปในห้องของหมอกอีกครั้งแล้วล่ะ ถ้าลองได้ค้นดูสักหน่อยอาจจะเจออะไรที่เกี่ยวกับเมฆก็ได้”

               “ก็ดีเหมือนกันนะ แต่พี่อย่ามัวแต่ทำอย่างอื่นจนลืมเรื่องที่ตั้งใจจะทำล่ะ” เพลิงพูดยิ้มๆ อย่างรู้ทัน ผมจึงถลึงตาใส่ด้วยความหมั่นไส้

               หลังจากนั้นไม่นานหมอกกับตะวันก็เดินออกมา พวกเราทั้ง 5 เลยเปลี่ยนเรื่องคุยซึ่งก็เป็นไปได้อย่างแนบเนียน จนกระทั่งไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกันแล้วนั่นแหละ ผมจึงได้บอกทุกคนว่าจะพาหมอกกลับไปส่งที่หอ

               “คนที่บ้านฉันชอบนายกันทุกคนเลยนะ แล้วนายคิดยังไงกับคนที่บ้านของฉัน อึดอัดรึเปล่าที่มีคนอยู่กันเยอะขนาดนี้” ผมถามในขณะที่เราสองคนกำลังอยู่ในรถ ซึ่งก็ใกล้จะถึงหอพักของหมอกแล้ว

               “ไม่เลยครับ ทุกคนต้อนรับผมอย่างอบอุ่นแล้วก็เป็นกันเองกับผมมาก ผมเป็นลูกคนเดียวไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ เพราะงั้นผมเลยรู้สึกประทับใจมากครับคุณธาร” ถึงแม้ผมจะไม่ได้หันหน้าไปมอง แต่ฟังจากน้ำเสียงก็รับรู้ได้เลยว่าหมอกประทับใจอย่างที่พูดจริงๆ

               ผมขับรถต่อไปไม่กี่นาทีก็ถึงหอพักของหมอก ซึ่งผมก็ตั้งใจจะนอนค้างตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่งั้นคงไม่ขับรถออกมาส่งตอนดึกๆ ดื่นๆ ขนาดนี้ แต่หมอกกลับใสซื่อเกินไปจนมองความตั้งใจของผมไม่ออก เพราะงั้นพอรถจอดจึงได้พยายามรวบรวมความกล้าเพื่อพูดขึ้นมาว่า...

               “คืนนี้ค้างกับผมที่ห้องนะครับคุณธาร ผม...เอ่อ...6 วันที่ผ่านมาผมศึกษาเรื่องนั้นมาเยอะเลย เพราะงั้น...ครั้งนี้ขอให้ผมเป็นฝ่ายให้ความสุขคุณบ้างนะครับ” หมอกพูดด้วยใบหน้าแดงจัด ส่วนมือก็กำขากางเกงแน่นจนยับย่น

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้หมอกกำลังตื่นเต้นขนาดไหน แต่ผมก็ไม่ต่างกันนักหรอก เพราะแค่ได้ยินเสียงที่สั่นและกระเส่าเล็กน้อยของหมอก ผมก็แทบอยากถอดเสื้อผ้าแล้วขึ้นขย่มทั้งๆ ที่ตอนนี้ยังอยู่ในรถเลยด้วยซ้ำ

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ต้องสะกดกลั้นอารมณ์ระงับความต้องการเอาไว้ เพราะทำในรถมันจะไปถึงใจเท่ากับทำในห้องได้ยังไงจริงมั้ยล่ะ

“ถ้างั้นก็อย่าช้าเลยดีกว่า ฉันอยากรู้ใจจะขาดแล้วว่านายไปศึกษาเรื่องอะไรมา แล้วจะผ่านหลักสูตรกับได้คะแนนไปเท่าไหร่” คำพูดของผมทำเอาหมอกหน้าแดงจัดยิ่งกว่าเดิม แถมตัวยังเกร็งจนแทบหยุดหายใจอีกต่างหาก ขนาดเราสองคนทำความรู้จักจนสนิทกันมากขึ้นแล้วนะ แต่หมอกก็ยังคงประหม่าเวลาที่อยู่กับผมไม่เคยเปลี่ยน

‘ผมพึ่งมีแฟนคนแรกแถมยังชอบคุณมาก เวลาอยู่กับคุณผมเลยตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกเลยครับ’

               นี่คือคำตอบของหมอกหลังจากที่ผมถามเหตุผล ซึ่งมันก็ทำให้ผมยิ่งชอบแล้วก็เอ็นดู (จนอยากดูเอ็น) หมอกมากกว่าเดิม

               เราสองคนรีบขึ้นไปบนห้องโดยไม่ให้เสียเวลา แต่ผมก็ยังไม่ลืมว่าตั้งใจจะมาทำอะไร เพราะงั้นอันดับแรกเลยบอกให้หมอกเข้าไปอาบน้ำ ส่วนผมก็ใช้เวลานั้นค้นห้องตามจุดต่างๆ แต่ไม่ว่าจะค้นตรงไหนผมก็ไม่เจออะไรเกี่ยวกับเมฆเลยแม้แต่น้อย

               หมอกไม่มีฝาแฝดจริงๆ หรือว่าซ่อนหลักฐานทุกอย่างเอาไว้เป็นอย่างดีกันแน่?

               “ขอโทษที่ช้านะครับคุณธาร” หมอกที่สวมผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำพอดี ผมที่เห็นแผงอกอันน่ากินที่อยู่ข้างหน้า เลยได้สติแล้วหลุดจากความคิดที่กำลังตีกันอยู่ในหัว

               “ไม่เป็นไร ถ้างั้นฉันเข้าไปอาบต่อเลยนะ” ในเมื่อไม่เจอหลักฐานอะไร ดังนั้นผมก็จะไม่สนใจเมฆอีกต่อไปแล้ว คืนนี้ผมจะสนใจแต่หมอกและคิดถึงหมอกเพียงคนเดียวเท่านั้น

ผมใช้เวลาอาบน้ำประมาณ 20 นาที โดยทำความสะอาดร่างกายทุกซอกทุกมุมเพื่อให้พร้อมสำหรับหมอก ซึ่งหมอกก็เตรียมพร้อมเหมือนกัน เพราะพอผมออกมาจากห้องน้ำก็พบว่ามีถุงยางกับเจลหล่อลื่นวางอยู่ข้างเตียงเรียบร้อย

“ดูอะไรอยู่น่ะ ท่าทางตั้งอกตั้งใจเชียว” ผมถามในขณะที่เดินเข้าไปหาหมอกที่นั่งจ้องโทรศัพท์ โดยที่ผมสวมเพียงแค่ชุดคลุมอาบน้ำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

“คือ...เอ่อ...ผม...” หมอกพูดได้แค่นี้ จากนั้นก็ก้มหน้างุดด้วยใบหน้าแดงซ่าน ท่าทางเอียงอายแบบนั้นทำให้ผมนึกสงสัย จึงได้เดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วก้มหน้าลงไปมองหน้าจอโทรศัพท์ของหมอก

เทคนิคการออรัล

“อยากใช้ปากให้ฉันหรอหมอก?”

“ครับ คือ...ครั้งที่แล้วคุณทำให้ผม ครั้งนี้ผมเลยอยากทำให้คุณบ้าง นี่ก็ศึกษามาทั้งอาทิตย์เลยครับ” ถึงสีหน้าของหมอกจะดูเขินอาย แต่แววตานั้นแน่วแน่และตั้งใจเป็นอย่างมาก

“แต่ฉันก็อยากใช้ปากให้นายเหมือนกัน ถ้างั้นก็ 69 กันเลยเนอะ” พูดจบผมก็ดันหมอกให้ขยับไปกลางเตียงแล้วนอนลง ส่วนผมก็ขึ้นคร่อมโดยหันสะโพกไปทางใบหน้าของหมอก ส่วนใบหน้าของผมจะอยู่ที่ส่วนนั้นของหมอกแทน

“เคยเห็นท่านี้ตอนศึกษามาด้วยรึเปล่า” ผมพูดในขณะที่แหวกผ้าเช็ดตัวของหมอกออก แล้วใช้มือลูบไล้ท่อนเนื้ออันใหญ่โตและอวบอั๋นที่กำลังเริ่มแข็งตัวช้าๆ

“คะ...เคยครับ อืม...คุณธาร” เสียงพูดที่กระเส่าของหมอกทำให้ผมเริ่มเกิดอารมณ์ขึ้นบ้าง ยิ่งจังหวะที่หมอกสอดมือเข้าไปใต้ชุดคลุมอาบน้ำของผม แล้วค่อยๆลูบไล้ตามเรียวขาขึ้นไปถึงสะโพกมันก็ทำให้ร่างกายของผมถึงกับสั่น ส่วนสะโพกก็บิดและส่ายไปมาด้วยความต้องการ

“อา...หมอก...” ตอนนี้ผมต้องการหมอกแทบบ้า แล้วผมก็รู้ว่าหมอกต้องการผมเช่นกัน ดังนั้นผมจึงได้ประคองท่อนเนื้อของหมอกที่อยู่ตรงหน้าเอาไว้ แล้วใช้ลิ้นไล้เลียแท่งร้อนๆ ตั้งแต่โคนจรดปลาย

“ซี้ดด...อา...คุณธาร” ความเสียวซ่านทำให้หมอกร้องครางอย่างสุดกลั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองสุขสมเพียงคนเดียว เพราะหมอกได้ใช้มือข้างหนึ่งกดสะโพกของผมลงมา ส่วนมืออีกข้างก็กอบกุมส่วนนั้นของผมเอาไว้ แล้วยื่นหน้าขึ้นไปใช้ลิ้นเลียที่ส่วนปลาย ก่อนจะวนซ้ำและขยี้รูเล็กๆ ไปมาอีกด้วย

“อ๊ะ...อ๊า...หมอก...อ๊า...” ผมเชื่อแล้วว่าหมอกศึกษาเรื่องนี้มาทั้งอาทิตย์จริงๆ ผมให้ผ่านหลักสูตรโดยได้คะแนนเต็มอย่างไม่มีข้อกังขา เพราะตอนนี้ผมรู้สึกดีและเสียวซ่านเอามากๆ จึงได้ครางระงมในลำคอในขณะที่กำลังใช้ปากรูดรั้งส่วนนั้นของหมอกขึ้นลงไปด้วย

“อื้อ...อื้ม...อื้อ...” ยิ่งผมเสียวมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งขยับริมฝีปากและออกแรงดูดท่อนเนื้อของหมอกแรงขึ้นมากเท่านั้น จนตอนนี้มันได้ขยายใหญ่ขึ้นจนคับปากของผมไปหมดแล้ว

“ซี้ดด...อย่าดูดแรง...อา...ขนาดนั้นสิครับ เดี๋ยวผมก็...อื้อ...เสร็จก่อนพอดี...” หมอกถอนริมฝีปากออกมาเพื่อพูดกับผม แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้เอามืออุ่นๆ ไปรูดรั้งส่วนนั้นของผมที่อยู่ตรงหน้าแทน

“อา...ถ้านายไม่อยากเสร็จก่อนก็รีบทำให้ฉันเสร็จซะสิ คิดว่าทำได้รึเปล่าล่ะ” ผมท้าอย่างนึกสนุก เพราะอยากกระตุ้นหนุ่มใส่ซื่อและขี้อายอย่างหมอกให้เจนจัดขึ้นมาบ้าง แต่ผมก็ไม่คิดว่าหมอกจะ...

“ถ้างั้นผมขอเลียตรงนี้ด้วยนะครับ”

“ตรงไหน?...อ๊ะ!” แล้วผมก็สะดุ้งเฮือกแล้วหวีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อหมอกยืดตัวขึ้นไปนิดนึงแล้วฝังใบหน้าลงที่บั้นท้าย ตามด้วยการใช้ลิ้นเลียลงไปตรงช่องทางด้านหลังของผม

“หมอก! ตรงนั้นมัน...อ๊า! หยุดนะ...ยะ...อ๊ะ...อ๊า...หมอก...อ๊า!” ผมพูดแทบไม่เป็นภาษา ส่วนปากก็อยากจะร้องห้าม แต่สมองมันกลับขาวโพลนจนคิดอะไรแทบไม่ออก ตอนนี้ผมรู้สึกแต่ความเสียวแล้วก็ลิ้นของหมอกที่กำลังเลียเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ถึงแม้ว่าผมจะเคยมีเซ็กส์มาหลายต่อหลายครั้ง กับผู้ชายไม่รู้กี่คนต่อกี่คน แต่ก็ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ผมจะถูกเลียตรงช่องทางด้านหลัง แล้วก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะถูกเลียด้วย เพราะนี่มันคือชีวิตจริงไม่ใช่ใน AV ถึงผมจะมั่นใจว่าทำความสะอาดตรงนั้นมาเป็นอย่างดี แต่หมอกไม่จำเป็นต้องทำให้ผมขนาดนี้เลยก็ได้

“หมอก...อ๊า...หยุดก่อน...ไม่...อ๊ะ...ยะ...ไม่เอา...อ๊า...” แต่ถึงผมอยากจะห้ามแค่ไหนร่างกายกลับไม่ยอมฟัง เพราะสะโพกของผมได้บิดเร่า สั่นระริก และส่ายไปมา ส่วนช่องทางด้านหลังก็บีบและตอดรัดลิ้นของหมอกด้วยความสุขสม ส่งผลให้ส่วนนั้นของผมที่อยู่ด้านหน้ามีน้ำใสๆ ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย

“คุณพูดเหมือนไม่ชอบ แต่ร่างกายของคุณดูเหมือนว่าจะรู้สึกตรงข้ามเลยนะครับคุณธาร” หมอกพูดจบก็ก้มหน้าลงไปเลียช่องทางด้านหลังของผมใหม่ แถมยังชอนไชลิ้นเข้าไปข้างในให้ลึกขึ้นจนผมเสียวแทบบ้าอยู่แล้ว

“อ๊า...อ๊ะ...อ๊า...ซี้ดดด...อ๊า...” ตอนนี้ผมไม่รับรู้อะไรอีกแล้วนอกจากความเสียวที่ยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกวินาที นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมสูญเสียการควบคุมตัวเองได้ถึงขนาดนี้ ยิ่งจังหวะที่หมอกขยับลิ้นที่อยู่ภายในเข้าออกพร้อมกับชักที่ด้านหน้าไปด้วย มันก็ทำให้ผมเสียวสุดๆ จนน้ำตาคลอ ได้แต่ร้องครางพลางกำผ้าปูที่นอนแน่นเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น

“หมอก! หมอก!! อ๊าาาาาา!” สิ้นเสียงนั้นความสุขสมทั้งหมดก็ได้ถูกปลดปล่อยออกมา ก่อนที่ผมจะหอบหายใจอย่างรุนแรงทั้งๆ ที่ร่างกายยังสั่นสะท้านอยู่เลย โดยเฉพาะตรงช่องทางด้านหลัง

“ผมดีใจนะครับที่ทำให้คุณมีความสุขได้ถึงขนาดนี้” หมอกก้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูของผม ก่อนจะพรมจูบที่พวงแก้ม ซอกคอ ลาดไหล่ แล้วก็ไล่ลงมาเรื่อยๆ ตามแผ่นหลัง โดยที่มือก็กำลังลูบไล้จากสะโพกขึ้นมายังตรงสีข้าง

“อา...หมอก...” ผมครางเสียงกระเส่า ส่วนร่างกายก็สั่นสะท้านมากขึ้นกว่าเดิม เพราะตอนนี้ความปรารถนาของผมได้ถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้งเรียบร้อยแล้ว

“ผมต้องการคุณนะครับคุณธาร คุณก็ต้องการผมเหมือนกันใช่มั้ยครับ”

“อือ...” ทันทีที่ผมพยักหน้าหมอกก็ยกสะโพกของผมขึ้น แล้วใช้นิ้วที่ชุ่มไปด้วยเจลหล่อลื่นวนตรงปากทางเข้า จากนั้นก็ค่อยๆ สอดนิ้วอันเรียวยาวเข้ามาข้างในจนกระทั่งสุดความยาว

“อ๊ะ...อ๊า...” ผมร้องครางด้วยความเสียวซ่าน เมื่อหมอกขยับนิ้วเข้าออกสลับกับคว้านเป็นวง จนกระทั่งช่องทางด้านหลังของผมผ่อนคลายจึงได้แทรกนิ้วเข้ามาเพิ่มอีก 1 รวมเป็น 2

“อื้อ...อื้ม...อา...อ๊า...” หมอกขยับนิ้วเข้าออกเร็วขึ้น นิ้วอันเรียวยาวเข้ามาลึกมากจนผมครางไม่หยุดปาก แต่ถึงอย่างนั้นทุกจังหวะก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนผมรู้สึกได้

หมอกให้ความสำคัญกับร่างกายของผมแม้ว่าตัวเองกำลังอึดอัดละทรมาน ที่ผมรู้ก็เพราะพอเอี้ยวหน้าไปด้านหลังก็พบว่าแก่นกายของหมอกกำลังแข็งขึงอย่างขีดสุดจนเหยียดเกร็ง ส่วนตรงปลายก็กำลังเปียกชุ่มเพราะต้องการปลดปล่อยจนแทบเกินขีดจำกัดแล้ว

“พอ...พอแล้วหมอก...อื้อ...ใส่ถุงแล้วเข้ามา...อา...เดี๋ยวนี้เลย” อย่าว่าแต่หมอกจะทนไม่ไหว เพราะผมก็ใกล้ขาดใจแล้วเหมือนกัน ตอนนี้ช่องทางด้านหลังของผมมันกำลังกระตุกและสั่นระริกเพราะต้องการหมอกจนแทบขาดใจอยู่แล้ว

“ผะ...ผมจะเข้าไปแล้วนะครับคุณธาร” หมอกพูดขึ้นหลังจากที่ใส่ถุงยางเรียบร้อย แล้วเอาท่อนเนื้อร้อนๆ มาจ่ออยู่ที่ช่องทางด้านหลังของผม

“เข้ามา...เอาให้สุดเลย...เร็วเข้าหมอก...อ๊ะ...อ๊าา!” ทันทีที่ได้ยินผมสั่งแบบนั้น หมอกก็ดันแก่นกายเข้ามารวดเดียวจนมิดลำ ความยาวและความใหญ่โตของมันทำให้ผมกรีดร้องด้วยความสุขสมและเสียวซ่านจนลั่นห้อง

“ซี้ดด...อา...คุณธาร...ข้างในของคุณร้อนมาก...อา...อาา...” ส่วนหมอกก็ครางด้วยความสุขสมและเสียวซ่านไม่ต่างกัน ก่อนที่จะครางหนักขึ้นเมื่อเริ่มขยับแก่นกายเข้าออก โดยถอนออกมาจนเกือบสุดแล้วแทรกกลับเข้าไปในคราวเดียวจนสุดโคน

               “อ๊า...อ๊ะ...อ๊า...ตรงนั้น! แรงอีกหมอก! อ๊า...ดี...อ๊า...ซี้ดด...อ๊า...” ผมครางระงมพร้อมกับจิกทึ้งผ้าปูที่นอนแน่น เมื่อท่อนเนื้อของหมอกกระแทกเข้ามาโดนจุดเสียวที่อยู่ภายใน ความเสียวซ่านที่ได้รับทำเอาช่องทางด้านหลังกระตุกตอดรัดหมอกอย่างรุนแรง

“ซี้ดดด...อาา...” หมอกครางด้วยความเสียว แล้วเร่งจังหวะการขยับแก่นกายให้รวดเร็วมากขึ้นตามแรงอารมณ์ ส่วนผมก็โยกสะโพกและส่ายไปมาให้เข้ากับจังหวะการขยับของหมอก ร่างกายของเราสองคนเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมไม่เปลี่ยน ตอนนี้ผมเสียวสุดๆ จนแทบทนไม่ไหวแล้ว

“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า...ฉันจะเสร็จแล้วหมอก...อ๊า...” พอได้ยินแบบนี้หมอกก็เลื่อนมือข้างหนึ่งมาข้างหน้า จากนั้นก็ชักส่วนนั้นของผมเข้าออก ในขณะที่สะโพกก็ไม่ได้ลดการกระแทกกระทั้นลงเลย แถมยังเพิ่มความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ อีกต่างหาก

“อ๊า...อ๊ะ...อ๊า...สุดยอด..เสียวสุดๆ เลยหมอก...อ๊ะ...อ๊า...” ผมจิกทึ้งผ้าปูที่นอนจนยับย่นด้วยความเสียวซ่าน ส่วนสะโพกก็ยิ่งแอ่นและบิดส่ายไปมา ในขณะที่ช่องทางด้านหลังก็ตอดรัดท่อนเนื้ออันอวบอั๋นและร้อนระอุของหมอกอย่างถี่ยิบ

“อา...คุณรัดผมแน่นขนาดนี้...ซี้ดด...ผมก็ทนไม่ไหวสิครับคุณธาร” หมอกกัดปากครางซี้ดอย่างสุดกลั้น จากนั้นก็เร่งจังหวะการกระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างหนักหน่วง รวดเร็ว และรุนแรงมากยิ่งกว่าครั้งไหนๆ จนเสียงของเนื้อที่กระทบกันดังยิ่งกว่าเสียงครางของเราสองคนซะอีก

“อ๊า...อ๊า...อ๊า...ไม่ไหว...อ๊า...จะเสร็จ...ฉันจะเสร็จแล้วหมอก! อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊าาาาาา!” ผมกรีดร้องออกมาดังลั่นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่สายธารแห่งความสุขสมจะถูกฉีดพ่นออกมาจนหมดสิ้น

“ซี้ดด...คุณธาร! อึ่ก...อาาาา” ส่วนหมอกที่ถูกช่องทางด้านหลังของผมบีบและตอดรัดอย่างถี่ยิบ ก็เสียวซี้ดจนต้องซอยแก่นกายเข้ามาข้างในอย่างไม่ยั้ง จนกระทั่งถึงจุดสุดยอดก็ฝังตัวเข้ามาในส่วนที่ลึกที่สุด แล้วปลดปล่อยทุกหยาดหยดเข้ามาในตัวผมโดยมีถุงบางๆ ขวางกั้นเอาไว้

“อา...อา...” ผมหายใจอย่างเหนื่อยหอบ ถึงแม้จะเสร็จเพียงแค่ 2 ครั้งแต่ผมก็รู้สึกเหนื่อยมากกว่าครั้งไหนๆ ซึ่งอาจเป็นเพราะผมเสียศูนย์ สุขสม และเสียวซ่านมากเกินไป ตั้งแต่ที่ถูกหมอกใช้ลิ้นตรงด้านหลังของผมล่ะมั้ง

ขนาดแค่คิดความเสียวกระสันมันก็ยังแล่นพล่านขึ้นมาเลย...

“อึ่ก! คะ...คุณธาร...จู่ๆ ทำไมถึงได้รัดแน่น...อา...ขนาดนี้ล่ะครับ” หมอกพูดด้วยเสียงกระเส่า ส่วนท่อนเนื้อที่ยังคงอยู่ในตัวของผมก็แข็งขึงขึ้นมาอีกครั้ง

“นะ...นั่นมัน...” ผมอึกอัก ก็จะให้พูดได้ยังไงกันล่ะว่าแค่นึกถึงการใช้ลิ้นของหมอกร่างกายของผมก็มีปฏิกิริยาแล้ว คนที่เทิร์นโปรมาตั้งแต่อายุ 15 อย่างผมถ้าพูดแบบนั้นออกไปก็เสียชื่อกันพอดี

“หรือว่าคุณธารอยากทำอีกรอบครับ?”

“หา?”

“ถ้างั้นก็ได้นะครับ แต่ผมขอเปลี่ยนถุงยางก่อน” หมอกพูดจบก็ถอนแก่นกายออกไป จากนั้นก็เปลี่ยนถุงยางเป็นอันใหม่โดยไม่ได้สังเกตหน้าตาของผมที่กำลังเหลอหลาอยู่เลย

“หมอก...คือฉัน...” ผมลุกขึ้นแล้วพลิกตัวกลับมาเพื่อจะอธิบายว่าผมไม่ได้อยากทำ แต่หมอกก็รวบตัวผมไปคร่อมตักตัวเองที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงเอาไว้ซะก่อน

“เวลาเห็นหน้าคุณมันรู้สึกดีกว่าจริงๆ ด้วย...ผมชอบคุณนะครับคุณธาร” หมอกพูดจบก็ยื่นหน้ามาจูบที่ริมฝีปากของผม จากนั้นก็สอดลิ้นเข้ามาข้างใน ไปพร้อมๆ กับการยกสะโพกของผมขึ้นแล้วกดลงมาใหม่ โดยให้กลืนกินท่อนเนื้ออันใหญ่โตช้าๆ จนสุดความยาว

“อื้อ...” ความเสียวซ่านที่แล่นพล่านขึ้นมาทำให้ร่างกายของผมสั่นระริก แต่ถึงอย่างนั้นทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของหมอกก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนหัวใจของผมแทบละลาย ทำเอาผมลืมไปเลยว่าเคยคิดถึงใครอีกคนที่หน้าถอดแบบกันมา เพราะหลังจากนั้นเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่โผล่มาหา ผมจึงพยายามคิดว่านั่นอาจเป็นเพียงแค่จินตนาการหรือความฝันที่สมจริงของผมเท่านั้น

จนกระทั่ง...

2BC

สวัสดีค่ะทุกคน Erotic หัวใจร้อนรักตอนที่ 5 ก็จบลงไปแล้วน้า หลังจากที่เรางดอัพนิยายไปช่วงนึงเพื่อความเหมาะสม พอกลับมาก็ลง NC แบบจัดเต็มเพื่อชดเชยให้ทุกคนเลยค่า หวังว่าคงจะถูกใจกันน้า เลือดสำรองกับทิชชู่ที่เตรียมมาเพียงพอมั้ยน้อ ​หลังจากอ่านจบก็หวังว่าทุกคนคงจะชอบกันน้า ที่ได้เห็นเคะราชินีที่เทิร์นโปรมาอย่างโชกโชนเสียศูนย์ได้ถึงขนาดนี้ ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับหมอกคนใส ที่ตอนนี้ได้พัฒนากลายเป็นหมอกสายเบิร์นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่า  อั๊ยยยย พูดแล้วก็เขิน ​ส่วนตอนหน้าก็มาลุ้นกันต่อกับระเบิดที่เราทิ้งเอาไว้ตอนท้ายนะคะว่าเมฆจะคัมแบ็คจริงๆมั้ย แล้วเมฆโผล่จะมาแบบไหน ซึ่งก็รอกันไม่นานอีก 2 – 3 วันเราจะมาอัพแน่นอน แล้วเจอกันนะคะ ถ้าชอบก็คอมเมนท์เป็นกำลังใจให้เราด้วยน้าจุ๊บๆ ปล.เราเอาภาพปกที่ลงสีเสร็จเรียบร้อยแล้วมาให้ดูกันค่าว่าจะดีงามแค่ไหน ว่าแต่ใครทีมไหนขอเสียงเชียร์ด้วยน้าาาาาา > <

​(20 ต.ค. 60)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}