email-icon

(((มีส่วนลด))) ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนนะคะ รับรองว่าคุ้มกับเหรียญที่เสียให้ไรท์แน่นอนเพราะแต่ละตอนไม่ต่ำกว่า 9-10 หน้า อ่านกันยาวๆกันไปเลยจ้าาา

สวาทรัก เว้นระยะ NC++

ชื่อตอน : สวาทรัก เว้นระยะ NC++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.5k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2560 16:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สวาทรัก เว้นระยะ NC++
แบบอักษร

ปัง

กรรณิกาล้างปากค้างกับคนอารมณ์หุนหัน เขาพูดแค่นั้นแล้วก็ผละออกจากร่างกายเธอ แล้วก็เปิดประตูออกจากห้อง เสียงปิดประตูทำให้คนที่อยู่ในห้องตกใจ

“คนบ้า นี่เธอจะรอดไปถึงวันไหน” กรรณิกาได้แต่บ่นกับตัวเองรีบลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า อารมณ์ร้อนรุ่มในร่างกายยังไม่หมดสิ้นเธอรู้ดีว่าต้องทำยังไง

อีกด้านของคนที่กำลังอารมณ์เสียออกจากห้องเดินขยี้หัวตัวเองแรงๆ แล้วก็เดินเข้าห้องตัวเองไป ถ้าไม่ใช่เธอยกเอาเพื่อนสนิทของเขามาอ้างปานนี้เธอคงเสร็จเขาไปแล้ว ทำไมเธอต้องเป็นน้องสาวเพื่อนของเขาด้วย

“โถ้โว้ย” อัศวินขยี้หัวตัวเองแรงๆ อีกครั้งแล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อดับความร้อนรุ่มของตัวเองจัดการถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายจนหมดเผยให้เห็นความแข็งแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ส่วนที่โดดเด่นล้ำหน้าก็ไม่น้อยหน้าเช่นกันเผยความแข็งแกร่งออกมาทำให้เจ้าของมันต้องหงุดหงิดทั้งอารมณ์ทั้งใจ

“มันน่านัก มันจะอะไรนักหนา” เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าจะผ่านผู้หญิงมามากมายแต่เขาก็จัดการมันได้ทุกครั้ง อารมณ์มากมายที่เกิดขึ้นกับน้องสาวเพื่อนทำให้เขาหงุดหงิด

“ก็แค่ผู้หญิงร่านๆ คนหนึ่งแกจะไปคิดถึงทำไม” ถึงแม้ปากจะว่าอย่างนั้นสายตาจะคาดโทษสิ่งที่มันเด่นชัดอยู่ตอนนี้ แต่ในหัวก็ไม่สามารถสลัดภาพที่เย้ายวนออกจากหัวตัวเองได้

เมื่อคิดไม่ตกก็จัดการเปิดน้ำให้ไหลลดลงสู่ร่างกายแขนข้างหนึ่งยันค้ำไว้กับกำแพง มืออีกข้างก็กำลังกรอบกุมความร้อนรุ่มที่สั่นหงึกหงักต้องการปลดปล่อยโดยไม่ต้องจินตนาการอะไรมากมายเพราะภาพทั้งหมดมันไหลอยู่ในหัวของเขาแล้วตอนนี้

“อ๊าส์” เสียงครางต่ำดังขึ้นเมื่อนึกไปถึงร่องนุ่มๆ ที่เขาเสียดสีไปมาความอ่อนนุ่มของมันทำให้เขาอยากจ้วงแทงเข้าไปข้างใน สาดชัดความถี่กระชั้นแบบรัวๆ เข้าใส่ให้สมกับที่เขาอยากจะทำ สายน้ำไม่ได้ทำให้ร่างกายหายร้อนได้เลย มือที่สาวขึ้นลงพร้อมกับเอวแกร่งที่เด้งสวน ไม่คิดว่าคนอย่างอัศวินต้องมาช่วยตัวเองแบบนี้ เขาจะให้ลูกน้องหาผู้หญิงมาให้ก็ได้แต่ไม่ทำเพราะรู้ดีว่าถึงมาก็ไม่ทำให้เขาหายได้เพราะคนที่ทำให้เขาหายได้มีคนเดียว แต่ยังก่อนเธอต้องเป็นของเขาอย่างเต็มใจ เรียกร้อง และต้องการเขาถึงที่สุด

“อ๊าส์” เมื่อสายธารขุ่นขาวพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงคำรามต่ำ มือแกร่งก็จัดการรีดพิษมันออกมาให้หมด นึกหงุดหงิดใจที่มันไม่ลดลงเลยสักนิดมันยังหัวแข็งทำให้เจ้าของต้องลำบาก อัศวินจำต้องทำมันอีกรอบเพราะถ้าเป็นแบบนี้อยู่เขาคงนอนไม่หลับเป็นแน่

นี่ก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วที่อัศวินหายหน้าไป เขาไม่มาวอแวกับเธออีก ซึ่งกรรณิกาก็คิดว่ามันก็ดีแล้วนิ เขาคงกลัวว่าเธอจะเอาเรื่องที่เขาทำไปฟ้องพี่ชาย

เธออยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรมาก ช่วยงานในบ้านบ้างบางครั้ง ส่วนมากเธอจะหมกตัวอยู่แต่ในห้องมากกว่าเพื่อปั้นงาน ระเบียงห้องเป็นมุมที่เธอโปรดปรานมากที่สุด เพราะบรรยากาศดีมาก กรรณิกาอยากมีโอกาสไปสำรวจไร่เขาดูสักครั้งแต่ก็ไม่กล้ากลัวเจ้าของไร่จะว่าเอา

“หิวจัง” มือลูบท้องปรอยๆ

“อ้าวคุณกวางลงมาแล้วเหรอคะ ตั้งโต๊ะเลยไหม” เมื่อร่างบางเดินลงมาจากด้านบนป้านิ่มก็ทักขึ้น กรรณิกากินข้าวไม่เป็นเวลาสักเท่าไหร่เพราะเธอนอนดึกแล้วก็ตื่นสาย ทีแรกก็กลัวว่าคนที่บ้านนี้จะว่าให้เธอได้เพราะมาอยู่ที่บ้านเขาแต่ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเลย แต่เมื่อบอกเหตุผลว่าเธอทำงานดึกทุกคนก็เข้าใจ โดยเฉพาะแตงอ่อนเมื่อรู้ว่างานของเธอคือแต่งนิยาย ก็ตื่นเต้นมาก เพราะแตงอ่อนชอบอ่านนิยายมาก

“ค่ะป้า ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้ลงมาช่วยเลย” พูดอย่างเกรงใจ อีกเหตุผลหนึ่งที่เธอไม่อยากลงมาแต่เช้าคือไม่อยากเจอหน้าผู้ชายคนนั้น

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณกวาง งานที่บ้านไม่มีอะไรมาก ป้ากับแตงอ่อนทำก็พอแล้ว” ป้านิ่มมองกรรณิกาอย่างเอ็นดู

“ขอบคุณนะคะ” กรรณิกาเดินเข้าไปกอดป้านิ่ม เธออยู่ที่นี่ก็มีป้านิ่มนี่แหละที่คอยดูแล ทำให้คิดถึงแม่ขึ้นมาเลยล่ะ

“โตแล้วยังอ้อนนะคะ” ป้านิ่มซึ่งใจมากที่แขกของเจ้านายไม่คิดรังเกียจตน

“ก็กวางไม่มีใครให้อ้อนนิคะ” พูดแล้วก็กอดแน่นขึ้น

“ไปกินข้าวเถอะค่ะ” กำลังจะเข้าโหมดเศร้าคนแก่ก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที ป้านิ่มรู้ว่ากรรณิกาไม่มีพ่อแม่เหลือพี่ชายเพียงคนเดียว ซึ่งตอนนี้ไปทำงานที่ต่างประเทศไม่รู้จะกลับมาตอนไหนเธอเลยต้องมาอยู่ที่นี่

“ค่ะ” กรรณิกาพูดอย่างว่าง่ายเดินเข้าไปในครัวยกกับข้าวออกมาช่วย

“ป้านิ่มมีอะไรก็ไปทำเถอะค่ะ กวางจัดการเอง”

“งั้นป้าเข้าไปในฟาร์มก่อนนะคะ เอากับข้าวให้คุณเสือ”

“ค่ะ” กรรณิการับคำเบาๆ เมื่อได้ยินชื่อเพื่อนพี่ชาย ซึ่งเธอไม่พบเขามาหลายอาทิตย์แล้ว มันก็ดีแล้วนิ เมื่อป้านิ่มเดินออกไปเธอก็ลงมือทานข้าวเงียบๆ แต่สักพักก็เหมือนจะได้ยินเสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะคิดว่าอาจจะเป็นคนงานในไร่

“ไอ้เสือ ไอ้เสือโว้ย” เสียงตะโกนที่ดังมาจากหน้าบ้านทำให้เธอชะงัก ยกน้ำขึ้นดื่ม คิดว่าจะเดินออกไปดูสักหน่อยว่าใครมา

แต่ยังไม่ทันจะก้าวออกไปแขกที่ตะโกนก็เดินเข้ามาสะก่อน

“ไอ้เสือ ไอ้.....เอ่อ สวัสดีครับ ใครวะ” คนที่ก้าวเข้ามาใหม่หยุดชะงักทันทีที่เห็นว่ามีผู้หญิงที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนอยู่ในบ้านนี้ บ่นพึมพำกับตัวเอง

“เอ่อ...สวัสดีค่ะ คือคุณเสือไม่อยู่บ้านค่ะเข้าไปในฟาร์ม” กรรณิกามองคนตรงหน้านิดหน่อย เขาคงเป็นเพื่อนของผู้ชายคนนั้น

“ครับ ผมก็คิดว่าอย่างนั้น แล้วคุณ..”

“ฉันกรรณิกาค่ะ” เธอแนะนำตัว

“ผมภาคภูมิครับเรียกภูมิเฉยๆ ก็ได้ คุณกรรณิกาอยู่ที่นี่เหรอครับ” ภาคภูมิถามผู้หญิงตรงหน้า เขาไม่คิดว่าข่าวลือที่ว่ามีผู้หญิงมาอยู่ที่ไร่ของอัศวินจะเป็นเรื่องจริงเพราะเพื่อนของเขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเขามาในบ้านหลังนี้

“เอ่อ..ใช่ค่ะ คือมาอยู่ชั่วคราวค่ะ” กรรณิกาไม่รู้จะพูดยังไงดี ก็เลยพูดออกไปสั้นๆ สอดส่องสายตาไปมาเพราะเธออยู่บ้านนี้กับเขาสองคน

“อ่อ ผมเป็นเพื่อนไอ้เสือครับไม่ต้องกลัวผมหรอกครับ” เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าเหมือนจะกลัวตัวเอง ภาคภูมิจึงบอกยิ้มๆ

“แหะๆ ค่ะ งั้นขอตัวไปเก็บจานก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปเอาน้ำมาให้”

“ครับ เออ คุณกรรณิกามีชื่อเล่นไหมครับ”

“กวางค่ะ” พูดจบร่างบางก็เดินไปเก็บจานข้าวที่เธอกินเสร็จแล้วเดินเข้าไปในครัว จัดการเสิร์ฟน้ำให้แขก

“นี่ค่ะน้ำ คุณภาคภูมิจะรอคุณเสือที่นี่หรือจะเข้าไปที่ไร่ค่ะ”

“เรียกผมว่าพี่ภูมิก็ได้ครับ ผมคงจะอายุมากกว่าคุณกวางไม่ต้องเรียกชื่อจริงหรอกครับ”

“ค่ะ พี่ภูมิ” ยิ้มรับกับคำพูดของชายหนุ่มดูแล้วเขาดูเป็นมิตรกับเธอมากกว่าเพื่อนเขาสะอีก

“งั้นผมเข้าไปหาไอ้เสือที่ไร่ก่อนนะครับ แล้วเจอกันครับ” ภาคภูมิจิบน้ำนิดหน่อยแล้วก็ขอตัว เพราะดูท่าหญิงสาวตรงหน้าจะอึดอัดเมื่ออยู่กับเขาสองต่อสอง ทั้งที่ในใจเขาอยากจะคุยกับเธอต่อ แต่เอาไว้โอกาสหน้าดีกว่า เพราะว่าวันนี้เขาแค่มาสอดส่องเฉยๆ

“ค่ะ สวัสดีค่ะพี่ภูมิ” กรรณิกายกมือไหว้แขก ซึ่งเขาก็รับไหว้แล้วก็เดินออกไป

ภาคภูมิเดินมาที่รถแล้วขับเข้าไปในไร่อย่างทำหน้าครุ่นคิด เมื่อมาถึงที่ทำงานของเพื่อนก็เดินลงไป เปิดประตูเข้าไปในห้องโดยไม่ได้เคาะ คนที่ก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่ก็เงยขึ้นมองเพื่อนแล้วขมวดคิ้ว

“หัดมีมารยาทสะบ้าง แล้วมาทำไม” อัศวินเงยหน้าถามแขกไม่ได้รับเชิญ

“นี่เพื่อนนะครับ ไม่ต้องดุขนาดนั้นก็ได้ แค่แวะมากหา”

“เออ” คนที่อยู่ในอารมณ์ไม่ปกติตอบรับอย่างฉุนเฉียว เพราะป้านิ่มที่เอากับข้าวมาให้บอกว่าหญิงสาวที่อยู่บ้านพึ่งจะลงมาทานข้าว ทั้งที่ตอนนี้มันเที่ยงแล้ว

“เป็นไรวะ”

“ไม่มีอะไรหรอก ว่าธุระของนายมาเลยดีกว่า”

อัศวินรู้ดีว่าที่เพื่อนมาหาไม่ได้มาหาเฉยๆ ต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างหรือไม่ก็ชวนออกไปไหน

“ก็แค่จะชวนไปดื่มกันตอนเย็น เบื่อๆ วะ” ภาคภูมิถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วก็เอ่ยขึ้น เขาปิดมันไม่ได้จริงๆ

“อืมไปสิ ทะเลาะกับผู้หญิงคนไหนของแกอีกละ” พูดขึ้นอย่างรู้ทัน

“ไม่ทะเลาะกับใครทั้งนั้นแหละ ช่วงนี้ก็ไม่มีหญิงด้วย เบื่อ แต่เมื่อกี้พึ่งเจอคนถูกใจ” อัศวินเลิกคิวมองเพื่อน คนเจ้าชู้ตัวพ่ออย่างมันนี่นะ จะเบื่อผู้หญิง แต่คำพูดสุดท้ายเขาเพื่อนนี่สิทำให้อัศวินขมวดคิ้ว

“ฉันไม่เชื่อนายหรอก” แต่ก็ไม่อยากจะเชื่อเพื่อน สักเท่าไหร่ คนถูกใจของมันนี่มีเป็นร้อย ถูกใจแป๊บๆ ได้แล้วก็ทิ้ง

“ไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ แต่เมื่อกี้เจออยู่คนหนึ่งจริงๆ” อัศวินไม่สนใจส่ายหัวให้เพื่อน แล้วก้มหน้าทำงานที่ยังค้างอยู่ ในห้องนี้ไม่ได้มีแค่อัศวินกับภาคภูมิ มีผู้ช่วยของอัศวินทั้งสองคนอยู่ด้วย

“นายไม่อยากรู้เหรอว่าใคร” ภาคภูมิเมื่อเห็นเพื่อนไม่สนใจจึงพูดขึ้นอีกครั้ง

“ไม่ นายจะสนใจใครก็เรื่องของนาย” พูดอย่างไม่ใส่ใจ

“ว้า งั้นฉันก็ไม่ต้องขออนุญาตนายแล้วสิถ้าจะจีบคุณกวาง” เมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนพูด มือที่กำลังจะเซ็นต์เอกสารอยู่หยุดชะงัก รวมทั้งลูกน้องทั้งสองคนด้วยที่เงยหน้าขึ้นไปมองเจ้านายของตัวเอง

ภาคภูมิแค่อยากรู้ว่าผู้หญิงที่อยู่บ้านมีความสำคัญกับเพื่อนมากแค่ไหนถึงกับให้เข้ามาอยู่ในบ้านด้วย แต่อีกใจเขาก็ใจสนกรรณิกาจริงๆ เพราะดูแล้วน่าจะไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยผ่านมา

“ไม่ได้” เสียงเย็นเฉียบพูดขึ้น มือกำปากกาแน่น เมื่อคนที่ลองเชิงเห็นก็ยกยิ้มที่มุมปากนิดหน่อย

“เขาเป็นใครวะ”

อัศวินได้แต่หงุดหงิดอยู่ในใจมองหน้าคนถามเขม็ง ไม่คิดว่ามันจะไปหาเขาที่บ้าน เพราะมันคงรู้ดีว่าช่วงเวลานี้เขาน่าจะอยู่ที่ทำงานมากกว่าที่บ้าน แสดงว่ามันต้องรู้อะไรแน่ถึงไปที่บ้านมา

“น้องเพื่อน” พยายามพูดอย่างไม่ใส่ใจเมื่อรวบรวมสติได้แล้ว

“เพื่อนคนไหนทำไมฉันไม่รู้จัก”

“น้องไอ้สิงมัน” ไม่ใช่ว่าภาคภูมิจะไม่รู้จัก เพราะมันรู้จักดีเลยละ แต่อาจจะเพราะมันไม่เคยเห็นกรรณิกามากกว่า

“เอ๊ย จริงเหรอวะ ไอ้สิงมีน้องสาวสวยขนาดนี้เลยเหรอวะ อย่างนี้ต้องไปสมัครเป็นน้องเขยสะหน่อย แล้วทำไมเขาถึงมาอยู่กับนายได้วะ” สิ่งที่ภาคภูมิพูดทำให้ใจอัศวินกระตุก

“มันไปทำงานต่างประเทศ เลยให้น้องสาวมาอยู่ที่นี่” เรื่องงานของสิงหราชมีแค่เขาและลูกน้องอีกสองคนของเขาเท่านั้นที่รู้ คนอื่นไม่มีใครรู้ว่าสิงหราชทำงานอะไรแม้แต่ภาคภูมิเพื่อนสนิทอีกคน เพราะเจ้าตัวเขาไม่อยากให้รู้ แต่ถ้ามันไม่คิดจะมาฝากน้องสาวไว้เขาเองก็ไม่มีทางรู้แน่ว่าเพื่อนตัวเองทำงานอะไร รู้แค่ว่าสิงหราชทำธุรกิจส่งออกที่ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก

“เออ ฉันไม่เคยรู้เลยว่ามันทำงานอะไร นายรู้ไหมวะ ชอบทำตัวลับๆ ล่อ” ภาคภูมิทำหน้าสงสัย

“ไม่รู้ กลับไปได้แล้วไป”

“เอ้ยๆ ไล่กันเลยเหรอว่ะ”

“เออ”

“งั้นฉันกลับไปหาคุณกวางที่บ้านแกดีกว่า ไปรอนายที่นั่นตอนเย็นจะได้ออกไปพร้อมกันเลย” คำเรียกที่สนิทสนมทำให้คนฟังหน้าขรึมขึ้นมาทันที

“ไม่ได้ กลับบ้านนายไป ฉันจะออกไปหานายเอง” ”

“อะไรวะ หวง”

“ไม่ได้หวง”

“ไม่ได้หวงก็ให้ฉันจีบคุณกวาง” ภาคภูมิมองหน้าเพื่อนยิ้มๆ ซึ่งคนที่โดนมองไม่ได้ยิ้มตามสักนิด

“นายจะจีบทำไม สาวๆ ในสะต๊อกมีเป็นโหล ไอ้สิงมันยิ่งหวงน้องอยู่”

“ใครหวงกันแน่วะ” คนที่โดนเพื่อนรู้ทันเริ่มทำหน้าไม่ถูก

“ไม่ได้หวง ไร้สาระวะ กลับไปได้แล้วไป” เมื่อโดนจับได้ ก็ออกปากไล่อีกครั้ง

“เหรอวะ ไม่หวงงั้นฉันจะจีบ ไปแล้วเจอกันเพื่อน” ไม่ได้รอให้ใครได้พูดอะไรอีกภาคภูมิก็เดินออกไปยิ้มๆ ได้ยั่วอารมณ์เสือยิ้มยากก็อารมณ์ดีแล้ววันนี้

“เจ้านายครับ ถ้าคุณภูมิจีบคุณวางจริงๆล่ะ” คำถามของลูกน้องทำให้คนเป็นนายเงยหน้ามองเขม็ง

“เรื่องของมัน”

ตลอดเวลาหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาพยายามหลบหน้าเธอไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวาย เหตุผลคงไม่ต้องบอกมันก็มีเรื่องเดียวคือกลัวว่าตัวเองจะอดใจไม่ไหว เพราะกรรณิกามีแรงดึงดูดต่อเขามาก คำว่าเพื่อนรักมันค้ำคอ ตอนอยู่ในห้วงอารมณ์พิศวาสเขานั่นไม่คิดถึงเรื่องอะไรเลย แต่พอมานั่งคิดแล้วว่าอาจจะทำให้เสียเพื่อนถ้าไม่จริงจังกับเธอ ซึ่งมันเป็นไปได้ยากมากที่เขาจะจริงจังกับผู้หญิงสักคน เพราะอะไรนั่นเขารู้ตัวเองดี

![](data:image/gif;base64,R0lGODlhAQABAPABAP///wAAACH5BAEKAAAALAAAAAABAAEAAAICRAEAOw== "Click and drag to move")​

มีคนรออ่านอยู่ไหมเอ่ย เข้ามาอ่านก็ใจดีเม้มให้ไรท์บ้างนะคะ ถือว่าเป็นกำลังใจเล็กๆ น้อย

ความคิดเห็น