l-mine

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER : XXXIX

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.6k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2557 10:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER : XXXIX
แบบอักษร














CHAPTER : XXXIX







เวลาผ่านไปเกือบ 4 ชั่วโมง ผมลอบมองร่างของมันที่ยังไม่ได้สติ ตอนนี้กัสถูกย้ายเข้ามาพักในห้องพิเศษแล้ว โดยมีแพทย์คอยดูแลเป็นระยะตลอด ส่วนพี่กรีน รายนั้นก็นอนพักอยู่อีกห้อง เพราะดูท่าจะเสียเลือดไปไม่น้อยจริงๆ

 

 

“ยังไม่ไปอีกรึไง?”

 

 

ผมแอบสะดุ้งนิดๆ เมื่อได้ยินเสียงเรียบเย็นเอ่ยถามผมที่ยืนอยู่ไกลๆ ตอนนี้ภายในห้องมีแค่ผม พ่อไอ่กัสแล้วก็ไอ่กัสที่ยังไม่ได้สติ

 

 

“ผมขออยู่เจอหน้ามันก่อนได้ไหมครับ...”

 

 

ผมเอ่ยไปเสียงแผ่ว

 

 

“ถ้าฉันจะบอกให้นายออกไปตอนนี้ล่ะ”

 

 

“...”

 

 

“ถ้าทำตามที่สัญญาไม่ได้วันหลังก็ไม่ต้องมาสัญญา”

 

 

“ไม่ครับ! ถ้า.. .คุณอยากให้ผมไปเดี๋ยวนี้ตอนนี้เลย ผมก็จะไป...”

 

 

ผมโพล่งออกไปก่อนจะหันหลังกลับ นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ผมจะได้เห็นหน้ามัน

 

 

“ดี”

 

 

เสียงเย็นเอ่ยขึ้น ท่าทางของพ่อไอ่กัสดูเรียบเฉยมาก ที่ผมเห็นคุณลุงแกหวั่นไหวก็แค่ตอนรู้ข่าวแรกๆ หลังจากนั้นคุณลุงก็นิ่งซะจนคล้ายคนไร้ความรู้สึก

 

 

“คุณลุงครับ.. .”

 

 

“อะไร! ยังไม่ไปอีกรึไง!?

 

 

“จะไปแล้วครับ แต่แค่อยากถามอะไรบางอย่าง . ..ผมถามได้ไหมครับ”

 

 

ผมเอ่ยเสียงกล้าๆกลัวๆออกไป ในใจก็นึกหวั่นว่าคนตรงหน้าที่นั่งหันเข้าเตียงคนไข้ และหันหลังให้ผมอยู่จะลุกขึ้นหยิบปืนมาจ่อหัวไหม

 

 

“มากเรื่อง จะถามอะไรก็ว่ามา!

 

 

“คุณลุงรักไอ่กัสมันใช่ไหมครับ”

 

 

“ฉันเป็นพ่อมันนะ! ทำไมฉันจะไม่รักมันล่ะ”

 

 

“งั้นก็กรุณาใส่ใจกัสให้มากขึ้นหน่อยนะครับ เพราะกัสเองมันก็รักคุณลุงเหมือนกัน”

 

 

“เหอะ! อย่างมันเนี่ยนะจะคิดกับฉันอย่างนั้น”

 

 

คุณลุงสบถเสียงแข็งออกมา แต่ในความแข็งกระด้างของน้ำเสียงนั้น ผมกลับสัมผัสได้ถึงความน้อยใจและเสียใจก็แฝงปะปนอยู่เต็มไปหมด

 

 

“ถ้ามันไม่อวดดีกับฉัน ฉันก็คงไม่ใจร้ายกับมันหรอก”

 

 

ทิฐิ แค่คำนี้เท่านั้นแหล่ะสำหรับครอบครัวนี้ ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างคุณลุงกับไอ่กัส ไอ่กัสกับพี่กรีน หรือแม้แต่คุณลุงกับพี่กรีน ทุกๆคนก็แค่ตั้งทิฐิไว้สูงไป เลยทำให้ไม่ยอมเข้าใจกันสักที

 

 

หวังว่าครั้งนี้กูจะพอช่วยมึงได้บ้างนะ

 

 

 ผมกดโพสต์คลิปเสียงส่งไปยังไลน์ปลายทาง จ้องมันหน้าจอที่กำลังโหลดอย่างช้าๆ เน็ตกากไปไหนวะสัด...

 

 

 

 

 

 

PICASSO’s

 

 

เพล้ง! ตุบโครม!!

 

 

“ค่ะ คุณคะ ใจเย็นๆนะคะ ฉันแค่จะเข้ามาล้างแผลห่ะ... กรี๊ด”

 

 

“ออกไป! กูไม่ล้างแผลเหี้ยอะไรทั้งนั้นแหล่ะ ออกไป!!

 

 

ผมตะคอกเสียงหนักไล่นางพยาบาลคนนั้นออกไป เธอมองผมด้วยสายตาหวาดๆ แต่ก็ยังไม่ยอมขยับไปไหน ผมจึงเหวี่ยงหมอนลงไป ซึ่งมันเฉียดขาเธอไปเพียงนิดเดียว

 

 

“กรี๊ด ป่ะ ไป ไปแล้วค่ะ”

 

 

ผมหอบหายใจอย่างหนักก่อนจะขย้ำผ้าปูแน่นเพื่อระบายอารมณ์ แทนที่ตื่นมาผมจะเห็นปลาวาฬอยู่ข้างๆ แต่กลับไม่  เมื่อถามจากปากคนรอบข้าง ก็กลับพบว่ามันหายตัวไปแล้ว ซึ่งไม่มีใครรู้สักคนว่าแฟนผมมันหายไปไหน!

 

 

“ถ้าขืนแกยังอาละวาดแบบนี้ ฉันจะให้หมอมามัดแกไว้”

 

 

เสียงเย็นๆเอ่ยขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของ เขา

 

 

“มาทำไม!?

 

 

“ฉันเป็นพ่อแก มันต้องมีเหตุผลมากมายอะไรด้วยรึไง”

 

 

“เหอะ! อย่าทำผมขำหน่อยเลย ต้องการอะไรก็บอกมา!

 

 

“ถ้าฉันบอกไป แล้วแกจะมีปัญญาทำให้ฉันได้รึไง สภาพก็...”

 

 

“ในรู้ผมมันไม่มีปัญญา แล้วจะมาหาผมทำไมอีก! คงรู้เรื่องหมดแล้วสิที่ผมไปเดิมพันไว้ หึ แล้วก็คงสะใจล่ะสิที่ผมทำไม่สำเร็จ”

 

 

“ใช่”

 

 

นี่น่ะเหรอ พ่อ’ ผมเจ็บปางตายแต่เขากลับบอกว่าสะใจ ?

 

 

“...”

 

 

“...”

 

 

แล้วทั้งผมกับเขาก็จบบทสนทนากันเพียงเท่านั้น ทั้งที่คิดว่าเขาคงจะเดินออกไปอย่างไม่สนใจแบบทุกทีที่เคย แต่กลับไม่ เขาเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยว พร้อมหยิบหนังสือผมธุรกิจขึ้นมาอ่าน

 

 

แต่ผมควรจะบอกเขาไหมว่า.. .มันกลับหัว ?

 

 

ผมตีมึนกับตัวเองสักพัก ก่อนจะกระแทกตัวลงนอนเพื่อบ่งบอกว่าไม่พอใจและโคตรอึดอัด! โทรศัพท์ก็ไม่มีจะติดต่อปลาวาฬก็ไม่ได้! พอถามใครแม่งก็ไม่รู้อีก!

 

 

โว้ยยยยยยยยยยยยยยย

 

 

แอด

 

 

ฟึ่บ

 

 

“ปลาวาฬ!

 

 

ผมรีบผุดตัวลุกและโพล่งออกไป แต่กลับแห้วแดกเมื่อรู้ว่าคนมาเยือนไม่ใช่ปลาวาฬ

 

 

“เห็นเป็นกูแล้วหน้าหงิกเชียวนะ”

 

 

กรีนที่อยู่ในชุดโรงพยาบาลสีเดียวกับเขาเดินเข้ามา พร้อมสายน้ำเกลือที่ห้อยระโยงอยู่ ตั้งแต่ตื่นขึ้นเมื่อเกือบอาทิตย์ก่อน ผมก็ได้รับรู้เรื่องทั้งหมดที่กรีนปรี่เข้ามาบริจาคเลือดให้ผม

 

 

ผมจึงขอโทษ และบอกมันว่าเข้าใจทุกอย่างในอดีตแล้ว

 

 

โทษนะมึง กูหูเบาเอง

 

 

‘?’

 

 

ก็เรื่องเอมไง กูรู้ทุกอย่างหมดแล้ว (. .  //)’

 

 

อ่อ

 

 

ขอโทษ

 

 

อือ รู้แล้ว

 

 

แล้วก็ขอบคุณ ...ที่พยายามจะช่วยเตือนกู แล้วก็...เรื่องเลือดด้วย

 

 

หึๆ เรื่องเล็กเว้ย :)’

 

 

หลังจากนั้นมันก็เริ่มกระตุกยิ้มให้ผมนิดๆ ในขณะที่ผมเอาแต่เบือนหน้าหลบมันเพราะเขิน ก็คิดดูสิเว้ย ผมไม่เคยขอโทษมัน ไม่เคยขอบคุณมัน แล้วก็ไม่เคยพูดดีกับมันเลยนะครับ ยิ่งมารู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายที่โง่ไปเองแบบนี้อีก ผมยิ่งรู้สึกโคตรแย่

 

 

เกือบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ถามว่าผมอยู่ได้ไงโดยไม่มีปลาวาฬ ตอบเลยว่าผมอยู่ไม่ได้ครับ ผมอาละวาดทุกวัน ไม่ยอมรับการรักษาใดๆทั้งสิ้น ซึ่งก็ไม่มีใครสามารถบังคับผมได้ ส่วน เขา เองก็ดูจะเพิกเฉยผมสุดๆ

 

 

มันไม่อยากรักษาก็เชิงมัน อยากจะตายคาที่นี่ก็แล้วแต่

 

 

แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจ ช่วงนี้เขาว่างนักรึไง!? มาแทบทุกวัน แถมยังจัดการ์ดคุมหน้าห้อง 24 ชม. แค่ลุกเข้าห้องน้ำผมก็ยังไม่ค่อยจะมีปัญญาเลยเหอะ!

 

 

เมื่อไหร่จะหายวะเนี่ยกู!!

 

 

“ไม่แดกยาอีกแล้วละสิมึง”

 

 

“เออ ไม่มีอารมณ์ คิดถึงเมีย :(

 

 

“...”

 

 

“กรีน ถามจริงเถอะ มึงไม่รู้จริงๆเหรอวะว่าปลาวาฬหายไปไหน”

 

 

“อือ”

 

 

“แม่ง!!! หายไปไหนวะ หรือจะโกรธที่กูผิดสัญญา แต่ไม่น่านะเว้ย กูเจ็บแทบตายขนาดนี้ มันต้องมาหากูแล้วสิ!

 

 

นอกซะจาก.. . ปลาวาฬจะไม่ได้รักผม ? ที่อ้ำอึ้งไม่ยอมพูดว่ารัก เพราะไม่ได้รักจริงๆน่ะเหรอ ?

 

 

“ตอนนี้เพื่อนปลาวาฬก็ช่วยๆกันหาอยู่ แต่เหมือนก่อนหายตัวไป มันจะทิ้งข้อความไว้ว่าจะไปต่างจังหวัดสักพัก ไม่ต้องห่วง”

 

 

“ต่างจังหวัด !?

 

 

“กูก็รู้ไม่มากหรอก แต่กูคิดว่าพ่อคงพอรู้บ้างอะ”

 

 

กรีนกระซิบบอกผมเบาๆ พลางปลายตาไปมองยังชายวัยกลางคนที่ยังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์กลับหัวอยู่

 

 

“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละ”

 

 

แอบฟังจริงๆด้วยสินะ

 

 

“ร้อนตัว”

 

 

“อวดดี”

 

 

“เหอะ! / เหอะ!

 

 

กรีนหันมองผมสลับกับเขา แต่ทันทีที่กรีนเผลอสบตาสายตากับดวงตาคมนั่นเมื่อไหร่ กรีนก็มักจะเบนหนีทุกที กรีนเองก็ยังคงไม่ลงรอยกับเขาพอๆกับผม

 

 

“กูกลับก่อนนะ หมดน้ำเกลือขวดนี้กูก็จะได้ออกจากโรงพยาบาล ไว้กูจะพยายามสืบให้มึงดู”

 

 

ประโยคหลังกรีนกระซิบเสียงเบา ร่างบาง(มันไปผอมลงตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ?)ของมันค่อยๆพยุงตัวเองออกไป สายตาคมของเขาโผล่พ้นขอบหนังสือพิมพ์ ปรายตามองกรีนอย่างไม่คาดสายตา ขณะที่กรีนเดินผ่านเขาไปสักสอง-สามก้าว กรีนก็ชะงักและเอ่ยขึ้นมา

 

 

“พ่อครับ หนังสือพิมพ์มันกลับหัวอยู่”

 

 

 

 _________________________________________________________________________________________________




หลายคนคงอยากจะถามว่าไรท์ตายยัง // ยังไม่ตายนะคะ นี่ตอบเลย  หายไปเป็นเดือนๆแบบนี้ยังมีคนมาอ่านอยู่ไหมเนี่ย T^T


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น