by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

51/ ไดอารี่เล่มนั้น (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 51/ ไดอารี่เล่มนั้น (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 51

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35k

ความคิดเห็น : 136

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2560 06:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
51/ ไดอารี่เล่มนั้น (แก้คำผิด)
แบบอักษร

​โปรดP...

ความมั่นคงผมกำลังถูกสั่นคลอน เพราะไอ้เพื่อนพ่วงด้วยสถานะลูกพี่ลูกน้อง ที่ผันตัวเองมาเป็นเด็กวัดเฝ้าเมียผมได้สองเดือนละ ตอนมันมานี่ใหม่ๆ สถานการณ์ผมคับขันจนต้องลากไอ้แมงหมูให้มาช่วยเฝ้าในวันหยุดหรือหลังเลิกเรียน เพราะผมเองก็ต้องทำงานไม่มีเวลามาเฝ้าเมียตลอด สุดท้ายเลยต้องตัดปัญหาโดยการลากมันไปทำงานด้วยกันทุกวันน่ะสิ

"โปรด มึงจำเรื่องที่เราคุยกันได้มั้ย ที่บอกว่าถ้าเจอเขาอีกครั้งกูจะไม่ยอมถอยแล้วนะ"

"เฮ้อ สองเดือนมานี้มึงบอกกูเป็นสิบรอบแล้วนะชิน กูบอกมึงแล้วเหมือนกันไงล่ะ ว่ากูก็จะไม่ยอมปล่อยเขาไปเหมือนกัน" ควันบุหรี่บางเบาล่องลอยไปตามอากาศ ผมกับไอ้ชินต่างก็อัดเอานิโคตินเข้าเต็มปอด มันเครียดผมรู้เพราะตอนนี้ผมก็อยู่ในสถานการณ์แบบนั้น แถมสถานการณ์ของผมค่อนข้างสั่นคลอนซะด้วยสิ เพราะอะไรน่ะเหรอ

ติ๊ง {ชื่อหลงรัก : พี่ชินซื้อขนมมาให้หลงกินด้วย เผื่อพี่ติณฑ์ด้วยนะขอบคุณจ้ะ} แว่บเดียวที่กวาดสายตาไปอ่านไลน์ของไอ้ชิน ทำให้อดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้ จะอะไรซะอีกล่ะ ก็เดี๋ยวนี้เมียผมแม่งเอะอะอะไรก็พี่ชินๆ น่ะสิ

"หึหึ หน้าตาแสดงออกมาเต็มที่เลยนะโปรด กูหวังว่าครั้งนี้ไม่ว่าใครจะได้ยืนเคียงข้างเขา คนที่เหลือก็พร้อมจะยินดียิ้มส่งอย่างลูกผู้ชายนะ" ไอ้ชินตบไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะดีดบุหรี่ทิ้งแล้วเดินกลับไปสั่งงานต่อ เหลือไว้แค่ความหงุดหงิดและความกังวลต่างๆ ในการเปลี่ยนแปลงของเอ๋อที่เริ่มมีให้เห็น ทำให้ผมต้องรีบควักโทรศัพท์มาโทรหาต้นตอของเรื่องเป็นการใหญ่

ตรู๊ดๆๆ "คุณโปรด"

"อืม ทำอะไรอยู่"

"นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ศาลากับพี่ติณฑ์จ้ะ คุณโปรดทำงานเหนื่อยมั้ย" แค่คำถามธรรมดาแต่น้ำเสียงแฝงมาด้วยความห่วงใย ก็ทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งของผมเบาบางลงไปมากทีเดียว

"เหนื่อยครับ แต่พอได้คุยกับเอ๋อก็หายเหนื่อยละ วันนี้อยากกินอะไรมั้ยเดี๋ยวพี่ซื้อไปให้"

"ไม่ต้องซื้อมาจ้ะ หลงไลน์ไปบอกพี่ชินแล้ว คุณโปรดตั้งใจทำงานนะสู้ๆ" ทั้งที่อยากตัดพ้อว่าทำไมต้องไลน์หาไอ้ชินแต่ไม่ค่อยไลน์มาหาผมเหมือนเดิม ทั้งที่อยากเค้นถามว่าทำไมต้องคุยกับมันบ่อยๆ ทั้งที่อยากสั่งห้ามไม่ให้เกิดความสนิทสนมกันมากจนเกินไป แต่ทุกคำที่ผมต้องการพูด ทุกอย่างมันกลับจุกอยู่ที่คอไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยออกมา มันเหมือนน้ำท่วมปากจนผมเริ่มจะเหนื่อยกับอาการค่อยๆ ห่างเหินของเมียรักอย่างเจือจาง ถึงจะบางเบาแค่ไหนแต่ก็ยังมีกลิ่นอายให้ผมได้สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มแทรกซึมเข้ามา เสียงตัดสายโทรศัพท์หายไปพร้อมกับความรู้สึกเหนื่อยที่เข้ามาแทนที่ เหนื่อยที่ต้องยิ้มให้กับทุกความเศร้าที่เข้ามา เหนื่อยเพราะความหวังที่เฝ้ารอมันเริ่มดูห่างไกลสุดมือเอื้อมไปทุกที หรือว่าหลงรักกำลังจะหันหลังให้คุณโปรดเพื่อไปจับมือพี่ชินซะแล้วครับขี้ดื้อ 

"ว่าไงยัยชมพู่โทรเรียกมาทำไมเนี่ย ก็รู้อยู่ว่าพี่ต้องรีบกลับไปเฝ้าเมีย เดี๋ยวไอ้แมงสล็อตมันจะดอดไปทำแต้มซะก่อน" หลังเลิกงานในเย็นวันนั้น พอไอ้ชินมันแวะไปซื้อของที่เซเว่น ผมก็ได้โอกาสแวะไปหายัยชมพู่น้องสาวตัวดีที่มาปักหลักเปิดคลีนิคอยู่ในตัวอำเภอ นี่ก็เหมือนกันพอรู้ว่าไอ้ชินมาที่นี่ ก็รีบโผไปแปะมือตั้งแต่วันแรกที่เจอกันนู่นน่ะ ผมชักสงสัยแล้วว่าตอนนี้ยัยชมพู่มันอยู่ทีมใครกันแน่

"แหมๆ พี่ชายคะชมอุตส่าห์โทรไปเพื่อให้พี่ชายมารับตัวช่วยนะคะ แต่เอ..ไม่รู้ว่าสิ่งที่ชมให้พี่ชายจะเป็นตัวช่วย หรือจะเป็นตัวตอกย้ำก็ไม่รู้สินะ เป็นอันว่าชมให้พี่ชายเอาไปอ่านเล่นๆ ก็แล้วกัน เพราะชมอ่านมาทุกหน้าเล่านิทานที่อยู่ในนี้ทั้งเล่มให้ลูกหลงฟังหมดแล้ว นี่ค่ะพี่ชายลองเอาไปอ่านดูนะคะ เผื่อเรี่ยวแรงที่หายไปจะฟื้นกลับมาบ้าง อ้อ ชมหมายถึงอ่านช่วงหน้าแรกๆ เพราะถ้าอ่านหน้าหลังๆ พี่ชายอาจจะอยากหยุดหายใจก็ได้ คิกๆ" ผมเลิกคิ้วมองสิ่งที่ยัยชมพู่ยื่นให้อย่างแปลกใจ แต่พอดูของในซองกระดาษสีน้ำตาลก็ยิ่งทำให้แปลกใจขึ้นไปใหญ่ จำได้ว่านี่มันเป็นสมุดไดอารี่ที่เคยเห็นปอรักเขียนนั่นจดนี่อยู่บ่อยๆ แม้กระทั่งตอนไปภูเก็ตสมุดโน้ตเล่มนี้ก็ยังใช้เป็นที่จดโปรแกรมในทริปนั้น แต่มันหายไปจากห้องของแมงปอมาหลายปีละ ผมรื้อทั้งห้องหายังไม่เจอเลย แล้วมันมาอยู่ในมือยัยชมพู่ได้ไง? 

"อยากรู้อะไรพี่ชายต้องไปถามคุณลุงนะคะ เพราะน้องก็ได้มาจากคุณลุงเหมือนกัน ถ้าเผื่อตอนนี้พี่ชายกำลังจะถอดใจ แล้วหันหลังให้ความรักเหมือนครั้งนั้น น้องก็คิดว่าพี่ชายควรได้อ่านสิ่งที่อยู่ข้างในนะคะ บางทีกระดาษแผ่นนึงอาจเปลี่ยนเหตุการณ์สำคัญได้มากกว่าที่คิดค่ะ" ประโยคน่าชวนค้นหาของน้องสาวตัวดีทำให้ผมกำซองสีน้ำตาลไว้จนแน่น เมื่อก่อนมือทั้งคู่ของผมเคยปล่อยลูกโป่งให้หลุดลอยไป แต่ตอนนี้มือคู่นี้ของผมจะกำไดอารี่เล่มนี้ให้แน่นที่สุด กำไว้รอให้สายลมบางเบาพัดพาลูกโป่งลูกนั้นให้กลับคืนย้อนมา..ในสักวัน

"คุณโปรด พี่ชิน กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ หลงกำลังป้อนนมให้น้อง พี่มินบอกว่าน้องหิวร้องไห้งอแงอยู่ในพุง เนอะพี่มิน"

"ลูกหรือแม่หิวกันแน่วะมิน พี่ว่าแมงอีกสองตัวในท้องมันจะแตกซักวันถ้ากินขนาดนี้น่ะ"

"สวัสดีมิน อ่ะหลงนี่ขนมที่สั่งน่ะ" ผมทำเป็นเดินผ่านเอ๋อเข้าไปลูบท้องป่องๆ ของเมียไอ้หมอสัส ถูกแล้วครับตอนนี้เมียของมันท้องได้ห้าเดือนกว่าๆ ไอ้หมอสัสคุยฟุ้งไปทั้งอำเภอว่าน้ำยามันดีมาทีสองเด้ง แถมมีเยาะเย้ยถากถางที่พักหลังมานี้ ผมโดนไอ้ชินมาแย่งความสนใจจากเมียเด็กไปหมด แต่ก็พอจะรู้ว่าเพื่อนหมอมันห่วงผมมากแค่ไหน ที่มันห่วงคงเป็นเพราะวันก่อนผมเหนื่อยกับหนทางที่ดูเลือนราง จนถึงขั้นน้ำตาไหลให้มันกับมินเห็นมั้ง นับจากวันนั้นไอ้หมอก็ส่งแมงหมูมากันท่าไอ้แมงสล็อตในทุกครั้งที่มีโอกาส ผมนี่แทบจะกราบกับความปรารถนาดีของมันทุกเช้าเย็นละ ความหวังดีของมึงแม่งทำให้กูเหนื่อยคูณสองได้อีก

"ลุงโปรดสวัสดีครับ ลุงชินสวัสดีครับ น้องหลงจ๊ะมานี่ก่อนพี่ติณฑ์มีอะไรจะอวด"

"อะไรเหรอพี่ติณฑ์" เอ๋อวางมือจากการรื้อถุงขนมของไอ้ชิน แล้ววิ่งไปหาไอ้แมงที่รีบดึงแขนเอ๋อเข้าไปในห้องนอน โดยมีเสียงหัวเราะหึหึของไอ้ชินไล่ตามหลังมาอีกต่างหาก หัวเราะได้น่าคันไม้คันมือจนผมอยากกระทืบคนว่ะ

"พี่โปรดพี่ชินทานข้าวกันก่อนมั้ย ไม่ต้องรอพี่ตุลย์หรอกเขากลับช้าน่ะ เมื่อกี้โทรมาบอกว่าเข้าเวรแทนคุณหมออีกท่านน่ะครับ" ผมประคองมินให้ลุกขึ้นยืน ไม่ประคองเห็นทีจะไม่ได้ ก็พุงเล่นยื่นนำหน้าไปไกลกว่าตอนท้องแมงหมูซะอีก

"ชิน เมื่อไหร่มึงจะกลับกรุงเทพฯซักทีเนี่ย มาอยู่ที่นี่แล้วใครจะคุมโปรเจคของพ่อไอ้นัทวะ"

"หึหึ รีบไล่กูนี่กลัวรึไงน้องชาย เรื่องมึงซุกเขาไว้แล้วโยนงานมาให้ กูยังไม่ได้เคลียร์เลยนะ" และก็เป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว ทุกครั้งที่นั่งกินข้าวเย็นไม่ว่าจะที่ไหนกับใครแต่ต้องโดยปราศจากเอ๋อ ผมกับไอ้ชินก็จะตีกันด้วยหัวข้อเดิมๆ คือผมไล่มัน มันแขวะผม แบบนี้เกือบทุกวันจนคนอื่นๆ พากันส่ายหน้าไปหมด

"มึงอย่ามากัดกูเรื่องนี้ไอ้ชิน กูมั่นใจว่าถ้าเป็นมึงเจอเขาก่อน มึงก็จะซุกเขาไว้เหมือนกันไอ้เหี้ย รีบกลับไปเลยนะไม่งั้นกูจะโทรไปให้คุณอรรคมาตามจิกหัวมึงกลับไป อีกอย่างมึงจะมานั่งเศร้าเป็นหมาเฝ้าปลากระป๋องไปก็แค่นั้นแหละ เพราะกูเปิดปลากระป๋องแดกหมดแล้วไอ้สัส" ทุกครั้งเราจะตีกันด้วยเรื่องเดิมก็จริง แต่นี่เป็นเรื่องใหม่ที่ผมเพิ่งขุดขึ้นมา ตอนแรกตั้งใจจะไม่งัดเอาเรื่องที่เอ๋อเป็นเมียผมสมบูรณ์ทางพฤตินัยมาทับถมมันหรอกแต่อดไม่ไหวจริงๆ ที่สำคัญก็ไม่อยากจะเอาคุณอรรคมาขู่ด้วย เดี๋ยวมันจะหาว่าผมเป็นลูกแหง่ติดพ่ออีก

"หึหึ โตแล้วนะไอ้น้องชาย มึงควรเลิกเอาน้าเขยมาอ้างกับกูได้แล้ว อ้อ เรื่องได้แดกปลากระป๋องน่ะเลิกเอามาอวดกูซักที มึงก็รู้ว่ากูรู้เรื่องนี้ละจะคุยอวดกูไปทำไม นี่มึงลืมไปแล้วรึไง ว่าเมื่อก่อนกูก็ยินดีจะแดกซากก้างปลาของมึงเหมือนกัน"

"ชิน มึงลืมที่หลวงตาพูดไปปะวะ เราทำอะไรอดีตไม่ได้หรอก เปลี่ยนมันไม่ได้ ลืมมันไม่ลง แก้ไขมันไม่ได้ ลบมันไม่ได้ ทำได้อย่างเดียวคือการยอมรับมัน และปรับปรุงเพื่อให้เป็นอนาคตที่ดี หึหึ ปลาน่ะแดกเยอะๆ จะได้ฉลาด" ผมตักปลาทูทอดทั้งตัวใส่จานไอ้ชินแถมด้วยประโยคคุ้นหูที่เอ๋อเคยว่าใส่หน้าอยู่บ่อยๆ ไอ้ชินแม่งก็โยนผักใส่จานจนผมจะโยนคืนกลับไปแล้ว ถ้าไม่ติดที่เสียงกระแอมไอของมินเตือนออกมาเบาๆ แม่งเอ้ย ถ้ามินไม่นั่งคุมอยู่เชื่อเถอะว่าโต๊ะอาหารต้องแปรสภาพมาเป็นสนามรบของผมกับมันแน่ เกลียดไอ้แมงสล็อตว่ะ!

"คุณโปรด คืนนี้หลงนอนกับหลวงตานะ คุณโปรดนอนกับบอสก็แล้วกัน" ประโยคบอกเล่านี้ผมแปลว่าเป็นคำสั่งสั้นๆ ถูกเอ่ยขึ้นมาจากเมียเด็กที่เดี๋ยวนี้ชักทำตัวเหินห่างไปทุกที อย่าว่าแต่ในวัดเลย นอกวัดเดี๋ยวนี้เอ๋อก็ไม่ค่อยให้ผมเข้าใกล้แล้วไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน ที่แย่หนักไปกว่านั้น คนที่เอ๋อยอมให้เข้าใกล้เกินความจำเป็นก็คือไอ้แมงสล็อตนั่นแหละ ดีนะที่มันยังนอนกุฏิใหญ่นู่น ไม่งั้นผมคงต้องอดทนเห็นมันป้อเอ๋อจนถึงเวลานอนแน่ๆ

"แต่เราไม่ได้นอนจับมือกันหลายคืนแล้ว เอ๋อเป็นอะไรปะพักหลังนี่แปลกไปนะ ไม่ค่อยอยากให้พี่เข้าใกล้เท่าไหร่รึพี่คิดมากไปเอง เอาเถอะไว้ไปคุยเรื่องนี้ที่อื่นก็แล้วกัน ฝันดีนะหลงรัก" ผมอดตัดพ้ออย่างน้อยใจไม่ได้ เอ๋อทำหน้างงๆ ก่อนจะพยักหน้าแล้วหันหลังกลับเข้าห้องของหลวงตา 

ผมเองก็เดินกลับห้องเพื่อหยิบไดอารี่ที่ได้รับจากยัยชมพู่เมื่อเย็น ไปนั่งอ่านตรงศาลาการเปรียญหลังใหม่คนเดียว ก่อนจะเปิดหน้าแรกผมก็อดคิดถึงความสัมพันธ์ของผมกับเอ๋อตั้งแต่จบเรื่องของไอ้พีไม่ได้ เหมือนน้องกำลังมีเรื่องอะไรสักอย่างให้ต้องคิด ผมไม่รู้ว่าก่อนที่จะเข้าไปช่วยไอ้พีมันพูดอะไรกับเอ๋อไปบ้าง เอ๋อถึงดูเหมือนคนที่มีอะไรให้คิดอยู่ตลอดเวลา ครั้นจะไปขุดกระดูกไอ้พีมาเค้นถามก็ใช่ที่ ถูกแล้วครับขุดกระดูกจริงๆ เพราะหลังจากที่ผมให้ของขวัญมันไป จากนั้นไม่ถึงเดือนไอ้พุก็ส่งข่าวที่ทำให้ผมต้องลงทุนนั่งเครื่องบินไปจังหวัดแถบชายแดนแต่เช้าแล้วรีบกลับตอนเย็น เพื่อไปดูให้เห็นกับตาว่ามันจะไม่มีโอกาสมาทำร้ายคนที่ผมเฝ้าปกป้องอย่างหวงแหนอีก แต่ความเปลี่ยนแปลงทีละน้อยของเอ๋อนี่มันเกิดจากเรื่องอะไรวะ ก่อนที่ความฟุ้งซ่านจะเข้ามาครอบงำซะก่อน ผมก็ต้องกลับมาตั้งสติแล้วเริ่มต้นเปิดหน้าแรกอ่านอย่างตั้งใจ

วันที่xx/xx/xx มันเป็นวันแรกที่ผมรู้สึกว่าอยากลืมตาขึ้นมา ก็เห็นคนที่กอดจูบผมเมื่อคืนยังนอนอยู่ข้างๆกัน แต่มันก็เป็นวันแรกเหมือนกันที่ผมเข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่า ความว่างเปล่าของแสงแดดแรก ในตอนที่ต้องลืมตามาเพื่อพบว่าการอยู่ตามลำพังมันเป็นยังไง

วันที่xx/xx/xx ไม่คิดว่าเสียตัวครั้งแรกมันจะทำเอาผมจับไข้ไปเลย เรี่ยวแรงแทบไม่มีแต่ต้องไปช่วยลุงเลิศอยู่ดี ถ้าไม่ไปช่วยเดี๋ยวลุงกับพี่เปี๊ยกจะร่างพังกันไปก่อน แต่ผมดันไปเห็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกจี๊ดขึ้นมาไม่ได้ ในขณะที่ผมจับไข้เพราะโดนพี่โปรดเปิดซิง พี่เขาก็ควงคนสองคนมาให้ผมเห็นถึงที่ร้าน ก็ไม่ได้จะหึงหรือหวงหรอกนะแต่พี่ควรถามไถ่ผมบ้างติดต่อผมบ้างปะ? ไม่ใช่เงียบไปแต่บทจะมาก็หอบเอาความน้อยใจมาฝากเต็มที่แบบนี้ โคตรน้อยใจเลยว่ะ

วันที่xx/xx/xx และแล้วความสัมพันธ์สั้นๆ ก็จบลงอย่างรวดเร็ว ผมคงไม่ถูกใจพี่เขามั้ง เลยฟันทีเดียวแล้วมาบอกจบความสัมพันธ์ นี่ขนาดเป็นแค่คู่นอนยังรู้สึกเจ็บที่ใจขนาดนี้ ถ้าเป็นคนรักผมคงตายทั้งเป็นแน่ๆ ดีแล้วแหละที่มันจบก่อนที่ผมจะถลำลึกไปกว่านี้ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ผมมีน้ำใสๆ ไหลออกมา หลังจากที่พี่โปรดก้าวขาออกจากห้องไปแล้วก็เถอะ

วันที่xx/xx/xx วันสุดท้ายที่ภูเก็ต ผมมีความสุขที่สุดกับฐานะแฟนของพี่โปรด เพิ่งรู้ว่าผมรักพี่เขามากกว่าที่คิดแฮะ ไม่รู้สิสำหรับผมแล้วคนทั้งโลกไม่สำคัญเท่าพี่โปรด พี่เขาเป็นครอบครัวคนเดียวที่ผมมีอยู่ โปรดปราณตัวเองจะรู้มั้ยเนี่ยที่เค้าอยากเป็นสถาปนิกน่ะ เพราะเค้าอยากออกแบบบ้านแล้วให้ตัวเองเป็นคนสร้าง เค้าอยากให้มันเป็นที่อยู่ของเราสองคน ไม่ว่าเราจะเหน็ดเหนื่อยจากอะไรมา จะอ่อนล้ากับสิ่งไหนก็ตาม แต่เราจะมีที่ของเราให้ได้ซุกตัวนอนข้างกัน มีกันและกันแค่เราสองคนเสมอ ถึงพระอาทิตย์มันจะร้อนแรงแค่ไหน แมงปอก็พร้อมจะถูกอิทธิพลของพระอาทิตย์เผาไหม้ได้ทุกเมื่อนะ แมงปอรักพระอาทิตย์คนเดียว

มือสั่นๆ ของผมเปิดที่หน้าต่อไป ต่อไป และต่อไป พร้อมกับน้ำใสก็ไหลตามตัวหนังสือ ในแต่ละคำเขียนที่เอ่ยถึงทุกเรื่องราวระหว่างผมกับเขา เขาเก็บมันและถ่ายทอดความรู้สึกออกมาในรูปแบบของตัวอักษรที่มีอิทธิพลทุกตัว จนทำให้ผมต้องหยุดอ่านแค่หน้าโปรแกรมทริปที่ไปภูเก็ต ถ้าอ่านต่อไปผมคงต้องพังประตูห้องหลวงตา แล้วอุ้มคนหัวเหม่งไปอยู่ด้วยกันสองคนและกกกอดเขาไว้ให้แน่นๆ อย่างแน่นอน 

ตรู๊ดๆ "ครับพ่อ" ผมสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะรับสายคนที่ผมไม่อยากให้เขาต้องเป็นห่วงจนความดันขึ้นอีก

"ฮัลโหลลูกชายสุดที่รัก เป็นไงบ้างไอ้เสือ เห็นหลานสาวบอกว่าเอาไดอารี่ให้แกไปแล้วเหรอ อ่านรึยัง? ถ้ากำลังอ่านอยู่อยากร้องไห้ก็ร้องได้เลยนะลูก เดี๋ยวพ่อคนนี้จะร้องเป็นเพื่อน" ผมอดถอนหายใจแรงๆ กับความรู้มากของสองลุงหลานไม่ได้ ป่านนี้ไม่ใช่ว่าเอาผมไปนินทาจนสนุกปากกันมาแล้วเหรอ

"อืม กำลังอ่านอยู่ คุณอรรคไม่ควรไปขโมยของที่มีเจ้าของมาโดยไม่ได้รับอนุญาตนะ แล้วนี่บ่มไว้ตั้งนานเพิ่งจะมาให้เพื่อ?"

"น้อยๆ หน่อยไอ้เสือ กูเก็บไว้น่ะมีเหตุผลเว้ย คนอุตส่าห์หวังดีอยากให้ลูกหลงดึงแฝดที่หลับอยู่กลับมาเร็วๆ ระหว่างรอดูลูกชายตัวน้อยๆ เติบโตและมีความกล้าพอที่จะเลิกเห็นแก่ตัว เลิกกลัวเจ็บจนทำให้คนอื่นเจ็บแล้วมารับเมียกลับไปแบบแฮปปี้ นี่ให้หลานสาวเล่านิทานให้ลูกหลงฟังมาตลอดนะเว้ย แต่ผิดคาดว่ะ หลานสาวบอกว่าเล่าให้ฟังเป็นสิบรอบจนกระดาษจะเปื่อยละ น้องก็ยังหลับอยู่ดี เพราะงั้นพ่อคนนี้ก็หมดปัญญาจะปลุกน้องแล้ว ให้เป็นหน้าที่ของแกนะไอ้เสือ พ่อรู้ว่าตอนนี้แกคงจะเริ่มท้อเริ่มอ่อนแรง ยิ่งมีพี่ชายไปป่วนอยู่ด้วย แกก็คงจะรำคาญไม่ใช่น้อย แต่ให้มองว่ามันเป็นข้อดีในข้อเสียให้ได้ แกจะได้เรียนรู้ว่าเราได้อะไรจากมันบ้าง เพราะในเรื่องร้ายๆ มักจะสอนอะไรเราได้มากกว่าเรื่องดีๆ" 

"บางสิ่งบางอย่างแกอย่าไปคิดอะไรให้มันซับซ้อนมากนักลูกเอ้ย ปล่อยให้ใจมันนำทางร่างกายกับสมองบ้าง บางครั้งแกอาจจะไม่ได้เหนื่อยเพราะการเดินทางในชีวิตที่วุ่นวายและยาวไกลหรอก แต่แกเหนื่อยเพราะว่าแบกสิ่งนั้นไว้เยอะเกินไปต่างหาก อย่าคาดหวังวันพรุ่งนี้ แค่ทำวันนี้ให้ดี วันต่อไปมันก็จะดีเอง" ผมได้แต่นิ่งฟังผู้ชายที่ยิ้มได้กับทุกสถานการณ์พูด ทุกคำมันเจือไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย นั่นสิตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมมักจะใช้สมองใช้ความคิดกับทุกเรื่องเยอะจนเกินไป แม้กระทั่งตอนที่อยู่กับเอ๋อ ถึงผมจะปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามวิถีทางของมัน แต่ลึกๆ ในใจก็ต้องยอมรับว่าความคิดสองทางมันตีกันจนทำให้สับสนและว้าวุ่น ความคิดที่บางครั้งอยากให้ปอรักกลับมา แต่ผมก็หวาดกลัวในการกลับมาของเขา กลัวว่าทุกอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้มันจะไม่เหมือนเดิม แต่บางทีผมก็อยากให้น้องเป็นหลงรักอย่างนี้ตลอดไป แล้วค่อยๆก่อ ค่อยๆสาน ความรู้สึกและเรื่องราวของเราขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง 

"เอ๋อ ไปเที่ยวกันมั้ย" เอ๋อชะงักมือที่กำลังเล่นกับไอ้อายหมาตัวโปรดอยู่แถวกอไผ่ แล้วหันมามองเหมือนแปลกใจ ก็คงจะแปลกใจอยู่หรอก เพราะพักหลังๆ ผมไม่เคยชวนออกไปไหนเลย ก็หลังจากอ่านไดอารี่เล่มนั้นผมก็ต้องกลับมาตั้งสติตัวเองใหม่ เพื่อเรียบเรียงเรื่องราวของตัวเองกับปอรักที่ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด ความว้าวุ่นและท้อถอยที่เป็นเหมือนหมอกควันเบาบางในใจเริ่มเจือจางลง เมื่อสำนึกได้ว่าก่อนนั้นที่ปอรักเคยโดนผมพูดจาตอกย้ำความสัมพันธ์ แถมยังเคยเห็นผมกอดจูบกับคนอื่น นี่ยังไม่นับรวมที่เคยเห็นผมกับไอ้พีครั้งนั้นอีก แต่น้องก็ยังมีความรู้สึกรักให้กับผมจนถึงวินาทีสุดท้ายของการเป็นปอรัก ผมเองก็ไม่ควรท้อใจกับแค่เรื่องการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ของเอ๋อเช่นกัน แต่ช่วงเวลาหนึ่งเดือนนี้ก็เป็นเวลาทองของไอ้ชินเหมือนกัน

"ไม่ไปครับ เดี๋ยวหลงขอไปสวดมนต์ก่อนนะ"

"หลงรัก แค่ไปกินข้าวข้างนอกกับพี่ก็ได้นะๆ ร้านในเมืองนี่เอง พี่เหนื่อยอยากพักผ่อนบ้าง ทำงานทุกวันไม่มีเวลาพักเลย ไปด้วยกันไม่ได้เหรอครับ" นี่เป็นอีกเรื่องที่เริ่มเปลี่ยนไป จากคำว่าจ๊ะจ๋าเริ่มกลายเป็นครับแทน แต่พอเห็นท่าทีเหมือนลังเลใจผมก็ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายเพื่อเรียกร้องความสงสาร โดยไม่สนใจไอ้ชินที่กำลังหอบสัมภาระเดินมาทางกอไผ่ที่ผมกับเอ๋อคุยกันอยู่

"หลง พี่ซื้อเมี่ยงปลาเผามาให้ นั่งกินตรงนี้ปะพี่เอาเสื่อมาปูด้วย" ไอ้ชินจัดการปูเสื่อเอาบรรดาตะกร้าที่มีของกินหลายอย่างออกมาวางเรียงกัน แล้วไล่เอ๋อไปล้างไม้ล้างมือ รายนั้นก็ตาลุกวาวเมื่อเห็นสารพัดของกินวางอยู่ตรงหน้า รีบวิ่งตุบตับไปล้างมือที่คลองทันที มึงมันเห็นแก่กินจริงนะไอ้เมีย กูยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้เสือกไม่สนใจกูเลยสักนิด

"มึงก็ไปล้างมือแล้วมากินข้าวได้แล้วโปรด อย่ามายืนหน้าหงิกหน้างอตรงนี้ กูไม่ป้อนข้าวให้มึงเหมือนเขาหรอกนะ" ไอ้เวรชินมันก็ปากวอนมีสีแดงกลบปากอยู่ได้ จะพูดถึงปอรักทำไมวะ สัสเอ๊ย! ไม่รู้รึไงว่ายิ่งพูดกูก็ยิ่งทั้งกลัวทั้งคิดถึง

"คุณโปรดมาล้างมือเลยนะ!" แต่เสียงที่ตะโกนสั่งมาจากทางลำธารนั่นต่างหาก ทำให้ผมต้องรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปหา พร้อมรอยยิ้มที่ฉีกจนกว้างแทบจะถึงหู ก็มันหลายวันแล้วนี่ที่เอ๋อละเลยผมไปหาไอ้ชินน่ะ

"มาล้างมือก่อนหลงจะล้างให้ แล้วไม่ต้องทำหน้าเศร้าเหมือนเมื่อกี้อีก วันนี้มันเย็นแล้วเรากินเมี่ยงปลาเผาก่อนก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยไปกินข้าวกันสองคน โอเค๊" เมื่อกี้ว่าผมฉีกยิ้มกว้างแล้วนะ ตอนนี้ยิ่งรู้สึกว่าปากตัวเองฉีกกว้างกว่าเมื่อกี้อีก เมื่อได้ยินคนแก้มป่องพูดพึมพำในขณะที่มือก็กำลังกวักน้ำมาล้างมือให้ผมอย่างขะมักเขม้น

"อืม พรุ่งนี้เราไปกินข้าวด้วยกันเนอะ พี่คิดถึงเอ๋อ"

"หลงก็อยู่นี่ไงไม่ได้ไปไหนซักหน่อย ทำไมต้องคิดถึงอ่ะ"

"เพราะเป็นเมียไงพี่เลยคิดถึง เพราะเป็นเอ๋อความรู้สึกคิดถึงของพี่มันเลยไม่มีเส้นของคำว่าหยุด เอ๋อเป็นเมียพี่โปรดนะยังจำได้ใช่มั้ย" ผมพยายามสบตาคนที่ก้มหน้าก้มตาล้างมือให้โดยไม่เงยหน้ามาสบตากับผม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เอ๋อเปลี่ยนไป น้อยครั้งมากที่น้องจะสบตากับผมเหมือนเดิม บางครั้งที่เราเผลอมองตากัน ผมก็สัมผัสได้ถึงความลังเลและหวั่นไหวกับอะไรสักอย่างในแววตาคู่นั้น จนคิดไปเองว่าปอรักกลับมาหรือเปล่าแต่ก็ไม่ใช่อย่างแน่นอน ผมรู้จักปอรักดีถ้าเขากลับมาเขาก็จะมาอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการแอ๊บเป็นหลงรักเพื่อเอาคืนเด็ดขาด ปอรักแข็งแกร่งและกล้าหาญเกินกว่าที่จะทำแบบนั้น

"ว่าไงเอ๋อ ยังจำเรื่องของเราได้ใช่มั้ย" มือใหญ่ของผมจับมือคนที่ก้มหน้าก้มตาถูมือให้ ดูก็รู้ว่าน้องกำลังหลีกเลี่ยงการตอบคำถามของผมอยู่

"อะ อืม ไปกินปลากันเถอะหลงหิวแล้ว" มือที่ค่อยๆ ดึงออกจากการเกาะกุมของผม มันทำให้ใจอดสั่นหวิวและความว่างเปล่าเหมือนจะพุ่งมาเสียบแทนความอบอุ่นจากมือคู่เมื่อกี้ไม่ได้ นี่คงเป็นเหมือนความว่างเปล่าที่ปอรักเคยได้รับ ในวันแรกที่ผมได้เขาแล้วทิ้งเขาไว้กับเศษซากถุงยางอนามัยและเงินปึกหนึ่งสินะ ความว่างเปล่าจนเป็นเหมือนธาตุอากาศนี่มันน่ากลัวจริงๆ

"คุณโปรดไปเถอะครับ หลงจะห่อปลาให้หม่ำๆ แต่อย่าทำหน้าแบบนี้อีกหลงจะร้องไห้" ผมคงจะหน้าเสียมากๆ เลยล่ะมั้ง น้องถึงเอื้อมมือมาลูบแก้มผมเบาๆ แล้วพึมพำออกมาด้วยสีหน้าแววตาเหมือนจะร้องไห้จริงๆ ผมสูดลมหายใจลึกๆ เรียกความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีแล้วส่งยิ้มให้คนตรงหน้าได้คลายใจ ไม่ว่าตอนนี้เอ๋อกำลังคิดอะไรอยู่ แต่คาดว่าเรื่องนั้นคงจะสำคัญและหนักหนาพอสมควร น้องถึงพยายามหลบหลีกความกดดันทั้งหลายทั้งปวง ผมเองก็ไม่ควรเพิ่มความกดดันอะไรให้กับเขาอีก

"ครับผม ปะไปกินปลาของฟรีกัน แล้วพรุ่งนี้พี่จะพาไปกินของที่เอ๋อชอบทุกอย่างเลย โอเคมั้ย"

"อื้อโอเค" เอ๋อค่อยๆ ฉีกยิ้มแป้นออกมา แต่แววตานั้นก็ยังแฝงไปด้วยความขุ่นข้องหมองใจอะไรสักอย่างอยู่ดี ผมจับมือจูงน้องเดินกลับไปตรงที่ไอ้ชินนั่งรออยู่ ด้วยเจตนาประกาศให้มันรู้ถึงความเป็นเจ้าของ จะว่าผมนิสัยเด็กก็ว่าเถอะแต่ไอ้ชินนี่มันก้างขวางคอจริงๆ เอ๊ะ! แบบนี้น่าจะเรียกก้างอีกชิ้นมาขวางขัดกันไว้ดีกว่า ไม่เปลืองแรงตัวเองดี

"เห็นแล้วคิดถึงไอ้แมงหมูว่ะ มันชอบกินปลาเผาอย่างกับอะไรดี น่าสงสารที่ไม่ได้มานั่งกินด้วยกัน" ยังไม่ทันพากันนั่งผมก็พูดขึ้นมาลอยๆ ไม่ต้องถามหาผลลัพธ์หรอกว่าประสบความสำเร็จไหม เพราะยังไม่ทันแกะถุงน้ำจิ้มเอ๋อก็มัดทุกสิ่งทุกอย่างไว้เหมือนเดิม แถมควักโทรศัพท์ออกมาจิ้มเรียกหาไอ้แมงหมูทันควันจนไอ้ชินเบ้ปากใส่ผม หึหึ โทษทีเพื่อนพอดีกูมีตัวช่วยว่ะ ผมยักคิ้วใส่ไอ้ชินด้วยท่าทางที่มั่นใจว่ากวนตีนมากพอสมควร จนมันคิ้วกระตุกหงึกๆ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกลอย่าถือกันเลยนะพี่ชาย

"น้องหลงของพี่ติณฑ์จ๋า พี่มาแล้วจ้ะ" ไม่ถึงสิบห้านาทีไอ้แมงมันก็ให้พ่อคาบเอาพุงย้วยๆ ของมันมานั่งแปะบนตักเอ๋อ ไอ้ตุลย์ทิ้งตัวช่วยชั้นดีไว้ให้แล้วรีบกลับบ้านทันที ถ้าเดาไม่ผิดมันคงใช้เวลานี้ต่อแข้งต่อขาให้แมงแฝดอีกแล้วมั้ง ก็นะนี่เข้าเดือนที่เจ็ดแล้วเดี๋ยวถ้าท้องแก่กว่านี้มันคงไม่มีโอกาสกินเมียมันหรอก ช่วงนี้เลยเป็นช่วงตักตวงที่มันพร้อมจะเสนอตัวลูกมันมาเป็นไม้กันหมาช่วยผมได้ทุกเมื่อ

"พี่ติณฑ์ไม่ต้องแกะปลาเองนะเดี๋ยวน้องหลงทำให้จ้ะ ไม่งั้นมือพี่ติณฑ์จะเลอะ"

"จ้ะ พี่ติณฑ์จะนั่งอ้าปากรอนะจ๊ะ น้องหลงๆ แกะปลาให้ลุงโปรดด้วยนะ พ่อตุลย์บอกว่าลุงโปรดแกะเนื้อปลาเองไม่เป็น ถ้าให้ลุงโปรดทำเองพี่ติณฑ์กลัวว่าก้างจะติดคอลุงแล้วลุงจะเจ็บน่ะสิ ใช่มั้ยครับลุงโปรด"

"อืม" ผมพยักหน้าไหลตามไอ้แมงมันไป ไม่ถึงนาทีดีก็มีผักกาดหอมที่ข้างในมีเนื้อสีขาวของปลาทับทิมราดด้วยน้ำจิ้ม ถูกยื่นมาจนชิดปากด้วยฝีมือคนหัวเหม่งตรงหน้า

"อ้ามจ้ะคุณโปรด" แค่คำว่าอ้ำกับผักห่อปลาคำเดียวที่ยื่นมาให้ ก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมันกลับมาหมุนได้อีกครั้ง ไม่ต้องคิดอะไรให้มากมายผมอ้าปากงับทันที มันนานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้กินของที่ใครคนหนึ่งคอยตักคอยป้อนให้ ทั้งหมดทั้งมวลคงต้องยกความดีความชอบให้ไอ้หมอสัสเพื่อนรักกับไอ้แมงหมูหลานรักซะแล้ว ผมเหล่ตามองยักคิ้วใส่ไอ้พี่ชายที่นั่งเป็นตัวประกอบด้วยความสะใจ พร้อมกับเอี้ยวตัวไปกระซิบบอกมันด้วยน้ำเสียงจริงจังที่สุด

"โทษทีนะ คนนี้เมียกูซึ่งเป็นน้องสะใภ้ของมึงว่ะพี่ชาย กูคงยกให้ไม่ได้ หึหึ" เอาน่ะ ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นใหม่ของทุกเรื่อง หากเราตั้งใจจริงจังกับสิ่งนั้น พอมาอยู่วัดมาได้คลุกคลีกับแสงแห่งธรรม ผมก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนความคิดของตัวเองให้มันเดินในทางสายกลางมากขึ้น และเริ่มเชื่อในเรื่องของผลกรรมมากขึ้น เหมือนเรื่องของพวกเรา ผมเองก็เชื่อว่ามันไม่ใช่เหตุบังเอิญ และผมก็เชื่อว่าเรื่องบังเอิญใดๆ ก็ตามมันจะไม่มีในโลก ทุกอย่างล้วนถูกจัดขึ้นตามเหตุและผล ตามกงกรรมกงเกวียน ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ด้วยผลแห่งการกระทำเท่านั้นเอง..


***อดีตมันผ่านไปแล้วและไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่เราจะใช้มันเพื่อเป็นบทเรียนไม่ให้ทำผิดอีกครั้ง"

แจ้งล่วงหน้ายาวๆนะคะ อาทิตย์หน้าอัพน้องหลงตอนที่53วันจันทร์ที่9 หยุด อ-พ ตรวจคำผิดเล่ม1อย่างจริงจัง คือตรวจไม่เสร็จซักทีเพราะกลัวใจตัวเองถ้าย้อนไปอ่านช่วงแรกๆแล้วจะมาเขียนช่วงหลงรักไม่ได้ ลงตอนที่54วันพฤหัสที่12 แล้วจะหยุดยาวศ-อา(ศุกร์แต่งตอนที่55 ส-อา วันครอบครัว) หยุดตามวันหยุดราชการ มันเป็นวิธีการจัดอารมณ์ของฟางเอง เพราะถ้าไปอ่านทวนเล่ม1อารมณ์อยากตีท่านโปรดมันก็จะมา แล้วฟางจะสามารถแต่งดราม่าตอนที่55ได้ลื่นปื๊ดๆ ดราม่านี่ฟางหลุดเม้าเป็นฉากๆให้ฟัง4ท่านละมันคันปากอ่ะ555 นี่ซา-ปอยกันไว้เลยว่ามาม่าเสิร์ฟให้ตอนไหน พอรับเงินเขามาแล้วก็อยากทำให้ออกมาดีที่สุด มันเป็นการกดดันตัวเองเพื่อให้ทำให้เต็มที่ ตามนี้เน้อจ้าว

ตอนที่52จะมาวันศุกร์นี้ แต่งได้30เปอร์แล้ว แต่ที่เคยบอกว่าปอรักมาปลายๆตอนที่52ต้องขออภัยจริงๆ ตอนที่52เป็นตอนของหลงรัก ฟางกะว่าจะให้ปอรักมาในตอนของท่านโปรด เพราะคิดว่าอารมณ์ตอนที่ปอรักมาให้ท่านเขาเล่าเองมันน่าจะโอกว่า แบบเผื่อไว้2ทาง ให้ทีมแอนตี้โปรดได้ซ้ำและให้ทีมแม่ยกโปรดได้เอ็นดูกันยาวๆไป ซาปอย52 คุณโปรดนุ้งหลงจะกินกันเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะหลงรัก ไม่มีฉากกินตัดๆออกจ้าวและคุณโปรดจะร้องห่มร้องไห้กลัวเมียเด็กทิ้งอีกแล้ว โดยนุ้งหลงเล่าจ้าว

ขอบคุณทุกๆคำผิดคำหล่นที่เก็บตกมาให้ฟางขอบคุณมากๆจ้าว ขอบคุณ คุณclask ผัดไทยนังฟางก็ผัดไทมาตลอดจ้าเพิ่งไปหาที่พจนานุกรมมาคือเขียนผิดมาตลอดเลยอายมากๆ ขอบคุณจ้าว ขอบคุณทุกๆคอมเม้นทุกๆกำลังใจ ทุกๆทีมโปรด ทีมปอ ทีมชิน ทีม3พีก็มีมา ขอบคุณมากๆจ้าวอ่านหมดทุกเม้นเลยยย 

ขอพื้นที่ขอบคุณคนอ่านเจ้าของหนังสือก็แค่ตัวแทนรอบ1 ที่ขยันส่งผลิตภัณฑ์ความสวยความงาม ขนม แม้กระทั่งยาสระผมมาให้ฟางและหลายท่านที่โอนค่าหนังสือมาเกินจำนวนแบบเจตนาแถมกำชับว่าไม่ต้องส่งคืนอีกต่างหาก ขอบคุณสำหรับในความเอ็นดูฟางเน้อจ้าว จุ๊บเหม่งรัวๆ

ขอบคุณคุณappคุณเปิ้ล สำหรับของฝากจากเกาหลีนะคะฟางได้รับเมื่อวานแล้วค่ะ ความรักสวยรักงามมันทำให้ฟางตาวาวเลย เยลลี่ฟางก็ซัดเรียบกับแมงหลานคนละถุงตั้งแต่เมื่อวาน ขอบคุณมากๆนะคะ เป็นกำลังใจให้กันและกันเสมอค่ะคุณเปิ้ล รักษาสุขภาพด้วยจ้าว (เดี๋ยวไปอัพรูปอวดที่เพจเน้อจ้าว)

น้องใหม่ ปทุม ท่านนี้ไปเที่ยวดูไบก็ส่งอินทผาลัมส่งไปรมาให้ฟางเป็นกิโล จะบอกว่านี่นั่งกินแทนข้าวได้หลายวันเลย ขอบคุณมากๆเน้อจ้าวน้องน้อย

คุณก้อย กทม. กลางเดือนกย.ส่งคุ๊กกี้ธัญพืชมาให้โหลใหญ่ๆ ฟางก็ซัดเรียบใน2วัน เดี๋ยวจะทักไปถามว่าซื้อจากไหนมานะคะ ฟางจะตามไปเก็บมาแช่ตู้ไว้ ขอบคุณมากๆจ้าว

คุณผู้ไม่ประสงค์ออกนามคือไม่มีชื่อมีแต่ ลาดพร้าว กทม.แปะมา ท่านนี้ฟางหัวเราะเลย เข้าใจว่าท่านคงเข้าไปอ่านเจอเรื่องขำๆที่ฟางแปะที่เพจมันมีอยู่ตอนหนึ่งฟางบ่นว่าไม่ค่อยได้สระผมเลยคันหัว อาทิตย์ที่แล้วเลยมียาสระผมโดฟกับทรีคเม้นส่งมาแบบชุดใหญ่ ฟางนี่โอ๊ยเลย ความซกมกของตัวเองทำให้ได้มาจริงๆ ขอบคุณมากๆจ้าว 

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้จะเอาพวงกุญแจอะคริลิคแมงจิบิคุณโปรดนุ้งหลง กับสแตนดี้คุณโปรดนุ้งหลงมาอัพเดทให้ดูพร้อมกันที่เว็บกับเพจนะจ้าว ตัวอย่างร้านส่งรูปมาฟางแปะรูปที่เพจแล้ว แต่ติดเรื่องสีจืดนิดหน่อยเดี๋ยวได้ของจริงจะเอามาให้ดูกายหยาบของคู่นี้เน้อ พบกันวันศุกร์ส่งท้ายความละมุนแบบอึมๆครึมๆโดยนุ้งหลงจ้าว ปล.เดี๋ยวมาแก้คำผิดเน้อจ้าว จุ๊บเหม่งรัวๆ

** **

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น