Ranichat

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 : ข้าวเปล่า ไหวเปล่า

ชื่อตอน : บทที่ 4 : ข้าวเปล่า ไหวเปล่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2560 09:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 : ข้าวเปล่า ไหวเปล่า
แบบอักษร

พ่อเลี้ยงกวินทร์​


ชายหนุ่มนามว่ากวินทร์ หรือที่คนในไร่กวินทร์เรียกกันว่าพ่อเลี้ยงกวินทร์ถึงแม้ว่าจะอายุเพียง 32 ปีเท่านั้น แต่คนที่นี่ก็ให้ความเคารพแก่คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าของไร่คนนี้มากซึ่งกำลังเดินตรวจตราดูคนงานกำลังคัดเลือกชาที่เก็บเกี่ยวกันมาอยู่เพื่อให้ได้ชาที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด

“อ้าว เร่งมือกันหน่อยทุกคน ห้ามชักช้า เดี๋ยวชาจะไม่สดใหม่ ต้องรีบเอาเข้าโรงผลิต” ชายหนุ่มพูดขณะเดินตรวจ

ถึงแม้บุคลิกจะเป็นคนเงียบขรึม ปากร้าย ยิ้มยาก ภายใต้หน้าที่คมเข้ม หล่อเหล่า สีผิวที่เข้มบ่งบอกถึงการตั้งใจทำงาน ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับไร่กวินทร์แห่งนี้ แต่เมื่อได้รู้จักจริงๆ ก็จะรู้ว่ากวินทร์เป็นคนที่ใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นคนใจกว้าง

“พ่อเลี้ยงกวินทร์ครับ มีผู้หญิงมาหาครับ บอกว่าเป็นแขกของนายท่าน ผมโทรศัพท์มาแล้ว แต่โทรไม่ติด” แสบกล่าวขึ้นหอบเล็กน้อยเพราะตนรีบวิ่งมารายงาน กลัวผู้หญิงที่อยู่สำนักงานตอนนี้จะรอนานและนายท่านที่ว่าก็คือมนตรี พ่อของกวินทร์

“มาแล้วหรอ ฉันอยากจะรู้นักว่าคนที่ยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รู้จักกันมาก่อนจะเป็นคนประเภทไหนกัน” ชายหนุ่มรู้ดีว่าที่พ่อของเขาส่งผู้หญิงคนนี้มาเพราะต้องการที่จะจับเค้าแต่งงานด้วยแต่กลับกัน เกลินไม่ทราบเรื่องนี้ รู้แค่เพียงว่าต้องมาทำให้ชายหนุ่มลืมแฟนเก่าเพียงเท่านี้


“คุณผู้หญิงจะรับน้ำอะไรดีคะ” สาธร หญิงวัย 45 ปีซึ่งเป็นแม่บ้านให้กับกวินทร์เอ่ยถามหญิงสาวที่มาติดต่อขอพบเจ้านายของตน

“ขอน้ำส้มก็แล้วกันค่ะ หนูเกลรู้สึกระดับน้ำตาลในเลือดต่ำยังไงไม่รู้” เกลินรู้ว่ามันไม่ควรที่จะเลือก แต่เธอเหนื่อยจริงๆ กว่าจะมาถึงที่นี่เล่นเอาแทบตาย ตอนแรกก็กะจะนั่งแท็กซี่มาลงที่นี่เลย แต่แผนที่มันบ่งบอกว่าทางเข้าที่นี่ลำบาก เลยต้องนั่งรถสองแถวหรือรถแดงมาลงที่ไร่ มันคงไม่ลำบากเท่าไหร่ถ้าตนไม่นำเอากระเป๋าเดินทางทั้ง 2 ใบ ขนาดใหญ่พอที่จะยัดคนๆนึงลงไปได้มาด้วย

“ป้า ใครอ่ะ สวยอย่างกับนางฟ้า แต่งตัวดี๊ดี ดูไฮโซมากอ่ะ แล้วมาขอพบพ่อเลี้ยง แฟนใหม่พ่อเลี้ยงหรอป้า” หลังจากที่สาธรเดินเข้ามาในครัว ไข่ต้ม หญิงสาวอายุ 25 ปี รูปร่างท้วมๆก็ร้องถาม

“เรื่องของเจ้านาย เอ็งจะไปยุ่งอะไรนังไข่ต้ม” สาธรก็สงสัย แต่เรื่องของเจ้านายก็ไม่อยากยุ่ง

“เอานี่ เอาไปให้คุณเค้าหน่อย” สาธรพูดพร้อมยกถาดน้ำส้มที่คั้นไว้เป็นประจำอยู่แล้วให้ไข่ต้ม ไข่ต้มรับมาแล้วเดินนำไปให้หญิงสาว แต่ด้วยความที่เป็นคนช่างสงสัยแล้วไม่ชอบเก็บความสงสัยไว้ในใจจึงเอ่ยถามหญิงสาวออกไป

“ขอโทษนะคะคุณ คุณมาหาพ่อเลี้ยงทำไมหรือคะ”

“หนูเกลมาสมัครงานค่ะ” หญิงสาวตอบไป

“สมัครตำแหน่งอะไรคะ”

“แล้วเธอทำตำแหน่งอะไรจ้ะ” หญิงสาวนึกสนุกอยากแกล้งคน

“เป็นแม่บ้านบนเรือนใหญ่ค่ะ” ไข่ต้มตอบไป

“หนูเกลก็มาแทนเธอไงล่ะ เห็นเจ้าของบ้านนี้จะไล่เธอออก” เกลินพูดพร้อมกลั้นหัวเราะไว้เพราะเห็นหน้าซีดๆของไข่ต้ม

“หนูเกลล้อเล่น ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ทำอะไร แล้วเธอก็ไม่ได้จะโดนไล่ออก ดูสิหน้าซีดเชียว” เกลินยังตลกหน้าไข่ต้มไม่หาย

แต่ก่อนที่เกลินจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ คนที่ขึ้นชื่อว่าเจ้าของไร่ก็เดินขึ้นมาที่ห้องรับแขกที่มีเกลินนั่งคุยกับไข่ต้ม

“สนุกนักหรือไง คิดว่าทุกคนเค้าตลกกับเธอหรอ” คนปากร้ายยังไม่ทันเห็นว่าคนที่นั่งอยู่เป็นใคร แต่ก็ได้ยินบทสนทนาที่หญิงสาวพูด ด้วยความที่ไม่ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หญิงสาวทำอะไรก็ทำขัดใจเค้าเสียหมด

“เอ๊ะนี่คุณ” หญิงสาวยืนขึ้นว่าจะหันไปตำหนิแต่ใบหน้าของคนตรงหน้ากลับทำให้ช็อคกว่าคำพูดที่ได้ยิน

“หึ นี่เธอเองหรอยัยเกลินตัวแสบ ฉันเข้าใจแล้วว่าผู้หญิงที่มาทำอะไรแบบนี้ได้ต้องเป็นคนแบบไหน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง แม้ในใจจะตกใจมาก

“อะไร ฉันเป็นคนแบบไหนแล้วมันทำไม อย่าบอกนะว่าคนที่เป็นลูกคุณลุงมนตรีคือคนปากเสียอย่างนาย”

“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคนที่เป็นหนี้คุณพ่อเป็นหลายๆล้านนี่จะเป็นเธอ แถมยังมาเป็นแฟนเพื่อนฉันอีก” กวินทร์นึกสงสารวิทย์ในใจ จะรู้ไหมว่าผู้หญิงตรงหน้าเขากำลังสวมเขาให้ตนอยู่

“หยุด! พอ! เลิกถากถางสักที คุยเรื่องงานได้แล้ว” เกลินไม่ต้องการที่จะอธิบายอะไรทั้งนั้น แค่รู้ว่าคนที่จะมาทำให้ลืมแฟนเก่าเป็นใครก็ห่ดหู่ยิ่งกว่าร้านจะถูกปิดอีก

“มีตำแหน่งให้เธอว่างอยู่ตำแหน่งเดียว”

“ตำแหน่งอะไร ให้ทำบัญชีก็ได้นะ ฉันถนัด” จริงๆก็ไม่ถนัดหรอก แต่อาจจะเป็นตำแหน่งเดียวที่หญิงสาวพอทำได้ในไร่นี้

“คนงาน” กวินทร์พูดสั้นๆแต่มันทำให้คนในห้องนี้ทั้งเกลิน แสบ และไข่ต้มตกใจ

“จะบ้าหรอ! ฉันเหมือนคนงานในไร่หรือไง ออกจะสวยขนาดนี้”

“ไม่ทำก็คืนเงินมา ตอนนี้! เดี๋ยวนี้!” เขารู้ว่าเธอต้องไม่ยอมแน่ๆ คงต้องเล่นไม้นี้ เขาต้องการให้เธออยู่ เพราะต้องการที่จะทำให้รู้ว่าผู้หญิงอย่างเธอมันน่ารังเกียจแค่ไหน ยอมแต่งงานกับคนอื่นง่ายๆ แถมยังสวมเขาให้เพื่อนเขาอีก

“ใครจะไปมี” ที่จริงเกลินน่าจะไปยืมเงินคนอื่นมาจ่าย ไม่น่ายอมมาทำเลย เลยซวยเช่นนี้ไง

“งั้นก็ทำ ฉันขอแค่ 4 เดือน ถ้ายังทนอยู่ได้ จะยอมยกหนี้ให้ อีกอย่าง ฉันใจดี จะให้เงินเดือนเธอเหมือนคนงานทั่วๆไปเพิ่ม”

“คิดว่าฉันไม่กล้าหรือไง ได้! แค่ 4 เดือน สบายมาก” สบายอะไรล่ะ ตั้ง 4 เดือน ตายๆ หนูเกลตาย ร้านจ๋า หนูเกลจะได้กลับไปหามั้ยเนี่ย

“ดี! ไข่ต้ม ฉันให้ยัยนี่ไปนอนกับเธอที่เรือนคนงานหญิง”

“ฉันไม่ได้ชื่อยัยนี่ ฉันชื่อเกลิน แล้วฉันก็ไม่ยอมไปนอนที่เรือนคนงานด้วย” เกลินรีบแย้ง

“ไม่ยอมก็กลับไป” กวินทร์ทำหน้าไม่สะทกสะท้าน

“คำก็ให้กลับ สองคำก็ให้กลับ ไม่มีทางย่ะ ไปเธอ เธอชื่ออะไรนะ” หญิงสาวจะเรียกไข่ต้ม แต่เจ้าตัวกลับจำชื่อไข่ต้มไม่ได้

“ไข่ต้มค่ะ ชื่อไข่ต้ม”

“ไปจ่ะ นำไปที่พักเลย” หญิงสาวเดินเชิดหน้าผ่านชายเจ้าของไร่นี้ไป

“ทำไมต้องเป็นเธอ เกลิน” กวินทร์พูดเสียงเบาแทบจะกระซิบ

“อะไรนะครับพ่อเลี้ยง” แสบถามขึ้น

“ยุ่ง” กวินทร์พูดพร้อมเดินออกจากห้องรับแขกไป ปล่อยให้แสบยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

“แค่นี้ไม่เห็นต้องว่าเลย” แสบบ่น


เนื่องจากที่เรือนใหญ่หรือสำนักงานเป็นที่เดียวกัน เพราะเจ้าของวางแผนมาแล้วว่าถ้าจะติดต่องานก็ให้ติดต่อที่บ้านเลยจะได้สะดวก ระยะทางของเรือนคนงานจะอยู่ใกล้โรงอาหารของไร่ซึ่งห่างจากสำนักงานถึง 3 กิโลเมตร จึงต้องนั่งรถมอเตอร์ไซต์ไป

“คุณนั่งเป็นมั้ยคะคุณเกลิน” ไข่ต้มนึกเป็นห่วง ด้วยกระเป๋าทั้งสองใบกับชุดที่เธอใส่แล้วไม่เหมาะกับการนั่งรถและรวมถึงการมาอยู่ที่นี่เลย

“สบายมาก เห็นอย่างนี้ก็ไม่ได้เป็นคุณหนูมากหรอกไข่ต้ม แล้วก็เรียกว่าเกลเฉยๆก็ได้ ต่อไปนี้เราคือเพื่อนกันนะ” เกลินมาอยู่ที่นี่ เธอต้องผูกมิตรกับรูมเมทไว้

“เธอนี่นอกจากสวยแล้วยังนิสัยน่ารักอีกเนอะ ดีๆ ป่ะๆ ไปเรือนคนงานกัน”


ทันทีที่หญิงสาวเปิดประตูห้องเข้ามาถึงกับต้องตะลึง ‘ทำไมทั้งเล็ก ทั้งเก่า ทั้งแคบแบบนี้’ เรือนคนงานเป็นตึกไม้สามชั้นทั้งตึก แบ่งออกเป็นโซนชายหญิงแล้วก็แบบห้องครอบครัว กวินทร์สร้างไว้สำหรับคนงานที่ไม่มีบ้านหรือบ้านไกลจากไร่ ในห้องแต่ละห้องจะมีเตียงที่นอนได้ 2 คน แต่มันก็ไม่ได้กว้างมาก แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้นอนเบียดกันขนาดนั้น ภายในห้องมีแค่เตียงกับกระจกติดผนังแค่นั้น แค่นั้นจริงๆ

“ไข่ต้ม อยู่ยังไงเนี่ย แคบก็แคบ เก่าก็เก่า หนูเกลจะอยู่ได้มั้ย ฮือออ” เกลินเห็นห้องที่ต้องอยู่ถึง 4 เดือนถึงกับจะเป็นลม

“ทนๆหน่อยเหอะ มันก็ไม่ได้ขนาดนั้น” ไข่ต้มก็สงสารคนข้างๆ ลักษณะแบบนี้คงไม่เคยลำบาก

“ป่ะๆ วางกระเป๋า ไปกินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวกินเสร็จค่อยมาเก็บของ” นี่ก็เกือบเย็นแล้ว โรงครัวจะทำอะไรให้กับคนงานตลอดทั้งเช้าเที่ยงเย็น สำหรับคนที่พักที่เรือนนอน แต่ถ้าใครไปกลับก็จะได้กินเฉพาะกลางวัน


“วี๊ด น้องสาวคนสวย พึ่งมาทำงานหรอจ้ะ มีที่นั่งหรือยัง มานั่งในหัวใจพี่ก็ได้นะ ฮิ้ววว” ทันที่ที่หญิงสาวเดินเข้ามาในโรงอาหาร สายตาทุกสายตั้งจับจ้องมาที่ตัวเกลินอย่างกับเป็นมนุษย์ต่างดาว

“ให้มันน้อยๆหน่อยไอ้ปืน เดี๋ยวข้าโบกให้” ไข่ต้มต้องออกโรงปกป้อง คนอย่างเกลินคงไม่กล้ากับคนพวกนี้

“ไปๆ ไปตักข้าว” ไข่ต้มชวนเกลิน

หญิงสาวเดิินมาหญิบจานที่ตั้งกองเรียงกันอยู่แล้วเดินไปต่อแถวรอตักอาหาร วันนี้แม่ครัวทำอาหารง่ายๆเพราะคนเยอะ จะมาพิถีพิถันไม่ได้

“ไข่ต้ม หนูเกลกินไม่ได้ หนูเกลไม่กินเผ็ด” เนื่องจากเจ้าหล่อนไม่ชอบกินเผ็ด ในหม้อมีแต่อาหารเผ็ดๆทั้งนั้น

“แล้วเกลจะกินอะไร ตอนนี้โรงครัวปิดแล้ว” สาวร่างท้วมถาม

“งั้นกินแค่นี้ก็ได้” เกลินตักแค่ข้าวสวยมาใส่จานของตนแล้วเดินเอาข้าวไปใส่น้ำปลานิดหน่อย

“เห้ยเกล เอาจริงหรอ” ไข่ต้มแปลกใจว่าเกลินจะกินได้จริงๆหรอ ไม่น่าเชื่อ

“จริงๆมันก็กินไม่ได้แหละ แต่ให้หนูเกลทำไงอ่ะ”เกลินยังแปลกใจตัวเองด้วยซ้ำว่าตนคิดได้ยังไง ร้อยวันพันปีไม่เคยลำบาก นี่ชีวิตหนูเกลมันลำบากขนาดกินข้าวเปล่าเลยหรือนี่ แต่ด้วยความเหนื่อยล้าก็ขี้เกียจที่จะโวยวายแล้ว​

“เออๆ แล้วแต่ เดี๋ยววันพรุ่งนี้ไข่ต้มบอกแม่ครัวทำอาหารที่ไม่เผ็ดให้ไว้แล้วกัน” ไข่ต้มนึกสงสาร

ทั้งสองเดินมานั่งโต๊ะไม้ที่ยังว่างอยู่ ไข่ต้มมองไปที่เกลินที่นั่งกินข้าวเปล่ากับน้ำปลาพลางนึกในใจ ‘เกลิน นี่เธอจะอยู่ได้จริงๆหรือเนี่ย’

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น