สูญองศา

ยินดีต้อนรับสู่นิยายอีโรติด ตลก โปกฮา ติดตามกันเยอะๆน๊าาาา อัฟตามใจคนแต่ง จะมีอีบุคด้วยจร้าา

บทที่ 1 จะไม่รับของจากคนแปลกหน้า 100 %

ชื่อตอน : บทที่ 1 จะไม่รับของจากคนแปลกหน้า 100 %

คำค้น : บันไดมาร นิยายอีโรติค หวานแหวว สวยงาม

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2560 18:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 จะไม่รับของจากคนแปลกหน้า 100 %
แบบอักษร

“ผมจะจัดการให้ขอรับ”


ราฟพลิกรูปไปมา ในนั้นระบุชื่อ แผนกชัดเจน ชายวัยกลางคนยิ้มสำรวม หัวคิ้วหนาขมวดมุ่นมองเจ้านายหนุ่ม


“ว่าแต่คนไหนหรือขอรับ” เขาหันภาพถ่ายนั้นให้ผู้เป็นนาย เพราะรูปที่ว่ามันเป็นรูปรวมในงานเลี้ยงของบริษัท คงไม่ทั้งหมดนี้กระมัง


เอริคหลับตาพ่นลมหายใจ หันไปกดนิ้วลงหญิงสาวใบหน้าจิ่มลิ้ม สลึมสลือในตำแหน่งขอบซ้ายสุด


“นายท่าน” ราฟชี้ไปที่เป้ากางเกง “หยาบคายมากขอรับ”


เอริคคิ้วกระตุก กับความรู้ดีของบดิการ์ด “ช่างฉันเถอะนา นายไปได้แล้ว” ราฟหันหลังกลับ โดยมีภาพถ่ายติดมือไปมาด้วย


ราฟเปิดประตูเดินลงบันไดเช่นปราสาทในแถบยุโรปอาคารนี้จะมีลิฟต์ติดอยู่เพียงแปดสิบแปดชั้น ส่วนชั้นแปดสิบเก้าทำบันไดขึ้นไป เป็นกุศโลบายแสนประหลาดที่เข้าก็ไม่เข้าใจ กระนั้นยังปฏิบัติตามเฉกเช่นที่ผ่าน


สามสิบนาทีต่อมา


“คุณมินตรา ปัญญารัตน์ ใช่ไหมครับ” ราฟลดระดับความนอบน้อมของคำลงท้ายลง ใบหน้าเฉยชาหยุดอยู่ตรงโต๊ะทำงานหญิงสาว ซึ่งเธอมองเขาตาโต


“เอิม ค่ะ คุณราฟาเอล” เธอถึงกับอ้ำอึ้ง เมื่อเลขาของท่านประธานมายืนตรงหน้า สำนึกต่อไปซองขาวลอยมา “มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” เธอถามเกร็งๆ


“มีครับ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป คุณจะได้ย้ายพร้อมเลื่อนตำแหน่งไปเป็นเลขาให้ท่านประทาน เป็นอันตกลงตามนี้” ราฟกล่าวสำรวมด้วยมาดพ่อบ้านมากกว่าจะเป็นบดิการ์ด “งงอะไรกันหรือครับทุกคน” เขาหันมาสบตาเหล่าพนักงานที่มองมาเป็นตาเดียว


ทั้งหมดก้มหน้าพรึบลงทันที


ราฟหันมาสนใจคู่สนทนาหน้าหวาน จดจ้องเหตุผลที่เธอได้เลื่อนขึ้น ‘อึมพึ่งเข้าใจ’ ถึงสาเหตุที่มาของอาการเจ้านาย


“เลื่อนตำแหน่ง”


“ใช่ครับ”


“แล้วคนอื่นๆละค่ะ” เธอนึกสงสัยนี่ยังไม่ครบสามเดือนดีเลย แล้วคนอื่นประสบการณ์การทำงานก็ดีกว่าเธอทำไมถึงเป็นเธอ ปกติจะเป็นหัวหน้าฝ่ายเธอมิใช่หรือเป็นคนจัดสันบุคคลในแต่ละตำแหน่ง


“ก็เลื่อนเหมือนกันครับ”


“แล้วเขาต้องย้ายที่ทำงานเหมือนฉันไหมค่ะ”


“อ้อนั่นสิครับ ย้ายแน่นอน” ราฟตอบเสียงเรียบ “ย้ายไปอยู่ที่เดิม”


มันตราทำหน้างง เกาหัวเอ๋อๆเธอเพิ่งค้นพบว่าคำตอบที่ได้รับมาเมื่อครู่ไม่ได้ให้ความกระจ่างอะไรเลย วกวน ย่ำอยู่กับที่ เหมือนไม่ใช่คำตอบอย่างนั้นแหละ


“ฉันขอเวลาสักสามวันได้ไหมค่ะ ฉันจะขอเคลียร์งานก่อน”


“ครับ คุณจะได้เวลา แค่วันนี้” บดิการ์ดมาดเนี๊ยบยังสำรวม “ส่วนพรุ่งนี้คุณต้องไปประจำอยู่ชั้น แปดสิบแปดเป็นเพื่อนผม ห้องทำงานคุณอยู่ข้างกับผม”


“แต่ฉันยังไม่บอกหัวหน้าเลยนะคะ”


“ท่านประธานสั่งครับ” เป็นอันจบ ตำแห่งหัวหน้าหรือจะกล้าสู้  ราฟเดินกลับไปยังลิฟต์ตัวเดิม 


ใบหน้าชายวัยกลางคนยังติดตา ขณะลิฟต์ปิดช้าๆ พร้อมความทุกหนักประดังเข้ามาในสมอง เซลล์ประสาทรับรู้ความรู้สึกเธอไม่ทำงาน ‘ท่านประธาน’ ได้ยินคนพูดถึงเขาในหลายแง่ ช่วงระยะเวลาที่ทำงานเธอไม่เคยเจอเขาเลย เพราะปกติจะเป็นราฟาเอลที่รักษาการแทน


งานทุกอย่างจะผ่านราฟาเอลคนที่ยืนคุยกับเธอเมื่อครู่เพราะนานๆทีประธานบริษัทจะเข้ามาเยี่ยมเยียน อาจจะเป็นสามเดือนครั้ง หรือไม่ก็แล้วแต่โอกาส สองวันก่อนเธอได้ยินว่าเขาขึ้นกล่าวปาฐกถาในงานเลี้ยงด้วย  เธอไม่เห็นหรอกเพราะเธอเข้างานช้าด้วยงานที่เร่ง ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างเพียงว่า หล้อหล่อ เท่านั้น


เสียงโทรศัพท์ปลุกสติหญิงสาว เบอร์คุณเคยโชว์ขึ้นมา

“ว่าไง”

“พี่ผมสอบชิงทุนได้”

“ดีใจด้วย”

“ดีใจจริงๆไหมเนี๊ย”

“ดีใจจริงๆ” น้ำเสียงเรียบนิ่ง

“แล้วทำไมเสียงเป็นแบบนี้ละ”

“แล้วจะให้เสียงฉันเป็นแบบไหน ทำงานอยู่ เดี๋ยวซื้อของไปฉลอง OK นะ”

“ครับๆ” สายน้องชายตัดไป โล่อกไปที ปัญหานั้นไม่ทำให้เธอเครียดได้อีกแล้ว อย่างน้อยก็ค่าเทอมและจิบปาถะ เหลือก็แต่ค่ากิน


ทุกสายตามองมายังต้นเรื่องที่ไม่รู้ว่าต้องทำหน้าอย่างไร เธอได้แต่หลับตาปริบๆ ไม่เข้าใจ ยิ้มแฉ่งจนตาหยีน่าเอ็นดู

เธอนั่งลงกับที่ ทว่าไม่ได้คิดเรื่องงาน นั่นคือเรื่องในอนาคตอีกอย่างไม่น่าจะเรื่องใหญ่อะไร <ไม่ใหญ่จริงเหรอ คิดใหม่ดีไหม>


“เขาเป็นใครกันนะ” หญิงสาวกัดปากแน่น สัมผัสหวามไหวที่ฝากไว้ ร่องรอยช้ำเขียวที่เขาทำยังอยู่ เธอเผลอลูบไล้ต้นคอ หัวใจเต้นในจังหวะแสนประหลาด 


‘ท่านประธานเป็นคนต่างชาติ’

‘หล่อมากเลย’

‘อายุพึ่งสามสิบสี่เอง’

‘ได้ยินว่าท่านใช้สาวๆเปลืองมากเลยนะ’

‘เจ้าชู้สุดๆ’

‘เนี๊ยบมาก’

‘น่ากลัวที่หนึ่ง’

‘มหาเศรษฐีน้ำมันด้วยแหละแก’

ทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่เธอได้ยินจากปากเพื่อนร่วมงาน หญิงสาวหยุดยืนสูดหายใจอยู่ตรงหน้าห้อง แม้จะเป็นตรงนี้ยังรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตเปล่งออกมา หัวใจเธอเต้นตุบ ขาสั่น ชุดที่เธอสวมใส่เป็นทางการยิ่งกว่าทุกวัน แว่นหนาถูกสวมเพราะหลายคนบอกว่า ดูฉลาดขึ้น


ตุบ ตุบ ตุบ เธอเอามือทาบอกปลอบประโลม อีกข้างเคาะประตูสองสามที


“เชิญ” น้ำเสียงห้วนทรงพลังดังออกมาจากภายใน


เคยได้ยินที่ไหน นะ ลืมสนิทที่ตื่นเต้นเมื่อครู่


มันตราในคราบของเลขา ปรากฏกายต่อหน้า เขามองเธอเพียงแวบเดียวก่อนก้มลงสนใจเอกสารบนโต๊ะ ทั้งใจคิดว่าใส่อะไรมาละนั่น แว่นบ้าหนาจนเห็นเป็นลาย เสื้อผ้าก็โคลงเคลงไม่สมตัว รสนิยมประหลาดนี่คือ? ทว่าคนตาดียังแอบเห็นร่องรอยบางอย่างที่เล็ดลอดออกมานอกคอเสื้อ แม้จะจางแต่นั่นคือสิ่งที่เขาตั้งใจประทับมันไว้


“ดิฉันมารายงานตัวค่ะ” เธอเป็นผู้เริ่มบท พยายามไม่ประหม่าต่อหน้าเขา


“ผมรู้แล้ว”


“ค่ะ” เขาตอบห้วน ทำให้เธอไปไม่เป็น เสียงของเพื่อนร่วมงานประดังเข้ามาในหูอีกครั้ง ย้ำอยู่อย่างนั้น หญิงสาวเริ่มกัดริมฝีปาก หลุบตาต่ำลง

ตุบ ตุบ ตุบ  หัวใจเธอเต้นแบบนี้อีกแล้ว


ชายหนุ่มจำต้องทำทีเป็นสนใจเอกสาร เพราะการจับจ้องไปที่หญิงสาวทำเขาหายใจติดขัด ยิ่งอกอิ่มกระเพื่อมไหวตรงหน้า หลอกล่อสายตายิ่ง ความเก็บกลั้นที่สั่งสมมาตอนนี้แทบปริแตก ริมฝีปากอิ่มที่เคยสัมผัส รสหวานละมุนนั่นทำเขาแทบคลั่ง ผิวละเอียดซ่อนภายใต้อาภรณ์มิดชิดน่าลูบไล้ พอหลุบตาต่ำทำมองเอกสารดันเห็นเข่าตัวเอง ที่ตอนนั้นเปียกชุ่มไปด้วยรสสวาทของเธอ


“กลับไปทำงานของคุณได้แล้ว”


“ค่ะ” เธอรับคำเสียงอ่อย


“ราฟจะเป็นคนสอนงานให้คุณ” การบังคับเสียงไม่ให้พร่าต่ำช่างยากเย็น อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


เสียงปิดประตูเบาหวิวเกรงใจ เรียกรอยยิ้มจากคนตัวโต เธอทำเหมือนเด็กกลัวผู้ใหญ่ลงโทษ แต่เธอจะรู้ไหมผู้ใหญ่ไม่ได้โกรธแต่อยากมากกว่า


เอริคถึงกับต้องเอนกายแอ้แผ่หลาให้ความร้อนระอุภายในผ่อนคลายลง บั้นท้ายเต่งตึงส่ายสะโพกหายวับไป สิ่งนั้นทำเขาหายใจแทบไม่ออก อยากวิ่งไปปิดประตูก่อนหน้าที่เธอจะออกไป แล้วจัดการเธอเดี๋ยวนั้น  ไม่คิดไม่ฝันว่าตนจะมีความคิดตื้นเขินได้ขนาดนี้ ระหว่างที่ปล่อยให้มโนสำนึกวิ่งพล่านนั่นยิ่งทำให้ความแข็งขึงผงาดง้ำปวดหนึบ ชายหนุ่มปลดซิบกางเกง แล้วปล่อยตัวตนให้เป็นอิสระเหนือการควบคุมไปก่อน



ความคิดเห็น