Ranichat

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 : ไม่ไหวยังไงหนูเกลก็ต้องสู้

ชื่อตอน : บทที่ 3 : ไม่ไหวยังไงหนูเกลก็ต้องสู้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ต.ค. 2560 22:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 : ไม่ไหวยังไงหนูเกลก็ต้องสู้
แบบอักษร

image

หนูเกลและสิตา



ย้อนไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประเทศอังกฤษ


“สิตา คอลเลคชั่นต่อไปแกจะเอาตรีมอะไร ฉันเริ่มนึกไม่ออกแล้ว เสื้อผ้าในร้านเหลือเยอะจนดูสับสนไปหมดว่าเคยทำหรือยัง” พอพูดถึงเรื่องนี้ก็ต้องเป็นอันเครียด ร้านเสื้อผ้าที่เปิดในอังกฤษนี้มันก็พอขายได้ แต่แทบจะไม่มีกำไรเลย ยังดีที่คุณพ่อของเกลินส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน ถ้าไม่มีเงินส่วนนี้คงอยู่ไม่รอด

“เกล แกพอก่อนมั้ย แกคิดจะทำเพิ่มๆ แต่อันเก่ายังขายไม่หมดเลย” สิตาตอบเกลินพร้อมถอนหายใจยาว

“ร้านฉันจะเจ๊งมั้ยเนี่ยยยย หนูเกลจะเป็นประสาท ร้านที่รักจ๋า หนูเกลกำลังหาทางนะจ้ะ ห้ามเจ๊งนะคะ” พูดไปเหมือนร้านเสื้อผ้ามีชีวิต เป็นคนที่รักที่สุด

เสียงโทรศัพท์ดังขี้น หญิงสาวชะโงกหน้าไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานในขณะที่เธอกำลังยืนออกมาไม่ห่างมากนัก ‘คุณพ่อโทรมาทำไมนะ’

“ขาคุณพ่อ มีอะไรหรือคะ” หญิงสาวกดรับโทรศัพท์ แต่เมื่อฟังประโยคที่ปลายสายตอบกลับมาเป็นต้องกรี๊ด


“คุณพ่อทำไมทำกับหนูเกลอย่างนี้ได้! ไหนคุณพ่อบอกว่ารักว่าห่วงหนูเกลนักหนา ทำไมไปรับปากเพื่อนคุณพ่ออย่างนั้นคะ ว่าจะให้เกลไปอยู่ที่กันดารๆดย่างนั้นอ่ะ แล้วนี่ให้ไปทำอะไร ให้ไปช่วยให้ลูกของเพื่อนคุณพ่อลืมแฟนเก่า มันเกี่ยวอะไรกับหนูเกล เค้าจะจำจะลืมจะอะไรกับแฟนเก่าก็เรื่องของเค้า”

‘พ่อขอยื่นคำขาด ถ้าลูกไม่ทำ พ่อจะไม่ให้เงินหนูไปทำร้านเสื้อผ้าต่ออีกแล้ว แล้วเงินก็ไม่ต้องมาขอกับพ่อสักบาท!!’ ว่าแล้วธนากรผู้เป็นเจ้าของเสียงปลายสายก็ตัดสายโทรศัพท์ลูกสาวซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของบ้านศิริวรากรณ์ไปเสียดื้อๆดังคนเอาแต่ใจ

“เวรกรรมอะไรของหนูเกลคนสวยคนนี้เนี่ย ร้านเสื้อผ้าที่รักก็กำลังจะเจ๊งไม่เป็นท่า คุณพ่อก็มาบอกว่าจะไม่ให้เงินลงทุนแล้ว ถ้าเกิดไม่ทำตามที่คุณพ่อขอ” เกลินบ่นออกมาพร้อมพ่นลมหายใจที่บ่งบอกว่าท้อใจเสียเต็มประดา ร้านเสื้อผ้าที่เปิดมา 7เดือนกว่าแล้ว แต่ไม่มีทีท่าจะคืนกำไรให้กับผู้เจ้าของได้เลย แถมยังติดลบเรื่อยๆ แถมยังต้องโดนตัดช่องทางการใช้เงินทั้งหมด

“นั้นก็หมายความว่า ถ้าแกทำตามที่คุณลุงธนากรขอ แกก็จะได้เงินลงทุนต่ออะดิ งั้นแกก็ทำเลยสิเกล” สิตาเพื่อคนสนิทของเกลินเสนอความคิดบ้างหลังจากที่นั่งฟังเกลินพูดตั้งแต่รับสายของธนากร

“แกจะบ้าหรอสิตา! ก่อนที่แกจะพูด แกรู้ไหมว่าพ่อฉันใช้ให้ทำอะไร” พูดเสียงดังพร้อมทำตาโตอย่างกับคนเจอผี

“ใครจะไปรู้กับแก ฉันไม่ได้นั่งคุยกับคุณลุงเสียหน่อย”

“ก็คุณพ่อบอกว่า ให้ฉันกลับไทย แล้วก็ไปทำให้ลูกเพื่อนพ่อลืมแฟนเก่า” เกลินพ่นลมหายใจยาวอีกครั้งที่วกกลับมาคิดเรื่องนี้

“ห้ะ! นี่ต้องกลับไทยเลยหรอ ฉันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยนะ คุณลุงท่านรู้ ว่าแกมีอดีตที่เมืองไทย” สิตาพูดพร้อมทำหน้าสงสารเพื่อนทันที เพราะเธอรู้ดีเท่าๆกับคนในครอบครัวของเพื่อนสาวว่าคนที่เมืองไทยทำเกลินช้ำใจแค่ไหน

“หน้อย! ใครกันมันทำให้คุณพ่อทำกับหนูเกลอย่างนี้ แล้วทำไมต้องเป็นหนูเกล ได้! ถ้าคุณพ่ออยากให้หนูเกลทำให้นายนั้นลืมแฟนเก่าให้ได้ คอยดูนะ จะทำให้รู้ว่าแฟนเก่าเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุด!! หนูเกลเอาความสวยเป็นพยาน”


ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น เดือนแขผู้เป็นแม่เปิดประตูเข้ามาเมื่อเกลินคานรับ

“แม่นึกว่าจะนอนแล้ว” เดือนแขเดินมานั่งข้างลูกสาวบนเตียงพร้อมลูบหัวด้วยความเอ็นดู

“คุณแม่มาพอดีค่ะ หนูเกลมีเรื่องจะถาม”

“ว่ามาสิจ้ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องลูกเพื่อนพ่อ แม่บอกได้แค่ว่าเค้าเป็นเจ้าของไร่ชาที่เชียงใหม่ แค่นั้นจริงๆ” เดือนแขกล่าวพร้อมนึกไปถึงเมื่อครู่ที่คุยกันด้านล่างตอนที่หญิงสาวขึ้นมาที่ห้อง วิทย์กล่าวขึ้นมาว่าเกลินเจอกวินทร์แล้ว พร้อมบอกว่าน่าจะไม่ชอบกัน เพราะเหมือนทั้งคู่จะทะเลาะกัน ธนากรได้ฟังจึงตกใจ เกรงว่าถ้าเกลินรู้แล้วว่าลจะไม่ยอมไป แต่วิทย์ปฏิเสธบอกว่าตนยังไม่ได้บอกน้องว่ากวินทร์คือใครนอกจากเพื่อนของตน ‘เกือบไปแล้วไอ้วิทย์ เกือบบอกหนูเกลไปแล้ว’

“อะไรกันคุณแม่ ปิดบังอะไรหนูเกล”

“ลูกควรพักผ่อน พรุ่งนี้ก็ต้องเตรียมตัวไปแล้ว นอนเถอะนะ”

“ก็ได้ค่ะ หนูเกลเหนื่อยมากๆเลย”

เดือนแขเดินออกจากห้องลูกสาว นอกจากจะคิดถึงลูกแล้ว ก็แค่เข้ามาเช็คดูว่าลูกสาวตนนั้นเปลี่ยนใจหรือไม่


บ่ายวันรุ่งขึ้น

หญิงสาวเช็ดผมเดินออกมาจากห้องน้ำ บ่งบอกว่าเจ้าตัวพึ่งอาบน้ำเสร็จ

“กว่าจะได้นอน เล่นเอานานจริงๆ ง่วงก็ง่วง นอนก็ไม่หลับ” เมื่อคืนกว่าหญิงสาวจะหลับก็ปาไปเกือบตี 5 ด้วยความเวลาที่ไทยกับอังกฤษเวลาต่างกัน

หญิงสายเดินมาที่โต๊ะหัวเตียงนอน หยิบโทรศัพท์ต่อสายไปหาเพื่อนรัก พร้อมเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เธอเจอตั้งแตมาเหยียบที่ไทย

“แก ตอนแรกฉันก็ไม่กลัวอะไรนะ แต่ตอนที่คุณแม่บอกว่าไม่สามารถบอกอะไรได้มากกว่านี้ ฮือออ ฉันจะไปเจอคนแก่ๆ ป่าเถื่อน ตัวดำๆ ทำงานแต่ในไร่ ไร้ซึ่งความหล่อมั้ยเนี่ย ตายๆ เกลินจะต้องอยู่ยังไงเนี่ย”

‘ก่อนที่แกจะห่วงเรื่องตานั่น แกห่วงตัวเองมั้ย นั่นไปอยู่กับป่ากับเขาเลยนะ แถมไปทำงานอะไรก็ไม่รู้’

“เออหว่ะ โหยแก จะพูดทำไมเนี่ย ฉันอุตส่าห์ไม่คิดแล้วนะ” หญิงสาวทำหน้ามู่

“เอาเถอะๆ ขอให้แกโชคดีนะ’ สิตาเอ่ยขึ้นด้วยใจนึกเป็นห่วงเพื่อน ตั้งแต่เธอรู้จักกับเกลินมา ไม่เคยเห็นหญิงสาวลำบาก

“ฉันฝากดูลูกฉันด้วยนะแก”หญิงสาวหมายถึงร้านเสื้อผ้าที่ตนรัก

‘เออๆ จะดูแลให้ดีที่สุด รักแกนะ แกยังมีฉันอยู่ข้างๆเสมอ ถ้าทางนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง จะไปเยี่ยมนะ’ สิตายังนึกชะตากรรมชีวิตเพื่อนตนไม่ได้เลย

“ฉันก็รักแกนะสิตา” หญิงสาววางสาย ถอนหายใจให้ชะตากรรมชีวิตตนเอง

“มา! กำลังใจจงมา! ความมั่นใจจงมา! หนูเกลทำได้ ร้านจ๋า รอหนูเกลหน่อยนะ” เรียกกำลังใจตนเองเหมือนกับจะไปรบ

ความคิดเห็น