Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 ความฝันของปิศาจ…?

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 ความฝันของปิศาจ…?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2560 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 ความฝันของปิศาจ…?
แบบอักษร

ตอนที่ 14

ความฝันของปิศาจ**…?**

Special  Part :

“เทียร์ส่งผมแค่ตรงนี้ก็พอครับ  อีกนิดเดียวก็ถึงคอนโดฯของผมแล้ว  วันนี้คุณเหนื่อยมาทั้งวัน  กลับบ้านไปพักผ่อนดีกว่านะครับ”

ร่างเล็กหยุดเดินเมื่อกี้เพียงไม่ถึงร้อยเมตรก็จะถึงที่พักของตัวเอง  จอมฟ้าเงยหน้ามองผมแล้วยิ้มจนตาหยี 

หมอนี่ชอบกังวลเวลาผมต้องเดินมาส่งดึกๆเสมอ  ด้วยผมในตอนนี้แต่งตัวเป็นผู้หญิง  อีกฝ่ายเลยกลัวว่าจะมีพวกไม่ดีเข้ามาลวนลามทำร้าย  ท่าทางจะลืมไปนะว่าถึงจะแต่งตัวเป็นผู้หญิงยังไงแต่ข้างในผมคือผู้ชาย…

ชายที่ต้องการจะเหนือชายซะด้วย  หึๆ

ตุ้บ…!

ผมเดินไล่ต้อนคนตัวเล็กจนติดกำแพงของบ้านหลังหนึ่ง  จอมฟ้ากะพริบตาปริบๆเหมือนเด็กน้อยพลางยกมือขึ้นจับขาแว่นตัวเองไว้แล้วเพ่งมองผม  ดวงตากลมโตจ้องแป๋วมาที่ผม  จากที่เคยคิดว่าเป็นคนน่าสนใจจนอยากได้มาเป็นของเล่น  ตอนนี้ชักไม่คิดแบบนั้นแล้วสิ

น่ารักขนาดนี้…ให้เป็นแค่ของเล่นคงไม่ไหว

หมับ!

“อ๊ะ  ทะ…เทียร์ครับ”

คนถูกดึงเข้ามากอดส่งเสียงเรียก  แต่ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น  การได้กอดจอมฟ้าทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นสงบลงขึ้นเยอะ

ราวกับผมถูกดึงไปอีกโลกหนึ่ง…

“เทียร์…เป็นอะไรเหรอครับ”

“ขออยู่แบบนี้แป๊บหนึ่งนะ”

“เอ่อ   ผะ…ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะครับถ้าเทียร์จะกอด  แต่ว่า…”

“…”

“คนอื่นๆกำลังมองอยู่นะครับ  และคงไม่เหมาะเท่าไหร่เพราะตอนนี้เทียร์เป็นผู้หญิง”

เจ้าแว่นผละตัวออกจากผม  สองมือดันแว่นตัวเองขึ้นลงพร้อมด้วยริ้วสีแดงที่ค่อยๆปรากฏให้เห็นชัดบนพวงแก้มทั้งสองข้าง

ผมลอบยิ้มโดยไม่ให้ใครเห็น  น้ำแข็งที่เกาะอยู่รอบตัวจะละลายกลายเป็นน้ำทุกครั้งเวลามีจอมฟ้าอยู่ด้วย  ความเยือกเย็นจากผมทำอะไรเด็กคนนี้ไม่ได้  ไม่สิ  บางทีอาจเป็นเพราะตัวผมเองที่ไม่ต้องการแสดงท่าทีเย็นชาแบบนั้นใส่เขา

ใครจะอยากเห็นคนที่อยากให้ยิ้มต้องทำหน้าเศร้ากันล่ะ

หมับ…

“อ๊ะ  โอ๊ยย  จะ…เจ็บนะครับเทียร์”

“มันเขี้ยว”

บอกพร้อมกับออกแรงยืดแก้มของจอมฟ้ามากขึ้น  มันนิ่มเสียจนอยากรู้ว่าถ้าใช้ริมฝีปากสัมผัสดูจะรู้สึกดีแค่ไหน

แต่ทำได้แค่คิดเท่านั้น…

กลัวว่าหากทำอะไรมากไปกว่านี้แล้วเด็กคนนี้จะหนีหายไปจากผม  กว่าจะเจอคนที่แตกต่างไปจากทุกคนบนโลกอย่างจอมฟ้า  ผมแทบถอดใจไปแล้วด้วยซ้ำ…

“ขึ้นห้องไปแล้ว  ฉันจะยืนรอตรงนี้จนกว่านายจะเข้าไปในคอนโดฯ”

“ผมไม่ใช่เด็กนะครับ  ไม่ต้องรอขนาดนั้นก็ได้”

“ไม่ใช่เพราะฉันเห็นนายเป็นเด็ก  แต่เป็นเพราะฉันเป็นห่วง”

วางมือลงบนหัวจอมฟ้า  ก้มตัวลงไปจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน

“ผมก็เป็นห่วงเทียร์เหมือนกันถึงได้ไม่อยากให้เดินกลับออกไปคนเดียว”

“นิดเดียวเอง  คนรถฉันก็รออยู่หน้าซอย  รีบไปเถอะ  พรุ่งนี้เช้าเจอกัน”

ยีหัวคนตัวเล็กกว่าแบบที่ชอบทำ  อีกฝ่ายยิ้มกว้างเห็นฟันเกือบจะครบทุกซี่  โบกมือลาผมป้อยๆแล้วออกวิ่งตรงไปทางคอนโดฯของตัวเอง ผมยืนรอจนแน่ใจว่าจอมฟ้าเข้าไปในคอนโดฯแล้วจึงหันหลังเดินกลับไปที่รถ

สายตาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมามองตามอย่างใคร่รู้

แรกๆที่เริ่มสนิทกับจอมฟ้าผมก็ไม่ค่อยชินเวลาถูกมองด้วยสาบตาแบบนั้นหรอก  แต่พอนานวันไปก็เริ่มชิน  พวกเขาแค่แปลกใจว่าทำไมหญิงสาวแสนสวยอย่างผมถึงมาคบกับผู้ชายที่เตี้ยกว่าแถมยังใส่แว่นไร้รสนิยมมีผมทรงหัวเห็ดแบบเจ้านั่น

ทำไงได้ล่ะ  สำหรับผมแล้ว…หมอนั่นมันเทวดาชัดๆ

เดินจนใกล้จะถึงรถในหัวนึกย้อนไปถึงเรื่องเมื่อตอนเย็นอีกครั้ง  สายตาน่ากลัวยิ่งกว่าปิศาจหัวแดงของอาจารย์เรียว…

มันติดตาผมเสียจนลบไม่ออก

เขาไม่อาละวาด  เขาไม่บุ่มบ่าม  ไม่ผลีผลาม  ทว่า…ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าหาอันธพาลพวกนั้นราวกับการก้าวเดินของยมทูต

หากไต้ฝุ่นคือปิศาจหัวแดงผู้ชอบอาละวาด…

อาจารย์เรียวคงเป็นยมทูตสีดำแห่งความตาย…

“หึ…  ยมทูตที่คิดอยากจะเป็นอัศวินของปิศาจสินะ”

น่าสนใจดีเหมือนกัน  ไหนจะความลับมากมายที่ห้อมล้อมตัวเองเอาไว้  ผมจะต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใคร  เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ในใจยืนยันว่าคนๆนั้น…

ไม่ใช่อาจารย์ห้องพยาบาลธรรมดาๆแน่นอน

Special  END.

“อื้อ…”

เสียงงึมงำในลำคอดังมาจากคนข้างๆ  ผมพลิกตัวกลับมานอนตะแคงเพื่อรอดูคนที่กำลังจะตื่นขึ้นมาหลังจากหลับสนิทมาทั้งคืน

ร่างเล็กหลับตาปี๋ก่อนจะค่อยๆลืมขึ้นเพื่อปรับให้ชินกับแสง  ไต้ฝุ่นยังไม่รู้ว่าทางฝั่งขวาของตัวเองมีผมนอนมองอยู่  ถ้าหันมาเห็นเข้าต้องตกใจแน่ๆ

“…”

เวลาที่รอคอยมาถึง  เจ้าลิงหัวแดงที่ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเพดานห้องแปลกตาไปหันมาทางฝั่งที่ผมนอนอยู่  ดวงตาแข็งกร้าวเบิกกว้างก่อนจะยื่นเข้ามาใกล้ผมจนปลายจมูกชนกัน

เฮ้ๆ…

ตื่นปุ๊บก็อ่อยกันปั๊บเลยหรือไง

“ฝะ…ฝันสินะ  ต้องเป็นฝันแน่ๆ”

เรื่องจริงต่างหากเจ้าเด็กบ้า

“เป็นฝันที่ดีจังเลยนะ  ได้เจอชูจินอนอยู่ข้างๆแบบนี้”

บอกว่าเรื่องจริงไงเล่า!

หมับ…

“!!!”

“ชูจิ  ผมคิดถึงชูจิจังเลย”

ร่างเปลือยเปล่าที่มีแค่ผ้าพันแผลพันตามตัวบางจุดเท่านั้นเบียดกายเข้าหาผม  แขนข้างหนึ่งยกขึ้นกอดผมไว้แน่นแล้วซุกหน้าลงกับแผงอก

คิดว่าฝันอยู่จริงๆสินะถึงได้ทำแบบนี่

“เป็นฝันที่เหมือนจริงชะมัด  ขนาดกอดในฝันยังอุ่นเลย  ถ้าได้กอดตัวจริงสงสัยผมคงไหม้ดำเป็นตอตะโก”

ขอโทษนะที่ฉันไม่มีพลังพิเศษถึงขนาดจะเผาใครทั้งเป็นได้ด้วยการกอด…

“ชูจิ…”

“…”

“ต้องทำยังไงชูจิถึงจะหายโกรธผมเหรอ  ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชูจิถึงโกรธ  หรือว่าไม่อยากมีอะไรกับผมถึงขนาดนั้นเลย  ถ้าใช่…เราไม่ต้องมีอะไรก็ได้”

คนละเรื่องแล้ว

ใครบอกว่าฉันไม่อยากมีอะไรกับนาย?  น้อยไปน่ะสิเด็กโง่

ผมแกล้งเงียบต่อไปเมื่ออีกฝ่ายดูจะคิดเป็นจริงเป็นจังมากว่ามันคือความฝัน  อยากจะฟังความในใจของเจ้าลิงหัวดื้อต่อไปอีกสักหน่อย

อาละวาดมาตั้งหลายวัน  คงเหนื่อยมากเลยใช่ไหม…

“ชูจิ  ตอบอะไรผมบ้างสิ”

“…”

“อ่า  ลืมไป  นี่มันความฝันของผมเองนี่นา  เพราะงั้นห้องนี้ถึงไม่ใช่ห้องของผมสินะ  อยากจะฝันตลอดไปจังเลย  จะได้ไม่ต้องตื่นมาพบกับความจริงอีก…”

ไต้ฝุ่นผละออกมาจากอกเงยหน้ามองผม  ดวงตาแมวแปลกไปจากคนอื่นดูสวยและน่าค้นหามากในความคิด

“ผมเหนื่อยจังเลยครับ  มือคู่นี้ของผม…ทำผิดสัญญาครั้งแล้วครั้งเล่า  แต่ว่า…ไม่ว่ายังไงผมก็อยากจะรู้เหตุผลของเจ้านั่น”

“!!!”

“เหตุผลที่ทำให้เทวดาต้องกลายเป็นอสุรกาย…”

ร่างบางซุกหน้าเข้าหาผมอีกรอบ  เสียงพูดคุยเริ่มเงียบลงทีละนิด…ทีละนิด…

บางทีความอ่อนล้าของร่างกายจะยังไม่ฟื้นตัวมากพอ  ผ่านไปสักพักเสียงลมหายสม่ำเสมอบ่งบอกได้ว่าไต้ฝุ่นหลับสนิทไปแล้ว  ผมค่อยๆดันตัวเขาออกห่างแล้วจัดท่านอนให้ไหม 

‘เหตุผลที่ทำให้เทวดาต้องกลายเป็นอสุรกาย…’

หมายความว่ายังไงกัน

อสุรกายที่ไต้ฝุ่นพูดถึงต้องเป็นแฟนธ่อมไม่ผิดแน่  แต่ว่า…การที่พูดแบบนี้มันแปลเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากความจริงแล้วสองคนนี้…

รู้จักกัน

จริงสิ  ในประวัติของไต้ฝุ่นบอกว่าหมอนี่ต้องอยู่ปีสามแล้วถ้าไม่ลาออกจากมหาวิทยาลัยที่อังกฤษเสียก่อน  เท่ากับ…อยู่ปีเดียวกับแฟนธ่อม

พอมาคิดๆดู  เกมทดสอบความกล้าในคืนนั้น  นอกจากไต้ฝุ่นที่กลัวพวกป่าช้าผีสางทุกอย่างก็ไม่มีใครมีอะไรเกิดขึ้นในกิจกรรมตอนนั้นเลย  ถ้าอย่างนั้น…กิจกรรมนั้นมีขึ้นเพื่อเล่นงานเจ้าลิงหัวแดงคนเดียวเท่านั้น!!!

ทั้งที่ในประวัติไม่มีบอกเรื่องจุดอ่อนนี้เลยแท้  แต่แฟนธ่อมกลับรู้และใช้มันเพื่อเล่นงานเขาได้  ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวที่จะยืนยันความคิดผมคือพวกเขาต้องรู้จักกันมาก่อน  ไต้ฝุ่นรู้ว่าตัวจริงของแฟนธ่อมคือใคร!!!

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมอสุรกายถึงรู้จุดอ่อนของปิศาจ…

งั้นทำไมล่ะ?  ไต้ฝุ่นกำลังทำอะไรอยู่กันแน่  ถ้ารู้ว่าอสุรกายเป็นใครแล้วมีความจำเป็นอะไรถึงต้องตั้งตัวเป็นปรปักษ์อย่างโจ่งแจ้งแบบนี้?!

‘เหตุผลที่ทำให้เทวดาต้องกลายเป็นอสุรกาย…’

คำพูดนี้ย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง…

เทวดาที่กลายเป็นอสุรกาย? 

ห่มผ้าให้ไต่ฝุ่นแล้วยืนมองคนหลับด้วยคิดหนักว่าอะไรคือสิ่งที่ไต้ฝุ่นตั้งใจจะทำ  ทั้งการช่วยเหลือเด็กไร้ประโยชน์  ตั้งตัวเป็นปรปักษ์ต่อเด็กอภิสิทธิ์  รวมถึง…

ต่อต้านอสุรกาย

นายกำลังทำอะไรอยู่กันแน่  ถ้าหากว่าไว้ใจฉัน…ฉันก็อยากให้นายบอกมันด้วยปากของนายเอง

“อย่าลืมนะ  ฉันคืออัศวินของนาย”

ก้มลงจูบเปลือกตาที่ยังช้ำอยู่อย่างแผ่วเบา  จนกว่าเด็กคนนี้จะเชื่อใจผมมากพอจนยอมบอกเรื่องทุกอย่าง  ผมจะไม่สืบหาความจริงใดๆทั้งสิ้น

หวังว่านายจะเชื่อใจฉันนะ  ไต้ฝุ่น...

กลางดึกในคืนเดียวกัน  อาจารย์เรียวนอนหลับพริ้มวงแขนข้างหนึ่งพาดผ่านตัวของไต้ฝุ่นไว้เพื่อนอนกอด  ขณะที่ร่างเล็กซึ่งหลับไปอย่างยาวนานเหลือเกินเริ่มจะรู้สึกตัว  ความรู้สึกหนักๆตรงช่วงท้องทำให้ต้องเบนสายตามองดูเป็นจุดแรก

แขน?

แขนใครฟะ?

คิดในใจก่อนจะค่อยๆมองไล่จากมือขาวๆไปจนถึงท่อนแขนอัดแน่นด้วยเส้นเลือด  เลื่อนไปจนถึงไหล่กว้างแต่งแต้มด้วยกล้ามเป็นมัดๆ  แผงอกเป็นลอนลอยเด่นตรงหน้า…

อึก!

กลืนน้ำลายลงคอกับหุ่นแซ่บสุดติ่งทีร่มองเห็น  ยิ่งพอมองใบหน้าของเจ้าของร่างกายสุดเซ็กซี้นี้แล้วคนมองยิ่งเบิกตากว้าง

ระ…เรายังไม่ตื่นจากฝันอีกเรอะ!

อะไรจะฝันยาวนานขนาดนี้วะเนี่ย?!

ไต้ฝุ่นยังคงคิดว่าเป็นความฝัน  ค่อยๆยกแขนของอาจารย์เรียวออกจากตัวแล้วยันตัวขึ้นเล็กน้อย  ใช้แขนข้างหนึ่งค้ำไว้กับเตียง  ส่วนมืออีกข้างเกลี่ยชมใบหน้าหล่อยามหลับด้วยความสุขใจ

‘ตอนใส่แว่นว่าหล่อแล้วนะ  พอถอดแว่นยิ่งหล่อเข้าไปอีก  แถมยังใจดีอบอุ่น  คนแบบนี้…เจอได้แค่ในฝันสินะไต้ฝุ่น’

คิดในใจด้วยความเศร้า  สายตาเปลี่ยนโฟกัสจากใบหน้าเป็นร่างกายท่อนบนซึ่งไร้สิ่งปกปิดแทน  ดวงตาแข็งกร้าวลุกวาวเหมือนได้รับของขวัญจากฟากฟ้า

โอ้ ม่ายยยยย!

เป็นฝันที่ดีอะไรแบบนี้!

แลบลิ้นเลียปากตัวเองกับร่างกายกำยำน่าลูบไล้ของคนหลับ  และเพราะคิดว่ามันเป็นแค่ความฝัน  ใบหน้าของไต้ฝุ่นจึงเคลื่อนเข้าหาแผงอกนี้โดยมีเป้าหมายเป็นการสัมผัสเรือนร่างชวนฝันของอาจารย์เรียว!

แผล่บ…

ปะ…เป็นฝันที่เหมือนจริงเกินคาด  สัมผัสของผิวเนื้อร้อนๆตรงปลายลิ้นทำเอาเกือบคิดว่ามันคือความจริง  แต่ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะมีอยู่ตรงนี้ได้  ความคิดเรื่องที่อาจจะเป็นความจริงจึงถูกปิดไป  ร่างเล็กยิ้มกริ่ม  ตั้งใจจะลวนลามเขาให้มากที่สุดเพรามันคือความฝัน!

“อื้ม…”

ส่งเสียงออกมาเบาๆเมื่อไล่ขบเม้มไปตามมัดกล้ามสวยๆบนแผงอก  ถูไถปลายจมูกสูดกลิ่นราวกับคนโรคจิต

‘ฮ้า…เป็นฝันที่ดีจริงๆ  ชูจิของผมมาอยู่ตรงหน้าในสภาพแบบนี้ ชักไม่อยากตื่นแล้วสิ’

“ทำอะไรน่ะ”

“ถามได้  ผมก็จะกลืนกินชูจิให้หมดเลยยังไงล่ะครับ  จะได้ไม่ต้องถูกใครเห็นอีก”

“กลืนกินงั้นเหรอ?”

หมับ!!!

“โอ๊ะ!!!”

ร่างเล็กเบิกตากว้างจนลูกตาแทบถลน  ข้อมือที่ถูกกดลงไปกับเตียงพร้อมร่างสูงที่ขึ้นคร่อมทับทำเอาเหวอจนแทบหยุดหายใจ

“ชะ…ชูจิ!”

“กับคนหลับยังไม่เว้นเลยนะ  นี่อะไร…แสดงความเป็นเจ้า?”

สายตามองต่ำลงไปที่รอยจูบตามตัว  ผิวเนื้อขาวของเขามีรอยดูดสีแดงเต็มไปหมด  ไต้ฝุ่นที่ยังตั้งสติได้ไม่เต็มที่เอ่ยถามเสียงสั่น

“มะ…ไม่ใช่ความฝันเหรอเนี่ย”

“ไม่ใช่”

“งั้น…ที่ผม  ทะ…ทำไปก็…”

“ตัวจริง”

“อ๊ากกกกกกกก!”

หมับ!

มือหนาพุ่งเข้าอุดปากร่างเล็กเอาไว้  ก้มหน้าลงมากระซิบข้างหูจนอีกฝ่ายขนลุกซู่ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น

“ฉันขอทำสัญลักษณ์บ้างแล้วกันนะ”

จบประโยค  ริมฝีปากร้องของคนด้านบนก็เคลื่อนทาบทับลำคอขาวผ่องของไต้ฝุ่นโดยที่ยังอุดปากคนใต้ร่างไว้แน่น  ร่างบางดีดดิ้นด้วยตกใจอยู่ครู่หนึ่งก็สงบลง…

บับเบิ้ลบิวชวนคุย :

มาอัพแล้วจ้า  ความน่ารักของน้องฝุ่นในตอนนี้คืออะไรรร  คิดว่าฝันงั้นเหรอ  พอเป็นความฝันก็เลยลวนลามได้เต็มที่สินะ 55555+  แต่เสียใจค่ะ  มันคือความจริงงงง  แต่…!  อะไรก็ไม่สำคัญเท่าสิ่งที่น้องฝุ่นพูดออกมาหรอก!  น้องฝุ่นเคยรู้จักกับแฟนธ่อมจริงๆน่ะเหรอ?  ทั้งสองมีความสัมพันธ์แบบไหนต่อกัน??

ความคิดเห็น