Ranichat

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1: บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2560 21:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1: บทนำ
แบบอักษร

image

หนูเกล



“พี่วิทย์ พี่วิทย์อยู่ไหน หนูเกลรอมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ ถ้าไม่ว่างก็อย่ารับปากสิคะ ให้คนที่บ้านมารับก็ได้”

หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาวเนื้อดีพร้อมกางเกงยีนที่ดูจะธรรมดาๆ แต่ด้วยใบหน้ารูปไข่ ขนตางอนยาว ปากรูปกระจับ จมูกที่โด่ง รูปร่างสูงโปร่งเกือบถึง 175 เซนติเมตร อีกทั้งยังใส่รองเท้าส้นสูงสีดำที่ทำให้เจ้าหล่อนดูสูงเกือบถึง 180 เซนติเมตร นั้นทำให้เกลิน หรือหนูเกลดูสวย สง่างาม จนคนที่ผ่านไปผ่านมาในสนามบินทั้งไทยและเทศเป็นต้องเหลียวคอแทบหัก

“พี่ถูกตามตัวไปดูคนไข้กะทันหัน พี่ขอโทษนะคะ และที่ไม่ให้คนที่บ้านไปรับ เพราะพี่อยากไปรับหนูเกลด้วยตัวเอง พี่คิดถึง หนูเกลเข้าใจพี่นะคะ” วิทย์ ลูกชายคนโตของคุณธนากรและคุณเดือนแขรู้สึกผิดขึ้นมาที่ทำให้น้องสาวรอเพราะเมื่อ 30 นาที ก่อนที่เที่ยวบินของน้องสาวตนจะแตะรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิก็ถูกตามตัวให้ไปดูเคสผู้ป่วยหนักกะทันหัน

“ค่ะ หนูเกลเข้าใจว่าพี่วิทย์ต้องดูแลคนไข้” ถึงสาวเจ้าจะบ่น แต่เธอรู้ดีว่าอะไรควรโกรธไม่ควรโกรธ เห็นเป็นคุณหนูแบบนี้ กับคนที่ดีกับเธอ เธอก็จะดีตอบ แต่กับคนที่ร้ายด้วย เธอเกลียดจนตาย

“ค่ะ งั้นเดี๋ยวพี่ออกไปรับนะ รอก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็วางสายรีบออกจากโรงพยาบาล

“ทำไมหนูเกลต้องมาที่นี่อีกด้วยเนี่ย คุณพ่อนะคุณพ่อ รู้มั้ยว่ากลับมาเห็นบรรยากาศเดิมๆแล้วมันเจ็บ……” ถึงจะผ่านมาได้เป็นปีแล้วที่เธอจากประเทศที่เป็นบ้านเกิดของเธอไปตั้งหลักที่อังกฤษกับสิตาเพื่อนสาวคนสนิทที่สนิทกันตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า แม้จะคิดถึงเมืองไทยบ้าง แต่คุณพ่อคุณแม่และพี่ๆของเธอก็ไม่เคยเงียบหายไปไหน ยังคงไปเยี่ยมอยู่บ่อยครั้ง ทั้งวิดีโอคอลหากันเป็นประจำ

ขณะที่หญิงสาวทอดน่องเพื่อที่จะไปซื้อกาแฟมาดื่มเพราะรู้สึกง่วงนอนเนื่องจากยังปรับสภาพไม่ค่อยได้ ด้วยเวลาที่แตกต่างกันของไทยกับอังกฤษ

“ม็อคค่าเย็นหวานน้อยค่ะ” สั่งม็อคค่าเย็นเพราะจะได้ไม่ขมมาก นอกจากเธอจะไม่ค่อยชอบอาหารที่ขมแล้ว อาหารที่เผ็ดก็กินไม่ได้ ขืนได้กิน น้ำหูน้ำตาไหลไม่หยุดแน่

“อเมริกาโน่เย็นครับ” เกลินเงยหน้ามองชายรูปร่างสูงโปร่งที่พึ่งเปล่งเสียงสั่งอเมริกาโน่เมื่อกี้ ‘ทั้งสูง ทั้งเข้ม ทั้งดูอบอุ่น ดูอ่อนโยน นี่มันเทพบุตรชัดๆ’

“ม็อคค่าเย็นได้แล้วค่ะ ทั้งหมด 120 บาทค่ะ” หลังจากที่มองตาเยิ้มอยู่นานก็มีเสียงเรียกจากพนักงานเตือนสติ นี่ถ้ามีมดคงไต่เต็มลูกตา “อ่อ ค่ะๆ 120 บาทค่ะ” หญิงขานตอบรับพลางลวงมือเข้าเพื่อหากระเป๋าสตางค์มาจ่ายเงิน ‘เอ๊ะ ฉันยังไม่ได้แลกเงินนี่ ตายๆ ไม่มีเงินจ่ายนี่ขายหน้าแย่’ก้วยความที่กลับไมยกะทันหัน เกลินก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรสักอย่าง

“เออ คือว่า… ฉันยังไม่ได้แลกเงินอ่ะค่ะ คุณคะ ฉันขอยืมเงินหน่อยได้มั้ยคะ เดี๋ยวจะแลกมาคืน” หญิงสาวหันไปหาชายคนข้างๆ เกลินคิดว่าเธอก็ไม่น่าจะเหมือนคนหลอกลวง อีกอย่างเงินเพียง 120 บาทคงไม่คิดหนี หน้าอย่างชายหนุ่มตรงหน้าคงจะใจดีพอควร

“มุกเดิมๆ ขอให้ช่วยจ่ายให้ แล้วก็จะเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนเพื่อจะได้เจออีกรอบ คิดว่าฉันไม่รู้ทันหรอ” ชายตรงหน้าที่หญิงสาวได้เอ่ยปากขอความช่วยเหลือตอบกลับมาเหมือนกับเกลินตั้งใจจะอ่อยแต่มือก็ลวงกระเป๋าหยิบเงินมาจ่ายให้กับหญิงสาวพร้อมกาแฟของตนที่มาพอดี ‘เออ หล่อยอมรับ อยากเจอหน้า ยอมรับ แต่หนูเกลไม่ได้จะอ่อยค่ะ!!’ สิ่งคิดที่คิดกับสิ่งที่ปากพูดออกไปมันต่างกัน

“นี่คุณ คิดว่าหล่อมากเลยหรือไง ขอโทษนะ ใช้คำว่าพอไปวัดไปวาได้กับคุณก็ดีแค่ไหนแล้ว แล้วทำไมคนอย่างฉันต้องไปพิษวาสคุณ มโนเก่งเหมือนกันนะเราอ่ะ คิดไปได้ว่าอยากเจออีกรอบ” ว่าเสร็จเกลินเบ้ปากจนนึกว่าจะแยกเขี้ยวออกมาซะแล้ว

“หึ ทำมาเป็นปฏิเสธ ตอนแรกยังมองผมตาไม่กระพริบเลย” ชายหนุ่มรู้ดีว่าสายตานั้นหมายความว่าอย่างไร สายตาที่เค้าได้รับเมื่อแรกพบกับหญิงสาวที่เค้าไม่อาจเปลี่ยนไปรับใครอื่นได้……

ก่อนที่หญิงสาวจะปี๊ดแตกไปกว่านี้ก็เหมือนเสียงสวรรค์มาช่วยเมื่อโทรศัพท์ของเจ้าหล่อนดัง

“ค่ะพี่วิทย์ หนูเกลอยู่ร้านกาแฟอ่ะค่ะ พี่วิทย์อยู่ไหนคะ”

‘อ่อ ร้านที่หนูเกลชอบซื้อตอนหลังลงเครื่องใช่มั้ยคะ เดี๋ยวพี่ไปหา’

“ค่ะ หนูเกลรออยู่ รีบๆมานะคะ หนูเกลไม่มีเงินค่ากาแฟ’ ประโยคหลังตั้งใจจะกระซิบเบาๆ เพราะอาย

“เก่งเนอะ มีผู้ชายมาติดเหยื่อด้วย” คนเสียมารยาทแอบฟังคนอื่นคุยโทรศัพท์กล่าวขึ้นมาลอยๆ

“อกุศล ระวังเถอะ ปากแบบนี้จะไม่มีใครเอา ถ้ามีแฟนแล้วเค้าจะหนีไปมีคนใหม่!!” หญิงสาวไม่ได้ตั้งใจจะพูดเช่นนั้น แต่ด้วยความที่คิดเรื่องลูกชายของเพื่อนพ่อตนเองมากเกินไปมันจึงวนเวียนอยู่ในสมอง

“นี่เธอ!!” ก่อนที่ชายปากเสียตรงหน้าจะทำอะไรเกลินก็มีเสียงวิทย์ดังขึ้น

“รอนานมั้ยคะหนูเกลของพี่” ชายหนุ่มเดินเข้ามาแต่ไม่ทันได้สังเกตชายที่ยืนข้างกายน้องสาว แต่เมื่อเห็นสายตาน้องสาวมองไปข้างหน้าก็มองตาม

“อ้าว ไอ้กวินทร์ ยังไม่กลับอีกหรอ มากรุงเทพนานนะคราวนี้” วิทย์ร้องทักกวินทณ์ เพื่อนที่สนิทกันเมื่อสมัยยังเป็นเด็ก พึ่งเริ่มจะสนิทกันเหมือนแต่ก่อนก็ 1 ปีให้หลังนี้ อาจเป็นเพราะกวินทร์มากรุงเทพบ่อยขึ้น ต้องมาคุยงานเรื่องส่งออกชาที่ตนเป็นเจ้าของ

“ว่าจะกลับแล้วแหละ ไฟท์ออกอีก 1 ชั่วโมง” กวินทร์นึกแปลกใจว่าชื่อที่หญิงสาวเรียกวิทย์ๆ นี่จะเป็นเพื่อนของเค้า

“จะคุยกันอีกนานมั้ยคะ หนูเกลรอนานแล้วนะ ว่าจะไม่โกรธพี่วิทย์แล้วเชียว แต่ตอนนี้โมโหมาก ช่วยจ่ายกาแฟให้หนูเกลด้วยค่ะ แล้วกลับกันเถอะ หนูเกลเกลียดขี้หน้าคน” วิทย์รู้ทันทีว่าน้องสาวของตนต้องมีเรื่องอะไรกับคนตรงหน้าแน่ๆ

“เรื่องกาแฟอ่ะไม่เป็นหรอก แล้วนี้ใคร” กวินทร์ถามวิทย์ออกไปโดยไม่ฟังเสียงแจ๊วๆของเกลิน

“อ่อ นี่เกลินเป็น” ก่อนที่วิทย์จะพูดจบประโยคก็มีเสียงแทรกขึ้นมา “แฟนค่ะ มีปัญหาหรือคะ” พูดออกไปพร้อมสะกิดให้พี่ชายเงียบๆ

“ป่าว” พูดออกไปเช่นนั้นแต่ในใจกลับเป็นห่วงเพื่อน ว่าจะรู้มั้ยว่าเจ้าหล่อนมารยาเพียงใด

“งั้นฉันกลับก่อนนะ มากรุงเทพอีกเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน จะพาไปเลี้ยงข้าว” ว่าแล้ววิทย์ก็เดินนำไปหยิบกระเป๋าของน้องสาวพร้อมเดินล่วงหน้าไปก่อน หญิงสาวจึงหมุนตัวจะเดินตามแต่ไม่วายเปิดแก้วกาแฟที่ยังไม่ได้ดื่มพร้อมโยนไปถังขยะข้างๆที่บังเอิญตั้งข้างตัวชายหนุ่ม ทำให้กาแฟกระเด็นขึ้นมา ถึงไม่มาก แต่ก็ทำให้เสื้อของชายหนุ่มเห็นเป็นวงๆ เป็นจุดๆ อยู่หลายที่

“ฝากไว้ก่อนเถอะ ยายเกลินตัวแสบ!!”




ฝากนายหัวกวินทร์กับหนูเกลด้วยนะคะ ชอบไม่ชอบยังไงบอกได้นะคะ จะปรับปรุงให้ดีที่สุดค่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น