จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 เพื่อคนที่รัก ..โลกวิบัติก็ช่างมัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 เพื่อคนที่รัก ..โลกวิบัติก็ช่างมัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 298

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2560 01:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 เพื่อคนที่รัก ..โลกวิบัติก็ช่างมัน
แบบอักษร

image

แบทยังคงใช้แบทคนนี้เป็นต้นแบบ เพียงแต่ แบทในเรื่องนี้ ตลก โก๊ะ รักจริง ชอบเล่นมุกปีนักษัตร

...........,

....ตกดึก..

ทหารที่ตั้งบังเกอร์รายล้อมพื้นที่ติดเชื้อ..เริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปรกติ..

กลุ่มซอมบี้เหมือนกำลังรวมตัวกัน...

กลายเป็นกลุ่มก้อนใหญ่พอสมควร...

ทหารรีบว.บอกเหตุผิดปรกติ..

ความมืดทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่า..อะไรที่ทำให้พวกมันเป็นแบบนั้น..

แต่หากใครสามารถมองเห็น..ก็จะพบว่า..ยูมิกับแคทช่วยกันไปตระเวณหาพวกซอมบี้..

และทำให้พวกมันไล่ตาม..และรวมตัวกัน..

อาศัยถังขยะคอยซ่อนตัวเมื่ออยากจะหายไปจากการรับรู้ของพวกมัน...

นี่คือแผนของยูมิ..

“..คำว่าสามัคคีคือพลัง..ยังใช้ได้กับพวกซอมบี้นะแคท..”ยูมิพูดยิ้ม ๆ เมื่อแอบดูผลงานของตัวเอง...

กลุ่มซอมบี้รวมตัวกันไม่ห่างจากบังเกอร์ทหารนัก..

แต่พวกมันยังทำอะไรไม่ได้เพราะขาดปัจจัยหลัก..คือการเคลื่อนไหว..

ยูมิมองดูตะกร้าที่เอามาจากร้านสะดวกซื้อ..และในตะกร้านั้น..มีโซดาที่เอามาจากร้านสะดวกซื้อเช่นกัน..

แคทยื่นขวดโซดาให้..

“..หวังว่าแผนคงสำเร็จนะแก.”

“.เรื่องอาละวาดปั่นป่วนให้แม่งประสาทเสียน่ะ..ฉันเก่งมาตั้งแต่เด็กแล้วว่ะ..”ยูมิกระเดาะขวดโซดา..

แล้วขว้างไปยังพื้นที่หน้าบังเกอร์ทหาร..

เสียงบึ้ม..ขวดใส่โซดาที่เป็นน้ำอัดแก๊สเมื่อกระทบพื้น..ก็แตกและมีเสียงระเบิด..

แคทยื่นให้อีก..ยูมิปาขวดโซดาไม่หยุด..

ซอมบี้เคลื่อนไหวไปทางจุดที่มีเสียงขวดโซดาระเบิด..

ทหารที่ประจำบังเกอร์แตกตื่น..เมื่อซอมบี้ใกล้บังเกอร์เข้ามาแล้ว..

เพล้ง..ตูม..ขวดโซดาตกที่บริเวณบังเกอร์แล้ว..

พวกทหารไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้..

ซอมบี้เข้ามาใกล้..และมันก็เห็นกลุ่มทหารที่หลบหลีกขวดโซดาอยู่..

สัญชาติญาณทำให้มันบุกเข้าหา..

กลุ่มทหารตกใจรีบยิงปืนใส่..

แต่นั่นยิ่งทำให้ซอมบี้บุกเข้าไปมากขึ้น...

ยูมิเห็นการใช้ซอมบี้ตีทหารประสบผลก็ดึงแคทไปยังที่จอดมอร์เตอร์ไซด์..คร่อมขับรถซูมเมอร์เอ็กซ์ของตัวเอง..

“..แคท..เราต้องฝ่าไปตอนที่ทหารปะทะกับพวกซอมบี้นะ..”

แคทรีบซ้อนท้าย..

“..แล้วพวกนิ่มกับแบทล่ะ..”

“..ต้องให้พวกนั้นนำหน้า..เพราะรถนิ่มเป็นรถเก๋ง..”

ยูมิสตาร์ทรถ..ในขณะที่รถเก๋งที่จอดไม่ห่างก็สตาร์ทรถเช่นกัน..

นี่คือรถของนิ่ม..

ในระหว่างนั้น..พวกซอมบี้โจมตีทหารตามวิสัย..พวกมันมีจำนวนมาก..และทหารก็ไม่เคยรับมืออะไรแบบนี้..

ใช่..ก่อนหน้านั้น...ที่คุมสถานการณ์ได้..เพราะพวกมันยังกระจัดกระจาย..ไม่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน..ทำให้ง่ายต่อการจัดการ..การเล็งยิงที่หัว..เพื่อทำลายสมอง..นี่คือวิธีการรับมือที่ดีที่สุด..

แต่ในการตะลุมบอนกับซอมบี้หมู่มาก..ทำให้ยากที่จะเล็งยิงหัวได้..และพวกมันก็ไม่มีความกลัว..

พวกมันมีแต่สัญชาติญาณ..

มิหนำซ้ำ..การกัดทหารไปคนหนึ่ง..เท่ากับเพิ่มซอมบี้ตัวหนึ่ง..

กัดสองคนก็เพิ่มสองคน..

แถมคนที่ถูกกัด..เมื่อกลายเป็นซอมบี้..ก็กัดคนต่อ ๆ ไปอีก..

ยูมิหรี่ตา..ขับรถมาหานิ่ม..

“..พร้อมไหม..”ยูมิถาม..

นิ่มไขกระจกลง..

“..แล้วเธอจะขับมอร์เตอร์ไซด์แบบนั้นหรือยูมิ..อันตรายจะตาย..”

“..เอาเถอะน่า..อย่าทิ้งกันก็พอ..”

“..ทิ้งหรือ..”นิ่มขมวดคิ้ว..

“..ตามฉันมา..แล้วถ้าฉันให้สัญญาณ..เธอก็ขับฝ่าออกไป..ฝ่าไปให้ได้..”

พูดจบก็เลี้ยวรถ..

นิ่มอดถามไม่ได้..

“..นี่หมายความว่ายังไง..ทำไมหันรถไปทางนั้น..”

“..เธอคิดว่าเราจะฝ่าไปในทิศที่ซอมบี้บุกทหารอย่างนั้นหรือ..”

“..อะไรนะ..”

“..ซอมบี้จะโจมตีจนทหารจุดอื่นเข้ามาช่วย..เราจะฝ่าไปในจุดปลอดที่สุด..”

แคทที่ซ้อนท้ายรถอยู่..ถึงกับอุทานออกมา..

“..โห..ยูมิ..แกแม่งโคตรลึกล้ำเลยว่ะ..”

“..นี่คือสิ่งที่คนเรียนเก่งอย่างแกไม่มีล่ะแคท..”ยูมิหัวเราะ..

เสียงปืนถี่ยิบ...น่ากลัว..ระคนกับเสียงร้องโหยหวน...

เพลินตาที่นั่งด้านหลังอดพูดอย่างกังวลไม่ได้..

“..แล้วเมื่อไหร่เราจะได้ออกไปล่ะ..”

แบทนั่งข้าง ๆ นิ่มอดหันไปดุไม่ได้..

“..เธอจะกังวลบ้าอะไรกันเนี่ย...เชื่อมั่นในตัวยูมิหน่อยได้ไหม..”

ยูมิยิ้มเมื่อเห็นแบทดุเพลินตา...

แต่แล้ว..เธอก็ขมวดคิ้ว..

เพราะภาพเบื้องหน้า..ความปั่นป่วนของทหารที่ถูกกลุ่มซอมบี้โจมตี..แต่มันก็มีอะไรบางอย่างสะกิดใจ..

แคทอดอุทานไม่ได้..

“..แย่ละเว้ยยูมิ..”

นั่น...เด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมคนหนึ่ง...กำลังตาเหลือกหนีซอมบี้จากกลุ่มทหาร..วิ่งเข้ามาในพื้นที่ควบคุม..

“..เด็กนั่นมาได้ยังไงวะ..”แคทขมวดคิ้ว..

ยูมิเห็นเด็กสาววิ่งไม่คิดชีวิต..และซอมบี้หลายตัวกำลังไล่ตาม..

ยูมิเม้มปาก..

“..บ้าชิบหาย..แคท..แกลงไป..อยู่บนรถนิ่ม..”

“..แกจะทำอะไรวะยูมิ..”แคทลงจากมอร์เตอร์ไซด์ของยูมิตามคำสั่ง...

ยูมิสตาร์ทรถ..

“..ฉันปล่อยให้เด็กคนนั้นตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้หรอกแคท..”

“..เฮ้ย..”แคทอุทาน..

“..เด็กบ้าเอ๊ย..มันไม่รู้วิธีหลบจากซอมบี้..”ยูมิขับรถตรงไปยังกลุ่มซอมบี้ที่ส่วนหนึ่งไล่ตามเด็กสาว...

เพลินตาแค่นเสียง..

“..จะทำตัวเป็นฮีโร่ไปทำไมก็ไม่รู้..เดี๋ยวก็ไม่ได้ออกไปจากที่นี่หรอก..”

“..หุบปาก..”..แบทตวาด.. “..คนอย่างเธอมันมองแต่ตัวเอง..ไม่น่าช่วยจากซอมบี้เซฟเลยให้ตายสิ..”

“..นี่ ๆ ๆ ยัยแบท..นั่นแฟนแกไม่ใช่เหรอ..แกจะยอมให้แฟนแกไปเสี่ยงอันตรายช่วยใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ..”

“..ใช่..ที่ฉันชอบยูมิ..เพราะเค้าเป็นคนแบบนี้..เปลือกนอกดูเย็นชา..พูดอะไรดูซึน ๆ ..แต่เค้าเป็นคนใจดีที่สุด..น่ารักที่สุดเลย..คนปีชวดอย่างแกไม่เข้าใจหรอก..”

เพลินตาหัวเราะ..

“..เออ..แกยังจะเล่นมุกปีนักษัตรอีก..ฉันไม่ได้เกิดปีชวดเว้ย..และคนอย่างฉันน่ะ..ก็คงไม่เข้าใจคนที่ไม่รู้จักแยกแยะว่าอะไรควรทำไม่ควรทำอย่างยูมิเหมือนแกหรอกวะ..”

แคทเครียดจนรู้สึกหงุดหงิด..

“..นี่ ๆ ๆ ..พวกเธอจะเถียงกันไปถึงไหน..ยูมิตัดสินใจไปแล้ว..หาทางช่วยดีกว่านะ..”

นิ่มสตาร์ทรถ..เพลินตาอุทานเบา ๆ ..

“..นั่นจะทำอะไรน่ะหมอนิ่ม..”

“..ยูมิเป็นเพื่อนฉัน..ยังไงก็ต้องช่วย..”นิ่มตอบง่าย ๆ ..ตามองไปข้างหน้า..

และเหยียบเบรก..เข้าเกียร์รถ..

“..จับแน่น ๆ นะ..”

……

...ยูมิขับมอร์เตอร์ไซด์คู่ใจตรงไปยังฝูงซอมบี้ที่ไล่ล่าเด็กสาว...

การเคลื่อนไหวของรถมอร์เตอร์ไซด์ทำให้ซอมบี้ที่ไล่ล่าเด็กสาวเริ่มชะงัก..ลังเล..แสะสับสน..

ยูมิขับฉวัดเฉวียน..ทำให้ซอมบี่ฮือกันเข้าหาเธอ..

เด็กสาวหอบหายใจ..ชะงักชั่วขณะ..ประหลาดใจกับรถมอร์เตอร์ไซด์ที่จู่ ๆ โผล่เข้ามาทำให้กลุ่มซอมบี้สับสน..

พวกซอมบี้วิ่งตามรถไป..แต่พวกมันยังไม่วิ่งเร็วเท่าไหร่..ไม่ถึงกับวิ่งเอาเป็นเอาตายนัก...

ยูมิขับรถหลอกล่อ..ปากก็ตะโกนไปด้วย..

“..นิ่งทำไมล่ะน้อง..หนีสิ..”

เด็กสาวยังหอบอยู่..

“..วิ่งไปไหนล่ะพี่..”

สีหน้าเด็กสาวดูแตกตื่น..แต่ก็ไม่ได้แตกตื่นเกินเหตุ..

ยูมิตัดสินใจเด็ดขาด..พาซอมบี้ที่ติดตามรถมอร์เตอร์ไซด์..มุ่งตรงไปยังบังเกอร์ทหาร...

แสงไฟหน้ารถ..ทำให้ทหารส่วนหนึ่งที่ประจำบังเกอร์รีบประทับปืนขึ้น..และยูมิก็พลิกแฮนด์..กลิ้งตัวออกมาพร้อมกับปืนของทหารแผดเสียง...

รถไถลไปชนบังเกอร์ทลายออก..พอดีกับฝูงผีดิบวิ่งมาถึง..และถลาเข้าโจมตีทหารในจุดนั้น..

เสียงปืนดังถี่ยิบ..การเคลื่อนไหวของทหารทำให้ฝูงซอมบี้ไม่ใส่ใจยูมิที่กลิ้งตัวและหมอบ..พ้นจากระยะสายตาซอมบี้..รอจนเห็นว่าซอมบี้สนใจการตอบโต้ของทหารแล้ว..ก็รีบลุกขึ้น..วิ่งโกยอ้าว..

แต่การเคลื่อนไหวของยูมิทำให้ซอมบี้สามตัวสังเกตเห็น..ก็วิ่งตามยูมิมาติด ๆ ...

ยูมิรู้สึกถึงการไล่ตาม..ไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากวิ่ง...โชคดีที่ซอมบี้ส่วนใหญ่..สนใจการโจมตีกองทหารมากกว่า...

ยัยเด็กสาวท่าทางเอ๋อ ๆ คนนั้น..ยังไม่ไปไหน..ยูมิวิ่งมาถึง..ก็รีบฉุดแขน..

“..ทำไมยังไม่ไปอีก..วิ่งสิน้อง..”

“..หนูเหนื่อย..”เด็กสาวพูด..

“..เหนื่อยก็ต้องวิ่งเว้ย..”ยูมิตวาด..ลากเด็กสาวถูลู่ถูกังวิ่งออกมา..

การวิ่งดูจะช้าลง..ซอมบี้สามตัวที่ไล่ตามมาห่าง ๆ ก็ใกล้เข้ามาทุกที..

“..วิ่งให้เร็วกว่านี้..”ยูมิเร่ง..

“..แต่หนูไม่ไหวแล้วนะคะพี่..”เด็กสาวพูดน่าสงสาร..

ยัยบ้าเอ๊ย..นี่มึงจะให้กูอุ้มมึงใช่ไหมวะเนี่ย..

ซอมบี้สามตัวไล่มาจนเกือบทันแล้ว..

เด็กสาววิ่งจนล้มลง..ยูมิเหลียวหลัง..รีบเข้ามาประคอง..แต่ซอมบี้ทั้งสามตัวก็ใกล้ถึงแล้ว..

แสงไฟวาบ..รถเก๋งของนิ่มพุ่งเข้ามา..ชนซอมบี้สามตัวกระเด็นไป..แคทรีบเปิดประตูพร้อมกับแบท..ยูมิฉุดเด็กสาวลุกขึ้น..และผลักยัยเด็กเจ้าปัญหาเข้าไปนั่งเบาะหลังกับแคทและเพลินตา..ส่วนตัวเองยัดร่างเบียดไปกับแบทที่เบาะหน้า..

ประตูปิด..นิ่มเข้าเกียร์ถอยหลัง..ซอมบี้สามตัวลุกขึ้นได้..นิ่มเข้าเกียร์เดินหน้า..พุ่งรถเข้าชน..และวิ่งไปเบื้องหน้า...

แคทกอดเด็กสาวไว้..ปากร้องบอกนิ่ม..

“..ต้องเสี่ยงลุยแล้วนะนิ่ม..”

“..ฉันไม่รู้จะไปทางไหน..”นิ่มร้อง..

“..ตั้งสติไว้นิ่ม..”ยูมิพูดขึ้นตาจับไปเบื้องหน้า..แบทที่เบียดยูมิ..อดยิ้มไม่ได้..

ยูมิอยู่ใกล้เราขนาดนี้..โชคดีของคนปีมะเมียละเว้ย..

ยูมิตัดสินใจอย่างรวดเร็ว..

“..ต้องหลบกลุ่มผีพวกนี้..และทหารด้วย..นั่น..มุมนั้นเริ่มโล่ง..ชนบังเกอร์เลยนิ่ม..”

นิ่มพยักหน้า..หักพวงมาลัย..กดคันเร่ง..พุ่งตรงไปยังบังเกอร์มุมที่เริ่มจะโล่งเพราะทหารต้องรีบไปรับมือกับซอมบี้อีกทางหนึ่ง..

และรถนิ่มก็ชนเข้าที่บังเกอร์จนกระจาย...

แต่รถก็ไปต่อไม่ได้..ยูมิผลักประตูรถลงมา..

“..ไม่มีทางเลือก...ลงจากรถ..วิ่งให้เร็วที่สุด..”ยูมิสั่ง..

ทุกคนที่เพิ่งกระเทือนจากการที่รถชนบังเกอร์..รีบออกมาจากรถแบบไม่ทันเสียเวลาจุกเลยแม้แต่น้อย...

เวลานี้..เกิดความสับสนอลหม่าน..ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร..ซอมบี้ตีทลายกองทหารที่ล้อมอยู่..และก่อให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่ว..

เสียงรถหวอ..เสียงปืน..เสียงแผดร้อง...

ไม่มีใครสนใจใครอีก..ทุกคนพยายามเอาตัวรอด..ทหารก็พยายามสู้และหนี..

ยูมิหันมาประคองแบท..สบตากับเพลินตาที่มองทั้งสองอย่างชาเย็น..

แคทดึงร่างเด็กสาวและเข้าไปหานิ่ม..ต่างก็วิ่งไปพร้อม ๆ กัน..

อย่างน้อย..การตีฝ่ากองทหารก็ทำได้สำเร็จ..

แต่ทุกคนคงไม่ทราบหรอกว่า..สิ่งที่ทำไป..จะมีผลตามมาแค่ไหน...

ฝูงผีดิบหลุดออกมาจากพื้นที่ควบคุม..และเริ่มอาละวาด...

เวลานี้..ไม่มีใครสามารถหยุดพวกมันได้แล้ว....

อดีตเด็กเกเรที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองและคนที่รักรอด..กำลังสร้างวิบัติอย่างใหญ่หลวงให้เกิดขึ้นแล้ว..

……

....ทั้งหกคนวิ่งหนีจากพื้นที่ควบคุมได้สำเร็จ..แต่พื้นที่รอบนอก..ก็ยังกั้นเป็นโซนบัพเฟอร์ไว้อีกชั้นหนึ่ง..

ถนนที่ทั้งหกวิ่งหนีกันมา..ไม่มีรถ..ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เลย..เหมือนจะมีการอพยพผู้คนออกไปหมดแล้ว..

ทุกคนวิ่งหนีจนหมดแรง..หยุดพักที่ริมทาง..นั่งหอบหายใจกันไปตาม ๆ กัน...

ยูมิกอดแบทไว้แน่น...เหมือนเกาะเพื่อพักเหนื่อยเพราะออกแรงมากกว่าเพื่อน..หรือจะเพื่อไม่ให้แบทห่างกายก็ไม่ทราบ..แต่เพลินตารู้สึกหมั่นไส้พิกล..

แคทกับนิ่มกอดกันหอบหายใจเช่นกัน..แคทอดหันมาทางเด็กสาวที่วิ่งตามมาด้วยและถามว่า..

“..น้องทำไมถึงหลุดไปตรงนั้นได้ล่ะ..”

“..หนู..หนูไม่ทราบค่ะ..”เด็กสาวตอบ.. หอบหายใจเช่นกัน.. “..หนูหลบพวกมัน..ซ่อนตัว..จนทหารไปเจอเข้า.ก็พาไปที่เต๊นท์..เค้าให้หนูตรวจร่างกาย..เสร็จแล้วจะพาหนูไปไหนก็ไม่รู้..แต่พอดี..พวกมันบุกเข้ามาก่อน..หนูตกใจเลยหนีพวกมันแบบสะเปะสะปะ..จนวิ่งกลับเข้ามาอีกนั่นแหละค่ะ..”

ยูมิหันมาสบตา..ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ..

“..ถือว่าโชคยังดีนะ..”

“..ทำไมถึงโชคดีคะ..”เด็กสาวถาม..

“..เพราะเค้าจะเอาเธอไปยิงทิ้งน่ะสิ..เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อขั้นเบ็ดเสร็จ..”..แคทพูดขึ้นบ้าง.. “..พวกพี่ก็จะโดนยิงทิ้งอยู่แล้ว..แต่เผอิญรอดมาได้..แล้วหนีกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง..ยอมอยู่กับพวกผีดิบดีกว่าจะโดนยิงแบบนั้น”

นิ่มอดถามไมได้..

“..น้องชื่ออะไรคะ..จะได้เรียกกันได้..”

“..หนูชื่อมิ้มค่ะ..”

“..แล้วนี่เข้าไปตรงนั้นได้ยังไงเนี่ย..”นิ่มถามอย่างเอ็นดู..

“..หนู..หนู..”มิ้มอึกอัก... “..วันนี้หนูโดดเรียนค่ะ..หนูต้องมาโรงพยาบาลกับเพื่อน..คือเขาป่วย..เลยชวนหนูเป็นเพื่อนมาหาหมอ..แล้ว..มันก็อะไรก็ไม่รู้ล่ะค่ะ..ทุกอย่างมันเร็วมาก..เพื่อนหนูถูกกัด..และหนูก็หนีพวกมันเข้าไปในห้องน้ำ..ล็อคประตูอยู่อย่างนั้นจนพี่ทหารมาพบเข้า..”

ยูมิมองดูเด็กสาว..หัวเราะหึ ๆ ..แต่ก็ไม่ว่าอะไร..

ในสายตาคนที่เคยเป็นเด็กเกเรอย่างยูมิ..รู้แค่ว่า..เด็กคนนี้กำลังตอแหลอะไรบางอย่าง..

แต่ก็ไม่รู้จะไปนั่งจับผิดทำไม..ช่างมันเถอะ..

สำคัญกว่านั้นคือ..จะเอายังไงต่อ..เรื่องนี้คิดยากจริง ๆ ..

……

....นั่งพักกันพอสมควรแล้ว ..เสียงเตือนบางอย่างก็ดังขึ้น..

ยูมิดึงโทรศัพท์ขึ้นมา...อุทานอย่างดีใจ..

" ..คลื่นมือถือมีแล้ว.."

แมสเสจมิสคอลเพียบ

ทุกคนมองดูอย่างตื่นเต้น...

แบทก็หยิบมือถือตัวเองขึ้นมา ...เวลานี้..เหลือเพียงสองคนที่ยังใช้มือถือได้

เพลินตาแบะปาก...

"..บ้าชะมัด..ของฉันหล่นไปตั้งแต่โดนเซฟบีบคอแล้ว.."

นิ่มกับแคทถอนหายใจ...

แคทก็บอกว่า..

"..ของฉัน..ดันเอาเก็บไว้ลิ้นชักโต๊ะหมอนิ่มเสียนี่.."

นิ่มครางเฮ้อ..

"..เหมือนกัน..ทิ้งไว้ในห้องตรวจคนไข้.."

ยูมิรีบกดโทรไปหาคนที่มิสคอลมา..พี่ชาติ..ผู้จัดการที่สนิทกับเธอนั่นเอง..

"..ขอโทษนะคะพี่ชาติ..ที่โทรฯมาตอนดึกขนาดนี้..เรื่องมันวุ่นวายมากค่ะ..เพิ่งอยู่ในจุดที่ใช้มือถือได้ค่ะ..."ยูมิรีบพูดเมื่อได้รับสาย...

"..ยูมิ..แกไม่เป็นไรใช่ไหม.."..อีกฝั่งหนึ่งระล่ำระลักถาม.."..ตอนนี้แกอยู่ไหน..รู้ป่าวว่ามันเกิดอะไรขึ้น...ฉันติดต่อแกไม่ได้..แกไม่เป็นไรนะ..แล้วพนักงานคนอื่นเป็นไงบ้าง..เราติดต่อไปหาใครไม่ได้เลย.."

"..ก็แทบแย่ค่ะ..นี่มีแบทกับเพลินตาอยู่ด้วยค่ะ.."

ยูมิเริ่มเอะใจ...ในขณะที่ชาติพูดขึ้นอีกว่า..

"...เค้าบอกว่า..เราถูกผู้ก่อการร้ายโจมตีด้วยอาวุธชีวภาพ..ต้องปิดโซนที่ถูกโจมตี..อพยพคนออกหมด..คนในโรงพยาบาลทวิธรไม่มีใครรอดเลย..."

"..ยูมิไม่ได้ฟังข่าวอะไรเลยค่ะ...เค้าตัดสัญญาณมือถือหมดเลย.."

"...ฟังนะ..ตอนนี้ทางการประกาศกฏอัยการศึก..เข้าสู่สถานการณ์ฉุกเฉิน..ประกาศให้พื้นที่รอบ ๆ บริเวณโรงพยาบาลทวิธรเป็นเขตอันตราย..ให้หยุดทำงานในเขตกรุงเทพฯ..และสั่งว่า..ใครกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัดได้ให้รีบกลับ..ใครเดินทางออกจากกรุงเทพฯได้ให้รีบเดินทาง..วุ่นกันใหญ่เชียวแก..นี่ฉันก็เตรียมจะกลับบ้านที่โคราชแล้วว่ะยูมิ..รถแม่งคงติดยิ่งกว่ากลับบ้านตอนสงกรานต์ซะอีก..แกก็รีบกลับบ้านซะนะ.."

"..ถ้าทำได้ก็ดีหรอกค่ะ..ตอนนี้ออกมาจากโซนอันตรายได้แล้ว..แต่ก็ยังเหมือนเค้าจะกั้นโซนรอบนอกไว้ด้วย..ยังไม่รู้จะไปไหนเลยพี่ชาติ.."

"..ทหารจะตั้งบังเกอร์ไว้..แกเจอทหารก็ติดต่อได้เลย.."

ยูมิครางอย่างสยอง..

"..ที่มันออกมาไม่ได้ก็เพราะทหารนี่แหละพี่...นี่ยังมีล้อมอีกชั้นนึงหรือนี่..เชี่ย..แม่งเอ๊ย.."

"..แกออกมาให้ได้ก็แล้วกัน.."

"..พี่มารับหน่อยได้ไหม...นี่เคว้งกันอยู่.."

"...เค้าไม่ให้เข้าเลยว่ะ..เสียใจด้วยนะยูมิ.."

"..เออ..ถ้างั้น.."ยูมินิ่งคิด.. "...เดี๋ยวจะส่งไฟล์อะไรไปให้..พี่รับด้วยนะ.."

"..ไฟล์อะไรวะ.."

"..ไฟล์คลิปที่กล้องไงพี่.."

"..โห..แกยังจะมีกะใจทำงานอีกหรือวะเนี่ย..แม่ง..พนักงานดีเด่นชะมัด..ตอนนี้ไม่มีใครเขาทำงานกันแล้วเว้ย.."

"..เปล่าพี่..แต่มันน่าจะเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้แหละ..มันอาจจะไม่ใช่การโจมตีของผู้ก่อการร้ายก็ได้..พี่เอาไปดูก่อนเลยนะ..แล้วหาทางส่งให้นักข่าว.."

"..เฮ้ย..อะไรวะยูมิ.."ชาติตกใจ..

"..ส่งแม่งทุกสำนักข่าวเลยนะพี่...ต่างประเทศด้วย.."

"..เออ.รีบส่งมา..ยังไงก็ออกมาให้ได้นะมึง.."

"..ค่ะ..จะพยายาม.."

ยูมิวางสาย..ถอนหายใจ..ก่อนจะเอาเป้ออกมา..ดึงเอาโน้ตบุ๊คในเป้มาเปิด..เชื่อมสัญญาณสื่อสารกับมือถือ..และส่งไฟล์สำคัญออกไป..

แคทอดถามไมไ่ด้..

"..แกจะเอายังไงดีวะยูมิ.."

"..แคท.."ยูมิชี้ให้ดูเว็บไซต์ข่าวที่เปิดขึ้นมาในขณะส่งงานผ่านเครือข่ายไปด้วย.. "..ท่าจะไม่ดีแล้วว่ะ.."

เว็บไซต์ข่าวระบุถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ ..

"...สถานการณ์ติดเชื้อลุกลาม..."แคทอ่าน.. "...วิกฤติหนัก...ปิดกรุงเทพฯ..."

"...ฝีมือพวกเรา.."ยูมิหัวเราะเบา ๆ .. "..ชิบหายหนักแล้วแคท.."

ยูมิมองไปรอบ ๆ ตัว...

"..เหมือนเราจะทำอะไรที่แย่ไปกว่าเดิมแล้วนะ.."

เพลินตาซึ่งคอยฟังอยู่..อดอุทานไม่ได้..

"..นี่หมายความว่ายังไง.."

"..ถ้าเดาไม่ผิด..ในอีกไม่นาน..เรื่องราวคงใหญ่โตขึ้น..และหากเราออกจากกรุงเทพฯไมได้..ก็มีทางเดียวก็คือ..เราต้องเอาตัวรอดในสถานการณ์เลวร้ายนี้เอาเอง..ไม่มีใครช่วยเราได้หรอก.."ยูมิถอนหายใจ...

นิ่มที่นั่งนิ่งมานาน..อดพูดไม่ได้..

"..เราต้องตายกันหมดใช่ไหม..ยูมิ.."

แคทเห็นสีหน้านิ่ม..ก็รีบเข้าไปกอดปลอบ..

"..ไม่..แคทจะไม่ให้นิ่มเป็นอะไรไป..ถ้าหากจวนตัวจริง ๆ ..นิ่มต้องบอกพ่อนิ่มนะ...อย่างน้อย..นิ่มต้องเอาตัวรอดให้ได้.."

"..แคท.."นิ่มน้ำตาคลอ.. "..พูดแบบนี้ทำไม..แคทก็รู้ว่านิ่มไม่ยอมทิ้งแคทเด็ดขาด.."

"..แต่ถ้าต้องตายกันหมด..นิ่มรอด..แคทก็ถือว่าดีแล้วนะ.."

"..ให้ฉันอยู่โดยไม่มีเธอน่ะหรือแคท..."..สายตานิ่มมองแคทแน่วแน่.. "..นี่เธอยังไม่รู้อีกหรือไง..ว่าเธอมีความสำคัญกับฉันแค่ไหน.."

"...นิ่ม.."แคทพูดไม่ออก..กอดนิ่มแน่น...

เสียงเด็กมิ้มอุทานออกมา..

"..โห..พวกพี่เป็นเบี้ยนกันด้วย..ซึ่งชะมัด..รักกันน่าดูเลยนะเนี่ย..ถ้าหนูมีใครรักได้แบบพี่สองคนนี่นะ.."มิ้มเว้นคำพูดไว้.. "..คงฟินน่าดู..."

"..ยังพอมีเหลือให้จับคู่นะน้อง.."แบทถลาเข้ามากอดยูมิ.. "..เหลือพี่เพลินอีกคน..น้องจับคู่กับพี่เค้าได้เลยฮ่าฮ่าฮ่า..น้องสงสัยเกิดปีวอกแหง ๆ .คนปีวอกเค้าว่าจะได้คู่ปีนี้.."

เพลินตาเหล่มอง

"..ไม่ขำนะอิแบท..."

"..ทำไมล่ะแก..น้องเค้าไม่ดีตรงไหน..อย่างน้อย..ก็ดีกว่าเซฟแหละวะ..ฮีเป็นผีดิบไปแล้ว..เอาน้องเค้าไปเหอะแก..หรือจะแลกกับเซฟล่ะ.."แบทยิ้มเยาะ..

เพลินตาดูหงุดหงิด..ไม่อยากจะต่อปากต่อคำอีก...

แต่ยูมิกลับมีประกายตาบางอย่าง..

"..แบท..เมื่อกี้แกว่ายังไงนะ.."

"..อะไร..ก็ให้เพลินจับคู่กับน้องมิ้มเค้านี่ไง..จะได้ครบคู่..หรือยูมิจะไปเอามิ้มล่ะ..แบทไม่ยอมนะ..ยูมิเป็นของแบทคนเดียวเข้าใจไหม.."

"..พอแล้วแก.."ยูมิผลักหน้าแบทยิ้ม ๆ .. "..แกนี่ทำไมต้องจับคู่ให้เขาด้วยวะ.."

แบททำหน้าหงิก ๆ ..แต่ยูมิหัวเราะ..หันมาทางนิ่ม..

"..พอมีทางรอดแล้วล่ะนิ่ม..แต่ยังไง..ต้องอาศัยนิ่มนะ.."

"..แกจะให้ฉันทำอะไรวะยูมิ.."นิ่มถาม...

"..ติดต่อพ่อของแกไง.."

"..บ้า..ฉันไม่ยอมเอาตัวรอดคนเดียวหรอก.."นิ่มยืนกราน..ตามีความมุ่งมั่นแน่วแน่.. "..ฉันไม่มีวันทิ้งเพื่อนกับแฟนหรอกนะ..ต่อให้เป็นน้องมิ้มที่เราเพิ่งเจอกัน..แต่ในเมื่อร่วมหัวจมท้ายกันแล้ว..ก็ไม่มีทางทิ้งหรอก.."

มิ้มร้องออกมาดัง ๆ ..

"..โห..พี่คะ..เอาใจไปเลยค่ะ..นี่ถ้ามิ้มโตหน่อยนะ..มิ้มจะจีบพี่จริง ๆ นะคะเนี่ย..พี่โคตรใจเลย.."

แคทกอดนิ่มไว้..เหล่มองมิ้ม..บอกทางสายตาว่า..คนนี้ของกู..ห้ามยุ่งแม้แต่จะล้อเล่น...

มิ้มดูจะจ๋อย ๆ กับสายตาแคทไปชั่วขณะ..

ยูมิยิ้ม..

"..แค่นิ่มบอกพ่อเธอว่า..ฉันมีคลิปวิดีโอ..ซึ่งหากมันแพร่ออกไป..ความลับของรัฐบาลที่เกี่ยวกับสถานการณ์เลวร้ายนี้..จะถูกเปิดเผยไปทั่วโลก..คิดว่า..พวกเขาจะยอมคุยแลกเปลี่ยนกับความปลอดภัยของเราไหม.."

ยูมิหัวเราะ..ยกโน้ตบุ๊คขึ้น..พูดอีกว่า

"..ฉันส่งไฟล์คลิปวิดีโอไปให้พี่ชาติแล้ว..และสำรองไว้ที่คลาวด์สตรอเรจอีกด้วย..น่าจะพอต่อรองกับพวกเขาได้นะ.."ยูมิสบตาแบท.. " ไอเดียมาจากแกนั่นแหละ..เมื่อกี้แกแหย่เพลินตาเรื่องแลกมิ้มกับเซฟ...คำว่าแลกนี่แหละที่ทำให้ฉันคิดแผนได้.."

แบทดูจะเหวอ ๆ งงกับความบังเอิญของตัวเองที่ช่วยออกไอเดียโดยไม่ตั้งใจ

"..ว่าแต่คลิปอะไรของแกวะยูมิ.."แคทถาม..

"..เรื่องมันยาว.ไว้ค่อยเล่า.."ยูมิเปิดโน้ตบุ๊ค.."..ว้า..ถ้ามีที่เสียบแบตก็ดี..ใกล้หมดแล้ว.."ยูมิมองไปทางอาคารบ้านเรือนรอบ ๆ ...

"..เราไปหาทางพักในอาคารเหล่านี้ก่อน..งัดกุญแจก็ต้องยอม..ขอเวลาฉันสักนิด..ตัดต่อคลิปวิดีโอตัวอย่างสั้น ๆ ..นิ่ม..แกส่งไฟล์คลิปที่ฉันตัดต่อไปให้พ่อแกดูก่อน..เชื่อเถอะ..เขาต้องยอมคุยต่อรองกับพวกเราแน่..เราขอแค่รอดไปจากที่นี่ได้แค่นั้น.."

"..โห..ยูมิ..แกนี่มัน.."แคทอุทานอย่างทึ่ง ๆ ...

มิ้มอดถามไม่ได้..

"..พี่จะไม่เก็บคลิปเด็ดพวกนี้..แล้วเปิดโปงรัฐบาลแบบในหนังหลาย ๆ เรื่องที่มิ้มเคยดูหรือคะ.."

เพลินตาแค่นเสียง..

"..นี่น้อง..นั่นมันในหนังนะ..แต่ความเป็นจริงอีกแบบนึง..เราคงไม่ต้องการจะทำอะไรใครหรอกใช่ไหม..เราขอแค่รอดก็พอแล้ว.."

ยูมิหัวเราะ..

"..ถูกของเพลินตานะ..เรื่องบ้า ๆ พวกนี้..คนตัวเล็ก ๆ อย่างเราคงไม่มีปัญญาจะทำอะไรได้หรอก..."

ยูมิพับจอโน้ตบุ๊ค...ยัดโน้ตบุ๊คใส่เป้..สะพายและกอดแบทไว้..

"..เราขอแค่เอาตัวรอดให้ได้ก็พอ..สำหรับฉันนะ..ขอแค่นอนจิบเบียร์..ฟังมุกปีนักษัตรของแบทไปเรื่อย ๆ ..แล้วก็เห็นแคทกับนิ่มสวีทกัน..ฉันก็พอใจแล้ว.."

ยูมิหันมาทางแบท..ยิ้มให้..

"..รับแกเป็นแฟนวันแรก..ก็เจอเรื่องราวอะไรกันขนาดนี้..ฉันควรจะดีใจหรือเสียใจดีวะเนี่ย.."

แบทมองหน้ายูมิ..ยิ้มบาง ๆ ...ซุกหน้ากับอกของคนที่โอบกอดอยู่..

"..ยูมิ..สิ่งที่ยูมิทำมาทั้งหมด..ทำให้แบทดีใจนะ..ดีใจที่รักยูมิ..เลือกรักคนไม่ผิดจริง ๆ ..”

……

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น