หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เนื่องจากตอนนี้ทางหอหมื่นอักษรได้แปลนิยายเรื่อง ‘สำนักแพทย์อันดับหนึ่ง’ ทันต้นฉบับภาษาจีนแล้ว ทางเราจึงขอแจ้งให้ทราบว่านิยายเรื่องนี้จะหยุดการอัพเดทตอนใหม่ ‘ชั่วคราว’ และจะอัพเดทอีกครั้งเมื่อต้นฉบับจากทางจีนมีเพียงพอแล้วเจ้าค่ะ

ตอน ๕๒ จะอยู่หรือไป!

ชื่อตอน : ตอน ๕๒ จะอยู่หรือไป!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2560 16:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ๕๒ จะอยู่หรือไป!
แบบอักษร

หลิวเซียนหมิงชะงักงัน จ้องมองเถี่ยสง ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย แต่แล้วก็ไม่ได้ตอกกลับเขาซึ่งหน้า เพียงพูดจานุ่มนวลขึ้น เพื่อให้บรรยากาศอ่อนโยนลง

“ความจริงแล้วศิษย์น้องเฉินไม่ได้ต้องการสังหารหมิงอ๋อง เมื่อครู่เขาวู่วามเกินไป แต่ศิษย์น้อง เจ้าลองคิดดู พวกเราอยู่ที่นี่ได้เจ็ดวันแล้ว ตอนนี้ราชสำนักส่งทหารเป็นจำนวนมากออกไล่ล่าแกะรอยพวกเราอย่างหนัก แม้พวกเราแสร้งทำเป็นโจมตีแล้วหนีล่อทหารเข้าไปในจินไห่ แต่แน่ใจหรือว่าจะไม่ผิดพลาด? สองวันมานี้ในเขต

เป่ยเหอมีทหารเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากไม่ใช่คำพูดสุดท้ายของหมิงอ๋องนั่น ป่านนี้เจ้าคงถูกออกหมายจับ มีรูปแปะไปทั่วเมืองแล้ว พวกเราจึงไม่สามารถพักอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป มิฉะนั้นไม่ช้าก็เร็วต้องถูกตามรอยเจอจนได้ หมิงอ๋องขาดก็แต่ไม่ได้กลืนลมหายใจเฮือกสุดท้ายลงไป ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าแม้เทพเซียนลงมาจัดยาให้ก็ยังรอดยาก ส่วนเจ้าทั้งประเทศเขารู้กันหมดแล้วว่าเจ้าพาหมิงอ๋องหนี หากถูกจับได้ อาการของหมิงอ๋องถูกเปิดเผยออกไป เจ้าจะยังรักษาชีวิตได้อยู่หรือ? ไม่เพียงเจ้าตาย พวกเราพี่น้องก็ต้องตาย รวมทั้งหนิงเอ๋อร์ก็ต้องตายเหมือนกัน ดังนั้นพวกเราไม่ได้ต้องการสังหารหมิงอ๋อง แต่ไม่สามารถรอได้อีก ต้องรีบหนีไปให้เร็วที่สุด”

เถี่ยสงระบายลมหายใจออกยาวๆ เขารู้ว่าสิ่งที่พี่น้องพูดเป็นความจริง ก่อนหน้านี้เล็กน้อย ทุกคนต่างปรึกษากันเรื่องจะไปหรือไม่ไป เพราะตอนนี้หมิงอ๋องเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้าย จะไปต่อได้อย่างไร?

เถี่ยสงไม่มีทางเลือก เขาทำไม่ได้หากจะทิ้งหมิงอ๋องไปอย่างไม่ใยดี ดังนั้นเขาจึงให้ทุกคนหนีไปก่อน เหลือเขาไว้เพียงคนเดียว แต่ใครเล่าจะสามารถทิ้งเขาไว้เพียงลำพังได้ เมื่อถกเถียงกันอีกครั้ง เฉินจื้อฉีจึงบันดาลโทสะ ทำทีเงื้อดาบจะไปฟันหมิงอ๋อง เพื่อหยุดความคิดโง่ๆ ของเถี่ยสง

ซึ่งเถี่ยสงย่อมไม่รู้เรื่องนี้ เขาคิดแต่จะหยุดยั้งเฉินจื้อฉี ทำให้ต่อสู้กันขึ้นมา ซึ่งเถี่ยสงลงมือหนักไปหน่อย เขาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนี้ แต่ก็ทำให้เข้าใจแล้วว่า หากไม่แสดงท่าทีสุดๆ ให้เห็น พวกเขาก็ยังคงคิดลงมือกับหมิงอ๋องอยู่ ตั้งแต่รู้เรื่องเคราะห์กรรมในครั้งนี้ของหนิงเอ๋อร์ นอกจากตนเองแล้ว เหล่าพี่น้องก็โกรธจัดจนยากสงบลงได้ จึงไม่มีใครอยากยุ่งกับหมิงอ๋อง

“ข้ารู้ว่าพี่น้องทั้งหลายล้วนดีกับข้า แต่ศิษย์พี่ ใช่ว่าข้าไม่รักดี พวกท่านไม่ได้เห็นกับตาว่าสองปีมานี้

หนิงเอ๋อร์อยู่ในจวนหมิงอ๋องแล้วได้รับการดูแลดีอย่างไร ตอนนั้นที่พวกเราเดินทางออกจากบ้านเกิด หนิงเอ๋อร์ยังเด็กนัก ตามพวกเรามาตกทุกข์ได้ยาก แต่เป็นหมิงอ๋องที่ให้ความมั่นคงแก่ชีวิตหนิงเอ๋อร์ ข้าไม่สามารถเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ทิ้งเขาไปเช่นนี้โดยไม่ดูไม่แล หากเป็นเช่นนี้ข้าก็ไม่มีหน้าไปพบหนิงเอ๋อร์และไม่มีทางให้อภัยตัวเอง”

เถี่ยสงทอดสายตามองกองไฟอีกครั้ง อารมณ์ค่อยๆ สงบนิ่งลง

เขาเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าที่เคร่งเครียดของศิษย์พี่ หายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดต่อ

“ศิษย์พี่ พวกท่านไปเถิด ช่วยข้าพาหนิงเอ๋อร์ไปด้วย ทรัพย์สินที่นำมาจากจวนหมิงอ๋องก็จัดการเรียบร้อยแล้ว พวกท่านไปที่หมิงจู ที่นั่นมีกองกำลังหลายชาติปะปนกันอยู่ ราชสำนักจึงไม่มีอิทธิพลมากนัก คิดว่าลำพังความสามารถของทุกๆ ท่านก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสงบ”

ศิษย์พี่ใหญ่ได้ยินเข้า ก็ลุกขึ้นยืนหน้าเข้ม ดุเสียงดัง  

“ศิษย์น้อง!”

เถี่ยสงกลับยกมือขึ้นห้าม ก่อนพูดต่อ

“ศิษย์พี่ ข้าได้ตัดสินใจอย่างชัดเจนแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไร หากองค์ชายหกยังมีลมหายใจ ข้าไม่สามารถทิ้งเขาได้ลงคอจริงๆ การเฝ้าอยู่ที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้คนมาก หากเกิดเรื่องสุดวิสัยขึ้นจริง ถึงเรามีคนมากกว่านี้ ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของราชสำนักอยู่ดี ต้องพลีชีพสถานเดียว จมกันทั้งลำเรือ ไม่มีประโยชน์ที่จะทำแบบนี้ อีกอย่างคนมากเบาะแสก็มากตาม ข้าอยู่ที่นี่คนเดียว กลับปลอดภัยกว่า”

“จะไปก็ต้องไปด้วยกัน พวกเราเหตุใตจะทิ้งเจ้าไว้คนเดียวได้?” ศิษย์พี่ใหญ่สีหน้าจริงจัง พูดต่อ

“ศิษย์น้อง พี่น้องทั้งหลายไม่มีใครกลัวตายแม้แต่คนเดียว ที่คิดสังหารหมิงอ๋อง ใช่ว่าต้องการปลดเปลื้องภาระ แต่เห็นว่าอย่างไรเสียเขาก็ต้องตาย พวกเราไฉนยอมให้คนที่ต้องตายคนหนึ่งลากเจ้าลงไปตายด้วย? เจ้ายังมีความแค้นของตระกูลที่ยังไม่ชำระ เหตุใดจึงยอมให้ศัตรูหรือเชื้อพระวงศ์เพียงคนเดียวมาคร่าเอาชีวิตเจ้าไป?”

“ศิษย์พี่ ข้ารู้ดี ก็เพราะเหตุนี้พวกท่านจึงต้องไป วันนี้หากพวกท่านไม่ไป จะช้าเร็วพวกท่านก็ต้องหาโอกาสลงมือกับหมิงอ๋องจนได้ แต่ศิษย์พี่ หากไม่พูดเรื่องบุญคุณความแค้น และหากวันหนึ่งคนพวกนั้นมาใส่ความข้า บอกว่าข้าเป็นคนทรยศ ต่อให้ข้าถูกทหารล้อมสังหาร ข้าก็จะไม่อธิบายสักคำ ในเมื่อช่วงท้ายของชีวิต องค์ชายหกเลือกที่จะเชื่อใจข้า พี่น้อง พวกท่านว่าข้าจะไม่นำพาได้อย่างไร? วันนี้ข้าทำศิษย์น้องเฉินบาดเจ็บ ข้าเองก็รู้สึกผิด...พวกท่านไปเถิด อย่างที่ท่านพูด องค์ชายหกไม่รู้จะยืนหยัดได้อีกนานเท่าไร หากลมหายใจเฮือกสุดท้ายหมดลง บุญคุณความแค้นก็ถือว่าหมดสิ้น ข้าก็สงบใจลงได้ หากข้าปลอดภัย ก็จะไปหาพวกท่านที่หมิงจู แต่หากเกิดเรื่องขึ้นกับข้า ขอให้พวกท่านช่วยดูแลหนิงเอ๋อร์ด้วย เท่านี้ข้าก็วางใจแล้ว”


ฟ้ายังไม่สาง

บ้านน้อยหลังนี้กลับมีบรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ผู้ที่อยู่ในบ้านต่างแสดงออกถึงความโศกเศร้า ความโกรธ การเย้ยหยัน การเสียดสี ด่าทอ... แลกเปลี่ยนสารพัดอารมณ์ซึ่งกันและกัน แล้วจึงค่อยๆ เงียบเสียงลง

ในที่สุด ก่อนฟ้าสาง พี่น้องทั้งหลายต่างตัดสินใจจัดสัมภาระด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ

บรรยากาศเงียบงัน

เฉินจื้อฉีจ้องมองเถี่ยสงซึ่งยืนอยู่กลางลานบ้านเพียงลำพัง สุดท้ายตบหน้าตนเองไปหนึ่งฉาด เหลือไว้เพียงคราบน้ำตา หันกายวิ่งออกไป คงไว้เพียงคำพูดเดียว

“ศิษย์พี่ ท่านวางใจ เพียงข้ามีชีวิตอยู่ ต้องดูแลหนิงเอ๋อร์ให้ถึงที่สุด!”

ความจริงแล้ว พวกเขาต่างก็เป็นผู้กล้า ไม่มีใครกลัวตาย แต่หากต้องติดอยู่กับบุญคุณความแค้นนี้ต่อไป ก็

จะทำอะไรไม่ได้

ไม่มีใครอยากทิ้งเถี่ยสงไว้เพียงลำพังและจากไปเช่นนี้ แต่ก็เป็นอย่างที่เถี่ยสงพูด ทุกคนต่างรู้ดี หากวันนี้ไม่ไป อาจเป็นเย็นนี้ คืนนี้ หรือวันพรุ่งนี้ เพียงหมิงอ๋องยังไม่หมดลมหายใจ ก็ต้องมีพี่น้องที่อดรนทนไม่ไหวลงมือสังหารหมิงอ๋องอีก และเมื่อถึงตอนนั้น ความเป็นพี่น้องก็ต้องขาดสะบั้นลงไปจริงๆ ซึ่งต่างคนต่างก็เป็นชาวยุทธ์ ต่างตระหนักถึงคุณธรรมน้ำมิตร ชีวิตไม่เสียดาย แต่ทำอะไรต้องแหงนหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน

เถี่ยสงหันกายกลับเข้าบ้านอย่างเงียบๆ ก้าวเบาๆ เข้าไปในห้องๆ หนึ่ง ตะเกียงน้ำมันบนหัวเตียง ให้แสงสลัวๆ เถี่ยสงเดินเข้ามาใกล้ มองดูผู้ที่นอนอยู่บนเตียงไม่เคลื่อนไหว มองร่างที่มีลมหายใจรวยริน

เขานั่งลงเบาๆ เห็นใบหน้าของหมิงอ๋องซีดขาว จึงยื่นมือไปจับชีพจรดู พบว่าชีพจรยังคงอ่อนแรงจนเกือบหาไม่พบ พลังชีพเบาบางยิ่ง ไม่รู้ทำไม ในหัวของเขาพลันปรากฏภาพของวันนั้น ร่างที่สูงเพรียวของหมิงอ๋องพลิ้วกายขึ้นจัดการสังหารศัตรูอย่างสง่างาม บอกตามตรง ฝีมือสะท้านสะเทือนไปทั่วฟ้าดินที่หมิงอ๋องสำแดงให้เห็นในวันนั้น ผู้ที่ตกใจมากที่สุดอย่างแท้จริงก็คือเขา

สองปีมานี้ เขาติดตามหมิงอ๋องอยู่ข้างกาย นับได้ว่าเป็นคนสนิทที่สุด เขารู้ว่าหมิงอ๋องมีนิสัยยโสโอหัง แต่โดยพื้นฐานแล้วไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ล่ำลือกัน เพียงแต่ทำอะไรใจร้อนวู่วามไปหน่อย อย่างไรก็ตาม หมิงอ๋องไม่เคยมีลักษณะอย่างที่แสดงออกให้เห็นในปัจจุบันเลย ยังไม่รวมถึงบุคลิกที่แข็งแกร่ง กล้าหาญ ไม่หวาดกลัวศัตรูในวันนั้นด้วย...

สักพัก เถี่ยสงค่อยสะบัดศีรษะเล็กน้อย จ้องมองหมิงอ๋อง ก็รู้สึกตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อคิดถึงหน้าที่รับผิดชอบของตน มาจนถึงตอนนี้ เขาเข้าใจแล้วว่าวันนั้นที่หมิงอ๋องเตรียมการอะไรมากมาย หมายถึงอะไร แต่ทำอย่างไรได้ คนทำนาย ไม่สู้ฟ้าดินกำหนด!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น