สูญองศา

ยินดีต้อนรับสู่นิยายอีโรติด ตลก โปกฮา ติดตามกันเยอะๆน๊าาาา อัฟตามใจคนแต่ง จะมีอีบุคด้วยจร้าา

บทที่ 1 จะไม่รับของจากคนแปลกหน้า 50%

ชื่อตอน : บทที่ 1 จะไม่รับของจากคนแปลกหน้า 50%

คำค้น : บันไดมาร นิยายอีโรติค หวานแหวว สวยงาม

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ต.ค. 2560 09:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 จะไม่รับของจากคนแปลกหน้า 50%
แบบอักษร

บทที่ 1

เอกสารในเครื่องดังฉีดฉาด หญิงสาวพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ แววตาเหม่อลอยมองไปนอกกระจกกั้น ท้องถนนยังมีรถวิ่งไปมาราวฝูงมด ชั้นยี่สิบเอ็ดที่เธอทำงานอยู่ช่างวิวดีเหลือเกิน เธอเผลอชื่นชมมันเมื่อสามเดือนก่อนตอนเข้ามาทำงานใหม่ๆ

ตึกเก้าสิบชั้นใจกลางเมืองแบ่งชั้นที่หนึ่งถึงสิบเป็นโรงแรมและสถานที่จัดประชุม นอกนั้นเป็นออฟฟิสให้เช่าและอื่นๆที่ไม่รู้ว่าจะสนใจมากไปทำไม ได้ยินว่าเจ้าของเป็นคนต่างชาติที่เธอไม่เคยเห็นหน้า ก็นะคนเราจำเป็นต้องรู้เรื่องคนอื่นขนาดนั้นเชียวหรือ อ้อได้ยินว่าหล่อขาดใจอยู่เหมือนกัน แต่ช่างเขาเถอะ


“เหนื่อยนิดๆ” เธอปลอบใจตัวเอง


มันตราสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม แววตาที่เป็นประกายหายไปเหลือเพียงสาวสวยสวมแว่นหนา ฟอร์มเสื้อสูทสีเรียบสภาพเหมือนป้าแก่ๆมากกว่าอายุที่พึ่งย่างยี่สิบสี่ เธอโชคดีที่ได้งานบริษัทยักใหญ่ด้านไอทีมันเป็นทั้งความฝัน ความหวัง ตามมาด้วยเงินเดือนที่น่าพอใจ ทุกอย่างจำต้องแลกเช่นเดิมไม่มีอะไรฟรี ทว่าหาใช่สาเหตุของอาการที่เธอเป็นอยู่


“เมื่อไหร่จะผ่านไปนะ” เสียงอ้อแอ้สัปหงก


หญิงสาวผละจากเครื่องถ่ายเอกสารปล่อยให้มันทำงานเองอัตโนมัติ กระดาษซีล็อกยังไหลออกมาเรื่อยๆ ชักไม่ไหวแล้วสิ ความง่วงไม่เข้าใครออกใครพนักงานออฟฟิสอย่างเธอต้องพยายามทำงานเพื่อให้ผ่านโปรซึ่งหัวหน้าจะประเมินในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอฝืนลืมตาที่แทบปิดหนึบติดขนตาชั้นล่าง


กาแฟในแก้วกระดาษกลิ่นหอม เธอกลับมายืนหน้าเครื่องถ่ายเอกสารเช่นเดิม หญิงสาวปัดเป่าควันกรุ่นแล้วค่อยๆจิบ เอกสารถูกจัดเป็นชุดแจกจ่ายให้หลายฝ่ายเธอกลับมายังโต๊ะทำงานที่มีแคตตัสต้นเล็กวางอยู่ หยิบขนมซองสีเขียวเข้มตัดเปิดด้วยกรรไกรฉับๆ


“ขนมค่ะพี่” มีเสียงชักชวน พร้อมแจกจ่ายให้ทุกคน ได้รับรอยยิ้มจากเพื่อนร่วมงานประปราย เมื่อคาเฟอีนหลังเข้ากระแสเลือดตาเริ่มสว่างพร้อมทำงาน


 หน้าจอสีฟ้าพร้อมส่องแสง เธอฟุบลงไปกับโต๊ะแทบตีอกชกหัวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในงานเลี้ยงบริษัทเมื่อสองวันก่อน คำถามผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ‘เขาเป็นใครกัน’


ค่ำคืนแห่งการเลี้ยงฉลอง การกระทบยอดกำไรของบริษัทดีกว่าปีที่ผ่านมาเป็นเท่าตัว ความดีงามอยู่ที่โบนัสอันแจกจ่ายให้พนักงานแต่ละคน มันตราเดินเข้าไปในงาน เอาความจริงคือเธอกะเข้ามาพอเป็นพิธีแล้วกลับบ้านให้เร็วที่สุด


ห้องจัดเลี้ยงโอ่โถง อาหารและเครื่องดื่มถูกจัดมาเต็มที่ตามงบประมาณไม่อั้น เธอทานไปนิดเดียวเพราะปกติทานน้อยอยู่แล้วช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเยอะเป็นพิเศษ ทั้งน้องชายที่สอบเข้าคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยขึ้นชื่อ ช่างน่ายินดีทว่าจะเอาเงินที่ไหนส่งเรียน เธอคิดจนหัวแทบระเบิด เสียงเพลงภายในงานรบกวนความสงบของสมองเสียเหลือเกิน หญิงสาวเดินหลบม่านหนามายังระเบียง พ่นลมหายใจหนักหน่วง


“งานไม่สนุกหรือครับ” เสียงทุ้มดังจากมุมมืด


“สนุกคะ” เธอหันไปตอบ ทั้งที่ไม่รู้ว่าใคร ให้เดาคงเป็นคนในบริษัท ระเบียงนี้มืดเกินไป กระนั้นจมูกของเขายังคมจนมองผ่านแสงจันทร์กระจ่าง


“แล้วทำไมมาอยู่ตรงนี้ละครับ”


“แค่อยากออกมาสูดอากาศค่ะ”


“ลองไหมครับคลายเครียด” เขาชูเครื่องดื่มในแก้วทรงสวยให้เธอบ้าง มือบางรับแก้วจากเขามา พึ่งสังเกตว่าตรงนี้มีที่นั่งอยู่ หญิงสาวกระดกสิ่งที่บุคคลปริศนายื่นให้รวดเดียวหมด


“ขออีกสิคุณ” เป็นเธอที่ร้องขอ


“เคียร์หรือไวท์ดีครับ” เขาถามต่อ


“อะไรก็ได้” เธอเพ่งมองบุรุษผู้นั้น เขาสวมสูทหรูหรา แต่ “คุณเป็นบริกรหรือ”


“หึๆ ครับ” เขาตอบพร้อมยื่นแก้วให้เธออีก สาวเจ้าก็กระดกพรึบครั้งเดียวหมด “อีกไหมครับ”


“พอแล้วเดี๋ยวกลับบ้านไม่ได้” เธอกะลุกขึ้นคงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำให้เซปะทะกับร่างหนา เอียงคอเล็กน้อยรู้สึกร้อนและมึนนิดหน่อย ปรือตามองคนคนช่วยงงงาย ทว่ายังไม่เห็นหน้า รู้ได้เพียงจมูกคมสน เขาวางขวดในมือลงพยุงร่างเธอไว้ทั้งสองแขน


ฉับพลันอีกฝ่ายทาบทับริมฝีปากลงมายังใบหน้านวล บดเบียดกลืนกินจนมันตราสมองพร่า หญิงสาวรู้สึกถึงความอุ่นชื้นที่เข้าครอบครอง ขมเม้มไปตามริมฝีปากบางราวกระหายหิว เธอดันลิ้นร้อนที่กำลังควานไล่ล่าช้อนชิมลิ้นเธอให้ออกไป นอกจากจะทำไม่สำเร็จเธอยังถูกเขาหยอกเย้าจนหอบหายใจ 

อกสาวกระเพื่อมไหวเมื่อเข้ารุกหนักขึ้นเธอรู้สึกถึงความเย็นชืดแผ่เข้ามาด้านหลังเมื่อเขาดันเธอเข้าหากำแพง หญิงสาวพยายามขัดขืนทุบตีเพียงสองสามที ก่อนจะถูกรวบด้วยมือเพียงข้างเดียวของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะทางใดเขาก็เป็นต่อ


 ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้าหาเธออีกครั้ง ริมฝีปากหนาดูดดื่มยิ่งกว่าเมื่อครู คราวนี้ไม่รู้สึกถึงความปรานีเลยสักนิด ลำแขนแกร่งไม่ยอมให้เธอขยับ ช่วงล่างตรึงไว้ด้วยเข่าที่แทรกเข้าตรงกลาง จากนั้นจึงยกขึ้นสัมผัสความอ่อนนุ่ม เท้าคนตัวเล็กถึงกับเขย่ง มันตราดิ้นขลุกเมื่อรับรู้ถึงการถูไถเข่าเข้าจุดอ่อนไหว มือสากเคลื่อนสอดเข้าภายในสาบเสื้อ ไล้ลูบเกลี่ยผิวเนียนหยอกเย้า


“อะ อย่า” เธอมีโอกาสพูดเพียงแค่นั้นเมื่อเขาผละออก หญิงสาวเผลอสบตาอีกฝ่ายภายใต้ความสลัว 

เพียงแว๊บเดียว 

เมื่อฉกฉวยริมฝีปากไปอีก อวัยวะรับรสถูกกระตุกน้อยๆ เมื่อเขาเพิ่มแรงเสียดสีเข่าตรงจุดอ่อนไหวเร็วขึ้นความอุ่นชื้นซึมผ่านกางเกงสแล็ค เร้าอารมณ์ยิ่ง


“ต้องหนักแน่นกว่านี้” คนแปลกหน้าหายใจไม่ทั่วท้อง สอดมือเข้าครองความชูชันภายใต้ชั้นใน สูทเธอตอนนี้ถูกถลกเลยบั้นเอวขึ้นไปแล้ว เขาขบเม้มริมฝีปากบาง เลื่อนลงมาถึงซอกคอขาวลออ ปลดกระดุมเสื้อเปิดเผยไหลเนียน หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นซ่านสยิวในช่องท้อง จิตสำนึกเตลิดไปไกลเกินควบคุม


“ยะ อย่า ทำอีก” เสียงเธอขาดห้วงเมื่อเขาบดเบียดริมฝีปากไปตามช่วงไหล่ เหมือนโดนไฟดูด สมองเธอพร่า หน่วยประมวลผลแทบไม่ทำงาน


“สรุปจะอย่า หรือ ให้ทำอีก” รอยยิ้มผุดขึ้นใต้แสงจันทร์ มองใบหน้าอีกฝ่ายที่ตอนนี้ไฟปรารถนาลุกโชนแผดเผาหลอมละลาย เขาก็เช่นกัน


“อ๊ะ ฉะ ฉัน” เธอไม่มีแรงทักท้วงเมื่อเขาก้มลงเปิดกระดุมเสื้อมากขึ้นและขมเม้มเนินออกอิ่ม หยอกเย้าปลายยอดด้วยการครูดฟันร้ายกาจดื่มด่ำความอวบตึง ช่วงล่างกระสั่นยากแกการควบคุม เธอยังได้ยินเสียงเพลงภายในงานท่วงทำนองหนักหน่วงเร่งเร้า ส่วนเธอเหมือนโดนแผดเผา มือหนาบีบสะโพกกลมกลึงเป็นจังหวะ


“ผมชื่อเอริค จำเอาไว้” กระซิบซุ่มเสียงแตกพร่า  ลมหายใจขาดห้วงหนักข้อขึ้น


เธอจะไม่รับของจากคนแปลกหน้าอีกแล้ว



​ถ้าชอบคอมเมนกดไลด์ค่า เป็นกำลังใจให้กัน

ความคิดเห็น