ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 12 นิทานก่อนนอน

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 นิทานก่อนนอน

คำค้น : ปีศาจ,อิโรติก,โรแมนติก แฟนตาซี,ลีลาวดี ยามค่ำ,ซีเมล,มุจลินท์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2560 17:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 นิทานก่อนนอน
แบบอักษร

"ฉันอยากรู้ทุกเรื่อง...เกี่ยวกับคุณ"

"งั้นขึ้นเตียง"

"หา! ไม่ ว้าย!" 

หญิงสาวหวีดร้องเมื่อถูกอุ้มลอยหวือขึ้นแนบอกด้วยความรวดเร็ว เธอรีบเกี่ยวลำคอหนาอย่างกลัวตก ซีเมลจึงยิ้มกริ่มอย่างหายงอนเป็นปริดทิ้ง แค่เธอให้ความสำคัญเขาก็ดีใจแล้ว 

"ข้าไม่ใจร้ายกับเจ้าขนาดนั้นหรอก เจ้าบอกว่าอยากรู้เรื่องของข้าในขณะที่ดวงตาของเจ้ามันแทบจะปิดอยู่แล้ว ข้าจะเล่านิทานก่อนนอนให้เจ้าฟังก่อนนอนเอง" 

ใบหน้านวลแดงปลั่งอย่างน่ามอง เล่านิทานให้ฟังก่อนนอนอย่างงั้นหรอ เธอยี่สิบแล้วนะ ไม่ใช่เด็กสองขวบ บ้าจริง ทำไมเธอต้องเขินด้วยเนี่ย 

ร่างแกร่งวางเธอลงบนเตียงหนานุ่มสีน้ำเงินเข้ม ห่มผ้าให้ก่อนซุกตัวเองเข้ามาในผ้าห่มผืนเดียวกันแล้วโอบกอดรั้งร่างเธอมาแนบอก แผ่นหลังของเธอรับรู้ถึงไออุ่นของร่างหนาและถ้าเธอหูไม่ฝาดหรือคิดไปเองเธอได้ยินเสียงเต้นของหัวใจบีทแรงที่ไม่แน่ใจว่าของเขาหรือของเธอกันแน่...หรืออาจทั้งสอง 

และทำไมแค่การนอนกอดแค่นี้เธอถึงได้รู้สึกตื่นเต้นกว่าการแนบเนื้อเปลือยเปล่ากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันด้วยลีลาเร่าร้อนนะ แปลกจริง 

มือหนาควานหามือเธอเจอก่อนสอดนิ้วหนาใหญ่ทั้งห้าประสานกับเธอ ยิ่งทำให้ใจเธอวาบหวาม...ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่เธอนอนกอดกับผู้ชายนอกจากพ่อที่เสียไปตั้งแต่เธอยังเล็ก 

"เอาล่ะ เจ้าถามข้าได้ อยากรู้เรื่องใดข้ายินดีบอกเจ้าทุกเรื่องไม่ปิดบัง" 

อยากรู้เรื่องอะไนหรอ... เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อนหรือเปล่า... หากเธอไม่ใช่คู่ชะตาเขาจะหายไปรึเปล่า... คิดยังไงกับเธอ... 

บ้าจริง ทำไมถึงมีแต่คำถามไร้สาระนะ เพราะเธอเอาแต่ชักช้าซีเมลจึงถามย้ำอีกครั้ง 

"ว่าไง เจ้าคิดได้รึยังว่าจะถามอะไรข้า หรือมีเรื่องที่อยากรู้มากมายจนเลือกไม่ถูก ไม่เป็นไร หากเจ้ามีเรื่องที่อยากรู้อีกมาก ข้ามีเวลาให้เจ้าถามได้ตลอดกาลนานเลยล่ะ" 

"หมายความว่ายังไงคะ...คุณมั่นใจได้ยังไงว่าฉันคือคู่ชะตาของคุณ ถ้าหาก...ฉันไม่ใช่ล่ะ" 

เขาวางคางบนไหล่เนียนแล้วฉวยหอมแก้มนุ่มไปหนึ่งที ก่อนรีบตอบก่อนจะถูกด่าว่าเป็นคนฉวยโอกาส 

"ข้ามั่นใจหัวใจของข้า ต่อให้เจ้าไม่ใช่คู่ชะตา แต่ถ้าใจข้าบอกว่าเป็นเจ้า นั่นก็คือเจ้า" 

คำพูดคล้ายคำสารภาพและแรงบีบเบา ๆ ที่มืออย่างเพิ่มน้ำหนักคำที่พูดส่งผลให้ใจที่เต้นแรงของเธอยิ่งกระหน่ำรัวขึ้นไปอีก  

"เอ่อ แล้ว คุณเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนจริง ๆ หรอคะ" 

เพราะกลัวว่าใจจะวายตายเธอจึงได้รีบเปลี่ยนเรื่อง 

เขามันตัวอันตรายต่อหัวใจของจริงเลยล่ะ 

"ก่อนหน้านี้ข้าทำเพียงคาสิโนและโรงแรมเท่านั้น...แต่เพราะเจ้าอยู่ที่นั่น ข้าถึงได้ซื้อมัน" 

ตึกตัก ตึกตัก 

ใจเย็น ๆ ใจเย็นไว้มุจลินท์ อย่าได้ใจไปเพียงเพราะเขาทำอะไรที่บ้าดีเดือดเพื่อเธอ โอ๊ย! มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ยิ่งปลอบใจตัวเอง ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นไปอีก 

ซีเมลยันตัวขึ้นพลิกให้เธอหันมาประจันหน้า 

"เจ้าป่วยหรือ ทำไมถึงหายใจแรงนัก ใจเจ้าเต้นแรงมาก ให้ข้าช่วยหรือไม่"  

เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง...ยังมีหน้ามาถามอีก เพราะใครล่ะ ให้ตายเถอะ ให้เขาจับกดเธอยังดีกว่าเขาทำตัวแบบนี้ เธอจะหัวใจวายตายอยู่แล้ว แต่ท่าทีเอาจริงของเขาก็ทำให้เธอต้องรีบปฏิเสธ 

"ฉันไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมันก็หาย เรามาคุยกันต่อเถอะค่ะ...ในเมื่อคุณเป็นปีศาจ ทำไมคุณถึงต้องทำธุรกิจพวกนี่ด้วยล่ะ หรือคุณต้องการเงิน" 

คำถามเธอช่างสิ้นคิดสิ้นดี อย่างเขาน่ะหรือจะต้องการเงิน เขาต้องการล่อสาว ๆ มากกว่าล่ะมั้ง 

ทว่าคำตอบของเขาอยู่เหนือความคาดหมายของเธอนัก

"ข้าเบื่อ...สิ่งเหล่านี่ก็แค่ของเล่นเท่านั้น...เจ้ารู้หรือไม่มุจลินท์ว่าการมีชีวิตที่ยาวนานมันโดดเดี่ยว น่าเบื่อ และทรมานขนาดไหน ก่อนมาเจอเจ้า ข้าเหมือนตัวคนเดียว เจ้าก็เห็นว่าไม่มีใครกล้าสบตาข้าเลยสักคน เพียงได้ยินชื่อข้า ไม่ว่าเทพ ปีศาจ หรืออสูรก็พากันก้มหน้า ไม่มีใครกล้าสนิทสนมกับข้าเลย...ไม่มี" 

ในใจของมุจลินท์อาบไล้ไปด้วยความสงสาร เขาเพียบพร้อม...นั่นคือสิ่งที่เธอคิดก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ แววตาโดดเดี่ยวและเจ็บปวดของเขาทำให้เธอต้องคิดใหม่ 

"พวกเขาแค่ไม่รู้จักคุณค่ะซีเมล หากพวกเขามองคุณดี ๆ พวกเขาก็จะรู้จักคุณ" 

"ข้าไม่ต้องการ แค่นี้ข้าก็มีความสุขแล้..." 

นิ้วชี้เรียวแตะริมฝีปากของคนปากแข็งเป็นเชิงหยุด 

"คุณทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะคะ ไม่มีใครอยู่ตามลำพังอย่างมีความสุขได้หรอก แค่คุณเปิดใจ" นิ้วที่แตะริมฝีปากของเขาเลื่อนลงมาจิ้มบนอกข้างซ้ายที่แน่นหนัดไปด้วยกล้ามเนื้องดงาม และยิ่งกว่านั้น ในนี้ยังมีก้อนเนื้อที่เต้นตุบ ๆ เป็นจังหวะ "คุณถึงจะมีความสุขจริง ๆ " 

ซีเมลนิ่งอึ้งก่อนรีบคว้าหมับมือบางที่กำลังจะลดลงด้วยความรวดเร็ว 

"คุณ!" 

ทันใดนั้นริมฝีปากของเธอก็ถูกครอบครองด้วยจูบที่หวานล้ำ จูบที่อ่อนหวานกว่าครั้งใดและทำให้ใจเธออ่อนไหวโดยง่าย มุจลินท์รับรู้ด้วยความรู้สึกว่าเขากำลังขอบคุณเธอ ปีศาจหนุ่มถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่งก่อนยิ้มด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักจนเธอต้องหลบตา 

"เจ้าก็สอนข้าสิ...สอนวิธีเข้าไปในโลกที่เจ้าอยู่ หากเป็นเจ้า ข้ายินดีทำตามทุกอย่าง" 

คำพูดของเขามันช่างหวานล้ำจนน่ากลัว...กลัวว่าใจจะถูกช่วงชิงโดยง่ายทั้งที่คอยแต่จะปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ความอ่อนไหวทุกที 


ซีเมลบอกทุกเรื่องที่ของเขาจริง ๆ ทั้งเรื่องที่เขาเป็นครึ่งเทพครึ่งปีศาจ และมีร่างแปลงสามร่าง ร่างมนุษย์ ร่างสุนัขจิ้งจอกสีขาว และร่างอีกาดำ นอกจากนั้น เขายังบอกความลับของพลังที่น่าเหลือเชื่อของเขากับเธอ นั่นคือ...พลังที่สามารถทำได้ทุกอย่าง...ทุกอย่าง แม้แต่ฝืนโชคชะตาแห่งความตาย และเพราะพลังของเขาที่ไม่เคยมีในเทพ ปีศาจหรืออสูรตนใด ทำให้มีจำนวนไม่น้อยเลยที่ต้องการกำจัดเขาและยึดครองพลังนี้ 

และอีกหนึ่งความลับของเขาที่เธอเชื่อว่าหากใครได้รับรู้ชีวิตเขาคงหาความสงบสุขได้ยากยิ่ง นั่นคือ สิ่งที่เขานิมิตขึ้น ไม่ใช่เป็นเพียงภาพลวงตา หากแต่สิ่งที่เขาสร้างขึ้น ต่อให้เขามลายหายไป มันก็จะยังคงอยู่ จนกว่าเขาหรือใครตะลำลาย มันจึงจะหายไป

พลังแบบนี้น่ะ หากเธอได้มาเธอคงรู้สึกไม่ต่างจากสิ่งของมีค่าที่มีแต่คนจ้องจะทำทุกวิถีทางให้ได้มา แค่คิดเธอก็ขนลุกแล้ว 

"คุณมีพลังแบบนั้นอยู่กับตัว ทำไมคุณไม่ใช้มันช่วยผู้คนล่ะคะ" 

ตอนนี้เธอตื่นเต้นไปกับเรื่องน่าเหลือเชื่อของเขาซะจนตาสว่างแล้ว ความง่วงปลิวไปกับสายลมของค่ำคืนไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหลังแกร่งบนหัวเตียงพร้อมกับลูบเรือนผมนุ่มสลวยก้มมองดวงตาสว่างไสวใต้แพขนตาหนายาวในแสงจันทร์ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา คิดเอาไว้ไม่ผิด ว่าหากบอกไป เจ้าหล่อนก็คงไม่สนใจร้องขออะไรจากเขา 

"ข้าทำแบบนั้นไม่ได้หรอก...ทุกสิ่งในโลกล่วนเชื่อมโยงกัน มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน การที่ข้าใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์ เพียงเพราะชะตาของข้ายังผูกติดกับบริวารบนโลกมนุษย์ หากวันใดที่โชคชะตาทำงานของมัน คนเหล่านั้นจะเข้ามาหาข้าเองเพื่อทำตามในสิ่งที่ชะตากำหนดจากบุญ แต่นั่น...ไม่ใช่กับเจ้า" 

"ฉัน?" 

หญิงสาวชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพร้อมเอียงศีรษะมองอีกฝ่าย 

"ใช่...เพราะมีเพียงเจ้าเท่านั้นที่เรียกข้าเข้าหา" เมื่อเห็นว่คิ้วสวยขมวดอย่างกำลังครุ่นคิดซีเมลจึงพูดต่อ "ในวันที่เจ้าตกจากหน้าผา ข้าเหมือนกับหัวใจหยุดเต้น เสียงของเจ้า กลิ่นของเจ้า และใจของเจ้า มันฉุดดึงให้ข้าไปที่นั้น ข้าเฉยชากับคู่ชะตามาก่อนมุจลินท์...แต่ตอนนี้ ข้าคิดว่ามันคือสิ่งวิเศษณ์ที่เติมเต็มช่องว่างที่ขาดหาย ข้าโชคดีที่มีคู่ชะตาเป็นเจ้า" 

และสุดท้าย เขาก็สามารถโยงทุกอย่างชักแม่น้ำทั้งสี่ห้าสายมารวมกันเพื่อปั้นเป็นคำพูดที่ทำให้ใจเธออ่อนระทวยได้ ปีศาจบ้า 

"คุณบอกว่าปีศาจจะมีร่างแปลงมากที่สุดแค่สองไม่ใช่หรอคะ ทำไมคุณถึงมีสามล่ะ"  

มุจลินท์รีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะหากเขายังพูดทำนองที่ทำให้เธอใจเต้นอยู่อีก ไม่วายเกิดเขามีอารมณ์ขึ้นมาละเธอจะแย่เอา แค่นี้เธอก็อ่อนปวกเปียกไปทั้งร่างแล้ว 

"อย่าได้พยายามเลยสาวน้อย หากข้าอยากจะขย้ำเจ้า ข้าทำได้ทุกทีทุกเวลา แต่ข้าไม่ทำร้ายเจ้าอย่างนั้นหรอก" 

มือที่ลูบผมเธอเลื่อนมาจับประคองใบหน้าเธอ ก่อนเลื่อนกลับไปลูบผมตามเดิม 

"นั้นอาจเป็นเพราะโชคชะตาเช่นเดียวกัน ลูกผสมจากเทพและปีศาจอย่างข้ามีไม่มาก และแม้พวกนั้นจะเกิดจากพ่อแม่ที่เป็นเทพและปีศาจ แต่พวกนั้นจะได้ความสามารถมาแค่ด้านใดด้านหนึ่ง ไม่จากพ่อ ก็จากแม่ แต่อาจเป็นเพราะพ่อข้าคือมหาเทพและแม่ข้าคือราชินีปีศาจก็อาจเป็นไปได้ ข้าไม่เคยคิดถึงเหตุผล ปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้ดีแล้ว หากอยู่บนโลกมนุษย์ ก็ไม่มีใครสนใจหรอกว่าข้าคือ ราฟาเอล ซีเมล เจ้ารู้หรือไม่แม้แต่ปีศาจยังเคยเดินชนข้าบนโลกมนุษย์เลย ทั้งที่เพียงได้ยินชื่อข้า พวกนั้นก็จะหายตัวหนี น่าขำสิ้นดี" 

เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขาหัวเราะอย่างมีความสุข นั่นทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่า...เขาไม่มีความสุขกับการเป็นราชาปีศาจหรือเปล่านะ 

"ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงกลัวคุณ...ทั้งที่คุณออกจะใจดี แม้บางทีจะโหดเถื่อนไปหน่อยก็เถอะ" หญิงสาววพึมพำพูดกับตัวเอง 

"เจ้าว่ายังไงนะ" 

"ฉันบอกว่า...คุณไม่ใช่คนเลว คุณไม่ใช่ปีศาจชั่วร้ายอย่างที่พวกนั้นกลัว แต่คุณมันแค่ปีศาจปากแข็ง ปากหนัก แล้วก็ปากร้ายมากก็เท่านั้น ที่จริงคุณเป็นปีศาจที่จิตใจดีมาก" 

คราวนี้เธอพูดดสียงดังฟังชัด แถมคำเหน็บแนมอย่างหมั่นไส้เคล้าแก้เขินลงไปเล็กน้อย 

"เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าจิตใจดี แล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไรถึงบังอาจมาว่าข้า...หรือเจ้าอยากโดนปากนี่จูบเจ้าทั้งตัวจนไม่ได้นอนทั้งคืน" 

เขาพูดอย่างขู่ๆ ซ้ำยังทำหน้าน่ากลัว แต่ทว่าแววตากลับวาววับ มุจลินท์เหลือบตามองเขานิ่ง ซักพักจึงได้ยกมือขึ้นโบกหย็อย ๆ ด้วยอากัปรกิริยาอย่างเกียจคร้าน 

"คุณอย่ามาทำท่าน่ากลัวแบบนั้นกับฉันนะคะ ถึงคุณจะพยายามทำให้ฉันกลัว ยังไงฉันก็ไม่กลัวหรอก เก็บมาดร้ายแบบนี้ไปใช้กับบริวารของคุณเถอะ" 

แต่ใครว่าเขาล้อเล่นกันล่ะ ร่างสูงพลิกคร่อมตัวเธออย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างในแสงจันทร์สลัว รอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเขาทำให้เธอชักหวั่น​

"คุณจะทำอะไรน่ะ!?"  

"ข้าก็จะจูบเจ้่าทั้งคืนยังไงล่ะ" 

"ห๊ะ!? อ๊าย!" 

เธอต้องย่นคอและไหล่เมื่อซีเมลฝังหน้าซึกจมูกคลออย่างกลั่นแกล้งบริเวรใกล้หู และเขาก็ทำอย่างที่พูดเอาไว้จริง ๆ 


ฉากนี้คุ้นๆ นะ (ก้ออยู่ตรงหน้าแรกของนิยายเลย 555)

​หลายคนอาจงงในตอนแรก อิฉากนี้มาได้ไง เกิดอะไรขึ้น มาจากความน่ารักของซีเมลเองจ้าาา

ความคิดเห็น