Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 ริมฝีปากของปิศาจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ริมฝีปากของปิศาจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2560 16:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ริมฝีปากของปิศาจ
แบบอักษร

ตอนที่****13

ริมฝีปากของปิศาจ

พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!

ตุ้บ! ผลัวะ!

“เฮ!!!”

เสียงเฮดังสนั่นราวกับเสียงเชียร์มวย ประกอบกับเสียงร่างกายของใครบางคนถูกปะทะ  สายตาจับจ้องไปยังร่างเล็กที่คุ้นเคย  เส้นผมสีแดงฉานที่มักจะมัดรวบไว้สยายคละหัวไหล่  นัยน์ตาปิดสนิททว่าร่างกายกลับถูกฝ่าเท้าของคนจำนวนมากเตะไปทางนั้นทีทางนี้ทีเหมือนลูกบอล

เสื้อนักศึกษาสีขาวโชกไปด้วยเลือด…

“ฝุ่น!!!”

“ไต้ฝุ่น!”

พรึ่บ!

ผมกางแขนกันทั้งสองคนที่ทำท่าจะวิ่งพรวดเข้าไป  อะไรกันนะ…ความรู้สึกเจ็บปวดและร้อนลุ่มข้างในหัวใจ  เหมือนกับ…มีอะไรกำลังจะระเบิดออกมา

“รออยู่ที่นี่”

“แต่ว่า…!”

“เทียร์  ดูแลหมอนี่ด้วย”

“อืม”

ร่างสูงอีกคนรับคำก่อนจะรั้งตัวจอมฟ้าเอาไว้  ผมเงยหน้ามองฟ้าที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินเต็มที่  ภายในซอยอันเป็นแหล่งรวมพวกอันธพาลเต็มไปด้วยสิ่งของที่น่ารังเกียจ  เส้นผมที่ปรกหน้าลงมาถูกเสยขึ้นก่อนที่ผมจะก้มลงเก็บหนังยางสีแดงที่ถูกอยู่บนพื้นมารัดหน้าม้าของตัวเองเอาไว้

สาวเท้าเข้าไปใกล้คนกลุ่มใหญ่ที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นงานคนๆเดียว  ความเร็วของฝีเท้าเริ่มต้นจากช้าๆก่อนจะเร็วขึ้นเมื่อเริ่มจุดที่ต้องการจะไปให้ถึงเข้ามาใกล้เพียงแค่เอื้อม!

หมับ!

จับข้อมือคนที่อยู่นอกวงล้อมสุดก่อนจะเหวี่ยงไปข้างหลัง  ทว่าแค่นั้นก็ทำให้ข้อมือของมันไม่สามารถใช้การได้ไปหลายเดือนจนกว่าจะไปเข้าเฝือกละนะ  ผมใช้วิธีนี้กับทุกคนที่ขวางทางอยู่คนแล้วคนเล่ากระทั่งพวกมันทั้งหมดเริ่มรับรู้ได้ถึงการมาของผม

วงล้อมแตกฮือออกจนเหลือแค่ผมอยู่ตรงกลาง  และตรงหน้าไม่ไกลคือร่างของไต้ฝุ่นนอนสลบแน่นิ่งอาบไปด้วยเลือด  เอาอีกแล้ว…  ทำไมทั้งตัวถึงอัดแน่นไปด้วยความร้อนแบบนี้  คล้ายกับจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ถูกปิดผนึกไปชั่วคราว  ร่างเล็กที่นอนหายใจรวยรินดวงตาบวมปูดกำลังสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้เกิดขึ้นใจ

“ปวด…”

ผมยกมือขึ้นจับที่หน้าอกข้างซ้าย  ยิ่งมองสภาพของไต้ฝุ่นตอนนี้ผมยิ่งปวดที่หัวใจจนแทบกระอักเลือด  ไม่ไหว…

ทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว…

“แกเป็นใครวะ!”

หมับ!

“อ๊ากกกกกก!”

เสียงร้องโหยหวนของใครไม่รู้ดังลั่น  แต่เพราะมันเดินตรงเข้ามาหาผม  มืออีกข้างที่ว่างอยู่เลยจัดการจับเข้าที่แขนของมันก่อนจะบิดไขว้หลังจนเกิดเสียงกระดูก 

“แก!”

หมับ! หมับ!

สองมือจับเข้าที่หัวของพวกมันที่พุ่งเข้ามาพร้อมกันสองคนก่อนจะกดลงไปจนอีกฝ่ายหน้าทิ่มพื้นอย่างแรงและไม่ไหวติงขึ้นมา

กร๊อบ…

ผมเดินเหยียบพวกมันผ่านไปอย่างไม่สนใจ  สิ่งที่สนใจมีแต่ผมจะต้องพาเจ้าลิงหัวแดงออกไปจากที่นี่ให้ได้

ถ้าหากผมมาเร็วกว่านี้…

เจ้านั่นคงไม่ตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชขนาดนั้น

“ละ…ลูกพี่  เอาไงดีครับ  ไอ้เวรนี่เป็นใครก็ไม่รู้  แต่ที่แน่ๆมันจัดการคนของเราไปหลายคนโดยที่ตัวแทบไม่กระดิกเลยนะครับ!”

“มันเป็นใครกันแน่  ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้…”

หมับ! หมับ!

“อ๊ากกกกกก”

“อ๊ากกกกกกก”

ไม่ว่าใครที่ดาหน้าเข้ามา  ผมจัดการบิดข้อมือพวกมันจนใช้การไม่ได้หรือไม่ก็จับกดลงกับพื้นจนน็อคสลบไป  อย่ามาขวางทางฉันจะดีกว่า…

“แก…แกเป็นใคร!”

ไม่ได้สนใจเสียงของคนที่ถาม  ทันทีที่เดินเข้ามาถึงตัวของไต้ฝุ่นผมก็แบกเขาขึ้นบนบ่าเหมือนทุกที  กลิ่นคาวเลือดคละคุ้งออกมาจากร่างเล็ก

“ขอโทษที่มาช้า”

“…”

การที่ไม่มีเสียงตอบกลับมายิ่งสร้างความปวดร้าวให้  ทำไมถึงได้ทรมานขนาดนี้  คนเจ็บก็เป็นหมอนี่แท้ๆไม่ใช่ผมสักหน่อย  แล้วทำไม…

ราวกับผมต่างหากที่กำลังจะตาย

“แกเป็นพวกของปิศาจหัวแดงเหรอ!”

“พวกเหรอ…  นั่นสิ  ฉันคงเป็นพวกพ้องของปิศาจหัวแดงล่ะมั้ง  แต่ว่า…ตำแหน่งของฉันคืออัศวิน  หน้าที่ของฉันไม่ใช่การจัดการพวกนายแต่เป็นการปกป้องหมอนี่ต่างหาก”

ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อสู้กับใคร  ไม่ได้มาเพื่อล้างแค้นคนที่ทำร้ายไต้ฝุ่น  ที่มา…ก็เพื่อปกป้องเท่านั้น  และถ้าใครบังอาจเข้ามาขวาง  ผมจะไม่มีวันละเว้น

“แต่มันทำร้ายคนอื่นตั้งมากมาย!  ปิศาจเลวๆแบบนี้แกจะมาปกป้องมันไปทำไม!!!”

“…”

ขาที่กำลังจะก้าวเดินต่อหยุดชะงัก  หันกลับไปมองคนพูดที่คงจะเป็นหัวหน้าแก๊งพร้อมตวัดสายตาน่ากลัวส่งไปให้

“ทำร้ายเหรอ?  ถึงหมอนี่จะลงมือทำร้ายคนอื่น  แต่มันก็เป็นการลุยเดี่ยวแบบลูกผู้ชายโดยไม่ใช้วิธีหมาหมู่”

“…”

“ซึ่งมันต่างจากสิ่งที่พวกนายทำ”

“…”

“อย่าเอาปิศาจหัวแดงไปรวมกับนักเลงปลายแถวที่ดีแต่ยกพวกรุมคนอื่นอย่างพวกนาย  เศษสวะชั้นต่ำแบบพวกนายมันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่หมอนี่ทำเลยสักนิด”

“อะ…อะไรนะ!”

“โกรธงั้นสิ?”

“…”

“ถ้าต้องการสู้ต่อล่ะก็…ฉันจะสละเวลาเป็นคู่ต่อสู้ให้นายเอง  สนใจไหมล่ะ?”

ผมกัดฟันกรามแน่น  นัยน์ตาสีดำจ้องเขม็งไปทางหัวหน้าแก๊งด้วยอารมณ์โกรธที่คุกรุ่นและใกล้ปะทุมากกว่าเดิม

“ละ…ลูกพี่  ผมว่าพวกเราถอยเถอะ  ไอ้หมอนี่มันยิ่งกว่าปิศาจหัวแดงอีก  แค่สายตาของมันก็น่ากลัวแล้วนะครับ!”

“…”

“ลูกพี่!  เชื่อผมเถอะ  เราจัดการผู้ชายคนนี้ไม่ได้แน่นอน  ออร่าสีดำจากตัวเขามันจะกลืนกินเราแทนนะครับ!”

“…”

“ลูกพี่!!”

“โธ่เว้ย!”

เพียงพริบตาเดียว  พวกอันธพาลจำนวนมากที่ยืนล้อมอยู่ในตอนแรกก็สลายไปอย่างรวดเร็ว  คนที่บาดเจ็บเพราะผมก็ถูกพวกของตัวเองช่วยพยุงวิ่งหนีไป  ในซอยที่เคยวุ่นวายเงียบลงถนัดตา  เหลือเพียงแค่ผมและไต้ฝุ่นบนบ่าเท่านั้น

“อาจารย์!”

“อาจารย์ครับ!”

เจ้าสองแปลกวิ่งเข้ามาหาเมื่อพวกมันหายไปจนหมดแล้ว  สายตาของเทียร์ที่มองมากำลังจับผิดผมอย่างเห็นได้ชัด

“อาจารย์บู๊เก่งมากๆเลยนะครับ  ทำได้ยังไงเหรอ”

“จำจากไต้ฝุ่นมาอีกที”

ตอบแบบไม่จริงจังนักก่อนจะเดินแบกไต้ฝุ่นพอออกมาจากซอยเพื่อกลับห้องพัก  โดยมีจอมฟ้าเดินวนไปรอบๆเพื่อถามถึงเรื่องที่ผมเก่งการต่อสู้  และเทียร์ที่…

เอาแต่เดินตามหลังจ้องมองมาเงียบๆ

ตุ้บ…

ผมวางไต้ฝุ่นลงบนเตียงที่ห้องอย่างเบามือ  ทว่ายังไม่ทันจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น  ราชินีน้ำแข็งก็วิ่งเข้ามาฉกร่างเล็กไปอุ้มก่อนที่จอมฟ้าจะเอาผ้าอะไรสักอย่างมาปัดๆบนเตียง  ทะ…ทำอะไรกันนะเจ้าสองคนนี้?

“อาจารย์จะให้แผลของไต้ฝุ่นติดเชื้อหรือไง  สกปรกขนาดนี้เอาคนเจ็บนอนไปได้  จะบ้าเหรอคะ!”

เวลาแต่งหญิงจะชอบพูดคะขาสินะ…

“รอแป๊บหนึ่งนะเทียร์  เดี๋ยวผมจัดการบนเตียงก่อน”

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็วิ่งวุ่นทะความสะอาดห้องผมยกใหญ่  เริ่มจากการทำให้เตียงสะอาดก่อนเพื่อจะได้วางไต้ฝุ่นลงได้  พอเสร็จจากเตียงก็เป็นบนพื้นห้องลามไปจนถึงจุดอื่นๆ  ผมเลิกสนใจเจ้าพวกนั้นแล้วหันกลับมาให้ความสนใจเจ้าลิงหัวแดงแทน

“เอ้านี่  ถอดเสื้อผ้าหมอนั่นแล้วเช็ดตัวซะ  อย่างน้อยก็ล้างคราบเลือดออกก่อนจะได้ดูว่ามีแผลตรงไหนบ้าง  ฉันให้คนของที่บ้านตามหมอประจำตระกูลมาให้แล้ว”

เทียร์ที่แปลงร่างเป็นสาวใช้เต็มตัวเดินเอากะละมังกับผ้าสีขาวสะอาดเข้ามาส่งให้  ผมรับมาก่อนจะเริ่มลงมือเปลื้องผ้าไต้ฝุ่นออกทีละชิ้น

ตึกๆ  ตึกๆ ตึกๆ

อ่า…บ้าจริงๆ  เต้นแรงขนาดนี้แล้วชาติไหนถึงจะเช็ดตัวเสร็จ

เป็นการดูแลคนเจ็บที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต  ร่างเล็กเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงนอน(ของผม)  ค่อยๆไล่ผ้าชุบน้ำเช็ดตั้งแต่ใบหน้าลงไปอย่างเบามือ  พยายามที่จะไม่มองสำรวจอะไรมากไปกว่าการเช็ดตัวคนเจ็บเท่านั้น

อึก!

มะ…หมอนี่…หน้าท้องแบนราบแล้วก็ขาวเนียนขนาดนี้เลยเหรอ?

แล้วผมจะกลืนน้ำลายตัวเองทำไม!

“ชู…”

“…”

“ชู…จิ…”

มือที่กำลังเช็ดตรงขาอ่อนชะงัก  เปรยตามองใบหน้าเจ้าของร่างกายนี้ด้วยความสงสาร  ทำไม…ทั้งที่คืนนั้นผมทำร้ายไปขนาดนั้นแท้ๆ

ทำไมยังจะเพ้อหาผมอีก…

ในเมื่อเด็กคนนี้แค่ต้องการมีสัมพันธ์เพียงข้ามคืนเท่านั้นไม่ใช่เหรอ  แล้วจะมาเพ้อหาคนที่ไม่ได้คิดจะผูกพันมากกว่านั้นทำไม

ผมไล่เช็ดทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมของร่างกายนี้อีกครั้งอย่างระวัง  ไต้ฝุ่นเริ่มมีไอร้อนแผ่กระจายออกมาจากตัวอาจเพราะโดนซ้อมมากเกินไปและไม่ได้พักผ่อนทำให้ไข้ขึ้น  เนื้อตัวบอบช้ำมีร่องรอยถูกทำร้ายนับไม่ถ้วน 

“อาจารย์คะ  หมอมาแล้ว  ให้หมอทำแผลเถอะ  หมอนั่นต้องเย็บแผลด้วยนะ”

“อืม”

ผละถอยให้หมอเข้ามา  ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ไต้ฝุ่นเปลือยอยู่  ผมรีบวิ่งไปเอาผ้าเช็ดตัวมาปิดคลุมส่วนล่างของเขาไว้ทันที

“เอ่อ…”

“ตรงนั้นไม่มีแผล  ไม่จำเป็นต้องตรวจก็ได้…มั้งครับ”

คิดหาเหตุผลในการกระทำของตัวเองเมื่อสายตาสามคู่จ้องเขม็งมาด้วยความแปลกใจ  ผมรีบถอยหลังไปรวมกับเจ้าสองแปลกตรงประตู

“หวงเหรอคะ”

“เปล่า”

“หวงชัดๆ”

ไม่ถูกกับเจ้าบ้านี่จริงๆนั่นแหละ!

ผมเปลี่ยนเรื่องหันไปสำรวจรอบๆห้องแทน  ต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับ  ดูสว่างสดใสและสะอาดขึ้นเยอะมาก  จานชามที่เคยกองไว้เต็มก็ถูกล้างคว่ำเรียบร้อย  พื้นห้องเงาวับเป็นประกาย  กลิ่นเหม็นบุหรี่ก่อนหน้านี้หายเกลี้ยง  หน้าต่างห้องถูกเปิดระบายกลิ่นอับออก

“จะขอบใจก็ได้นะคะ”

“ขอบใจนะจอมฟ้า”

“ไม่เป็นไนครับผม!”

“เดี๋ยวสิ  แล้วฉันล่ะ  ฉันก็ทำเหมือนกันนะ  คนขัดห้องน้ำก็ฉัน!”

แสร้งไม่สนใจเจ้าคนชอบแต่งหญิงแล้วเดินสำรวจนู่นนี่ในห้องไปเรื่อยระหว่างรอหมอทำแผลให้ไต้ฝุ่น  เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาเลยที่ผมให้คนเข้าถึงได้มากขนาดนี้  ไม่ใช่แค่เข้ามาในบ้าน  แต่ยังเข้าถึงห้องนอนรวมถึงทำความสะอาดให้อีก…

ลำบากแล้วสิเรา

เหมือนจะไม่ได้มีแค่ไต้ฝุ่นอีกต่อไปที่ก้าวข้ามกำแพงของผมเข้ามาได้

เจ้าสองคนนั้น…

“ไม่เป็นไรนะครับ  ถึงอาจารย์จะไม่ขอบคุณเทียร์แต่ผมก็ขอบคุณเทียร์ได้นะ”

“เหอะๆ  ไม่ต้องหรอก  ไม่ต้องการ”

มองไปทางเจ้าสองแปลกที่กำลังพูดคุยหัวเราะด้วยกัน  ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมมีความคิดว่า…หากได้เห็นภาพพวกนี้ตลอดไปก็คงจะดี

“เรียบร้อยนะครับคุณเทียร์  แผลที่หัวก็เย็บเรียบร้อยแล้ว  ส่วนแผลตามเนื้อตัวผมก็ทำแผลให้เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน  ที่เหลือแค่ระวังอย่าให้โดนน้ำและกินยาตามที่ผมจัดไว้ให้  แรกๆคนเจ็บอาจจะมีไข้เพราะบาดเจ็บนะครับ  แค่เช็ดตัวบ่อยๆ  ให้ทานข้าวทานยาเดี๋ยวไข้ก็จะลดครับ”

“ขอบคุณมากนะคะ  งั้นเดี๋ยวฉันไปส่ง”

“ผมไปด้วย”

“ขอบคุณนะครับ”

เอ่ยขอบคุณหมอที่หันมายิ้มให้  เจ้าสองแปลกตามลงไปส่งเขาข้างล่าง  ผมรีบกลับเข้าไปในห้องเพื่อดูเจ้าลิงหัวแดง  ตรงจุดที่เป็นแผลถูกพันผ้าเอาไว้อย่างเรียบร้อย  ตรงหัวที่โดนเย็บก็เช่นกัน  ส่วนใบหน้ามีพลาสเตอร์แปะทับเอาไว้

โดนไปเยอะเหมือนกันแฮะ

ตุ้บ…

ทิ้งตัวนั่งลงตรงที่วางบนเตียงข้างไต้ฝุ่น  ดวงตาบวมปูดปิดสนิทด้วยความเหนื่อยล้า  มุมปากแตกเลือดมีร่องรอยของความฟกช้ำหลงเหลืออยู่  ผมเลื่อนมือขึ้นไปลูบที่มุมปากนั้นอย่างแผ่วเบา

หยุดอาละวาดแล้วสินะ…

“ขอโทษนะ”

“…”

“ทั้งเรื่องในคืนนั้น  แล้วก็เรื่องในวันนี้”

“…”

“ขอโทษที่ไปช้า  ขอโทษ…”

“ชู…จิ”

“ไต้ฝุ่น…”

“ผม…ขอโทษ…”

ร่างกายหยุดนิ่ง  มองคนเพ้อเพราะพิษไข้ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เพิ่มพูนขึ้นในหัวใจ  ไม่ว่าความรู้สึกพวกนั้นมันจะเป็นอะไรก็ตาม  แต่ผมตัดสินใจแล้ว…

เรียวโนะสุเกะ  ชูจิ

จะเป็นอัศวินให้กับปิศาจหัวแดง

“ชู…”

“…”

ก้มลงไปปิดปากเพ้อด้วยปากของตัวเองเบาๆก่อนจะผละออกมา  อยากให้ตื่นขึ้นมาเรียกชื่อผมแบบมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนเร็วๆจัง

ตึก…

“…”

หันไปมองต้นเสียงตรงประตู  เทียร์กับจอมฟ้ายืนเบิกตากว้างมองหน้าผมสลับไต้ฝุ่น  อ่า…คงจะเห็นช็อตเมื่อกี้เข้าแน่ๆเลย

“ชู่…”

ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะที่ปาก  พอเห็นแบบนั้นจอมฟ้าก็พยักหน้ารับแล้วรีบทำท่าตามผม

เป็นปิศาจที่ปากนุ่มซะจริง

บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

มาอัพแล้วจ้า  โอ๊ยกรี๊ดดดดด  อาจารย์ค้า  อาจารย์แอบทำอะไรน้องฝุ่นตอนหลับเนี่ย!  พอตอนอื่นเอาแต่หนี  แต่ตอนเขาหลับรุกใส่ไม่ยั้ง5555  ราชินีเทียร์คงต้องดูไว้เป็นตัวอย่างเพื่อใช้กับหนูจอมแล้วแหละนะ  โฮะๆๆๆ

ความคิดเห็น