กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อสูรจอมป่วน(รีไรท์1)ebook

ชื่อตอน : อสูรจอมป่วน(รีไรท์1)ebook

คำค้น : ขคราช มารตรี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2560 05:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อสูรจอมป่วน(รีไรท์1)ebook
แบบอักษร

วางจำหน่ายในรูปแบบ E-book แล้ววันนี้...

ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองระดับห้าดาว  ซึ่งถูกขนานนามให้เป็นโรงแรมระดับพรีเมี่ยมชั้นยอดสำหรับนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงทั่วฟ้าเมืองไทย เมื่อต่างให้การยอมรับและยกย่องเรื่องความหรูหราบวกกับความทันสมัยที่ไม่ต่างกับการได้ใช้บริการในโรงแรมชั้นเลิศในต่างประเทศเลยสักนิด...

ภายในห้องหรูชั้นวีไอพี  ซึ่งถูกเลือกให้เป็นฉากอลังการของการถ่ายแบบชุดเพชรอันเลอค่าที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าร้อยล้านบาท  ถูกเนรมิตสร้างสรรค์ขึ้นอย่างสวยงามละลานตา อุปกรณ์ตกแต่งทุกชิ้นล้วนจัดทำขึ้นมาใหม่เพื่องานนี้โดยเฉพาะ และแน่นอนต้องนำเข้าจากต่างประเทศแทบทุกชิ้นด้วยเช่นกัน

การถ่ายแบบในวันนี้ถือเป็นการโปรโมทเครื่องเพชรของคุณหญิงช่อฟ้า  ผู้ถือบังเหียนใหญ่แห่งบริษัทส่งออกและนำเข้าเครื่องอัญมณีอันดับต้นๆของเมืองไทย และดูเหมือนงานถ่ายแบบเพื่อโปรโมทอัญมณีในวันนี้ ทุกอย่างกำลังไปได้สวยอย่างไม่มีข้อตำหนิใดให้เห็นสักเรื่องเดียว  ถ้าไม่ติดปัญหาเกี่ยวกับตัวนางแบบหลัก  ผู้ซึ่งต้องสวมใส่ชุดไข่มุกอันดามัน อัญมณีแห่งท้องทะเลตัวท๊อปเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นของโลก

ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลมากกว่าเครื่องประดับทุกๆชิ้นรวมกันเสียอีก เมื่อนางแบบเส้นใหญ่ที่ทางโรงแรมจัดหามาให้นั้น เจ้าหล่อนยังไม่ยอมปรากฏกายเข้ามาแต่งหน้าทำผมเสียที ทั้งๆที่งานนั้นใกล้จะเริ่มถ่ายอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง...

“แม่วิกกี้อะไรนั้นยังไม่มาอีกหรือยังไง  แล้วนี่มีใครโทรไปตามเจ้าตัวเขาแล้วหรือยังหะ...” คุณผกามาศเลขาของคุณหญิงช่อฟ้าร้องถามกับพนักงานด้านในด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว  เมื่อเธอเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวเป็นรอบที่ห้าเห็นจะได้ ป่านนี้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของแม่นางแบบที่ทางโรงแรมยมดิสรณ์ได้โทรมาขอล็อกตัวเอาไว้เมื่อหลายวันก่อนเลย ความจริงอัญมณีชิ้นสำคัญชุดนี้ เธอหมายตาเอาไว้ให้มารตรีสวมใส่ในวันถ่ายแบบ แต่เพราะให้ความเกรงใจเจ้าสัวราพเป็นทุนเดิม เธอจึงไม่ได้ขัดไปตอนท่านเจ้าสัวโทรมาบอกกล่าว ถึงเรื่องนางแบบคนพิเศษที่ทางโรงแรมขอจัดการแทน...

 “ว่าไงคุณไก่...” คนที่ถูกเรียกชื่อถึงกับสะดุ้งโหยง รีบก้มใบหน้าลงงุด  ไม่อาจสู้สายตาผู้ถามได้ เธอเองก็จนใจ ไม่รู้จะตอบคำถามออกไปว่ายังไงดี  เมื่อเธอกับพวกทีมงานคนอื่นๆ ต่างก็ช่วยกันโทรตามตัวนางแบบผู้นั้นกันจนมือเป็นระวิง แต่ปลายสายดันปิดเครื่องทิ้ง ไม่ยอมตอบรับสัญญาณเสียที

“เอ่อ...ยังเลยค่ะคุณผกา นี่ไก่ก็โทรตามอยู่หลายรอบแล้วนะคะแต่คุณวิกกี้ไม่ยอมรับสาย แล้วก็...เอ่อ...ปิดเครื่องไปเลย” ผู้จัดการที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานนี้  ตอบคำถามด้วยความหนักใจเพราะนี้ก็จวนจะได้เวลาอยู่อีกไม่กี่นาที  แต่ตัวนางแบบที่ทางโรงแรมยมดิสรณ์ล็อกตัวมาให้ยังไม่โผล่หน้าเข้ามา จะบรีฟงานอะไรก็ไม่ได้ด้วยเช่นกัน

 “อะไรกัน...นี่มันปาเข้าไปกี่โมงกี่ยามกันแล้วหึ... ทำไมถึงยังไม่ยอมโผล่หัวเข้ามาอีก แล้วเขาได้ติดต่อกับใครเข้ามาบ้างหรือเปล่าสรุปว่าจะถ่ายหรือไม่ถ่าย ฉันจะได้หาตัวนางแบบคนใหม่มาถ่ายแทน เด็กอะไรนิสัยแย่ หาความรับผิดชอบก็ไม่มี คิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญมาจากไหน ถึงได้ไม่รู้จักรักษาเวลา นี่ฉันชักจะหมดความอดทนรอแม่นางแบบเส้นใหญ่คนนี้เต็มทนแล้วนะ เป็นแค่นางแบบฝึกหัดแท้ๆแต่ทำตัวยิ่งกว่านางแบบที่เขามีชื่อเสียโด่งดังเขาทำกันเสียอีก...”

 คุณผกามาศแผดเสียงถามแถมด้วยบ่นออกมายาวเหยียดอารมณ์เริ่มโมโหมากขึ้นไปทุกที  สายตาหลังแว่นสอดส่ายหาผู้รับผิดชอบ เธอไม่เข้าใจจริงๆนางแบบที่มีชื่อเสียงดีๆก็มีตั้งหลายคนทำไมทางโรงแรมถึงไม่คิดเลือกให้มาถ่ายแบบกันนะ...

“แล้วใครเป็นคนออกคำสั่งให้แม่วิกกี้เป็นคนใส่ไข่มุกอันดามันชุดท๊อปของเรากัน...”

“เอ่อ...คุณราชค่ะเธอเป็นคนชี้ตัวมาต้องเป็นคุณวิกกี้เท่านั้นที่ต้องสวมใส่อัญมณีชุดนี้ค่ะ...” ผู้จัดการตอบเสียงสั่นด้วยหวาดกลัวอารมณ์ของลูกค้ารายใหญ่

“หึ!ว่าแล้วเชียว” เลขาคุณหญิงสะบัดหน้าฮึดฮัด

“งั้นไปบอกให้หนูรตรีเปลี่ยนเครื่องเพชรชุดรอง  แล้วให้มาสวมอัญมณีชุดอันดามันเส้นนี้แทนก็แล้วกัน   ฉันจะไม่ทนกับพฤติกรรมแย่ๆของแม่นางแบบที่คิดว่าตัวเองมีดีจนไม่เห็นหัวใคร นี่คือการทำงานนะย่ะ ถ้ากะอีแค่รักษาเวลายังทำไม่ได้ ก็บอกให้เขาไปทำงานกับคนอื่นแทนแล้วกัน เพราะฉันไม่ชอบคนไม่รับผิดชอบ” ผกามาศพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินหน้าบูดบึ้งออกไปด้านนอก ยังมีอีกหลายจุดที่เธอต้องคอยตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนคุณหญิงช่อฟ้าจะเข้ามา

“ได้ค่ะคุณผกา เดี๋ยวไก่จะรีบให้เจ้าหน้าที่สับเปลี่ยนเครื่องประดับให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ...”  ผู้จัดการของงานรีบรับคำอย่างกระตือรือร้น เพราะในใจเธอนั้นแอบมีความคิดสนับสนุนให้มารตรีเป็นคนได้สวมไข่มุกเส้นนี้ถ่ายแบบใจจะขาด เธอไม่เห็นด้วยตั้งแต่ทีแรกแล้ว ที่จะให้โสภิญญานางแบบมือใหม่แกะกล่องมาสวมใส่ไข่มุกอันดามันเครื่องประดับตัวท๊อปของงาน แล้วให้มารตรีหญิงสาวสวยหมดจดแถมยังนิสัยดีน่ารัก  ไปใส่เครื่องประดับโชว์ที่เป็นตัวรองจากอัญมณีชุดเด่นนั้นแทน อาจด้วยเคยทำงานกับมารตรีมาก่อนอยู่หลายครั้งหลายงาน เธอจึงได้รู้จักนิสัยใจคอของหญิงสาวคนนี้เป็นอย่างดี  มารตรีไม่ได้มีดีแค่เฉพาะรูปร่างหน้าตาเท่านั้น แต่ทว่าภายในจิตใจของน้องสาวผู้นี้ ก็งดงามไม่แพ้กันอีกด้วย...

และเมื่อคุณผกามาศเดินตรวจความเรียบร้อยตามจุดต่างๆเสร็จ เธอจึงเลี่ยงออกไปด้านนอก ยกหูโทรศัพท์ต่อสายตรงถึงคุณหญิงช่อฟ้าเพื่อรายงานปัญหาด้วยใบหน้าอันบึ้งตึงทันที...

เพราะไข่มุกอันดามันตัวเด่นสำหรับงานนี้ เป็นอัญมณีชุดพิเศษที่มีเพียงชุดเดียวในโลกเท่านั้น คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องราคา เพราะมันมีค่ามากกว่านั้นมากมายมหาศาลนัก เม็ดไข่มุกทุกเม็ด ต่างถูกคัดสรรมาเป็นพิเศษ จากทะเลน้ำลึก ที่จัดว่าหาได้อยากจากแถบทะเลฝั่งซ้าย  ซึ่งตัวของคุณหญิงช้อฟ้าเอง ท่านลงไปดูแลการผลิตทุกขั้นตอนด้วยตัวของท่านเอง ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการคัดเลือกไข่มุกหรือแม้กระทั่งการออกแบบลวดลายก็ตาม...

โดยที่อัญมณีชุดอันดามันชุดนี้  ได้ถูกสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษ  เพื่อใช้ในการโปรโมท การร่วมทุนระหว่างคุณหญิงช่อฟ้ากับทางเจ้าสัวราพโดยเฉพาะ มันเป็นอีกหนึ่งในหลายๆธุรกิจของเจ้าสัวราพ ซึ่งท่านกำลังให้ความสนใจ และอยากลงมือลองทำดู  สถานที่การถ่ายแบบเลยต้องใช้สถานที่ถ่ายทำในโรงแรมของยมดิสรณ์ แทนโลเคชั่นอื่น

  แต่ตอนนี้ท่านเจ้าสัวราพได้เดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศท่านจึงได้สั่งการ ยกหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับทีมงานของคุณหญิงช่อฟ้า ให้ขคราชเป็นผู้รับช่วงต่อ  ก่อนจะมีงานเดินแฟชั่นโชว์เปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังจากเจ้าสัวราพเดินทางกลับมาแล้วนั่นเอง...

“ตายๆ ตายแล้วแม่คุณแม่ทูนหัวของทิวลี่...ทำไมถึงได้สวยหยาดฟ้ามาดินถึงเพียงนี้ได้ค่ะ สวยเหมือนนางในวรรณคดี ทิวลี่เห็นแล้วมันอดมันเขี้ยวไม่ได้จิงจริ๊ง...” เสียงวี๊ดว้ายดังขึ้นภายในห้องแต่งตัว เมื่อช่างแต่งหน้ามือหนึ่งของวงการ หมุนซ้ายหมุนขวาร่างงดงามหมดจดตรงหน้า เพื่อทำการสำรวจผลงานของตัวเองเป็นรอบสุดท้าย และไม่เพียงแต่พูดเปล่า แม่ช่างแต่งหน้าประจำกองถ่ายร่างยักษ์ก็ยื่นมืออันใหญ่โตแตะลงบนใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวคนงาม พลิกไปพลิกมาชื่นชมผลงานด้วยความปลื้มใจ

“เธอสวยจริงๆนะ รตรี” ทิวลี่เอ่ยชมจากใจจริง

“ขอบคุณค่ะพี่ทิ้วลี่...”มารตรียิ้มรับพร้อมพนมมือขึ้นไหว้ขอบคุณช่างแต่งหน้า พรางเปิดยิ้มกว้างเมื่อหันร่างของตัวเองส่องมองไปทางกระจกบ้าง

ใบหน้าหวานยิ้มให้กระจกเขินอาย...

“ก็เพราะฝีมือของพี่ทิวลี่นั่นแหละค่ะ ที่เณรมิตรผู้หญิงธรรมดาอย่างรตรี ให้ดูสวยมากยิ่งขึ้นได้ขนาดนี้ ลำพังแค่ตัวรตรีเอง ก็ไม่ได้มีความสวยมากมายอะไรนักหรอกค่ะ ต้องบอกว่าฝีมือของพี่ทิวลี่ล้วนๆน่าจะถูกต้องกว่า...” หญิงสาวเอ่ยคำพูดถ่อมตัว ถึงแม้จะรู้สึกกระดากอายอยู่บ้าง ที่มีแต่คนเอ่ยปากชมว่าเธอสวย แต่ความสวยของคนเรา บางทีมันก็เป็นเหมือนดาบสองคมได้เหมือนกันนะ...

“ไม่จริงสักนิดเลยค่ะคุณน้องขา คุณน้องน่ะเป็นคนสวยมากอยู่แล้วต่างหากละ อย่ามาทำเป็นถ่อมตัวไปหน่อยเลย แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าสวยธรรมดาด้วยนะ แต่แถวบ้านพี่ทิวลี่น่ะเข้าเรียกว่าถ้าสวยมาก กอไก่ล้านตัวเลยจ้ะ แล้วก็สวยแพงด้วยนะคะบอกเลย...”

แม่ช่างฝีมือดีหัวเราะชอบใจ ก่อนจะหันไปเก็บอุปกรณ์บนโต๊ะด้วยความปลื้มปริ่มกับผลงานของตัวเอง โชคดีจริงๆที่เธอได้แต่งหน้าให้มารตรี ไม่ใช่นางแบบอีกคนที่ได้ยินเสียงแว่วๆว่ายังมาไม่ถึงสถานที่ถ่ายแบบเลยตอนนี้

“ขุนพระ!ตายแล้วอีลี่  นั่นคนหรือนางฟ้านางสวรรค์กันแน่ย่ะ...ผ่องมากเลยค่ะคุณน้องขา ยิ่งมองก็ยิ่งสวยเพริศพริ้งจนเข้าไปเตะตากรรมการสุดๆเลยละค่า...” กะเทยร่างอ้อนแอ้นที่พึ่งเดินเข้ามาใหม่ถึงกับเอ่ยปากชมเปาะด้วยอาการตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น

“ผลงานของฉันย่ะอีลูกพีช...” ทิวลี่เงยหน้าขึ้นมาอวด ยักไหล่เก๋ให้เพื่อนร่วมงาน

“แล้วแม่นางแบบกิตติมศักดิ์ของหล่อนมาถึงแล้วหรือยังละ ได้ยินว่างานแรกก็เล่นมาสายเชียวเหรอ...แหมะ...นี่ถ้าเส้นไม่ใหญ่จริงคงทำไม่ได้หรอกนะจ๊ะแบบนี้ แต่ฉันได้ข่าวว่าเป็นเด็กของคุณราชเธอด้วยไม่ใช่หรือไงหึ...”  เสียงบทสนทนาของช่างแต่งหน้าทั้งสองคน ทำให้คนฟังถึงกับใบหน้าหม่นวูบ ภาวนาขออย่าให้เขาเข้ามาวุ่นวายกับงานในวันนี้เลย เมื่อบทเรียนครั้งล่าสุดยังคงฝังเจ็บอยู่ในอกของเธอ มันยังไม่ได้ลบเลือนหายไปไหน ความเจ็บที่มันสั่งสมทีละนิด นานวันเข้ามันกลับยิ่งทำให้เธอเกลียดชังเขาเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ได้แต่แอบหวังเอาไว้ อีกไม่นานหรอก ถ้าหากเธอเรียนจบและทำงานเป็นชิ้นเป็นอันจนมีเงินเก็บมากพอ เธอจะไม่ขออยู่ในวงโคจรที่ต้องใช้อากาศร่วมหายใจกับเขาอีก เธอจะไปให้ไกลแสนไกล ไกลห่างจากอสูรใจร้ายคนนี้จนไม่ต้องมาพบเจอหน้ากันอีกเลยในชาตินี้...

“ว่าแต่นี่หล่อนเข้ามาทำไมยะ ไม่รอแต่งหน้าให้คุณวิกกี้อะไรนั้นหรอกเหรอ...”

“ก็พี่ไก่ใช้ให้ฉันเอาไอ้นี้มาให้หนูรตรีใส่นะสิจ๊ะ...” ลูกพีชชูของในมือขึ้นมาโชว์ หันไปพูดกับนางแบบคนงาม

“ว้ายตายแล้ว นี่มันไข่มุกอันดามันนี่นา แล้วทำไมเอามาให้รตรีใส่ล่ะ ไหนบอกยายคุณวิกกี้อะไรนั้นต้องเป็นคนใส่ไม่ใช่หรอ ไงเอามาให้หนูรตรีของฉันสวมแทนเสียแล้วล่ะ...” ช่างแต่งหน้าร่างยักษ์ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดพรางย่นหัวคิ้วเรียวสวยสงสัย มารตรีเองก็เกิดอาการสงสัยไม่ต่างกัน หญิงสาวส่งสายตาเป็นคำถามไปให้ช่างแต่งหน้าที่เข้ามาใหม่

“นั่นน่ะสิคะพี่ลูกพีช รตรีไม่ใส่หรอกค่ะ”

“คำสั่งจากเบื้องบนค่ะ สั่งปลดแบบสายฟ้าฟาดเชียวนะ...”ลูกพีชขยับร่างเล็กของตนเอง ก้มลงไปกระซิบบอกด้วยใบหน้าสะใจเหลือเกิน

“ฉันละอดสมน้ำหน้าแม่นั่นไม่ได้ บุญมีแต่วาสนาไม่ถึงชัดๆ คิดว่าเป็นเด็กของคุณราช อยากจะมากี่โมงก็ได้หรือไง นี่ขนาดเจ้าหล่อนเพิ่งได้เคยถ่ายแบบตัวแรกแท้ๆ แต่เล่นทรงซะเหมือนเป็นคนดังก็ไม่ปาน...” ทิวลี่ออกความคิดเห็น

“ลูกสาวคนดังก็แบบนี้ละแก ฉันชินชาเสียแล้ว เจอฤทธิ์เดชของแม่เจ้าประคุณทั้งหลายมาจนเบื่อหน่าย” ทิวลี่ได้แต่ส่ายหน้า

มารตรีไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไร รับฟังอย่างสงบ...

และบทสนทนาของทั้งสองที่กำลังออกรสออกชาติอย่างเมามันมีอันต้องหยุดค้างเติ่ง เมื่อเสียงแหลมของนางแบบในหัวข้อสนทนาดังแทรกเข้ามาถึงในห้องแต่งตัวด้านในเข้าพอดี

“มาแล้วค่ะทุกๆคน...กี้พร้อมแล้วค่า...” ร่างงามระหงในชุดเดสสีเขียวมะกอกกำลังเดินนวยนาดใบหน้ายิ้มระรื่นเข้ามาภายในห้องถ่ายแบบอย่างไม่สะทกสะท้าน เพราะโสภิญญายังไม่รู้ตัว ได้ก่อเรื่องอะไรเอาไว้ โดยที่ข้างกายของเจ้าหล่อนมีร่างสูงสมาร์ตเดินตามเข้ามาตัวติดกัน แต่จะต่างกันตรงที่ใบหน้าของอีกคนนั้นไม่ได้ยิ้มแย้ม แต่กับบูดบึ้งงอหงิกมากกว่า

“ไหนล่ะคะ...ชุดไข่มุกที่จะให้กี้ใส่ถ่ายแบบ...” โสภิญญารีบทวงถามถึงไข่มุกชิ้นเอกของงานในวันนี้ เธอเป็นปลื้มหนักหนาตอนที่ขคราชโทรไปบอกกับพี่ชายของเธอว่าจะให้เธอเป็นผู้สวมใส่ไข่มุกเส้นนี้

ส่วนคนหน้าบูดบึ้งเพราะเริ่มหงุดหงิดกับแม่น้องสาวของเพื่อนจอมเจ้ากี้เจ้าการ กำลังสอดส่ายสายหามองหาสิ่งที่ทำให้เขานั่งทำงานอยู่ไม่เป็นสุข  และเมื่อเขานั่งทำงานต่อไปไม่ได้จึงต้องกัดฟันเดินมายังแหล่งที่เป็นตัวก่อกวนความสงบสุขของเขาด้วยใจโหยหา และบังเอิญเหมือนกัน ที่เขาเจอโสภิญญาตรงทางเลี้ยวเข้ามาห้องวีไอพีนี้พอดี...

ผู้จัดการของงานถึงกับมีสีหน้าซีดสลด  เมื่อได้ยินเสียงแหลมปรี๊ดของแม่นางแบบสาวเส้นใหญ่เอ่ยปากทวงถามถึงชุดไข่มุกชุดเด่น  และพอจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา เมื่อนางแบบผู้นั้นเดินเข้ามาพร้อมกับใคร  ผู้จัดการสาวจึงส่งยิ้มปูเลี่ยนๆไปให้แทน เมื่อสมองตอนนี้ยังไม่อาจคิดหาคำตอบสวยหรู เพื่อทำให้คนที่ถูกปลดกลางคันเหวี่ยงใส่ตัวเองได้...

“เอ่อ...มาแล้วหรือคะคุณวิกกี้...”  ผู้จัดการสาวของงานรีบขยับเท้าเดินเข้าไปหาร่างอวบ ในชุดเซ็กซี่ด้วยความรู้สึกหวาดๆเล็กน้อย  ยิ่งเมื่อมองใบหน้าเรียบขรึมของเจ้านาย ซึ่งยืนตัวติดกันอยู่กับนางแบบสาวเส้นใหญ่ผู้นั้น ไม่บอกก็พอจะเดาได้ไม่อยากนัก สองคนนี้อาจมีความสัมพันธ์กันเกินคำว่าธรรมดา ไม่เช่นนั้นแม่นางแบบสาวฝึกหัดจะกล้ามาเหรดกับงานชิ้นแรกและชิ้นใหญ่เช่นนี้เลยเชียวหรือ...

“เรียบร้อยดีหรือเปล่าคุณไก่” เจ้าของโรงแรมเอ่ยถามแก้เก้อ

“เรียบร้อยดีค่ะคุณราช...แต่เอ่อ...” ผู้จัดการสาวส่งสายตาไปข้างกายของเจ้านายหวาดๆ ขคราชถอนใจ เขารู้หรอก ลูกน้องสาวหมายถึงอะไร

“เอาเถอะ...เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง” คุณไก่พยักหน้า แต่ไม่ได้คลายกังวลอะไรลงเลยสักเรื่องเดียว นี่ถ้าแม่นางแบบเส้นใหญ่กับเจ้านายของเธอรู้เรื่อง การถูกปลดแบบสายฟ้าจากคุณหญิงช่อฟ้าเข้า มิอาละวาดจนงานนี้พังหรอกเหรอ ดูๆไปแล้วสองคนนี้นิสัยไม่น่าจะต่างกันสักเท่าไหร่ละมั้ง 

                                *************************************************


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น