Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 ปิศาจหัวแดงที่บ้าคลั่ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 ปิศาจหัวแดงที่บ้าคลั่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2560 17:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 ปิศาจหัวแดงที่บ้าคลั่ง
แบบอักษร

ตอนที่****12

ปิศาจหัวแดงที่บ้าคลั่ง

Special  Talk :

พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!

“มีแค่นี้หรือไงวะ!  แน่จริงก็เข้ามาอีกเซ่!”

เสียงตวาดที่เต็มไปด้วยความโกรธจนอยากจะอาละวาดดังก้องไปทั่วซอย  ตรงหน้าผมกับจอมฟ้าตอนนี้คือปิศาจหัวแดงเวอร์ชั่นฆ่าไม่เลือกหน้า ตั้งแต่กลับจากการออกค่ายมาหมอนี่ก็มีเรื่องชกต่อยทุกวัน  และวันนี้คือวันที่สาม

“เอาไงดีล่ะเทียร์ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ต้องหมดแรงก่อนแน่ๆ  ฝุ่นอาละวาดหาเรื่องพวกอันธพาลในแถบนี้มาสามวันติดๆแล้วนะ”

จอมฟ้าเขย่าแขนแขนผมระรัวเพื่อให้ช่วยหาหนทางหยุดไอ้ปิศาจตรงหน้า

แต่เมื่อปิศาจเลือกที่จะอาละวาดแล้ว  ใครมันจะไปมีความสามารถมากพอที่จะหยุดได้กันล่ะ!  ยิ่งในเวลานี้…เจ้าบั่นอารมณ์รุนแรงราวกับพายุสมชื่ออยู่ด้วย

เข้าไปห้ามมีแต่เอาชีวิตไปทิ้งน่ะสิ

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่คืนแรกของการไปออกค่าย  พอผมกับจอมฟ้ากลับไปถึงห้องพักที่นั่นก็เหลือแค่ไต้ฝุ่นคนเดียวแล้ว อาจารย์เรียวกลับไปก่อนโดยไม่ได้บอกอะไรเลย  โทรเข้าเบอร์ที่ให้ไว้ก็ไม่ติด  พอสิ้นสุดการออกค่ายก็มีการประกาศบทลงโทษจากแฟนธ่อมว่าอาจารย์ถูกพักงานหนึ่งอาทิตย์  แล้วบ้านี่ก็เริ่มอาละวาดตั้งแต่ตอนนั้นแหละ

มันเที่ยวไปมีเรื่องกับอันธพาลทุกหนทุกแห่งรอบๆแถบนี้  ร่างกายสะบักสะบอมเต็มไปด้วยบาดแผลแต่ก็ยังยืนแสยะยิ้มเหมือนพวกปิศาจที่มีความสุขกับการได้ทำร้ายผู้คน  เลือดสีแดงที่ไหลจากหัวเข้าไปในดวงตาไม่ได้ส่งผลอะไรกับร่างเล็กตรงนั้นเลย

ตัวแค่นั้น…ไปเอาพละกำลังมาจากไหนเยอะแยะ

“ลุกขึ้นมา  เก่งนักไม่ใช่หรือไงฮะ!!!”

พลั่ก!

ปิศาจหัวแดงตรงเข้าไปกระชากผู้ชายคนหนึ่งที่หมดแรงสู้ไม่ไหวขึ้นมาก่อนจะประเคนหมัดใส่ลงไปไม่ยั้ง   ดูยังไงก็ไม่ปกติ  ทุกทีหมอนี่จะใช้กำลังแค่เฉพาะตอนช่วยพวกเด็กไร้ประโยชน์เท่านั้น  ไม่เคยยื่นมือเข้าไปแส่เรื่องของพวกอันธพาลป่วนเมืองมาก่อน

“เทียร์  เอายังไงดีครับ  หน้าตาฝุ่นเริ่มล้ามากแล้วนะ  พวกอันธพาลต่างถิ่นที่ได้ยินว่ามีปิศาจหัวแดงมาเล่นงานอันธพาลแถวนี้ต่างก็ทยอยกันมาจากทั่วทุกสารทิศเลย  ต่อให้เป็นฝุ่นก็เถอะ  ถ้ามากันเยอะๆเรื่อยๆแบบนั้นมีหวังโดนยำตายแน่!”

อีกเรื่องที่น่าแปลกใจก็คือเจ้าแว่นข้างตัวผมนี่แหละ

เหมือนว่าจะซึ้งใจในความใจดีของอาจารย์เรียวมากก็เลยอยากช่วยไต้ฝุ่นที่หมอนี่ทึกทักเอาเองว่าคงเป็นศิษย์รักของอาจารย์ที่ตัวเองเคารพนับถือ  งานเลยมาเข้าเอาที่ผมเพราะจะปล่อยให้แอบตามมาคนเดียวก็ห่วงจนทนไม่ได้เลยต้องมาด้วยแบบนี้

ชักเข้าใจความรู้สึกของอาจารย์ขี้เก๊กนั่นแล้วสิ  ที่ว่าปล่อยไปไม่ได้มันเป็นยังไง…

“ฉันก็กำลังคิดอยู่นี่ไง  นายเงียบหน่อยได้ไหม  เดี๋ยวเกิดพวกมันเห็นว่านายกับฉันแอบดูอยู่ตรงนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป้าหมายหรอก”

“ผมกังวลนี่ครับ  ถึงฝุ่นจะดูน่ากลัว  แต่ตอนไปออกค่ายเขาก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยผม  หมอนั่นน่ะ…ใจดีกับเหมือนเทียร์แล้วก็อาจารย์เรียว  เพราะงั้น…”

“รู้แล้วๆ  อย่าร้องน่า”

ดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดไว้หลวมๆ  ถ้าใครมาเห็นเข้าตอนนี้คงเป็นภาพหญิงสาวแสนสวยฉายาราชินีมายืนกอดพลอดรักกับเจ้าแว่นเด็กเนิร์ดท่าทางเซ่อซ่า  มีหวังเป็นข่าวดังกระฉ่อนไปทั้งมหาวิทยาลัยแน่ๆ

“ถ้าอาจารย์เรียวอยู่ด้วยคงจะหยุดพายุลูกนี้ได้ว่าไหมครับ”

“นั่นสิ  มีแต่หมอนั่นที่จะหยุดปิศาจหัวแดงได้  ปัญหาคือพวกเราไม่รู้ว่าสองคนนี้มีปัญหาอะไรกันนี่แหละ  ถึงจะตามหาที่อยู่อาจารย์จนเจอก็มั่นใจไม่ได้ว่าจะยอมมาห้าม”

“เรื่องนั้นไม่ลองไม่รู้หรอกครับ!”

“นายอย่าบอกนะว่า…”

“ไปตามหาอาจารย์กันเถอะ!”

ว่า! แล้ว! เชียว!

ชีวิตผมเริ่มเต็มไปด้วยความวุ่นวายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่  เด็กอภิสิทธิ์ที่ควรจะมีชีวิตสุขสบายอยู่ในมหาวิทยาลัยอย่างผมทำไมต้องมาผจญชะตากรรมคอยเป็นแบ็คอัพตามช่วยเหลือไอ้ปิศาจหัวแดงบจอมอาละวาดแบบนั้นด้วย!

“หึๆๆ  เข้ามาเลย!  เข้ามาเยอะๆ!  ฮ่าๆๆๆ”

พลั่ก!  พลั่ก! พลั่ก!

ปิศาจยังคงดาหน้าเข้าหาศัตรูไม่หยุดทั้งที่ตัวเองแทบจะหมดแรงเดิน  หมัดที่เหวี่ยงออกไปดูไร้ทิศทางจากตอนแรกๆมาก

แหงล่ะ  บ้าคลั่งแบบนี้มาสามวันติดๆ  คงถึงขีดสุดของร่างกายแล้ว  แม้แต่คนที่คอยเฝ้าตามดูมันยังทำได้แค่เฝ้ามองห่างๆไม่กล้าเสนอหน้าออกมา  บางทีอาจกลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย

พลั่ก!!!

“อ๊ะ!”

จอมฟ้าร้องเสียงหลงอย่างตกใจ  คนที่โดนต่อยไปเต็มๆเบ้าหน้าคราวนี้คือไต้ฝุ่น  ทว่าหมัดนั้นยังไม่สามารถทำให้ปิศาจล้มลงไปได้  ร่างกายแค่เอนไปเอนมาหากแต่ยังคงพยุงร่างกายตัวเองไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

ผมล้วงหยิบมือถือออกมาแล้วกดอัดวิดีโอไว้  ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะมีประโยชน์หรือได้ใช้หรือเปล่า  แต่ยังไงก็อัดไว้ก่อนแล้วกัน!

พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!

ปิศาจประเคนเข่าใส่ชายร่างยักษ์คนหนึ่งจนอีกฝ่ายตัวงอง้ำ  ก่อนที่พวกของมันคนอื่นจะพุ่งเข้าเอาไม้ฟาดเต็มๆที่กลางหลังของไต้ฝุ่น  ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ยอมล้มลงสักที  ใบหน้าน่ากลัวกับดวงตาแมวเหยียดยิ้มขณะที่เลือดสดๆไหลพรากลงมาตามแก้ม

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด  แม้ว่าจะยังไม่มีใครล้มปิศาจได้แต่ร่างกายของหมอนี่ยังคงเป็นมนุษย์  อีกไม่นานคงจะทนไม่ไหว  เมื่อถึงตอนนั้น…ผมไม่อยากจะคิดภาพเลยว่าพวกอันธพาลต่างถิ่นที่กำลังยกโขยงกันมาจะทำยังไงกับหมอนั่น…

“โอเค  เรียบร้อย  ไปกันเถอะ”

“ไป?  ไปไหนครับ”

“ก็ไปตามล่ามนุษย์เพียงคนเดียวบนโลกนี้ที่จะทำให้พายุไต้ฝุ่นสงบลงได้ไงล่ะ”

ผมยิ้มน้อยๆ  พอได้ยินแบบนั้นคนตัวเล็กก็ยิ้มกว้างจนตาหยีด้วยความดีใจ  แววตาเป็นประกายทะลุเลนส์แว่นออกมาจนผมอดไม่ได้ต้องดึงเข้ามากอดแนบอกอีกครั้ง

“เทียร์  ทำไมชอบกอดผมจังเลย”

“ไม่ต้องรู้หรอกน่า”

ขืนให้รู้ว่าเพราะน่ารักจนทำให้อดใจไม่ไหวมีหวังโดนรังเกียจคิดว่าเป็นพวกวิปริตแน่ๆ  ต้องปิดไว้เป็นความลับจนกว่าจะทำให้หัวใจของเจ้านี่มีแต่ผมคนเดียวเท่านั้น…

“ทะ…เทียร์!  แฮ่ก…นะ…นี่ที่ที่สิบเอ็ดแล้วนะครับ  พวกเราตามหาที่อยู่ของอาจารย์กันมาแปดชั่วโมงเต็มแล้วนะ  แน่ใจเหรอว่าคราวนี้จะเป็นที่นี่”

จอมฟ้าที่เหนื่อยหอบจนตัวโยนถามเสียงขาดๆหายๆ  หน้าขาวๆตอนนี้แดงแปร๊ดจากการวิ่งวุ่นจนเลือดลมสูบฉีดดีกว่าปกติ

“ไม่มั่นใจหรอก  อาจจะฟลาวด์เหมือนสิบที่ก่อนหน้านี้ก็ได้”

ก้มมองกระดาษในมือที่ผมให้คนของที่บ้านช่วยสืบอย่างเร่งด่วนให้  มันคือบ้านที่อาจารย์เรียวอาศัยอยู่นั่นเอง  แต่พอตรวจสอบดูจริงๆปรากฏว่าหมอนั่นแวบไปทางนู้นทีทางนี้ที  บางวันนอนอีกที่  บางคืนก็นอนอีกที  ทำตัวเหมือนแมวจรจัดไม่มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่งทำให้ข้อมูลที่ได้มาสับสนจนจับอะไรไม่ได้เลย

เป็นคนที่ลึกลับพอๆกับแฟนธ่อม

ไม่สิ…อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

‘แต่ละที่ที่ผู้ชายคนนี้เคยไป  มีบางคนรู้จักเขา  แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ใช้ชื่อจริงของตัวเองแนะนำตัวกับใครเลย  อย่างที่แรก  ทุกคนที่รู้จักหรือเคยพบเขาต่างเรียกเขาว่าเซ็น  อีกที่คือที่ที่สาม  พนักงานร้านสะดวกซื้อข้างล่างอพาร์ทเมนต์นั้นบอกว่าเขาชื่อเท็ตสึ  ส่วนที่ที่หกบอกว่าชื่อทาคุมิ  ที่ที่เจ็ดบอกว่าชื่อไค  และที่สุดท้าย  ที่ที่สิบเอ็ดบอกว่าชื่อโนบุครับ’

คำบอกเล่าของคนจากที่บ้านสร้างความแปลกใจให้เป็นอย่างมาก  แต่ผมไม่ได้บอกเรื่องนี้กับจอมฟ้าเพราะไม่ต้องการให้เป็นกังวลไปด้วย  ทั้งที่อยู่กลางแจ้งและได้พบเจอผู้คนมากมายไม่เหมือนกับแฟนธ่อมที่หลบอยู่ในเงามืดและไม่มีใครเคยได้เห็น

แต่ระดับความลึกลับกลับมีมากกว่าจนน่ากลัว…

เป็นใครกันแน่นะ  อาจารย์เรียว…

“วันนี้ก็ยังไม่ยอมออกจากห้องเลยล่ะ  ทั้งที่หายไปตั้งหลายเดือนแล้วจู่ๆก็กลับมา  ยังแปลกคนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยเนอะ  คุณโนบุคนนี้”

“!!!”

“ผมว่าเราลองไปดู…”

“จอมฟ้า  นายรออยู่ตรงนี้นะ  ห้ามไปไหนเด็ดขาด”

สั่งเจ้าแว่นก่อนจะวิ่งตามคุณป้าสองคนที่เดินสวนกันเมื่อครู่เพราะสะดุดกับชื่อที่พวกเธอพูดถึงกันเมื่อกี้ไป

“ขอโทษนะคะคุณพี่คนสวย  คุณโนบุที่คุณพี่พูดถึงกันใช่คนนี้หรือเปล่าคะ”

“คะ..คุณพี่เหรอ”

คุณป้าต่างมองหน้ากันแล้วอมยิ้มอย่างถูกใจที่ถูกเรียกพี่  ผมยื่นรูปของอาจารย์เรียวซึ่งไปแคปเจอร์มาจากหน้าเว็บรายชื่ออาจารย์ในเว็บของมหาวิทยาลัยให้ดู

“ใช่ไหมคะ  พอดีเขาเป็นพี่ชายของหนู  แต่ทะเลาะกับที่บ้านนิดหน่อยเลยชอบหนีออกจากบ้านเป็นประจำ  หนูเลยต้องมาตามกลับน่ะค่ะ”

“อ๋อออ  ที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง  มิน่าล่ะ  คุณเจ้าของอพาร์ทเมนต์บอกว่าคุณโนบุจ่ายค่าห้องไว้ทั้งปี  แต่ตัวเองกลับไม่ค่อยมานอน  น้านนานจะมาสักที  ที่แท้ก็เพราะมีบ้านอยู่แล้ว  จะมาแค่ตอนหนีออกจากบ้านเฉยๆ”

จ่ายค่าเช่าทั้งปี?  หมายถึงจ่ายล่วงหน้าน่ะเหรอ

เพื่ออะไรกัน?

“แล้วเขาอยู่ห้องไหนเหรอคะ”

“อพาร์ทเมนต์ที่พวกหนูยืนกันเมื่อกี้แหละจ้ะ  ชั้นห้าชั้นบนสุดเลย  ห้องสุดท้าย”

“ขอบคุณคุณพี่ทั้งสองมากเลยนะคะ  นอกจากสวยแล้วยังใจดีอีก  แบบนี้ต้องเป็นสาวสองพันปี  เต่งตึงตลอดกาลแน่ๆเลยค่ะ  โฮะ…โฮะ…โฮะ…”

แกล้งชมปิดท้ายแล้วรีบปลีกตัวออกมา  ปล่อยให้คุณป้าทั้งสองเคลิ้มในคำชมของผมต่อไป  จอมฟ้าที่ยืนรออยู่รีบเดินเข้ามาหา

“ไปคุยอะไรมาเหรอครับ”

“รู้ที่อยู่แล้ว  ตามมา”

คว้าข้อมือเล็กให้เดินตามไปทันที  ยิ่งค้นหาก็ยิ่งเจอแต่เรื่องน่าแปลกใจและความลับไม่มีที่สิ้นสุด  ผมกำลังเจอกับอะไรอยู่กันแน่  คนๆนี้…ไว้ใจได้จริงหรือเปล่า

ก๊อกก๊อกก๊อก

เคาะประตูห้องริมสุดที่ปิดสนิท  พอแนบหูกับประตูก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนกำลังเดินเข้ามาใกล้  ป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย  พวกอันธพาลต่างถิ่นไม่ยกโขยงไปหาเจ้าปิศาจหัวแดงกันหมดแล้วหรือไง  เสียเวลาตามหาเจ้าอาจารย์บ้านี่แท้ๆ

แอ๊ด…

“อาจารย์จริงๆด้วย!”

“…”

หมับ!

“อย่าคิดว่าจะหลบพ้นเลยค่ะอาจารย์”

รีบสอดตัวแทรกเข้าไปได้ทันก่อนที่อาจารย์จะปิดประตู  เจอหน้าปุ๊บรีบปิดประตูใส่ปั๊บมันเสียมารยาทแค่ไหนรู้บ้างหรือเปล่า!

“มาที่นี่ได้ยังไง”

“คนของเทียร์ช่วยสืบให้นะครับ”

จอมฟ้าตอบตามความจริงแบบไม่ปรึกษากันสักคำ  ไอ้หมอนี่ก็ซื่อเกินไป!  รู้สึกว่าตั้งแต่เจอความใจดีของอาจารย์เข้าไปคราวก่อนจะเริ่มคุยแบบคนปกติได้แล้วนะ

“ทำไมต้องสืบที่อยู่ฉัน”

ร่างสูงหันกลับมาจ้องผมเขม็ง  สามวันที่โดนพักงานไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนเลยหรือไง  สภาพแตกต่างจากเวลาอยู่มหาวิทยาลัยสุดๆ

แว่นก็ไม่ได้ใส่…

ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง…

เสื้อผ้าก็เซอร์สุดๆ…

อย่างกับคนละคน

“อย่างกับคนละคน”

หือ?!!!

เมื่อกี้ผมเผลอพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปงั้นเหรอ?

“อาจารย์เวลาอยู่ที่บ้านกับที่มหา’ลัยนี่เหมือนคนละคนเลยนะครับ  นึกว่าจะเนี้ยบกว่านี้เสียอีก”

จอมฟ้าว่าพลางมองไปรอบๆห้องที่เต็มไปด้วยขยะ  ถ้วยชามกินแล้วไม่ยอมล้างกองพะเนิน  แถมบนพื้นยังมีกระป๋องเบียร์และขี้บุหรี่ตกอยู่แทบทุกตารางเมตร

นอนเข้าไปได้ยังไง

ดงขยะชัดๆ

“ถ้าไม่มีอะไรก็กลับไปซะ  แล้วอย่ามาที่นี่อีก”

ตอบพวกผมแค่นั้นก็หมุนตัวเดินกลับไปทางโซฟา  ซึ่งเป็นจุดเดียวจากทั้งห้องที่พอจะมีที่ว่างให้นอนได้

“อาจารย์เรียวได้โปรดไปช่วยฝุ่นด้วยเถอะครับ!”

“…”

คำพูดของจอมฟ้าหยุดการเคลื่อนไหวของอาจารย์เรียวได้  กะแล้วเชียว  ถ้าเป็นเรื่องของปิศาจหัวแดง  คนๆนี้จะต้องสนใจแม้ว่าจะพยายามไม่สนใจแค่ไหนแต่ก็ทำไม่ได้

“ฝุ่นกำลังแย่แล้วนะครับ  สามวันที่ผ่านมาเขาเอาแต่มีเรื่องไม่หยุดเลย  ตามอาละวาดไล่จัดการพวกอันธพาลแถบนั้นจนเกลี้ยง  ร่างกายของฝุ่นตอนนี้จะถึงขีดจำกัดแล้วนะครับ”

“…”

“ที่สำคัญ  ข่าวลือที่ว่ามีปิศาจหัวแดงออกอาละวาดเล่นงานพวกอันธพาลจนราบเป็นหน้ากองดังกระฉ่อนไปทั่ว  พวกอันธพาลจากที่อื่นๆเลยกำลังพากันเดินทางไปเพื่อจัดการฝุ่นด้วยนะครับ!”

“…”

“อาจารย์เรียว  ขอร้องล่ะ!  ถ้าอาจารย์ไม่ไปหยุดหมอนั่นไว้  ฝุ่นต้องฝืนตัวเองจนร่างกายไม่ไหวแน่ๆเลยครับ!”

“…”

“ผมน่ะ  ถึงหมอนั่นจะหน้าตาน่ากลัว  แต่ลึกๆแล้วผมสัมผัสได้ว่าฝุ่นเป็นคนใจดี  ผม…ผม…อยากเป็นเพื่อนกับเขา”

“…”

“ไปหยุดไต้ฝุ่นลูกนี้ด้วยกันเถอะนะครับ!”

[พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!]

ผมหยิบวิดีโอการต่อสู้ของปิศาจหัวแดงที่ถ่ายไว้ขึ้นมาเปิด  อาจารย์ที่ตอนแรกเอาแต่ยืนหันหลังให้ค่อยๆหันกลับมาเพราะเสียงของคนในคลิปนี้…

[ให้พวกชั่ว!  ออกมาให้หมดเดี๋ยวนี้  ฉันจะจัดการพวกแกไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียวเลย  อ๊ากกกกก!!!]

“หมอนั่น…”

“สภาพดูไม่ได้สุดๆเลยใช่ไหมล่ะครับ  คิดว่าคงสู้ต่อไปได้อีกไม่นานหรอก  พวกที่คิดจะมาจัดการหมอนี่เองก็คงใกล้ถึงแล้ว”

“…”

“เอาไงดีล่ะครับ  จะไปหยุดไต้ฝุ่นลูกนี้ด้วยกันไหม?”

“นั่นแหละครับลูกพี่  ปิศาจหัวแดงที่ร่ำลือกันว่าออกอาลาดในแถบนี้มาสามวันแล้ว”

อันธพาลกลุ่มใหญ่จากถิ่นอื่นนับร้อยคนที่ได้รับข่าวเลยพากันบุกมาถึงต่างถิ่นยืนมองดูปิศาจหัวแดงที่กำลังยกเท้ากระทืบใครบางคนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม  คนที่ถูกเรียกว่า ‘ลูกพี่’  แสยะยิ้มอย่างน่ากลัว  มือซ้ายกำลังลูบไล้นิ้วข้างขวาที่สวมแหวนซึ่งมีเหล็กแหลมถูกลับจนคมครบทั้งห้านิ้วอยู่

“น่าสนุกดีนี่  ตัวแค่นั้นแต่กลับเล่นงานคนตั้งมากมายได้”

“เราพาคนมาตั้งเยอะ  ถ้าพวกเราสามารถล้มหมอนั่นได้ก็เท่ากับเราจะได้ครองที่นี่เพิ่มด้วยนะครับ”

“นั่นสินะ  จัดการคนที่ล้มอันธพาลแถวนี้ได้ทั้งหมดก็เท่ากับว่าผู้เปราชัยคือพวกเราต่างหาก”

“ใช่ครับ”

“ดีล่ะ  ฉันต้องเอาเลือดของปิศาจหัวแดงนั่นมาล้างเท้าให้ได้!”

บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

มาอัพแล้วจ้า  เอาล่ะสิ  น้องฝุ่นที่บ้าคลั่งอาละวาดไปทั่วกำลังจะเจอศึกใหญ่แล้ว!  ร่างกายตอนนี้ไม่สามารถฝืนต่อไปได้อีกแล้วนะ  ถ้าพวกอันธพาลกลุ่มที่มาใหม่เข้ารุมเล่นงานพร้อมกันทีเดียวต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่!  อาจารย์เรียว…อาจารย์จะมาช่วยน้องใช่ไหม  ฮือออออ T^T

ความคิดเห็น