กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อสูรใจร้าย(รีไรท์2จบบท)ebook

ชื่อตอน : อสูรใจร้าย(รีไรท์2จบบท)ebook

คำค้น : ขคราช มารตรี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2560 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อสูรใจร้าย(รีไรท์2จบบท)ebook
แบบอักษร

ต่อ...


“ฉันรู้ว่าเธอชอบมัน ฉันรู้...”  น้ำเสียงแหบโหยยัดเยียดความคิดของตัวเองให้หญิงสาวได้ฟัง เมื่อชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงรอยชื้นของหยดน้ำตา คราวนี้ทำให้ขคราชถึงกับใจกระตุก แต่เพราะอารมณ์เร้นลึกภายใต้จิตใจ กำลังเรียกร้องโหยหา เขาจึงไม่คิดจะหยุดสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ก่อนจะฉกริมฝีปากเข้าไปตักตวงความหวานใหม่อย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อเขาเริ่มเรียกร้องหนักขึ้น มารตรีนั้นแทบอยากจะตายไปให้พ้นกับความอัปยศในครั้งนี้...

“อย่าค่ะ...ได้โปรด...อย่าทำแบบนี้กับฉันเลย...”

 เพราะไม่เพียงแค่ริมฝีปากอิ่มของตัวเองเท่านั้นที่ถูกเขาล่วงเกินเอาแต่ใจ แม้แต่สองบัวงามก็ถูกเขาจาบจ้วง ล่วงเกิน บีบเคล้น เพื่อเป็นการระบายอารมณ์หวิวซ่านจากกึ่งกลางลำตัว

“อืม...อย่าดิ้นสิ” เขาปรามเสียงแหบเมื่อร่างน้อยเริ่มดิ้นหนีเขา

“อือ...ไม่...ไม่ได้นะ...” มือน้อยรีบขยุ้มยึดมือใหญ่เอาไว้ ไม่ให้ลูบไล้ลงไปยังจุดที่ต่ำกว่า เมื่อกระโปรงทรงจีบรอบตัว ถูกรั้งขึ้นมาจนติดอยู่ตรงเหนือเข่าและเขากำลังจะลากผ่านมันขึ้นไปยังจุดหวงแหน ขคราชทำเสียงจิจ๊ะขัดใจ แต่ยังยอมปล่อยมือออกง่ายๆเมื่อเขาเห็นแหล่งอุดมสมบูรณ์แห่งใหม่ซึ่งถูกใจเขามากกว่า...

“อย่ามาทำเป็นไม่เคยไปหน่อยเลยน่าแม่สาวร้อยเล่ห์ ฉันรู้ว่าเธอถนัดและชอบมันเสียด้วยซ้ำ ของมันเคยๆกันอยู่...” ชายหนุ่มผู้ตกอยู่ในเพลิงราคะ หลงแปลสิ่งที่หญิงสาวทำเป็นเพียงมารยา ใช้แกล้งทำให้เขาหลงคิดว่าเจ้าหล่อนนั้นไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนหน้า  ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นอาจจะหลงกล เชื่อในสิ่งที่เธอแสดงว่าเป็นสาวใสซื่อไปนานแล้ว แต่นี่กับเขา เขาไม่มีทางหลงเชื่อไปกับสิ่งที่หญิงสาวพยายามจะสร้างมันขึ้นมาใช้ตบตาเขา...

“ได้โปรด...คุณราช...อย่าทำฉันเลยนะคะ...” หญิงสาวอ้อนวอนเสียงสั่นเครือเมื่อใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆลากลิ้นลงมายังอกอวบ มารตรีถึงกับสะดุ้ง เมื่อไรตอจากหนวดของชายหนุ่มทิ่มตำลงบนเนื้อเนียนให้เกิดอาการเจ็บจี๊ด กระดุมเสื้อนักศึกษาถูกปลดออกตอนไหนก็ไม่รู้ จนมันเผยให้เห็นบราเซียสีหวาน กับเนินเนื้อขาวเป็นยองใยโผล่พ้นออกมาล้อตาให้ชายหนุ่มต้องแอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ความละลานตาตรงหน้าทำให้ดวงตาสีนิลพร่ามัวดูหวานเยิ้ม

“สวย...สวยมากรตรี...สวยงามอะไรอย่างนี้” เจ้าของดวงตาฉ่ำหวาน ตกตะลึงไปกับสิ่งที่เห็น จึงไม่อาจบังคับอารมณ์ดิบของตัวเองได้อีกต่อไป ริมฝีปากหนาได้รูปลากไล้ตรงไปยังจุดที่เขาหมายตา ขบเม้มเนินเนื้อขาวด้วยริมฝีปากหยอกเอิน มารตรีต้องกัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้หลุดเสียงครางอันน่าอับอายออกไป ขคราชกดริมฝีปากร้อนลงบนเนื้อขาวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาเพิ่มแรงกดให้หนักขึ้นกว่าเดิม จนเกิดเป็นรอยแดงเพื่อจะได้เป็นการย้ำเตือนให้หญิงสาวได้รับรู้ ที่ตรงนี้เป็นของเขา ผู้ชายหน้าไหนก็ห้ามเข้ามายุ่งกับของ ของเขาทั้งนั้น

“ตรงนี้ของเธอมันเป็นของฉัน จำใส่สมองเธอเอาไว้ให้ดีด้วยนะรตรี...”

คำพูดคล้ายละเมอดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่ม เพื่อเป็นการตีตราจอง ต่อไปนี้เธอจะต้องอยู่ในสายตาของเขาทุกฝีก้าว เขาจะไม่ยอมให้มารตรีใช้ร่างกายนี้กับไอ้หน้าโง่คนไหนอีก ต่อไปนี้เธอจะกลายเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของเขา เขาเบื่อเมื่อไหร่นั่นแหละ เธอถึงจะมีสิทธิเอาร่างนี้ไปประเคนให้คนต่ออื่นได้...

 ร่างบางที่พยายามดิ้นรนขัดขืนเพื่อช่วยเหลือตัวเองเท่าที่แรงน้อยนิดพอจะสู้เขาไหว  แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนที่กำลังตกลงสู่ห้วงแห่งอารมณ์ปรารถนา หยุดคิด ยับยั้งตัวเอง  กลับกันดูเหมือนเขากลับยิ่งชอบให้เธอดิ้นเสียดสีร่างนุ่มนิ่มไปกับร่างแข็งแกร่งแห่งเรือนร่างบุรุษชายของเขาอีกต่างหาก เมื่อมารตรีรู้ตัวว่าไม่อาจทำอะไรเขาได้เลย ร่างน้อยจึงหยุดดิ้นแล้วปล่อยให้อสูรใจร้ายรังแกทั้งสองทรวงอวบขาวอิ่มของเธอต่อไป  ด้วยความสิ้นหวัง...

“ไปบนห้องกับฉัน...”  เสียงแหบพร่าออกคำสั่ง ดวงตาสีดำแฝงไว้ด้วยความดุดันอยู่เป็นนิจดูหมองมัวลงยามเมื่อเอ่ยปาก อารมณ์ดำฤษณานำพาให้เขาเกิดความกระสันอยากกลืนกินร่างหวานลิ้นนี้ลงท้องเขาไปทั้งร่าง  เมื่อตอนนี้ชายหนุ่มถูกมนต์เสน่ห์เย้ายวนหอมหวานเล่นงานเข้าอย่างจัง  จนไม่อาจหยุดยั้งตัวเองเพียงแค่ได้สัมผัสภายนอกกาย ขคราชจึงลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่าง หวังเพียงให้ตัวเองได้ปลดปล่อยความทรมานนี้ให้พ้นๆไปเป็นพอ

 “ไม่นะคะคุณราช...”  มารตรีรีบขืนร่างเอาไว้ เมื่อร่างของตัวเองกำลังจะโดนร่างใหญ่ช้อนอุ้มขึ้น

“ฉันจะให้มากกว่าที่ป๋าให้ ถ้าเธอยอมตามใจแล้วขึ้นไปบนห้องกับฉัน...” 

ขคราชเริ่มหงุดหงิดเมื่อถูกขัดใจ คิดไปเองว่าหญิงสาวคงเล่นตัวเพราะคิดจะเรียกร้องค่าตัว และเป็นเพราะคำพูดดูถูกศักดิ์ศรีของขคราช จึงทำให้ใบหน้าขาวราวกับกระดาษช้อนวงหน้าซีดเผือดขึ้นมองชายหนุ่ม

“วันนี้รตรีมีสอบ กรุณาปล่อยรตรีไปเถอะนะ...นะคะ...หากรตรีทำอะไรให้คุณราชไม่พอใจ รตรีไหว้ขอโทษก็ได้ค่ะ...”  พูดจบประโยคน้ำตาแห่งความอดสูอาดูรหลั่งรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ พร้อมกับน้ำเสียงสั่นเครือร้องขอให้เขาปล่อยเธอไป  สองมือน้อยก็คอยยกขึ้นไหว้อ้อนวอนขอให้เขาได้เห็นใจเธอประหรกๆ  เพราะนี่เป็นวิชาสุดท้ายแล้วที่เธอจะได้สำเร็จการศึกษาเสียที เธอไม่อยากพลาด เพราะเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วที่เธอจะต้องทำฝันของคุณตาให้สำเร็จ ถ้าเธอเรียนจบและมีใบปริญญาซึ่งอาจพ่วงท้ายด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง  เธอจะได้รับเข้าทำงานในบริษัทที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นของครอบครัวของเธอมาก่อนโดยอัตโนมัติตามกฎการฝึกงาน ถึงจะไม่ได้เข้าไปในฐานะเจ้าของเหมือนสมัยคุณตาก็ไม่เป็นไร  เพียงแค่ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้กลับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของที่นั่นอีกสักครั้งเธอก็ปลื้มใจสุดๆแล้ว...

เพราะเห็นอาการสั่นไปทั้งร่างพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ร้องขอประหรกๆของหญิงสาว ทำเอาขคราชถึงกับหยุดชะงักไป  ชายหนุ่มรีบดันร่างงามออกห่าง เพื่อกวาดตามองใบหน้าซีดแต่เจิ่งนองไปด้วยน้ำตาด้วยความสับสนมึนงง แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็ไอ้น้ำตาบ้าบอนี้มันดันทำให้หัวใจของเขาปวดแปลบพิกล

“อย่าร้องไห้...”  เมื่อไม่อาจทนเห็นน้ำตาของผู้หญิงคนนี้อีกต่อไป เสียงเข้มปนดุดันจึงร้องห้าม มารตรีต้องสะดุ้งไปทั้งร่าง เขาไม่เพียงแต่ห้าม หากทว่ามือใหญ่ของเขากลับดึงรั้งร่างของเธอเข้าไปกอดซุกไว้กับอกแกร่งของเขา ดวงตาโศกไหววูบเมื่อเธอสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่ของคนใจร้าย ซึ่งตอนนี้มันกำลังลูบไล้ลงกับเส้นผมยาวเหยียดไปจนถึงแผ่นหลังของเธออย่างแผ่วเบา ดูคล้ายเหมือนเขากำลังปลอบใจเด็กเล็กๆสักคนให้หยุดร้องไห้อย่างไรอย่างนั้นแหละ...

“คุณราช!รตรีมีสอบ”  หญิงสาวเอ่ยย้ำอย่างกล้าๆกลัวๆ

“อืม! ได้ยินแล้วน่า อยู่นิ่งๆก่อนเถอะ” ชายหนุ่มตอบรับสั้นๆ เมื่อตอนนี้เขากำลังรวบรวมเรียกสติร่องรอยกระเจิดกระเจิงไปเพราะอารมณ์รัญจวนเมื่อสักครู่นั้นให้มันกลับคืนมา ขคราชถึงกับสบถคำหยาบคายด่าทอตัวเองเสียงข่ม  เมื่อเขาดันลืมนึกไปเสียสนิท ก่อนมารตรีจะขอตัวกลับออกมา เธอบอกกับเขาป๋าว่า วันนี้เธอมีสอบเป็นวันสุดท้ายนี่นา...       

“มีสอบตอนกี่โมง...” ชายหนุ่มไม่วายขยับปากถามเสียงห้วน ชิดติดกับผมหอมกรุ่น ก่อนจะสูดดมเอาความหอมเข้าไปด้วยความเผลอไผล

“เอ่อ...เก้าโมงเช้าค่ะ”

“อืม! แล้วถ้าฉันไม่ให้เธอไป...”

“จะให้รตรีกราบเท้าคุณราช รตรีก็ยอมค่ะ ขอเพียงคุณราชยอมปล่อยรตรีไป รตรียอมทำทุกอย่าง...”  ยังไม่ทันที่ขคราชจะพูดจบประโยคดี  มารตรีก็สวนคำร้องขอแทรกขึ้นมาเสียก่อน ทำให้ดวงตาคมยิ่งกว่าใบมีดโกนหรี่มองร่างในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ปนหงุดหงิด แม่นี้คงมองว่าเขามันเป็นผู้ชายใจร้ายใจมารมากสินะ ถึงได้ไม่ยอมรอฟังเขาให้พูดจบประโยคดี ความคิดอยากลองใจจึงผุดขึ้นมา เขาก็อยากรู้เหมือนกันมารตรีจะกล้าทำอย่างที่ปากพูดไหม  หรือแม่นี่กำลังคิดจะใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนอะไร งัดมาทำให้เขาสงสาร หึ...ร้ายไม่เบาเลยนะแม่คุณ

“จริงเหรอ...เธอจะกราบเท้าของฉันจริงๆเหรอ” ขคราชถามย้ำ กดคิ้วเข้มลงมองร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ค่ะ...รตรียอม ขอเพียงคุณราชปล่อยรตรีไปก็พอ” หญิงสาวยืนยันเสียงสั่น น้ำตาที่เหือดแห้งไปเริ่มรินไหลออกมาอีกครา

“จะเปลี่ยนใจจากกราบเท้าของฉัน มาทำงานถนัดของเธอแทนก็ได้นะ ฉันไม่ว่า...”

“รตรีจะกราบเท้าคุณราชค่ะ...”  หญิงสาวกัดฟันตอบ ยืนยันคำเดิม เมื่อมันพอจะเป็นหนทางเดียวเขาจะเลิกรังแกแล้วยอมปล่อยเธอไป

“ก็ได้...ถ้าเธอแน่ใจว่ากล้าทำ ฉันจะไม่ขัดศรัทธา งั้นก็ก้มลงกราบเท้าของฉันตรงนี้ และเดี๋ยวนี้เลยสิแม่ร้อยเล่ห์...”  ว่าแล้วขคราชก็ขยับกายถอยห่างปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขนด้วยความเสียดาย  

ชายหนุ่มยืดร่างหนาขึ้น ยืนกอดอกรอ ก่อนจะยื่นฝ่าเท้าออกมาด้านหน้า  ริมฝีปากหนาเหยียดออกเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม  มองร่างในชุดนักศึกษาตรงหน้าด้วยสายตาท้าทาย ดูสิหล่อนจะกล้าทำอย่างที่ปากพูดไหม...

มารตรีถึงกับกลั้นสะอื้นอย่างหนัก เธอปาดน้ำตาทิ้งอย่างคนหมดหนทางสู้ ค่อยๆย่อเข่าลงด้วยความรู้สึกเกลียดชังผู้ชายใจดำตรงหน้าจนสุดหัวใจ ถึงแม้ภายในใจจะคอยแช่งชักหักกระดูกให้เขาอย่าได้มีความสุขเลยในชาตินี้ แต่สองมือน้อยกลับต้องยกขึ้นพนมและก้มลงกราบแทบเท้าเขาด้วยท่าทางเหมือนคนสิ้นแรง...

ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างเหลือเชื่อ ชายหนุ่มแทบอยากจะเข้าไปกระชากร่างนั้นขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแล้วกอดให้หายปวดแปลบในใจนัก  แต่สิ่งที่ขคราชต้องแกล้งทำเพื่อย้ำเตือนตัวเองไม่ให้ใจอ่อนกับผู้หญิงร้อยมารยาตรงหน้า  มันช่างดูตรงข้ามกับสิ่งที่หัวใจตัวเองเรียกร้องจากหน้ามือเป็นหลังมือเสียเหลือเกิน

เพราะสิ่งที่ขคราชต้องแกล้งทำ นั่นก็คือการปล่อยเสียงหัวเราะลั่นออกมาเหมือนกับตัวเองนั้นสะใจซะเหลือเกิน  ก่อนจะชักเท้าของตัวเองกลับมายืนตัวตรง ใบหน้ายุ่งยากใจก้มลงมองร่างในชุดนักศึกษาด้วยความรู้สึกผิดแต่ก็รีบปัดไอ้ความรู้สึกบ้าๆนั้นไปให้พ้นเสียเร็วๆ  พร้อมกับรีบหันหลังให้กับภาพตรงหน้า

“เชิญ...”  เสียงขับไล่แข็งกระด้างเรียกให้ร่างที่ก้มหน้าต้องรีบเงยขึ้นมา แต่ก็เห็นคนใจร้ายเดินสะบัดหันหลังกลับเข้าไปยังคฤหาสน์เรียบร้อยแล้ว

ดวงตาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำล้นเอ่อ มองตามร่างใหญ่ไปด้วยสายตาเจ็บปวด เธอเกลียดเขา เกลียดผู้ชายคนนี้เหลือเกิน ทำไมเขาต้องทำกับเธอถึงขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้ เธอก็ไม่เคยไปทำอะไรเขาเสียหน่อย ทำไมเขาจะต้องจ้องจะทำร้ายกันไม่จบไม่สิ้น

มารตรีค่อยๆลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่สั่นเทาตามแรงสะอื้นไห้  พร้อมกับเปิดประตูรถยนต์ของตัวเองเข้าไปนั่ง ก้มหน้าซบลงกับพวงมาลัยด้วยความเสียใจ เขาทำเหมือนเธอไม่ใช่คน ทำเหมือนเธอเป็นตัวอะไรสักอย่างในสายตาของเขา มารต่รีให้สัญญากับตัวเองหนักแน่น หากจะมีสักวันหนึ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดเจียนตายได้  เธอจะไม่รีรอที่จะทำมันเลยคอยดู...

“รตรี...” เสียงเคาะกระจกข้างรถดังขึ้น เรียกให้คนที่ตกอยู่กับความรู้สึกเสียใจ รีบเงยหน้าขึ้นจากพวงมาลัยขึ้นมามอง

“พี่มาร์ค มีอะไรหรือคะ...”  มารตรีเรียกชื่อคนที่มาเคาะกระจกรถด้วยความแปลกใจ คิ้วโก่งงามกดลงจนคนเคาะกระจกที่ยืนส่งยิ้มอ่อนๆให้พอจะรู้ทัน  จึงรีบบอกจุดประสงค์ออกไปเพื่อไขข้อข้องใจให้กับหญิงสาวซึ่งเขาเอ็นดูไม่ต่างจากน้องสาวแท้ๆของตัวเองฟัง

“รีบลงมาจากรถก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน มีสอบไม่ใช่เหรอเราหึ...”  มารตรีพยักหน้า แต่ก็ยอมเปิดประตูลงมาจากรถของตัวเองอย่างไม่อิดออด

“เดี๋ยวพี่จะขับเจ้าพายุไปส่งรตรีให้เอง...”

“ว่าไงนะคะ...ขับเจ้าพายุ?...ไม่ค่ะ รตรีไม่ไป พี่มาร์คก็รู้นั่นมันรถของใคร...”  มารตรีหยุดชะงักเท้ากึก เมื่อได้ยินว่าพี่ชายใจดีจะขับเจ้าพายุ รถสปอร์ตคู่กายของคนใจร้ายไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัย นี่ขนาดเขาแค่เข้ามาเห็นตอนเธอนั่งคุยอยู่กับเจ้าสัวราพบิดาของเขาแค่นั้น เขายังโกรธเธอเป็นฟืนเป็นไฟ ถ้าหากเธอบังอาจไปนั่งบนรถแสนหวงของเขา มีหวังเขาไม่ลงมาหักคอเธอจิ้มน้ำพริกหรอกหรือไง

“รตรีขับรถของรตรีไปเองดีกว่าค่ะ ขอบคุณพี่มาร์คมากนะคะ แต่ครั้งนี้รตรีไม่ขอรบกวนน่าจะดีกว่าค่ะ...” หญิงสาวปฏิเสธออกไปทันทีเมื่อรู้ว่าเจ้าของรถสปอร์ตนั่นคือใคร

“เอาน่าอย่าเพิ่งคิดมากแล้วก็วางใจพี่ได้เลย เพราะตอนนี้คุณราชแกขึ้นไปพักผ่อนข้างบนห้องนอนแล้วนู่น ป่านนี้ก็คงหลับเป็นตายไปแล้วละ รตรีสบายใจได้เลยนะ รับรองคุณราชแกไม่รู้หรอกว่าพี่แอบเอาเจ้าพายุไปส่งรตรีที่มหาวิทยาลัย...” 

มาร์คบอดี้การ์ดมือขวาของขคราชรีบพูดจาโน้มน้าว ตัวของเขาเองก็ไม่รู้หรอกก่อนหน้านั้นเจ้านายได้รังแกอะไรน้องสาวของเขาไปหรือเปล่า แต่พอคุณราชเข้าไปในคฤหาสน์ได้  เจ้านายผู้อารมณ์ร้อนเป็นนิสัย โหวกเหวกส่งเสียงดัง เรียกเขาเสียงลั่นไปหมด

เจ้านายมีคำสั่งให้เขาทำงาน แล้วโยนกุญแจเจ้าพายุมาให้เขา ก่อนจะบอกให้เขาขับรถพามารตรีไปสอบให้ทันให้ได้ แถมยังกระชับเสียงเข้ม ห้ามบอกมารตรีว่าเจ้านายเป็นคนอนุญาตให้ใช้รถคันนี้ไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัย...

“ไปเร็ว เดี๋ยวไปสอบไม่ทันมันจะไม่คุ้มเอาน่า พี่รับรองแล้วไง คุณราชแกจะไม่รู้เรื่องนี้เด็ดขาด...ไว้ใจพี่มาร์คคนนี้ได้เลยน้องสาว...” พูดจบคำมาร์ครีบดึงแขนของมารตรีให้เดินตามเขาไปยังลานจอดเจ้าพายุเพื่อเป็นการตัดบท ขืนชักช้าไปกว่านี้จะไปสอบไม่ทันแล้วไอ้มาร์คคนนี้นั้นจะซวยซ้ำซวยซ้อนไปด้วยอีกคน

“ไอ้มาร์ค! ไอ้เวรเอ่ย...”  เสียงสบถด่าทอมือขวาของตัวเองดังขึ้นตรงม่านหน้าต่างห้องพัก  ขคราชถึงกับชักสีหน้าไม่พอใจ เมื่อเห็นไอ้มือขวาจอมวายร้าย มันบังอาจมาแตะเนื้อต้องตัวแม่ร้อยเล่ห์ของเขา...

“เดี๋ยวเถอะมึงไอ้มาร์ค มึงกลับมาเมื่อไหร่ มึงได้รับประทานบาทาของกูแน่ ข้อหามันเสือกกล้าจับมือถือแขนผู้หญิงคนนั้นของเขาเข้า...” คนขี้หวงยืนแอบมองเข่นเขี้ยวโมโห แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ในตอนนี้ นอกจากยืนมองเจ้าพายุขับเคลื่อนออกไปจนลับสายตาเท่านั้น....

                                               *******************

วางจำหน่ายในรูปแบบ Ebook แล้ววันนี้...


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น