หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เนื่องจากตอนนี้ทางหอหมื่นอักษรได้แปลนิยายเรื่อง ‘สำนักแพทย์อันดับหนึ่ง’ ทันต้นฉบับภาษาจีนแล้ว ทางเราจึงขอแจ้งให้ทราบว่านิยายเรื่องนี้จะหยุดการอัพเดทตอนใหม่ ‘ชั่วคราว’ และจะอัพเดทอีกครั้งเมื่อต้นฉบับจากทางจีนมีเพียงพอแล้วเจ้าค่ะ

ตอน ๔๙ สำนักเต๋าและราชสำนัก

ชื่อตอน : ตอน ๔๙ สำนักเต๋าและราชสำนัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ย. 2560 16:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ๔๙ สำนักเต๋าและราชสำนัก
แบบอักษร

สำนักเต๋าแห่งใดจะล่วงเกินคนหนุ่มอนาคตปรมาจารย์ผู้เยี่ยมยุทธ์ได้?

ก็ พวกเขาซ่างชิงไง!

สำหรับชงเสวียนในตอนนี้ หากมีช่องว่างระหว่างแผ่นดิน เขาต้องยอมแทรกตัวลงไป และไม่ขอพบปะผู้คนอีก แต่มารดาเอ้ย ไม่มีทาง มันเป็นไปไม่ได้ สถานการณ์ไม่เหมือนเดิมแล้ว หากหมิงอ๋องยังเป็นปรมาจารย์ผู้เยี่ยมยุทธ์อนาคตไกลตัวเป็นๆ แบบนี้อยู่ ต่อแต่นี้ไป เมื่อเขาซ่างชิงอยู่ต่อหน้าเชื้อพระวงศ์ ก็จะไม่กล้ามองข้ามอีก

ในความเป็นจริง แม้ต้องถูกสบประมาท ชงเสวียนก็ต้องมายืนยันให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขาซ่างชิงนอกจากนี้ ที่เขาต้องกลับมาอีกครั้งก็เพื่อแสดงให้เห็นท่าทีที่อ่อนน้อมกว่าเดิมและยอมจำนนต่อราชสำนัก

เหตุเพราะหมิงอ๋องเพียงผู้เดียวดำรงสถานะปรมาจารย์ ทำให้เรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ราชสำนักและสำนักเต๋าช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน หากสำนักเต๋ายอมจำนนต่อราชสำนัก ก็จะได้รับงบประมาณในการพัฒนา และหากราชสำนักพยายามสนับสนุนวิชาเต๋า จนได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปะป้องกันตัวชั้นสูง ก็สามารถใช้ข่มขวัญศัตรูได้

ดังนั้นสัมพันธภาพระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงเป็นไปในลักษณะราชสำนักเป็นใหญ่ สำนักเต๋าเป็นขุนนาง ทั้งสองไม่ขัดแย้งกัน หากให้สำนักเต๋าเป็นทหารดูจะไม่เหมาะ เพราะตามประวัติศาสตร์ ศาสนาเป็นสถาบันสูงส่งที่มีความโดดเด่นในอันดับต้นๆ มีผู้นับถือศรัทธาเป็นจำนวนมาก จึงมักไม่ยุ่งเกี่ยวกับการสงคราม

ราชสำนักได้เทิดทูนและให้ความเคารพพวกเขาเรื่อยมา จึงไม่เคยกลัวว่าพวกเขาจะก่อความไม่สงบขึ้น แม้พลังยุทธ์ของพวกเขาเหนือกว่าชาวยุทธ์ธรรมดา แต่อย่างไรเสียก็ไม่สามารถต้านทานกองทัพนับหมื่นนับแสนได้ อีกอย่างสำนักเต๋ายังใฝ่ทางธรรม

ส่วนพวกคิดก่อการก็ใช่ว่าไม่มี แต่ถือว่าน้อยมาก ไม่สามารถก่อความวุ่นวายอะไรได้

เนื่องด้วยเหตุนี้ แต่ไหนแต่ไรมาราชสำนักจึงไม่เคยจำกัดพัฒนาการของพวกเขา  เพราะกิจการสำนักหมัดมวยเจริญรุ่งเรืองไปทั่วทุกสารทิศ ประเทศอื่นๆ ต่างก็มีคนเป็นมวย ประเทศเราจึงต้องพัฒนาในด้านนี้เสมอ เพื่อป้องกันต่างประเทศส่งผู้เป็นมวยฝีมือสูงเข้ามาก่อกวน

ดังนั้นราชสำนักจึงต้องสนับสนุนสำนักเต๋าเต็มที่และสร้างความปรองดองเข้าไว้ เพื่อให้คนของสำนักเต๋าได้รักษาเนื้อรักษาตัว ทำวิจัยทางการแพทย์ ช่วยเหลือผู้คนให้มีชีวิตยืนยาวยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติไม่น้อย

จะว่าไป จักรพรรดิองค์ใดบ้างที่ไม่หวังว่าสักวันหนึ่งการแพทย์อาจทำให้ทรงมีอายุยืนได้จริงๆ ส่วนในยามศึกสงคราม ก็อาจใช้ให้พวกเขาที่กระจายอยู่ในแต่ละพื้นที่ช่วยปกปักษ์รักษาเมือง พิทักษ์เขตแดน และแน่นอนว่าในยามบ้านเมืองยุ่งเหยิง พวกเขาก็ต้องยุ่งวุ่นวายตาม แต่จะทำอย่างไรได้ หากวันนั้นมาถึงจริง ก็หมายความว่าราชสำนักเกิดปัญหาขึ้นแล้วจริงๆ ใช่ว่าสำนักเต๋าไม่เคารพนบนอบ

สมมติว่าท่านเป็นผู้ดูแลเหล่าทหาร ยามบ้านเมืองยุ่งเหยิง เหล่าทหารก็อาจก่อการปฏิวัติได้ แต่ไม่ใช่ว่าท่านมัวแต่คิดว่าพวกเขาอาจก่อการปฏิวัติ จึงตัดสินใจไม่เลี้ยงดูทหาร

แต่ถ้าให้เทียบกับทหารแล้ว สำนักเต๋าเป็นเพียงผู้ใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์เท่านั้น พวกเขามีข้อดีตรงที่ไม่คิดตั้งตนเป็นอิสระ หรือหากพวกเขามีความคิดนี้ ก็ไม่สามารถทำได้

การดำรงอยู่มาได้จนทุกวันนี้ของสำนักเต๋าจึงมีเหตุผลในตัวเอง

แม้การเมืองวุ่นวาย พวกเขาก็ได้แต่ตามน้ำไปกับทุกฝ่าย โดยไม่คิดภักดีกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะขอเพียงพวกเขาได้รับสันติภาพและความสงบสุข ใครขึ้นมาเป็นผู้นำพวกเขาก็ไม่เกี่ยง

กระทั่งไม่แน่ว่าอาจช่วยเหลือขั้วตรงข้ามกับราชสำนัก แต่หากไปถึงจุดๆ นั้นจริง ราชสำนักจะทำอย่างไรได้ สถานการณ์วุ่นวายส่งผลโดยตรงต่อสำนักเต๋า เพราะจะกลายเป็นผู้ที่ถูกแต่ละฝ่ายดึงให้เข้าร่วมด้วยเสมอ

เพราะนอกจากการกระทำของพวกเขามีผลกระทบต่อคนหมู่มากแล้ว วิทยายุทธ์และทรัพย์สินมากมายของพวกเขายังเป็นกำลังหนุนที่ดียิ่งในการศึก

ถ้าราชสำนักใช้มาตรการแข็งกร้าวกับพวกเขา ก็เป็นการผลักพวกเขาให้ฝ่ายตรงข้าม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาซ่างชิงกล้าที่จะงัดข้อกับราชสำนัก

ส่วนราชสำนักที่ไม่กล้ากระทำการบุ่มบ่าม เห็นได้ชัดว่ามิได้กลัวเขาซ่างชิงจะทำลายราชสำนัก

แต่เพราะเขาซ่างชิงมีเจ้าสำนักเหมยอยู่ ซึ่งยังคงเป็นผู้นำของผู้คนทั่วไป และมีอิทธิพลต่อสำนักเต๋าทุกสำนัก

หากเป็นการแตะต้องเขาซ่างชิงสำนักเดียวไม่เป็นปัญหา แต่ที่ราชสำนักกลัวคือ จะส่งผลกระทบต่อทุก สำนักให้รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย จึงเอาใจออกห่างไปสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามให้มาโค่นล้มราชวงศ์แทน

และในสถานการณ์วุ่นวายเช่นนี้ เบี้ยต่อรองแม้เพียงตัวเดียวก็เป็นของล้ำค่า องค์ติ้งอู่ทรงแตกฉานกลยุทธ์ทางการทหาร ไม่สามารถทำการค้าที่ทำให้ขาดทุนได้ จึงต้องรามือไม่เอาเรื่อง

แต่ตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของหมิงอ๋อง กลายเป็นปรมาจารย์หนุ่มอายุสิบหก สิ่งมหัศจรรย์ที่พานพบได้ยากในรอบพันปี อีกทั้งยังมีอนาคตไกลและยังดำรงชีวิตอยู่

สถานการณ์นี้จึงต่างจากสถานการณ์เดิมเป็นอย่างมาก อย่างน้อยราชสำนักก็มิได้เป็นผู้ถูกกระทำอีกต่อไป

เนื่องจากภายในแต่ละสำนักจริงๆ แล้วก็มิได้สงบสุข ดั่งที่ว่า มากคนย่อมมากความ

ในประเทศปัจจุบันมี 5 ผู้เยี่ยมยุทธ์ และ 3 ขุนเขา

ในยุทธภพ มีคนของราชสำนัก 1 คน เชื้อพระวงศ์ 1 คน ส่วนอีกสามเป็นคนจากเขาซ่างชิง เขาอวี้ชิง และเขาไท่ชิง สามสำนักใหญ่แห่งขุนเขา

ซ่างชิง อวี้ชิง และไท่ชิง ทั้งสามสำนักยิ่งใหญ่ในภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคตะวันตก คนของทั้งสามสำนักต่างดื่มด่ำไปกับเกียรติยศอันสูงสุด และได้รับความเคารพจากทุกสำนัก

และเพราะความยิ่งใหญ่ของพวกเขา ทำให้ได้รับความสนใจจากราชสำนัก ทุ่มเทมอบทรัพย์สินล้ำค่า ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น จนกลายเป็นผู้มีอิทธิพลไปในที่สุด

ส่วนสำนักอื่นๆ เพราะไม่มีคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน จึงเป็นได้แค่ม้ารองบ่อน แต่จิตใจของมนุษย์ไม่เพียงพออยู่แค่นั้น สำนักใดพอใจในฐานะอันต่ำต้อยบ้าง?

ไม่ว่าใครก็อยากให้สำนักตนโดดเด่น ทว่าอยากแข็งแกร่งและเฟื่องฟูก็ต้องมีต้นทุน หากไม่มีคนที่มีคุณสมบัติพร้อม พูดไปก็ไร้น้ำหนัก ทำอะไรไม่ได้

เพื่อพัฒนาการที่ก้าวหน้า จู่ๆ แต่ละสำนักก็ปรากฏคนรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติพร้อมเข้ามาเขย่าวงการ แต่ละสำนักต่างแย่งชิงศิษย์ฝีมือดี จึงมีคนเดินเข้าเดินออกอยู่เรื่อย

และครั้งนี้ เพราะอยากได้หลินซู่อินมาเป็นศิษย์ เขาซ่างชิงจึงก่อการใหญ่ เพื่อเหตุผลดังกล่าว อยากพัฒนาสำนัก พอพบเห็นผู้หนึ่งผู้ใดมีคุณสมบัติครบถ้วน พวกเขาก็ยอมลงทุนด้วยโลหิต การให้ยากุยหยวนตันเก้าเม็ดก็ถือว่าไม่เท่าไหร่

แค่เพียงสถานะปรมาจารย์ ยากุยหยวนตันเก้าเม็ดจึงถือว่าคุ้มค่า และหากสามารถเป็นได้จริงๆ ก็เป็นหลักประกันได้ว่าภายในสิบปีสำนักจะมีแต่บารมีและความรุ่งโรจน์

แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดแล้วว่า หมิงอ๋องแห่งราชสำนักคือผู้มากพรสวรรค์ที่พานพบในรอบพันปี

ซ่างชิง อวี้ชิง ไท่ชิง สามสำนักใหญ่ไม่ต้องพูดถึง ย่อมมีผู้เยี่ยมยุทธ์คอยปกปักษ์ดูแล แต่ที่น่าพูดถึงคือสำนักขนาดกลางและเล็กเหล่านี้มีสำนักใดบ้างที่ไม่หวั่นไหว?

ทุกสำนักอยากให้หมิงอ๋องเข้าทำพิธีเป็นคนของสำนักตนกันทั้งนั้น เพื่อหวังให้ในอนาคตจะกลายเป็นเป็นนักพรตผู้ประกาศศักดาของสำนักให้โลกรู้

แต่หมิงอ๋องมีเพียงคนเดียว สุดท้ายแล้วเขาก็เข้าได้แค่สำนักเดียว แต่ใจคนไม่ย่อท้อ ต่างคิดว่าสำนักนั้นอาจเป็นสำนักตน

ต้องรู้ว่า ยุทธภพแปรเปลี่ยนเท่าใด แต่สำนักเต๋าไม่เคยเปลี่ยน

สำนักเต๋าแปรเปลี่ยนเท่าใด แต่จอมยุทธ์ไม่เคยเปลี่ยน

ฉะนั้น ในตอนนี้ เมื่อหมิงอ๋องอาจกลายเป็นจอมยุทธ์ที่มีตัวตนจริงอยู่ในโลก พวกเขาไหนเลยจะปล่อยผ่านได้?

เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องเข้าหาราชสำนัก ในสถานการณ์ดังกล่าว หากราชสำนักคิดจัดการเขาซ่างชิง เขาซ่างชิงก็ไม่แน่ว่าจะได้รับความร่วมมือจากสำนักเต๋าต่างๆ ในการคานอำนาจกับราชสำนัก

แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ล้วนมีความเป็นไปได้ เพียงความเป็นไปได้เหล่านี้ เขาซ่างชิงไม่สามารถเสี่ยงได้

ดังนั้นชงเสวียนไม่มาไม่ได้ อีกทั้งตอนนี้เหมยอวิ๋นชิงของเขาซ่างชิง นักพรตเหมยก่อนได้รับข่าวก็เดินทางกลับเขาซ่างชิงแล้ว

พอได้รับข่าว ชงเสวียนก็รีบแจ้งให้นางทราบทันที ทำให้นางเสียเวลาไม่ได้อีก ต้องรีบควบม้าเร็วไปพาหลินซู่อินกลับเขาซ่างชิงให้ได้

เหตุผลง่ายนิดเดียว ตั้งแต่หมิงอ๋องลุกขึ้นได้ ฐานะของหลินซู่อินก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ตำแหน่งพระสนมหมิง พริบตาเดียวก็สูงส่งขึ้นมา ให้ได้วางแผนกันยาว

ไม่แน่ว่าวันหนึ่ง ถ้าหมิงอ๋องเกิดกลายเป็นจอมยุทธ์ขึ้นมาจริงๆ ด้วยชื่อเสียงเกียรติยศของเขา คงไม่ลืม

พระสนมที่เคยไหว้ฟ้าดินมาด้วยกันแน่

ไม่ควรมองข้ามฐานะสามีภรรยา คนทั้งโลกต่างให้ความสำคัญ เมื่อพระสนมหมิงเป็นศิษย์เขาซ่างชิง หมิงอ๋องก็ต้องเป็นด้วย และหากหมิงอ๋องได้เป็นจักรพรรดิ ก็ต้องยอมรับในข้อนี้เหมือนกัน

เมื่อหมิงอ๋องกับเขาซ่างชิงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ว่าเขาอวี้ชิงหรือเขาไท่ชิง ที่สุดแล้วก็จะมีเพียงหนึ่งขุนเขาที่แย่งหมิงอ๋องไปได้ แต่อย่างไรเขาซ่างชิงก็ยังมีหนึ่งสิ่งที่เป็นประกันอยู่  โดยไม่เชื่อว่าหมิงอ๋องจะกล้าฆ่าล้างสำนัก ระบายความแค้นให้กับผู้คน!

‘แน่นอน หากสามารถหว่านล้อมฝ่าบาท ให้หมิงอ๋องสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักเขาซ่างชิง...’

ชงเสวียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น ในใจยังคงมีความหวัง

เพียงแต่ ทุกคนล้วนกำลังใช้ชื่อ ‘หมิงอ๋อง’ วางแผนกันอย่างลับๆ โดยไม่รู้ว่า ขณะนี้องค์ติ้งอู่คิดอย่างไร

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น