Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 จุดอ่อนของเจ้าลิงหัวแดง

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 จุดอ่อนของเจ้าลิงหัวแดง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2560 19:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 จุดอ่อนของเจ้าลิงหัวแดง
แบบอักษร

ตอนที่****10

จุดอ่อนของเจ้าลิงหัวแดง

ตึกๆๆๆๆๆ

ผมวิ่งตรงไปที่ทางออกสู่ห้องโถงอย่างไม่คิดชีวิต  ตลอดทางเฝ้ามองหาไต้ฝุ่นเผื่อว่าหมอนั่นจะโดนแฟนธ่อมทำร้ายอยู่แถวนี้  แต่ไม่ว่าจะหาที่ไหนก็ไม่เจอ

ไปไหน…

นายอยู่ที่ไหนกันแน่ไต้ฝุ่น!!!

“นะโมตัสสะๆๆ ไม่มีผี  ไม่ใช่ป่า  ข้างหน้าคือทุ่งดอกไม้  นะโมๆๆๆ นะโมสามจบ นะโม พุธโท”

ค่อยๆชะลอฝีเท้าเมื่อคนที่ตามหาเกือบจะบ้าตายนั่งทรุดอยู่บนพื้นตรงหน้านี้เอง

ห่างจากจุดออกจากห้องโถงมาเพียงไม่เท่าไหร่  แต่รอบบริเวณก็มืดสนิทมีเพียงแค่ป่าและพวกผีปลอมห้อยอยู่ตามต้นไม้เท่านั้น  เจ้าของเส้นผมสีแดงนั่งตัวสั่นเทา  สองมือพนมเข้าหากันและท่องบทสวดแปลกๆที่ฟังไม่ค่อยเข้าใจ

อะไรกัน…

อย่าบอกนะว่าเจ้าเด็กคนนี้…

กลัว!!!

“ไต้ฝุ่น”

“นะโมๆๆ  สะ…เสียงนี้มัน…ชูจะ…ย้ากกกก  ผีผู้หญิง!!!”

ร่างเล็กที่ท่าเหมือนจะเรียกชื่อและพุ่งเข้ามากอดผมในตอนแรกตกใจจนหงายหลังไปคลุกฝุ่น  พอผมจะเดินเข้าไปหา  มันก็ร้องโวยวายและเขยิบถอยหนีไปอีก

เวรกรรม…

เหมือนว่าจะกลัวมากจนสติหลุดไปแล้ว

“ไต้ฝุ่น  นี่ฉันเอง  เฮ้!”

“นะโมตัสสะๆๆๆ เดี๋ยวจะทำบุญไปให้โว้ยยย  เอาอะไรล่ะ  คอลลาเจน  ยาลดความอ้วน  ครีมบำรุงผิว  หรือว่าดีลโด้!”

ไอ้ข้อสุดท้ายมันคืออะไร…

“ไต้ฝุ่น!  หยุดแหกปากโวยวายแล้วมองหน้าฉันสิ  นี่ฉันเอง  ไต้ฝุ่น!”

“เอออ  กูรู้ว่ากูชื่อไต้ฝุ่น  ไม่ต้องมาย้ำหรอกเว้ย  จะไปไหนก็ไป  เป็นผีก็อยู่ส่วนผีเซ่!”

ทนไม่ไหวแล้วนะ!

หมับ!!!

โป๊ก!!!

“อ๊าก!!!”

เจ้าลิงหัวแดงร้องลั่น  สองมือยกขึ้นกุมหน้าผากด้วยความเจ็บปวด  ผมเองก็เจ็บเหมือนกันนะ  หน้าผากไอ้เด็กบ้านี่แข็งน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะ!

พอเห็นว่าหมอนี่กลัวจนสติล่องลอยหายไปไม่ยอมลืมตาขึ้นมา  ผมเลยใช้วิธีจับยึดใบหน้าของมันเอาไว้แล้วเอาหน้าผากโขกกับหน้าผากของอีกฝ่ายเต็มแรง  คนตัวเล็กเจ็บเท่าไหร่  ผมเองก็เจ็บเท่ากัน  เจ็บมากด้วย…!

“ไง  ได้สติแล้วใช่ไหม”

“ชูจิจริงๆเหรอเนี่ย”

หมับ!

“คิดว่าใช่ไหมล่ะ”

เขยิบเข้าไปใกล้แล้วจับใบหน้าของไต้ฝุ่นให้หันมองผมตรงๆ  แสงจากดวงจันทร์พอให้เรามองเห็นกันได้ลางๆ  ไม่แปลกที่เมื่อกี้หมอนี่จะคิดว่าผมเป็นผีผู้หญิง

“ตัวจริงสินะ”

“อืม”

“ชูจิ…”

“…”

“ผมกลัวผีอ่ะ!”

“หา?”

หมับ!

ร่างเล็กโผเข้ากอดผมจนหงายหลัง  ดีที่เอามือข้างหนึ่งยันค้ำกับพื้นไว้ได้ทัน  เจ้าลิงหัวแดงนั่งอยู่ตรงหว่างขา  ซบหน้าลงกับอกพลางร้องไห้กระซิกเป็นเด็กๆ  ช่างแตกต่างกับตอนชกต่อยเสียเหลือเกิน  ช่วงบู๊นี่คงสวมวิญญาณเฉินหลงไว้ล่ะสิ

“มือผีเต็มไปหมดเลยอ่ะชูจิ  ผมโคตรกลัว  แง้!!!”

ตุ้บๆๆ

ได้แต่ตบหลังปลอบใจไป  มีเรื่องให้ผมอึ้งได้ตลอดเลยเด็กคนนี้  ทั้งที่ตอนนี้มีเรื่องกับผู้ชายเป็นฝูงไม่ยักจะกลัว แต่กลับพวกผีปลอมๆตามต้นไม้ดันกลัว

จะขำหรือจะสงสารดีนะเรา

“หยุดร้องไห้ได้แล้วน่า  พวกนี้มันของปลอม  ไม่ใช่ของจริงสักหน่อย”

“แต่มันก็น่ากลัวนะชูจิ  พยายามจะมองให้เป็นน้องต่ายที่บ้านแต่ก็ทำไม่ได้เลย  ฮืออออ”

นะ…น้องต่าย?

ห้ามบอกเด็ดขาดว่าโตจนป่านนี้แล้วยังติดพวกตุ๊กตาน้องต่ายเหมือนเด็กๆ?!

“ถึงจะกลัวแค่ไหนแต่ตอนนี้นายต้องเข้าไปข้างในกับฉัน  ไปหาธงอันสุดท้ายให้เจอแล้วรีบกลับออกมาถ้าไม่อยากแพ้”

“ผะ…ผมก็อยากเข้าไปนะ  แต่มันกลัวจนเข่าอ่อน  แข้งขาไม่มีแรงเลย”

ก้มหน้าลงมองตัวปัญหาซึ่งเงยขึ้นมามองผมอยู่พอดีอย่างหัวเสีย  น้ำมูกน้ำตาเปรอะเต็มใบหน้าไปหมด  ใครมียาแก้ไมเกรนขึ้นสมองแบบฉับพลันให้ผมบ้าง  ขอพกติดตัวสักวันล่ะสิบเม็ดสิ  อยู่กับหมอนี่ทีไรมีเรื่องให้เครียดจนหัวจะระเบิดตลอดเวลาเลย!

“โอเคๆ  เดี๋ยวขี่หลังฉันเข้าไป  เลิกร้องได้แล้ว”

ดึงชายเสื้อที่ใส่อยู่ขึ้นมาแล้วจัดการเช็ดน้ำตาออกให้  หมดกันไอ้มาดนักเลงผู้ผดุงความยุติธรรมมาหลายตอน  เฮ้อ!

พรืดดดด~~~!!!

หรี่ตาลงมองการกระทำอันน่ารังเกียจของไต้ฝุ่นแบบระงับอารมณ์ขั้นสุด  ที่ดึงเสื้อขึ้นมาคือต้องการจะเช็ดน้ำตาให้เท่านั้น  ใครอนุญาตให้สั่งน้ำมูกใส่วะเนี่ย!

“ละ…โล่งจมูกแล้วล่ะ  ฟื้ดดด!”

“งั้นเหรอ…”

ใจเย็นไว้…ใจเย็นไว้  ยังไงก็ไม่ใช่เสื้อผ้าของผมอยู่ดี

ผละตัวออกจากเจ้าลิงหัวแดง  ลุกขึ้นยืนก่อนจะก้มมองซากโสโครกตรงชายเสื้อพอดี  มาเป็นก้อนซะด้วย…

นับหนึ่งให้ถึงล้านไปเลยแล้วกัน!

“ขึ้นหลังฉัน”

“ครับ”

หันหลังให้มันและทิ้งตัวยองๆนั่งลงตรงหน้า  จะมัวอืดอาดไม่ได้เพราใกล้หมดเวลาแล้ว  ธงอันสุดท้ายดูท่าจะหายากที่สุดด้วย  ขืนปล่อยไว้ต้องไม่ทันการแน่ๆ  แม้ว่ากิจกรรมแรกจะแพ้แต่ก็ไม่ได้ส่งผลถึงคะแนนทั้งหมดอยู่ดี  เรายังมีโอกาสพลิกชนะในกิจกรรมอื่นๆได้อีก  แต่…ถ้าเป้าหมายของพวกเด็กอภิสิทธิ์และแฟนธ่อมคือเจ้าสามแปลกจริงๆ  ไม่ว่ายังไงกิจกรรมหลังจากนี้คงไม่ราบรื่นเหมือนกัน

พวกนั้เนต้องคิดหาทางจัดการเจ้าสามแปลกอยู่แล้ว!

“ชูจิ  หลังชูจิมีเลือดออกด้วย!”

“อ่า  เจ็บตัวนิดหน่อย”

“งั้นผมไม่ขี่หลังชูจิดีกว่า  แบบนั้นจะไปโดนแผลแล้วทำให้ยิ่งเจ็บนะ”

“ไม่เป็นไร  ขึ้นมาเถอะ”

“แต่…”

“หรือจะให้ฉันอุ้มท่าเจ้าหญิงไป  เลือกเอา”

ชักจะหมดอารมณ์แล้วนะ  คิดว่าไอ้แผลลวดข่วนมันจะเจ็บสะเทือนทิ้งหัวใจเลยหรือไง  ไต้ฝุ่นลังเล  ไอ้ท่าทาเงอะๆงะๆมันยิ่งทำให้ผมหงุดหงิด  สุดท้ายเลยหันไปคว้ามือมันมาพาดไหล่แล้วแบกขึ้นเองเสียเลย

“ชูจิ!”

“เกาะไว้  เดี๋ยวตก”

เริ่มออกเดินไปท่ามกลางความมืด  เสียงเหยียบย่ำลงบนใบไม้ที่แห้งกรอบไปแล้วดังสะท้อนในป่าอันวังเวง  เจ้าลิงหัวแดงที่ขัดขืนอยากจะลงในตอนแรกเริ่มตวัดวงแขนโอบรอบคอผม  ค่อยๆเกยคางเอนหน้าซบลงบนบ่า

หึๆ…

อ่า…อีกแล้วสิ  ผมจะยิ้มทำไมกัน!

“แล้ว…ทำไมชูจิถึงแต่งตัวแบบนี้ล่ะ  รสนิยมลับเหรอ”

“อยากให้ทิ้งไว้ตรงนี้ใช่ไหม”

“อ๊ะ  ไม่ครับ  อย่าทิ้งผมนะ!”

หมับ!

วงแขนหลวมๆในตอนแรกก่อนรัดแน่นขึ้นกว่าเดิมราวกับว่ากลัวผมจะปล่อยทิ้งเอาไว้กลางป่าจริงๆ  คงเพราะเมื่อกี้มัวแต่กลัวล่ะสิ  ถึงไมได้ดูเลยว่าคนอื่นเขาวิ่งมาหาด้วยความเร็วขนาดไหน  ไม่เห็นแม้กระทั่งสีหน้ากระวนกระวายแทบบ้าของผม…

แต่ดีแล้วล่ะ

ถ้าให้มาเห็นตอนเป็นแบบนั้นคงไม่วายตั้งความหวังว่าจะได้เลื่อนสถานะจากอาจารย์กับลูกศิษย์กลายเป็นผัวเมียอย่างต้องการ

“ฉันบังเอิญไปได้ยินพวกเด็กอภิสิทธิ์คุยกันในห้องน้ำว่ารวมตัวกันเพื่อกำจัดทีมของพวกนาย  และเป้าหมายแรกคือจอมฟ้า  ฉันต้องการเตือนให้เจ้าแว่นนั่นรู้ถึงเรื่องนี้เลยต้องไปขุดชุดของเทียร์มาใส่  เพราะหมอนั่นจะพูดคุยได้เป็นปกติหากอีกฝ่ายไม่ใช่ผู้ชายเท่านั้น  พอแต่งเป็นหญิงซะก็เลยคุยกันง่ายหน่อย”

“แบบนี้นี่เอง  แปลว่าไอ้จอมกลัวผู้ชายเหรอ”

“อืม”

“มีคนแปลกๆเยอะจริงแฮะ”

แต่ก็ไม่แปลกเท่าแกหรอกเฟ้ย!

“อย่างน้อยที่หมอนั่นมีท่าทีกลัวนายก็ไม่ใช่เพราะกลัวตัวตนของนายแหละนะ  แค่กลัวเพราะนายเองก็เป็นผู้ชายเท่านั้น”

“หมายความว่า…ผมก็ยังมีหวังที่จะเป็นเพื่อนกับไอ้จอมได้เหรอครับ!”

“ลองแต่งหญิงคุยกันดูสักครั้งเดี๋ยวก็รู้”

“เยสสส!”

น้ำเสียงดีใจของคนบนหลังเรียกรอยยิ้มจากผมได้อีกแล้ว  คำพูดของอาจารย์คันนะแวบเข้ามาเลย 

ผม…ยิ้มบ่อยขึ้นเพราะเจ้านี่จริงๆด้วย

“แล้วนายล่ะ  ภายนอกไม่น่าจะเป็นคนที่กลัวอะไรแบบนี้เลยนะ”

แถมยังกลัวถึงขั้นสติหลุดจนไม่มีแรงอีกด้วย  แม้จะรู้ว่าเป็นเพียงของปลอมก็ยังกลัวอยู่ดี  เป็นพวกคนสองบุคลิกหรือเปล่านะ  ไอ้โหมดนักเลงซัดแหลกนั่นจะถูกเปิดสวิตช์ขึ้นมาแค่ตอนต้องการจะช่วยเหลือคนอ่อนแออะไรแบบนี้…

บ้าไปแล้ว  เรื่องแบบนั้นมีอยู่แค่ในการ์ตูนเท่านั้นแหละ!

“ความจริง…”

“…”

“ป่าช้ากับพวกเรื่องลี้ลับ  ไม่ว่าจะเป็นผี  ปิศาจ  อะไรก็ตามเกี่ยวกับพวกนี้มันเป็น…จุดอ่อนของผมครับ”

“!!!”

“ผมกลัวมาก  กลัวจนขยับไปได้ถ้าต้องมาเจออะไรแบบนี้  ทั้งหมดมันเป็นเพราะเมื่อตอนเด็กๆ  ผมเองก็เป็นเด็กที่อ่อนแอเหมือนกัน  เป็นเป้านิ่งให้พวกเด็กแข็งแกร่งรังแก  ผมโดนรังแกร้องไห้กลับบ้านทุกวัน  จะสู้ก็ไม่กล้า  ได้แต่กลัวว่าถ้าสู้ไม่ได้ขึ้นมาจะเจ็บตัวมากกว่าเดิมไหม  ไม่เคยมีความกล้าอะไรเลยนอกจากแบกความเจ็บปวดจากการโดนรังแกกลับบ้านแล้วร้องไห้คนเดียว”

น้ำเสียงสั่นเครือของไต้ฝุ่นบีบหัวใจผมจนปวดหนึบ

ความโกรธมากมายเดือดพล่านอยู่ภายใน  เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกอยากจะฆ่าใครสักคน  และถ้าสามารถย้อนเวลากลับไปได้  ผมจะไม่ลังเลที่จะเลือกฆ่าเด็กที่มารังแกเจ้าลิงหัวแดงคนนี้…

“แต่ว่า…สาเหตุที่ทำให้ผมกลัวเรื่องพวกนี้ยันโตก็เพราะ  ตอนป.3 เห็นจะได้  ผมถูกพวกเด็กที่ชอบรังแกบังคับให้ออกไปนอกโรงเรียนด้วยตอนเย็น  พวกนั้นพาผมไปไกลจากโรงเรียนมาก  ที่ที่พวกนั้นพาผมไปคือป่าช้าใกล้วัดร้าง  ผมถูกจับมัดกับต้นไม้ในป่านั้นแล้วทิ้งเอาไว้   พวกมันบอกว่าซ้อมบอลเสร็จเมื่อไหร่แล้วจะมาปล่อย  แต่สุดท้ายพวกมันก็ลืม  ผมถูกทิ้งให้อยู่ตรงนั้นคนเดียวท่ามกลางความมืด  จิตใจขอเด็กป.3  จะมีอะไรได้นอกจากความหวาดกลัว  ผมจินตนาการเห็นสิ่งน่ากลัวขึ้นมาเต็มป่าไปหมด  ร้องไห้จนเสียงแห้ง  ตะโกนขอความช่วยเหลือไปก็ไม่มีใครได้ยิน  ถึงแม้ว่าตอนท้ายจะโชคดีมีคนมาช่วยผมได้ก็ตาม  แต่เรื่องในวันนั้นกลายเป็นจุดอ่อนของผมไปเลย  ไม่ว่าจะพยายามลบมันออกไปแค่ไหนผมก็ยังกลัวอยู่ดี  น่าสมเพชใช่ไหมล่ะครับ  โตจนป่านนี้แล้วกะอีแค่หน้ากากผียังกลัวเลย”

ร่างเล็กบนหลังแค่นหัวเราะ

เป็นเพราะแบบนี้หรือเปล่า  เพราะเคยถูกรังแกโดยไม่สามารถโต้กลับไปได้  ในวันนี้…ไต้ฝุ่นถึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือเด็กเหล่านั้น

เด็กที่ไร้ทางสู้จนต้องถูกรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่า…

“นาย…ไม่จำเป็นต้องกลัวพวกมันอีกต่อไปแล้ว

“ชูจิหมายความว่ายังไงเหรอ”

ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายนายได้…

จะไม่มีวันปล่อยให้นายต้องอยู่ในสถานที่ที่กลัวเพียงลำพังอีก…

ความหวาดกลัวที่ทำให้นายต้องร้องไห้และเจ็บปวด  ฉันจะไม่มีวันให้มันเล็ดลอดหรือเข้าใกล้นายได้แม้แต่มิลเดียว…

“ไม่มีอะไร”

“เห…ไม่มีอะไรแล้วทำไมถึงบอกให้ผมเลิกกลัวล่ะ  มันไม่ได้เลิกกันได้ง่ายๆเลยนะ”

“อย่าเขย่าตัวสิ  เดี๋ยวก็ตกหรอก  อยู่นิ่ง…!”

ขาที่กำลังเดินจวนจะถึงสุดท้างของป่าชะงัก  ผมเบิกตากว้างมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างตกใจ  ปะ..เป็นไปได้ยังไง…

“หยุดเดินทำไมล่ะครับชูจิ  ไม่เดิน…!”

“…”

“ต่อ…”

เหมือนว่าคนบนหลังผมจะสังเกตเห็นแล้วเหมือนกัน

ตรงหน้า…ที่โล่งกว้างเพียงจุดเดียวในป่าแห่งนี้  จุดที่แสงจันทร์และดวงดาวสามารถสาดส่องแสงลงมาได้…

ผู้ชายในชุดสีขาวทั้งตัว  เส้นผมสีเดียวกับเสื้อผ้ายืนอยู่ตรงนั้น  เขากำลังแหงนหน้าขึ้นมองบนฟ้า  และเมื่ออีกฝ่ายเองรับรู้ถึงการมาของพวกเรา  ช่วงเวลาแห่งการชมดาวชมจันทร์ของเขาก็จบลงไปด้วย…

“นาย…”

เปล่งเสียงออกไป  ชายในชุดสีขาวค่อยๆก้มหน้าลงมาอยู่ในระดับปกติ  ที่ใบหน้าของเขาสวมหน้ากากอสุรกายสีแดงเอาไว้!!!

“หรือว่านายก็คือ…”

“แฟนธ่อม…”

เสียงของไต้ฝุ่นที่พูดชื่อนี้ออกมาสร้างความแปลกใจไม่น้อย  แต่ผมต้องทมเก็บความสงสัยนี้เอาไว้และเบนสายตากลับไปยังบุคคลปริศนาตรงหน้าอีกครั้ง

“ยินดีที่ได้เจอนะครับคุณปิศาจหัวแดงผู้สร้างชื่อดังกระฉ่อนไปทั่วมหาวิทยาลัยในเวลาไม่กี่วัน  และ…”

“…”

“อัศวินขี่ม้าขาวของปิศาจหัวแดง  อาจารย์ประจำห้องพยาบาลของเรา  เรียวโนะสุเกะ  ชูจิ”

“นี่คงเป็นเซอร์ไพรส์จากนายสินะ”

“ครับผม  ผมมาที่นี่ก็คือเพื่อมอบธงแดงอันสุดท้ายให้ด้วยตัวเอง”

แฟนธ่อมหยิบธงแดงจากกระเป๋าในเสื้อสูทออกมาชูให้ดู  เอาแต่หลบซ่อนใบหน้าที่แท้จริงไว้ภายใต้หน้ากากอสุรกายงั้นเหรอ…

หมอนี่…เป็นใครกันแน่!

“ไม่ง่ายเกินไปเหรอ  แค่เอาธงแดงมาให้…คิดว่าพวกฉันจะเชื่อเรื่องหลอกเด็กแบบนี้หรือไง?”

“แย่จัง…ตอนแรกผมคิดแค่ว่าจะเอามาให้จริงๆนะครับ  แต่ในเมื่อคุณอัศวินเสนอขึ้นมา  ผมก็จะสนองให้”

“แกคิดจะทำอะไร”

คราวนี้ไม่ใช่เสียงผมหากแต่เป็นเสียงของไต้ฝุ่นต่างหาก  แววตาที่เขามองไปทางแฟนธ่อมในตอนนี้มันปะปนไปด้วยหลากหลายความรู้สึกจนผมแยกไม่ออก

“มีสองทางเลือกถ้าคุณต้องการธงแดงนี้กลับไปเพื่อไม่ให้ทีมต้องแพ้  ทางเลือกที่ 1 คุณอัศวิน  กลับออกไปซะ  และทิ้งให้นักศึกษาคนนี้อยู่ที่นี่คนเดียวสิบห้านาทีตามกำหนดเวลา  ผมถึงจะยอมมอบธงให้  กับสอง…”

“…”

“ต่อสู้กัน”

“…”

“พวกคุณสองคนจะต้องต่อสู้กันจนกว่าจะเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว  และไม่ว่าใครจะชนะผมก็จะยอมมอบธงให้อยู่ดี  เพียงแต่…”

“…”

“ถ้ามีใครสักคนยอมอ่อนข้อตั้งใจเพื่อให้อีกฝ่ายชนะไปแบบง่ายๆ  ผมจะลงโทษเด็กอภิสิทธิ์อีกสองคนในทีมของพวกคุณแทน”

“แกว่าไงนะ!!!”

“มีเวลาตัดสินใจหนึ่งนาทีเท่านั้นนะครับ  คำเตือนเพียงอย่างเดียวที่ผมจะบอกก็คือ…”

“…”

“อย่าทำให้ผมโกรธจะดีกว่า”

น้ำเสียงเย็นยะเยือกจับใจยิ่งกว่าเทียร์หลายร้อยเท่าในประโยคคำเตือนสุดท้าย  รังสีอำมหิตและความน่ากลัวกำลังแผ่กระจายออกมาจากตัวของเด็กคนนี้…

อสุรกายแฟนธ่อม…

ไม่ใช่แค่เด็กอัจฉริยะธรรมดาๆซะแล้ว 

บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

มาอัพแล้วจ้า  ในที่สุดอสุรกายแฟนธ่อมก็ปรากฏตัว!!!  ปรากฏตัวพร้อมหน้ากากอสุรกายสีแดงฉาน  อยากจะเห็นใบหน้าภายใต้หน้ากากนี้จังเลยว่าจะเป็นยังไง  โหดร้ายแบบคุณชายอย่างนี้ของชอบเลย 55555+  มารอลุ้นกันว่าอาจารย์และน้องฝุ่นจะตัดสินใจยังไงกับข้อเสนอแลกกับธงแดงในครั้งนี้!

ความคิดเห็น