Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 ตามลำพังกับราชินี

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 ตามลำพังกับราชินี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2560 14:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 ตามลำพังกับราชินี
แบบอักษร

ตอนที่****9

ตามลำพังกับราชินี

“แล้ว…ยังไงต่อดีล่ะครับอาจารย์  ผมต้องหาธงนะ  มีเวลาแค่สิบห้านาทีเอง”

“นั่นสิ  ว่าแต่…นายไม่กลัวเลยเหรอ  ฉันคิดว่านายจะกลัวความมืดซะอีกนะ”

นึกไว้ว่าจะต้องเจอจอมฟ้านั่งร้องไห้ตัวสั่นอยู่ตรงไหนสักที่แท้ๆ  แต่กลับผิดคาด  หมอนี่เดินเข้ามาจนเกือบจะสุดป่าได้หน้าตาเฉย

“เอ่อ…ผมแค่กลัวที่จะพูดคุยและสบตากับผู้ชายด้วยกันเพราะเคยโดนรังแกเฉยๆครับ  แต่ไม่ได้กลัวไปหมดทุกอย่างแบบนั้น  ความมืดเอย  ผีเอย  ของพวกนี้ผมไม่ได้กลัวหรอกครับ”

“ก็ดี  อย่างน้อยก็มีสิ่งที่ไม่กลัวอยู่”

ผิดคาดไปหน่อย  แต่ไม่เลวเท่าไหร่  อย่างน้อยผมก็ได้รู้เหตุผลที่เจ้าแว่นติ๋มไม่กล้าพูดคุยและสบตากับคนอื่น  ไม่สิ  กับผู้ชาย…

บนโลกนี้คงยังมีเด็กแบบจอมฟ้าอีกหลายคนเลยสินะ  เด็กที่ถูกรังแกจนกลายเป็นบาดแผลในจิตใจไปชั่วชีวิต…

“โอ๊ะ! นั่น!”

นิ้วเรียวเล็กชี้ไปข้างหน้าด้วยท่าทางดีใจ  เจ้าแว่นติ๋มวิ่งดุ๊กดิ๊กไปยังต้นไม้ต้นหนึ่ง  พยายามกระโดดสุดชีวิตเพื่อจะหยิบธงแดงที่ปักอยู่ด้านบน  ผมส่ายหน้าระอาเดินตามมันก่อนจะจัดการหยิบธงแดงออกมาให้

“ขะ…ขอบคุณครับ”

“หยุดโตตั้งแต่จบชั้นประถมเลยหรือไง”

เหลือบมองคนตัวเตี้ยกว่าที่ถูกไม่ถึงอกผมด้วยซ้ำ  ถ้าไม่ได้เห็นเองกับตาว่าหมอนี่คือเด็กอภิสิทธิ์ของมหาลัย  ผมจะคิดว่าเป็นเด็กประถมหนีออกจากบ้านมาเที่ยวจริงๆด้วย

“ใกล้จะหมดเวลา  ผมคงต้องรีบกลับออกไป  ขอบคุณอาจารย์มากเลยนะครับที่มาเตือน  เดี๋ยวตอนออกไปผมจะบอกเรื่องนี้กับเทียร์เอง  อีกอย่าง…”

“…”

“ผมดีใจจริงๆนะครับที่อาจารย์ลงทุนทำเพื่อผมขนาดนี้  ไม่เคยมีอาจารย์คนไหนใส่ใจผมเท่านี้มาก่อนเลย  ตั้งแต่เด็กๆแล้ว  แม้ว่าผมจะถูกแกล้งจนร้องไห้  พวกอาจารย์ก็มักจะทำเป็นมองไม่เห็นเพราะไม่อยากต้องมายุ่งยากไปด้วย”

“!!!”

เสียงเล่าเรื่องอดีตของจอมฟ้าเศร้าและเจ็บปวด  มันทำให้ผมสะอึกด้วยตัวผมเมื่อก่อนนั้นก็ยึดหลักเหตุผลไม่อยากยุ่งยากจึงไม่เคยสนใจว่าใครจะถูกรังแก  ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกรังแกว่าต้องเจ็บปวดทรมานแค่ไหน

“เป็นอาจารย์ที่ดีจังเลยนะครับ”

“ไม่”

“ครับ?”

“เข้าใจผิดแล้ว  ฉันไม่ได้เป็นอาจารย์ที่ดีอะไรทั้งนั้น  ก็แค่ไม่อยากเสียชื่อหากทีมต้องแพ้”

ผมหันหลังให้จอมฟ้า  ไม่อยากมองหน้าเด็กที่ตั้งความหวังไว้กับผมถึงขั้นคิดว่าผมเป็นอาจารย์ที่ดี  มันไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด

คนอย่างผม…

ไม่เคยปกป้องใครทั้งนั้น

“แต่ไม่ว่ายังไง  อาจารย์ก็มายืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เหรอครับ  สำหรับผมตอนที่เห็นว่าคนที่ยืนทำลับๆล่อๆอยู่คืออาจารย์  มันทำให้ผมโล่งใจและรู้สึกมีความกล้าขึ้นมาเลย”

“…”

“ขอบคุณนะครับ  ผมต้องไปแล้ว  ไว้เจอกันตอนเสร็จกิจกรรมนะครับอาจารย์”

รอจนเสียงฝีเท้าของหมอนั่นไกลออกไปถึงหันหลังกลับไปดู  ผมยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองก่อนจะล้วงหยิบเอาบุหรี่ที่ใส่ไว้ในกระเป๋ากระโปรงออกมาจุดสูบ

“อาจารย์ที่ดีอะไรกัน…”

เดินไปทิ้งตัวลงนั่งพิงต้นไม้  พ่นควันบุหรี่ออกมาพลางมองท้องฟ้ายามค่ำคืนไปเรื่อย  ในป่าที่เต็มไปด้วยยุงและสัตว์มีพิษอื่นๆ  เห็นทีจะมีแค่ท้องฟ้าสีดำสนิทแต้มด้วยดาวเท่านั้นแหละมั้งที่พอมองได้

ตามกิ่งไม้ต้นไม้ในป่าถูกห้อยไปด้วยหน้ากากผีหลายชนิดแม้แต่พวกปิศาจหมาป่าหรือแวมไพร์ก็มี  ให้ตายสิ  เอามาหลอกเด็กหรือไง  ใครจะไปกลัวของปลอมๆพรรค์นี้กัน  คนอย่างแฟนธ่อมที่ลือกันว่าอัจฉริยะจะคิดอะไรปัญญาอ่อนได้ขนาดนี้เลยเหรอ

“เป็นอาจารย์แท้ๆแต่กลับมาสูบบุหรี่ต่อหน้านักศึกษาเหรอครับ”

“ตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นอาจารย์  เป็นผีผู้หญิงต่างหาก”

“นั่นสิ  คิดว่าใครจะแต่งหญิงก็ได้งั้นเหรอครับ  ไม่ใช่ทุกคนที่แต่งออกมาแล้วจะดูดีนะ”

“จะบอวกว่าตัวเองแต่งขึ้น?”

“อย่างน้อยก็ไม่เหมือนผีผู้หญิงแบบอาจารย์แล้วกันครับ”

ตุ้บ…

เทียร์เดินมานั่งลงข้างๆก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาจนผมเห็นว่าที่ปากมันคาบบุหรี่อยู่เช่นกัน  ล้วงหยิบไฟแช็กอีกรอบแล้วจัดการจุดไฟให้  คิดไม่ถึงว่าราชินีสูบบุหรี่เป็นด้วย

“ฟู่…”

“ทำตัวเหมือนผู้ชายทั่วไปก็เป็นนี่”

“ผมผู้ชายนะครับ  แค่แต่งหญิงเท่านั้น”

พ่นควันออกมาอีกรอบแข่งกับผม  ไม่มีใครพูดะไรออกมาอีกเลยนอกจากนั่งสูบบุหรี่กันไปเงียบๆ  ผมชันขาขึ้นมานั่งอ้าออกกว้างด้วยเริ่มรู้สึกรำคาญที่จะต้องหุบขาเพราะใส่กระโปรง

ถึงยังไงผมก็ผู้ชายอยู่ดี แค่ใส่กระโปรงมันไม่ทำให้ผมเป็นผู้หญิงขึ้นมาได้หรอก

“ผมเห็นนะ”

“…”

“สองตัวนั้นน่ะ  ฝีมืออาจารย์ใช่ไหม”

“นายพูดอะไรฉันไม่รู้เรื่อง  ฟู่…”

แสร้งเฉไฉพ่นควันออกมาเป็นรูปวงกลม  ดูถูกสายตาของเจ้าบ้านี่ไม่ได้แล้วสิ  ขนาดผมเอาไอ้สองตัวนั้นไปซ่อนอย่างมิดชิดแล้วยังถูกเจอได้อีก  แปลว่าเทียร์เองก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน

อ่า…ลืมไป  เด็กอภิสิทธิ์จะไปธรรมดาได้ยังไง

“เอาเถอะ   ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร  เพราะถึงอาจารย์ไม่จัดการพวกมัน  แต่ถ้าพวกมันมาทำอะไรของเล่นของผมผมก็คงไม่ปล่อยไว้แน่”

“ของเล่น?”

“หึๆ…”

ราชินีเหยียดยิ้มมุมปาก  พอจะรู้แล้วล่ะว่าเขาหมายถึงใคร  แต่ไปเรียกคนอื่นว่าของเล่นแบบนี้นี่ใช้ไม่ได้เลย  นิสียเสียเหมือนกันแฮะเจ้าบ้านี่

“ใกล้หมดเวลาแล้ว  ผมเองก็ต้องออกไปเหมือนกัน”

“นายยังไม่เจอธงเลยไม่ใช่เหรอ”

พรึ่บ…

สิ้นคำถาม  เทียร์ก็ชูบางสิ่งในมือขึ้นมาให้ดู  มันคือธงแดงอันที่สอง!  ปะ…ไปหาเจอตั้งแต่เมื่อไหร่  ตอนมาถึงหมอนี่ก็นั่งคุยกับผมอยู่ตลอดเลยไม่ใช่เหรอ?

“มันปักอยู่หลังต้นไม้ที่ผมกับอาจารย์นั่งพิงกันอยู่นี่แหละ”

“งั้นเหรอ…”

“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“แปลก  ของจอมฟ้าเองธงอันแรกที่หาเจอก็ปักอยู่กับต้นไม้ต้นนี้เหมือนกัน  อยู่เหนือหัวฉันขึ้นไป”

เทียร์รีบลุกขึ้นสำรวจดูเมื่อพบพูดจบ  ทำไมธงสองอันแรกถึงอยู่ในที่ที่มองเห็นและหาเจอได้ง่ายแบบนี้ล่ะ

“รอบๆต้นไม้ไม่มีธงแล้ว  แปลว่ามีแค่สองธงเท่านั้นที่ปักไว้ให้มองเห็นง่าย  มันแทบไม่เรียกว่าซ่อนเลยด้วยซ้ำ”

หันมาบกกับผมหลังจากเดินสำรวจดูรอบต้นไม้แล้วไม่พบธงอันสุดท้ายเลย  มันยังไงกันแน่  แฟนธ่อมมีเหตุผลอะไรถึงทำให้ธงสองอันแรกหาเจอได้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย?

“แย่ล่ะ  จะหมดเวลาแล้ว  ผมต้องรีบไป”

“คนสุดท้ายคือไต้ฝุ่นใช่ไหม”

“ครับ  แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผมกังวล”

“อะไร?”

“เซอร์ไพรส์จากแฟนธ่อมที่พวกอาจารย์บอกไว้ ผมไม่เห็นว่ามันจะมีอะไร  ตอนจอมฟ้าเข้ามาก็เหมือนกัน  ไม่แน่ว่าบางที…”

เทียร์หยุดคำพูดไว้  ผมกับเขามองหน้ากันก่อนที่ผมจะพยักหน้ารับ  ขยี้บุหรี่ที่ยังเหลืออยู่น้อยนิดลงกับพื้น

“ฉันก็คิดแบบนั้น  มีหลายอย่างตอกย้ำความคิดของฉันว่าแฟนธ่อมกำลังจ้องเล่นงานทีมของพวกนายอยู่  แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร  และใครคือเป้าหมาย”

“ตอนนี้ตัดผมกับจอมฟ้าออกไปได้แล้ว  มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

“เป้าหมายของเด็กอภิสิทธิ์ทีมอื่นคือต้องการกำจัดจอมฟ้าเป็นคนแรก  ขณะที่เป้าหมายจริงๆที่แฟนธ่อมต้องการไม่ใช่หมอนั่นเป็น…คนสุดท้ายที่จะได้เข้ามา”

“ไต้ฝุ่น/ไต้ฝุ่น”

ผมกับเทียร์เอ่ยขึ้นพร้อมกัน  จริงอยู่ว่าเจ้าลิงหัวแดงทำตัวเป็นปรปักษ์กับเด็กอภิสิทธิ์คนอื่นและแฟนธ่อม  แต่ไม่น่าจะถึงขั้นที่อสุรกายจะต้องยื่นมือเข้ามาจัดการเอง  นอกเสียจากว่า…

หมอนั่นจะรู้สึกถึงอันตรายและคิดว่าถ้าปล่อยให้ไต้ฝุ่นทำตามอำเภอใจต่อไปจะต้องไม่ส่งผลดีกับตัวเอง  หมายความว่าถ้าเด็กคนนั้นยังคงช่วยเหลือพวกเด็กไร้ประโยชน์ในการถูกลงโทษต่อไป  อาจจะมีบางอย่างสั่นสะเทือนไปถึงตัวผู้บงการอย่างแฟนธ่อม?!

แต่กะอีแค่เด็กอันธพาลชอบชกต่อยที่อยากจะช่วยเหลือคนอ่อนแอเฉยๆ  ทำไมจะต้องไปกลัวด้วย?

“เทียร์  นายรู้จักหรือว่าเคยเห็นแฟนธ่อมตัวจริงไหม?”

“ไม่เคย  ผมรู้เท่าๆกับที่คนอื่นรู้นั่นแหละ  แฟนธ่อม…เด็กอัจฉริยะที่เรียนอยู่ปีสาม  มีมันสมองที่เปรียบได้กับอาวุธสงครามทำลายล้าง  ความอัจฉริยะทำให้เขามีอำนาจควบคุมมหาลัยนี้ได้ตามใจ  ไม่เคยมีใครเห็นตัวจริง  ไม่มีใครรู้จักหน้าตา  ไม่มีประวัติในระเบียนนักศึกษา  ที่รู้ก็แค่หมอนั่นเป็นผู้ชาย”

“อ่า…รู้เท่าฉันเหมือนกัน”

ทั้งที่เป็นคนดังมากที่สุดของมหาลัย  แต่กลับไม่มีข้อมูลส่วนตัวนอกจากชื่อ เพศ และชั้นปี  ทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับและไม่มีใครกล้าค้นหามันด้วย  หรือเป็นเพราะถ้าหากค้นหาจนเจออะไรเข้า  มันจะไม่ส่งผลดีต่อคนที่ค้นเจอความลับนั้น…

เปรียบได้กับกล่องแพนโดร่าเลยสินะ

ประวัติของอสุรกายแฟนธ่อม…

“แต่ผมเคยได้ยินผู้หญิงในห้องที่เป็นแฟนคลับแฟนธ่อมบอกว่าหมอนั่นมีห้องพักส่วนตัวอยู่ที่โดมฤดูร้อนในสวนหลังมหาลัยนะ”

“โดมฤดูร้อน?  คืออะไร”

“ไม่รู้”

“ปกติฉันขลุกอยู่แต่ในห้องพยาบาล   ไม่เคยสนใจอย่างอื่นซะด้วย  มันคืออะไรกันนะ  มีที่แบบนั้นในมหาลัยด้วยเหรอ”

เพิ่งสำนึกได้ว่าการที่ไม่สนใจอะไรเลยมันโคตรเป็นข้อเสีย!  สอนที่นี่มาสี่ปีแต่กลับไม่รู้จักโดมฤดูร้อน  คนที่ไม่เอาไหนจริงๆมันคือผมมากกว่า

“มีหรือเปล่าผมไม่รู้  แต่ถ้ามันมีที่แบบนั้นอยู่จริง  ก็แสดงว่าเราจะพบแฟนธ่อมได้ที่นั่นใช่ไหมล่ะครับ”

“อือ  กรณีที่ถ้าสามารถเข้าพบได้ง่ายล่ะก็นะ”

“ไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่แล้วกันนะครับ  ใกล้จะหมดเวลาแล้ว”

“ทางนี้ฉันจะจัดการต่อเอง  นายไปซะ”

“ครับ”

ไอ้น้ำแข็งพยักหน้ารับแล้วหมุนตัวกลับเตรียมจะเดินออกไป  ทว่าไม่ถึงสามวินาทีมันก็เดินดุ่มๆกลับมาทางผมใหม่

“อะไรอีก”

“หันหลังหน่อย”

“ทำไม?”

“เถอะน่า!”

ขึ้นเสียงอย่างใส่อารมณ์ก่อนจะจับผมหมุนตัวเองอย่างถือวิสาสะ  เลิกเสื้อที่ผมใส่อยู่ขึ้นและแปะอะไรบางอย่างลงมาที่แผ่นหลังตรงบริเวณรอยลวดหนามข่วน

“อะไร?”

“พลาสเตอร์  จอมฟ้าบอกว่าที่หลังอาจารย์บาดเจ็บ  ผมพกพลาสเตอร์ติดตัวไว้ตลอดเพราหมอนั่นซุ่มซ่ามเจ็บตัวบ่อย”

“อย่าบอกนะว่าทำเพื่อตอบแทนฉัน?  คนอย่างราชินีเนี่ยนะ”

“อย่าเข้าใจผิด  ผมแค่ไม่อยากให้เสื้อเปื้อนเลือดอาจารย์มากไปกว่านี้ต่างหาก”

ผมหันกลับไปมองราชินีที่แปะพลาสเตอร์ให้เสร็จแล้วก่อนจะก้มหัวให้มันเล็กน้อย

“ขอบคุณสำหรบความเมตตาครับราชินี”

“เสื้อตัวนี้ผมสั่งผ้านำเข้ามาจากบาหลีและให้ช่างเย็บมือทั้งหมด  มันเป็นเสื้อตัวโปรดที่ผมชอบมากๆ  อาจารย์เลือกหยิบได้แม่นจังเลยนะครับ”

“ไอ้ที่นั่งทำตาเขียวใส่ฉันตลอดเพราะไม่พอใจเรื่องนี้ล่ะสิ”

สายตาเย็นยะเยือกจ้องมองมาจนแอบขนลุกเล็กน้อย  เทียร์มองค้อนทิ้งท้ายก่อนจะวิ่งกลับออกไปทางห้องโถงเพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึงสองนาที

ระหว่างที่รอให้ไต้ฝุ่นเข้ามา  ผมเดินลึกเข้าไปในป่าเพื่อสำรวจหาความผิดปกติ  ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็พบแค่ความมืดและความเงียบ  เงียบเกินไป  ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงแมลงสักตัว  ความเงียบราวกับคลื่นลมสงบในมหาสมุทร…

…หากแต่หลังจากนั้นจะถูกซัดกระหน่ำด้วยพายุลูกใหญ่!

เดินสำรวจอยู่นาน  เจ้าลิงหัวแดงที่ควรจะเข้ามาได้แล้วก็ยังมาไม่ถึงสักที  ผมเดินวนไปวนมาเป็นหนูติดจั่น  คอยชะเง้อคอมองหาไต้ฝุ่นทว่าไม่เห็นแม้แต่เงา  มันผ่านไปห้านาทีแล้วนะ  หมอนั่นควรจะมาถึงจุดนี้ได้แล้วสิ 

‘เซอร์ไพรส์จากแฟนธ่อมที่พวกอาจารย์บอกไว้ ผมไม่เห็นว่ามันจะมีอะไร  ตอนจอมฟ้าเข้ามาก็เหมือนกัน  ไม่แน่ว่าบางที…’

คำพูดของเทียร์ย้อนกลับเข้ามาในหัว

หรือว่า!!!

ตึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขาพาผมวิ่งไปยังทางเข้าสู่ป่าจากห้องโถงเพื่อตามหาเด็กคนนั้น  ในใจว้าวุ่นหวาดกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ไม่นะ…ขอให้ไม่มีอะไร  ขอให้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับไต้ฝุ่น!

ฉันกำลังไป…

รอฉันก่อนนะเจ้าเด็กบ้า…

รอฉันก่อนนะ

“ไต่ฝุ่น!!!!”

บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

มาอัพแล้วจ้า  ชอบเวลาอาจารย์เรียวกับเทียร์อยู่ด้วยกันจริงๆ  เหมือนอัจฉริยะชนอัจฉริยะ  ปะติดปะต่อเรื่องราวกันได้เข้าคู่สุดๆ  ขณะที่น้องฝุ่นและจอมฟ้าเองก็เข้าคู่กันแบบใสๆซื่อๆ 5555+  ตัวตนของแฟนธ่อมยังคงเป็นปริศนาที่ต้องค้นหากันต่อไป  แต่ว่า…เกิดอะไรขึ้นกับน้องฝุ่นกันแน่  ถึงขนาดทำให้อาจารย์เป็นห่วงจนแทบบ้าเลยนะเนี่ยยย!

ความคิดเห็น