Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 เกมทดสอบความกล้า (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 เกมทดสอบความกล้า (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2560 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 เกมทดสอบความกล้า (2)
แบบอักษร

ตอนที่****8

**เกมทดสอบความกล้า (**2)

ผมเดินย่องผลุบขึ้นผลุบลงเหมือนคางคกเพื่อระวังไม่ให้ใครเห็น  คอยแอบอยู่ด้านนอกห้องโถงรีสอร์ทเพื่อรอดูว่ากิจกรรมในค่ำคืนนี้จะดำเนินต่อไปยังไง  อย่างแรกที่ต้องทำคือต้องหาเจ้าแว่นติ๋มให้เจอ  กำลังจะถูกจัดการแล้วยังไม่รู้ตัวอีก!

[สำหรับกิจกรรมแรกในค่ำคืนนี้  เกิดทดสอบความกล้านั้น  นักศึกษาทุกคนจะเห็นว่ามีทางออกจากห้องโถงอยู่ทั้งสิ้นสี่ทาง  โดยเราจะให้สมาชิกในทีมเข้าไปในประตูนั้นทีละคนๆ  แต่ละคนมีเวลาหาธงแดงที่ซ่อนอยู่ในป่าด้านนอกแค่สิบห้านาที  ทีมไหนสามารถหาธงได้ออกมาได้ก่อนก็จะถือว่าผ่านกิจกรรมในค่ำคืนนี้ครับ  ธงจะมีทั้งหมดสามอัน  หาให้ดีหาให้เจอภายในเวลาที่จำกัด  แต่ผมขอเตือนไว้ก่อนว่าแฟนธ่อมได้เตรียมเซอร์ไพรส์บางอย่างเอาไว้ให้พวกคุณในนั้น]

แฟนธ่อมอีกแล้วเหรอ…

หมอนั่นตั้งใจจะทำอะไรกันแน่  กิจกรรมแบบนี้ดูยังๆงก็ไม่ใช่กิจกรรมที่ควรใช้ในการออกค่ายเลย  เหมือนกับ…

ตั้งใจจัดกิจกรรมนี้เพื่อเป้าหมายอะไรบางอย่าง?

[เอาล่ะครับ  ขอเชิญนักศึกษาสี่คนแรกที่แฟนธ่อมคัดเลือกให้ได้เริ่มกิจกรรมก่อนก้าวออกมาข้างหน้าด้วยครับ  คุณยิ่งศักดิ์ทีมอาจารย์คันนะ  คุณสายสไบทีมอาจารย์เตชิน  คุณเป็นหน่างทีมอาจารย์นะโม  และคุณจอมฟ้าที่อาจารย์เรียวครับ]

“!!!”

จอมฟ้าได้เริ่มเป็นคนแรกจริงๆด้วย

การที่แฟนธ่อมรู้กระทั่งว่าเด็กอภิสิทธิ์คนไหนอยู่ทีมของใคร  และยังเป็นคนคัดเลือกเด็กที่จะได้เริ่มกิจกรรมอีก  ยิ่งทำให้ผมแน่ใจว่าจุดประสงค์ของการทดสอบความกล้าครั้งนี้ต้องไม่ใช่เพียงกิจกรรมธรรมดาๆ

นายวางแผนอะไรกันแน่…

รออยู่ไม่นานเด็กอภิสิทธิ์ทั้งสี่ก็มายืนประจำที่ตรงปากทางออกไปสู่ป่า  หลังม่านกั้นประตูจะมีม่านยาวต่อไปปิดทางไม่ให้ใครมองเห็นจนกว่าจะเข้าเขตป่า  ผมไม่แน่ใจว่าในป่านั้นแฟนธ่อมสร้างสถานที่ไว้แบบไหน  แต่การจะลอบเข้าไปได้มีแต่ตรงบุกเข้าป่าไปตรงๆเลยเท่านั้น

ว่าแต่…คนของเด็กพวกนั้นอยู่ที่ไหนนะ

ผมต้องหาพวกมันให้เจอก่อนเพื่อจัดการ  ก่อนที่พวกมันจะเล่นงานจอมฟ้าได้  ไม่สิ  ก่อนอื่นผมต้องรู้ก่อนว่าเจ้าแว่นติ๋มเลือกเดินออกไปทางประตูไหนกันแน่?

ตรงหน้าผมไม่ใช่  ถัดไปอีกก็ไม่ใช่  เหลือแค่ประตูสามกับสี่สินะ  คิดได้แบบนั้นผมก็คลานเข่าหลังพุ่มไม้ไปข้างหน้าเรื่อยๆจนมาอยู่ระหว่างประตูสามกับประตูสี่  อย่างที่คิด  ไอ้บ้านั่นถูกจับเข้าประตูที่สี่ถึงห่างจากวงโคจรของทุกคน

ตราบใดที่ยังไม่รู้ว่าเป้าหมายของแฟนธ่อมคืออะไร  หรือว่าหมอนั่นคิดจะกำจัดเด็กอภิสิทธิ์คนไหนในการออกค่ายครั้งนี้  ผมคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าปกป้องเจ้าสามแปลกนั่นให้รอดพ้นจากการถูกลบทิ้ง

‘เอาล่ะ   เราเองก็ต้องลอบเข้าไปเหมือนกัน’

ผมหันซ้ายหันขวาเพื่อหาหนทางที่จะลอบเข้าไปในป่า  แฟนธ่อมกางรั้วหนามปิดกั้นทุกช่องทาง  มีเพียงทางเดินที่กั้นไปด้วยม่านสีดำเท่านั้นที่สามารถเดินผ่านทะลุเข้าไปถึงด้านในได้  เท่ากับว่าหากจะลอบเข้าไป  ก็ต้องเดินเข้าประตูจากในห้องโถงเท่านั้น…

บ้าเรอะ!

ขืนเดินเข้าไปในสภาพแบบนี้นอกจากจะความแตกแล้วยังอับอายไปชั่วชีวิตอีก

เอาวะ!

บอกกับตัวเองแล้วคลานเข่าตรงเข้าไปหารั้วหนาม  นั่งยองๆจ้องมองมันอยู่เกือบนาทีด้วยความชั่งใจ  ลงทุนแต่งหญิงยังไม่พอ  ต้องมายอมเจ็บตัวอีก  ทำไมอาจารย์ห้องพยาบาลอย่างผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย!

แต่แค่คิดว่าถ้าไม่ลงมือทำอะไรบ้าง  จะกลายเป็นว่าเจ้าลิงหัวแดงต้องต่อสู้กับคนพวกนั้นอยู่คนเดียว  ทุกอย่างในร่างกายมันก็ขยับไปเองซะแล้ว  แปลว่าไต้ฝุ่นคือต้นเหตุแห่งความยุ่งยากวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นกับผมตอนนี้…

ให้ตายสิเจ้าเด็กบ้านั่น  สร้างเรื่องซะจริง!

หมับ!

“อึก!”

สะดุ้งเล็กน้อยกับความเจ็บแปลบที่ฝ่ามือ  ความมืดทำให้ผมมองเห็นไม่ถนัดนัก  การจะงัดลวดหนามแล้วลอดเข้าไปจึงค่อนข้างทำได้ยาก  หากจะทำแบบไม่เจ็บตัวเลย

ครูด!

“โอ๊ย!”

แผ่นหลังแสบสะท้านไปทั่ว  จังหวะที่ลอดขาและก้มหลังต่ำเพื่อจะผ่านรั้วลวดหนามเข้ามาในป่าดันมีลวดที่มองไม่เห็นขูดเข้ากับแผ่นหลังจนแสบไปหมด

เสื้อผ้าผู้หญิงแบบนี้ช่างบอบบางซะจริง!  ไม่ทันไรเลยขาดหมดแล้ว

“ฟู่!”

ในที่สุดก็ข้ามเขตเข้ามาในป่าจนได้  ด้านในถูกขวางไว้ด้วยกำแพงจำลองสำหรับแบ่งเขตออกเป็นสี่เขตตามจำนวนนักศึกษาที่จะเข้าไปทดสอบความกล้า  ถึงจะเข้ามาในป่าได้แล้วก็ใช่ว่าจะเจอจอมฟ้าเลย  ผมต้องปีนไอ้กำแพงจำลองนี้ก่อนถึงจะเข้าไปถึงด้านในสุดได้…

ถึงกับต้องเอามือขึ้นมากุมขมับ  ถ้าจะลำบากขนาดนี้ผมขอถอนตัวไม่ยุ่งเกี่ยวเลยจะดีกว่าไหม!

‘ผมแค่…อยากใช้มือคู่นี้ของผมปกป้องคนอื่นดูบ้างก็เท่านั้น  มันอาจจะเทียบกันไม่ได้กับสิ่งที่ผมเคยทำไว้  แต่ว่า…ไม่ว่ายังไงก็อยากจะช่วยให้ได้จริงๆ  คนที่ถูกรังแกโดยไม่มีทางสู้ได้พวกนั้นน่ะ’

“อ่า!!!  นายมันตัวปัญหาจริงๆไต้ฝุ่น”

ขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิด  สุดท้ายก็หันหลังกลับไปไม่ได้นอกจากเดินหน้าต่อ  ภาพที่เจ้านั่นพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะหาทางช่วยจอมฟ้าในค่ำคืนนี้มันยังติดตาผมอยู่  แม้ว่าวิธีจะไม่ได้เรื่องเลยสักนิด  แต่ก็ทำมันอย่างเต็มที่เพราะอยากช่วยเหลือใครสักคน

ตรงข้ามกับผมชะมัด

ไม่ว่าจะเมื่อไหร่  ต่อให้ใครจะโดนรังแกอยู่ตรงหน้าผมก็ไม่เคยสน  เอาแต่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง  ถ้าเข้าไปยุ่งมากไปตัวเรานั่นแหละจะมีปัญหา  ผมถึงได้ชอบที่จะอยู่คนเดียวไม่สุงสิงกับใคร  แต่ว่า…

ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละนิดๆเมื่อเจ้าลิงหัวแดงเข้ามา  การรกระทำที่ซื่อตรงและมุ่งไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หวาดกลัวอะไรของเขามันทำให้ผมต้องย้อนมองดูตัวเองในอดีต  ไม่ใช่ว่าผมไม่มีความกล้า  แต่ผมเกลียดเรื่องยุ่งยาก  เกลียดการที่จะต้องเดือดร้อนเพราะคนอื่น   ถึงได้เลือกใช้วิธีการมองข้ามทุกคนบนโลกนี้ไปจนหมด

ไม่เหมือนกับไต้ฝุ่น…

“ตรงนี้น่าจะพอปีนได้”

ผมตบๆเข้าไปตรงกำแพงจำลองเพื่อหาจุดที่พอจะเหยียบขึ้นไปข้างบนและกระโดดข้ามไป  ทุกอย่างมันจะง่ายกว่านี้เยอะถ้าผมใส่กางเกงไม่ใช่กระโปรงแบบนี้!

ปี๊ด!!!

“ฮึบ!”

เสียงนกหวีดปล่อยตัวนักศึกษาดังขึ้น  ผมรีบจับกำแพงแล้วไต่เท้าปีนขึ้นไปด้วยความลำบากเนื่องจากกำแพงโคตรลื่น!!!

อีกนิดเดียว…

อีกนิดเดียวเท่านั้น!!!

ผมเกร็งมือแน่นเพื่อยึดเกาะกำแพงให้ได้  ถีบขาตัวเองและใช้ลำตัวในการกระดึ๊บไต่ขึ้นไป  ขอบกำแพงด้านบนอยู่ห่างแค่เอื้อมแล้ว!

“มาแล้วเว้ย  คนนั้นใช่ไหม”

“!!!”

เสียงคุยกันที่ดังขึ้นสร้างความตกใจให้เป็นอย่างมาก  ผมรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายคว้าขอบกำแพงและยันตัวขึ้นไปนั่งบนนั้นได้สำเร็จ  สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำเอาแปลกใจอย่างถึงที่สุด!

ชายชุดดำสองคนยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ขนาดใหญ่  สายตาของพวกมันมองไปยังทางเดินที่มีแสงไฟฉายส่องมาจากไกลๆ  นั่นมัน…

จอมฟ้า

แต่ทำไม…มันสองคนเข้ามาในนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!  การที่จะเข้ามาดักรอด้านในได้ก่อนแล้วแปลว่าจะต้องรู้อยู่ก่อนว่าเป้าหมายจะได้เข้าประตูไหน!

หมายความว่ายังไงกัน  จะบอกว่าทั้งหมดมีการวางแผนและเตรียมการมาตั้งแต่ต้นงั้นเหรอ?  เพื่ออะไรล่ะ  หรือว่าเป้าหมายของแฟนธ่อม…เด็กอภิสิทธิ์ที่หมอนั่นต้องการลบทิ้งคือจอมฟ้า?!

ทำไมกัน  เพราอะไร  คนที่แม้แต่สบตากับคนอื่นยังไม่กล้าอย่างหมอนั่นไม่น่าจะทำอะไรให้แฟนธ่อมขุ่นเคืองใจได้เลย  อะไรกันวะ  ไม่เห็นจะเข้าใจ!

“เดี๋ยวพอมันเข้ามาใกล้ก็เอากระสอบนี่ครอบมันไว้  ทำให้มันสลบแล้วเอาไปทิ้งให้ไกลเลย  คุณชายบอกว่าทำยังไงก็ได้ให้มันกลัวจนขอถอนตัวจากการออกค่ายแล้วกลับบ้านไป!”

กรอด...

ผมกัดฟันจนเกิดเสียงเสียดสี  สองมือกำแน่นมองไอ้ยักษ์สองคนที่ตั้งตารอคอยการมาของจอมฟ้าอย่างใจจดใจจ่อจนไม่รู้ว่าผมมานั่งอยู่บนขอบกำแพงด้านหลังพวกมันแล้ว  คิดจะทำร้ายเจ้าสามแปลกนั่นมันยังเร็วไปร้อยปี…

ตุ้บ…

กระโดดลงจากกำแพงอย่างเงียบกริบ  เดินย่างสามขุมเข้าไปหาพวกมันที่เอาแต่ชะโงกคอมองจอมฟ้าว่าอยู่ไหนแล้ว  ผมเดินไปหยุดอยู่ข้างหลัง  ยกแขนของข้างขึ้นสะกิดไหล่อีกฝ่าย

จึกๆ  จึกๆ

“เฮ้ย  อย่ากวนน่า  จะสะกิดอะไรนักหนาวะ”

“นั่นดิ  คนยิ่งยุ่งๆอยู่”

มันสองคนพูดจาตอบโต้กันเองก่อนจะชะงักไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเวลานี้ตรงนี้ควรจะมีแค่พวกมันเท่านั้น  ร่างยักษ์ทั้งสองค่อยๆหันกลับมาช้าๆ…ช้าๆ…

“ไง…”

“กะ…แกเป็น…อั้ก!”

หมับ! หมับ!

สองมือบีบเข้าที่หน้าของพวกมันเต็มแรงจนไอ้ยักษ์ทั้งสองค่อยๆทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น  ความเจ็บปวดที่ใบหน้าหนักหนาจนพวกมันไม่มีแม้แต่เสียงที่จะใช้เปล่งร้องเพื่อระบายความเจ็บปวดนั้น…

กึกกึก

เสียงกระดูกบนใบหน้าเคลื่อนตัว  ดวงตาของพวกมันเบิกกว้างจนแทบถลน  ผมก้มมองสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายทั้งสองตรงหน้าก่อนจะเหยียดยิ้มมุมปาก

“นี่เป็นแค่การเตือน  ไปบอกใครก็ตามที่ใช้พวกแกมาที่นี่ซะ  ว่าตราบใดที่ฉันยังอยู่  จะไม่ให้แตะต้องเด็กพวกนี้ได้แม้แต่ปลายก้อย”

“…”

“คำตอบล่ะ”

“อั้ก   อ่ะ  อือ…”

พวกมันพยักหน้ารับและส่งเสียงตอบอย่างยากลำบาก  ผมยกยิ้มอีกครั้งด้วยพอใจกับคำตอบก่อนจะออกแรงบีบเข้าที่ใบหน้าพวกมันไปอีกนิดจนแน่นิ่งไปทั้งสองคน 

สวบ  สวบ  สวบ

มีเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาทางนี้แล้ว  ผมรีบแบกพวกมันสองคนขึ้นบ่าคนละข้างก่อนจะเอาไปทิ้งไว้มุมกำแพง  กวาดกองใบไม้มากลบกันใครเห็น  โดนไปขนาดนั้นกว่าจะฟื้นอย่างน้อยคงพรุ่งนี้เช้า

“อ๊ะ!  นะ…นะ…นั่นใครครับ!”

เสียงสั่นกลัวด้วยความตกใจดังขึ้นพร้อมแสงไฟฉายกระบอกจิ๋วส่องมายังร่างของผม  จอมฟ้าที่ยืนห่างไปประมาณเกือบสิบเก้าเพ่งมองอย่างพิจารณา

เฮ้อ!  ทันเวลาพอดี

อย่างน้อยหมอนี่ก็ไม่ทันเห็นว่าผมทำอะไรกับไอ้ยักษ์สองตัวนั่น

“อะ…อะ…อะ…อะ…”

“อาจารย์  เออ  ฉันเอง”

ผมต่อคำพูดให้จอมฟ้าก่อนจะเดินเข้าไปหาเจ้าแว่นติ๋มที่ยังอ้าปากค้างตกใจในสารรูปของผมอยู่  ไม่ได้รู้อะไรเลยสินะเจ้าเด็กคนนี้

หมับ!

“แมลงวันจะบินเข้าไปวางไข่ในปากแล้ว”

จัดการปิดปากที่อ้าอยู่ของมันลงให้

“อะ…อาจารย์ทำไม…แต่งตัวแบบนี้ล่ะครับ”

“ถ้าไม่ทำแบบนี้นายจะคุยกับฉันได้หรือไง”

คนตัวเล็กกว่านิ่งไปทันทีเมื่อผมตอบกลับ  จะบ้าตาย  ยุ่งมันจะหามผมกลับไปเป็นอาหารให้ครอบครัวมันแล้วนะเนี่ย  คันคะเยอไปทั้งตัวแล้ว!

“หมายความว่า…อาจารย์แต่งตัวแบบนี้ก็เพื่อผมเหรอครับ  เพื่อไม่ให้ผมกลัว…”

“ไม่ต้องมาทำตาซึ้งใส่ฉัน”

ว่าพลางยื่นมือไปปิดดวงตาเป็นประกายภายใต้กรอบแว่นของจอมฟ้าเอาไว้

“ทำไงได้  ฉันมีเรื่องต้องบอกนายโดยเร็วที่สุดเลยต้องใช้วิธีนี้  ฟังให้ดีนะ  ตอนนี้พวกเด็กอภิสิทธิ์ทีมอื่นๆแท็กทีมกันเพื่อกำจัดพวกนาย”

“เอ๋!  ทำไมล่ะครับ  ผมไปทำอะไรให้พวกเขาไม่พอใจหรือเปล่า”

“จะไปรู้เหรอ  ถามหน่อย  นายรู้จักแฟนธ่อมหรือเปล่า”

หงึกๆๆๆๆ

เจ้าแว่นติ๋มส่ายหน้า  ถ้าไม่ได้รู้จักมักจี่อะไร  และจากนิสัยของมันคงไม่มีทางยื่นเท้าเสนอหน้าไปแหยมให้หมอนั่นโกรธแน่ๆ  งั้น…

เหลือเทียร์กับไต้ฝุ่น  ในสองคนนี้ต้องมีใครสักคนที่เป็นเป้าหมายที่แท้จริง!

บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

มาอัพแล้วจ้า  โอ๊ยยยย  กรี๊ดอาจารย์มาก  อะไรจะทุ่มเทขนาดนี้!!  ที่ทำไปทั้งหมดสุดท้ายก็หนีไม่พ้นต้นเหตุมาจากน้องฝุ่นอยู่ดี  โฮะๆๆๆ  แต่เอ๊ะ?  แปลกใจจัง  ทำไมอาจารย์บู๊เก่งมากมาย  ดูจากที่จัดการเจ้ายักษ์สองตัวนั่นแล้วอาจารย์แทบจะไม่ได้กระดิกตัวเลยนะ  ดีไม่ดีอาจเก่งกว่าน้องฝุ่นด้วยซ้ำ  ชักมีคำถามเหมือนที่เทียร์เคยถามเกิดขึ้นในใจแล้วสิ…

‘อาจารย์เป็นใครกันแน่?’

ความคิดเห็น