-[TAKE]-

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.9k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2560 02:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1
แบบอักษร


ผมก้าวเข้ามาในบ้านที่จากไปนานด้วยสีหน้านิ่งเรียบ หลังจากวันนั้นผมก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เป็นเวลาหกปีเต็มๆ ก่อนที่จะกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาสามชายชาตรีมองไปยังบ้านที่ไม่ได้กลับมานานแสนนาน ผู้คนรับใช้และคนในครอบครัวต่างก็พากันดีอกดีใจกันซะยกใหญ่ที่คุณชายใหญ่ของบ้านกลับมา

"ตาตรี..."

"คุณแม่" คุณแม่ยิ้มให้กับผมแล้วโอบกอดผมจนเต็มรัก ผิวขาวผ่องของคุณแม่ที่แปรเปลี่ยนไปตามอายุยังคงสวยสดใสเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

"พี่ตรี...ยี่หวาดีใจจังคะที่พี่ตรีกลับมาสักที" ดวงยี่หวา...น้องสาวคนเล็กของผมเอ่ยขึ้น เธอยังดูสดใสและน่ารักไม่เปลี่ยนเลย

"พี่ตรีมีอะไรมาฝากผมบ้างไหมเนี่ย"

แหม น้องชายคนกลางนี่ก็เหมือนกัน นึกถึงแค่ของฝาก...

"จินนี่ว่าให้พี่ตรีไปพักเถอะคะคุณแม่ พี่ตรีเขาเดินทางมาเหนื่อยๆ" จินนี้เดินมาทางผมแล้วจับแขนผมไว้ คำพูดของเธอที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงก็จริง แต่สายตาของเธอที่มองมายังผมมันกลับร้องแรงและเต็มไปด้วยความต้องการ

"ก็จริง...งั้นตาตรี ไปพักเถอะ" คุณแม่พยักหน้าเห็นด้วย...

"ถ้างั้นยี่หวา..."

"เดี๋ยวพี่ไปส่งพี่ตรีเองยี่หวา"

ในขณะที่ยี่หวากำลังพูด จินนี่ก็พูดแทรกขึ้นมาแล้วหันไปมองด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ ดูท่าทางยี่หวาก็คงอยากจะขัดไม่น้อยแต่เพราะเกรงใจคุณแม่เลยเลือกที่จะอยู่เงียบๆ

ตุบ!

"อื้อ อ้า..."

เสียงครางกระเซ่าด้วยความเซียวซ่านของจินนี่ดังขึ้นเมื่อผมบดขยี้ไปที่หน้าอกใหญ่ๆ ของเธอทั้งสองข้างอย่างเต็มมือ เรือนกายที่ขาวผ่องของเธอมันช่างนุ่มจนผมห้ามใจไว้ไม่อยู่จนต้องดูดเม้มไปที่ยอดปทุมถันของเธออย่างเต็มแรง

"อ่ะ อ้า อ้า...พะ พี่ตรี อ้า เสียว" จินนี่พูดไปครางไป...

"อ้า จินนี่..."

ผมเรียกชื่อเธอเบาๆ แล้วจับขาของเธอให้แยกออกกว้าง กระโปรงที่จินนี่ใส่อยู่ก็ร่นลงไปที่หน้าตักยามที่สองขาถูกยกตั้งชัน

ผมสอดมือเข้าไปใต้กระโปรงเธอนิดหน่อยแล้วเกี่ยวเอากางเกงในเซ็กซี่ตัวจิ๋วออกมาก่อนทีจะเหวี่ยงมันไปอีกทางอย่างไม่สนใจ ผมผละตัวออกมานิดหน่อยแล้วถอดเสื้อตัวเองออกจนเผยให้เห็นหน้าทองที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ในตอนนี้ผมไม่สามารถที่จะรออะไรได้อีกแล้วเพราะตรงกลางลำตัวของผมมันปวดซะจนแทบทนไม่ได้

ผมร่นกางเกงตัวเองลงมานิดหน่อยแล้วควักลูกชายออกมาจากนั้นก็ทาบทับไปที่ร่างขาวๆ อีกครั้งแล้วค่อยๆ สอดใส่เข้าไปโดยที่เสื้อเสื้อผ้าของเราทั้งคู่ยังถอดไม่หมดด้วยซ้ำ

"อ่ะ อ้า! อู๊ย เสียว อ้า" จินนี่เชิดหน้าร้องครางเบาๆ...

"อ้า..."

ความเสียวกระสันเพราะแรงตอดรัดทำให้ผมอดที่จะครางออกมาไม่ได้ ไม่ได้เจอกันตั้งหกปีช่องทางของจินนี่มันทั้งฝืดและแน่นจนน่าพอใจจริงๆ...

"อื้อ อ้า โอ้ว แรงๆ คะ อ้า...พี่ตรี แรงๆ อ้าๆๆๆ"

"ได้เลย อ้า..."

สวบ สวบ สวบ

ในเมื่อร้องขอผมก็จัดให้ ไฟราคะของเราสองคนเริ่มโหมกระหน่ำอย่างร้อนแรงแบบไม่มีใครยอมใคร ท่วงท่าและลีลาของจินนี่มันช่างเผ็ดร้อน รู้ตัวอีกทีเสื้อผ้าของเราสองคนก็หลุดรุ่ยไปอยู่ตรงพื้นตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ช่างเถอะ...ผมไม่สนใจข้อนั้นอยู่แล้ว

"จินนี่ อ้าๆๆๆ อ้า ไม่ไหว อ้าๆๆ"

จินนี่เชิดหน้าขึ้น สะโพกของเธอก็บดเบียดความเป็นชายของผม ปากบอกว่าเหนื่อยแต่ตัวของเธอนี่สิ เด้งขึ้นลงบนตัวผมไม่หยุดเลย ผมเองก็สวนสะโพกย้ำเข้าไปเน้นๆ ก็ยิ่งทำให้จินนี่กรีดร้องเพราะความเสียวซ่านมากขึ้นกว่าเดิม แล้วไม่นานนักทั้งผมและเธอก็ปลดปล่อยออกมา

"แฮ่ก แฮ่ก"

จินนี่นอนหอบหายใจหมดแรง เธอฝุบหน้าลงบนหน้าอกของผม ผมยิ้มให้เธอด้วยความพอใจพร้อมกับใช้มือเกลี่ยเส้นผมที่ชื้นเหงื่อเบาๆ

"พี่ตรี..." จินนี้ช้อนตามองผมด้วยแววตาหยาดเยิ้มที่เต็มไปด้วยความต้องการอีกครั้ง...

แล้วผมก็คิดว่าศึกครั้งนี้คงไม่จบง่ายๆ แน่ๆ...

ผมมองไปยังนอกหน้าต่างด้วยสีหน้านิ่งๆ ห้องของผมอยู่ตรงสวนพอดีเลยทำให้เห็นทิวทัศน์รอบด้าน จินนี่เองก็ไม่อยู่แล้วเหมือนกัน...

หลังจากที่เราทั้งสองคนเสร็จศึกหนักกันหลายครั้ง ความจริงจินนี่ก็ตั้งใจที่จะนอนค้างที่นี่นะ แต่ว่าผมก็ให้กลับ...เพราะตอนนี้จินนี่เขาเป็นแค่คู่หมั่นผม ถึงเราจะมีอะไรกันเกินเลยหลายต่อหลายครั้งแต่ว่าเขากับผมก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน อีกอย่างตระกูลของจินนี่ก็ใช่ว่าจะไม่มีชื่อเสียง ถ้าเกิดพวกนักข่าวรู้เข้ามันจะทำให้เธอเสื่อมเสียได้

"อ้าว พี่ตรีลงมาพอดี ยี่หวากำลังจะให้คนไปปลุกอยู่เลยคะ" ยี่หวายิ้มกว้างให้กับผม...

ผมเดินไปที่โต๊ะอาหารแล้วนั่งในที่ประจำที่ผมเคยนั่งก่อนที่ผมจะย้ายไปเรียนที่อเมริกา

"คุณแม่ละ" ผมหันไปถามยี่หวาบ้างเมื่อเห็นว่ายังไม่เห็นผุ้หญิงที่ผมรักที่สุดนั่งอยู่ด้วย...

"คุณแม่นอนอยู่ข้างบน ยังไม่ตื่นเลย" ยี่หวาตอบผม...

"อืม" ผมพยักหน้าเบาๆ ให้...แล้วหลังจากนั้นผมก็นั่งกินข้าวต้มที่อยู่ตรงหน้าด้วยท่าทีสบายๆ

"เป็นไงครับพี่ตรี เมื่อคืนนอนสบายไหม" เปรมถามผมด้วยสีหน้ายิ้มๆ...

ผมไม่ตอบ...เปรมคงจะรู้ว่าเมื่อคืนผมกับจินนี่ทำอะไรกันเลยพูดออกมาแบบนี้ ก็แน่ละ...ผู้ชายเหมือนกันจะไม่รู้ได้ยังไง...

หลังจากที่ผมทานข้าวเสร็จผมก็พาตัวเองออกไปเดินเล่นที่สวน หกปีที่ผมไม่อยู่บ้านหลังนี้เปลี่ยนแปลงไปมากจริงๆ สวนก็ถูกตกแต่งใหม่ อะไรๆ ที่เคยอยู่ก็เปลี่ยนไปอยู่อีกมุม...รู้สึกแปลกตานิดๆ แฮะ...

แซ็ก!

ผมหันไปตามเสียงที่ดังมาจากทางด้านข้าง พุ่มไม้มีการขยับเล็กๆ แต่ก็ยังไร้วี่แววของเสียงขานรับ ผมเลยเลือกที่จะเดินไปยังตรงจุดที่ดังแล้วสิ่งที่เห็นตรงหน้ามันก็ทำให้ผมถึงกับยกยิ้มขึ้นมาทันที...

"โอ๊ย!!!"

ผมจับไปที่ผมสีดำสนิทของคนที่กำลังแอบอยู่อย่างแรง ทำให้คนที่โดนส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บ แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกสะใจ...

"คะ คุณตรี..."

ได้เวลาสั่งสอนเด็กแล้วสินะ...

"คุณตรี...ผมเจ็บ ฮึก"

ร่างเล็กๆ ร่ำร้องบอกผมด้วยสีหน้าเหยเก ผมจับให้เด็กนี่ให้ยืนขึ้นแล้วลากเข้าไปในสวนที่อยู่ลึกกว่าเดิม เข้าไปในที่ที่ไม่มีใครเห็นเพื่อที่จะทำอะไรๆ ได้สะดวกหน่อย

"มานี่สิ"

"คุณตรี ฮึก เจ็บครับ ผมเจ็บ ปล่อยผม...โอ๊ย!"

พอมาถึงที่ลับตาคน ผมก็เหวี่ยงร่างเล็กให้เข้าไป แต่ด้วยแรงเหวี่ยงที่มากกว่าเลยทำให้เด็กนี่ล้มไปจนได้

"จะ เจ็บ...ฮึก"

"สำออย..." ผมพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ...

เด็กนี่น้ำตาคลอเบ้าพยายามที่จะไม่ร้องไห้ออกมา ใบหน้าของเขาแดงไปหมดเพราะเอาแต่เช็ดน้ำตา แค่ดูก็รู้ว่ากำลังกลัวผมมากขนาดไหน...ก็แหงละ เด็กนี่มันเป็นคนที่ผมเกลียดที่สุดนี่นา...

"คะ คุณตรี...ฮึก มี...มีอะไรกับผมเหรอฮะ ฮึก"

"ทำไม! ไม่มีแล้วจะเรียกไม่ได้หรือไง ห่ะ!" ผมตะคอกกลับด้วยน้ำเสียงดัง ทำให้เด็กนั่นถึงกับสะดุ้งโหยง...

"ปะ เปล่าฮะ"

ผมเกลียดมัน! เกลียดที่มันหน้าตาเหมือนแม่มัน! เกลียดที่แม่มันแย่งความรักจากแม่ผมไป! ต่อให้ผ่านไปอีกกี่ปีความเกลียดที่ผมมีต่อเด็กนี่ก็ไม่เคยน้อยลงเลยสักนิด!

ตลอดระยะเวลาหกปีที่ผมอยู่อเมริกา ผมคอยให้นักสืบคอยจับตาดูเด็กนี่มาตลอด ไม่ว่าจะทำอะไรหรืออยู่กับใคร ก็จะมีคนมาคอยรายงานผมตลอด

มันเลยทำให้ผมจำเด็กนี่ได้ตั้งแต่เห็นอีกครั้ง แล้วผมก็ไม่มีวันลืมสิ่งที่แม่มันทำเด็ดขาด!!! ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะพวกมัน พ่อของผมก็คงไม่ตาย!!!

"หึ ไม่ได้เจอกันตั้งหกปี ดูสูงขึ้นนะ" ผมยกยิ้มเบาๆ แล้วถามขึ้น...

"ฮะ..."

"นั่นสิ...ตอนนั้นเธอเพิ่งจะเจ็ดขวบ แล้วตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้ว...สิบสามสินะ"

"ฮะ..."

เด็กนั่นก้มหน้าตอบตัวสั่นๆ...ท่าทางของเขามันทำให้อารมณ์ของผมปะทุเดือดด้วยความโมโหมากขึ้น แต่ผมก็ยังนิ่งเฉย ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา

"เอ่อ คือ...ถ้าคุณตรี...ไม่มี..."

เด็กนั่นพูดขึ้นอีกครั้งแล้วพยายามสบตามองมาทางผม แต่ก็ได้เพียงนิดหน่อยก็ก้มหน้ามองพื้นเหมือนเดิม แล้วขาทั้งสองข้างก็เริ่มก้าวถอยหลัง

"ถ้าไม่มี...อะไรแล้ว...ผมขอตัว..."

พรึ่บ!

แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยค ร่างเล็กๆ ก็ทำท่าที่จะวิ่งหันหลังหนีไปอีกทาง แต่มีหรือที่ผมจะมองไม่ออก ทันทีที่เขากำลังคิดหนีผมก็เข้าไปประชิดตัวแล้วจับกดลงบนพื้นดินแข็งๆ

"คุณตรี! ปล่อยผม!!! ฮึก ปล่อย!!!"

ผมขึ้นคร่อมร่างเขาเอาไว้ ด้วยร่างกายที่ใหญ่กว่ามันจึงทำให้ไม่เป็นปัญหาสักนิด ตัวแค่นี้คิดจะสู้แรงคนอย่างผมงั้นเหรอ หึ...คงยาก

ผมเกลียดมัน! เกลียดใบหน้าที่เหมือนแม่มัน!!! เกลียดทุกๆ อย่างที่เป็นของๆ เด็กคนนี้!!!

"ปล่อยผม!!!"

ร่างเล็กๆ ดิ้นเร่าใต้ร่างแกร่งของผมพยายามที่จะหลีกหนีเอาตัวรอด ริมฝีปากเล็กๆ นั้นก็ร้องบอกให้ปล่อย

ผมยกยิ้มร้ายบนใบหน้าแล้วเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆ จนทำให้คนใต้ร่างถึงกับต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

"ปล่อยนะ!"

"หึ"

ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางของพี ร่างที่สั่นสะท้านไปด้วยความกลัวมันทำให้ผมอยากที่จะทำลายจริงๆ

"พี...พีอยู่ไหนนะ"

"คุณเปรม!"

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้จู่ๆ ก็มีคนมาขัดจังหวะซะก่อน

ผลั่ก!

พีใช้จังหวะที่ผมกำลังเผลอผลักผมให้ออกห่างจากตัว แล้ววิ่งไปอีกทางอย่างไว ผมจะห้ามก็ห้ามไม่ทันเลยได้แต่เดินตามหลังแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"คุณเปรม!"

"พี"

ผมมองพีที่กอดเอวของเปรมภพไว้แน่นด้วยแววตาวาวโรจน์เก็บซ่อนความไม่พอใจเอาไว้...มันน่าโมโหนิดๆ เหมือนกัน...

"อ้าว พี่ตรี...มาทำอะไรแถวนี้" เปรมภพถามผมด้วยสีหน้างงๆ

"มาเดินเล่นนะ" ผมตอบยิ้มๆ แต่สายตาของผมกลับจ้องไปที่ร่างเล็กๆ แบบไม่วางตา แล้วก็ดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้เลยยิ่งกอดร่างของเปรมภพไว้แน่นมากกว่าเดิม

"อ้อ ผมคิดว่าพี่ตรีมารังแกพีซะอีก"

"หืม ทำไมถึงคิดแบบนั้นละ"

"ก็สมัยก่อนพี่ตรีชอบแกล้งพีจะตาย"

ผมยักไหล่ตอบเบาๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จริงๆ แล้วผมเองก็แค่ออกมาเดินเล่นอย่างที่บอกนั่นแหละ เพียงแต่ว่าผมแค่จงใจเดินมาที่สวนก็เท่านั้น

"แล้วเราละพี...ไปทำอะไรมาตัวถึงได้เลอะขนาดนี้" เปรมภพหันไปถามพีแล้วลูบหัวเบาๆ เชิงเอ็นดู...

"มานี่..." เปรมภพจับร่างเล็กๆ ให้ออกห่างจากตัวนิดหน่อยแล้วจัดการปัดฝุ่นที่อยู่ตามเนื้อตามตัวออกโดยที่เจ้าตัวยังยืนนิ่งๆ ผิดกับผมที่พอจับนิดจับหน่อยกลับร้องให้ปล่อย ดิ้นจะเป็นจะตาย...

ไม่รู้สิ...พอเห็นแบบนี้แล้วมันทำให้อารมณ์ของผมเดือดพล่านมากขึ้นกว่าเดิม...มันรู้สึกน่าโมโหจริงๆ!!!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}