หอหมื่นอักษร

นิยายแนวสืบสวนสอบสวน ที่ลึกลับทั้งคดี และตัวตนของ 'เขา' ขอบคุณสำหรับการติดตามนะเจ้าคะ -เก๋อเก๋อ-

ตอนที่ 50 เหตุการณ์ที่น่าตกใจในโรงพยาบาล

ชื่อตอน : ตอนที่ 50 เหตุการณ์ที่น่าตกใจในโรงพยาบาล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ย. 2560 16:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 50 เหตุการณ์ที่น่าตกใจในโรงพยาบาล
แบบอักษร


เดินทางกลับไปกลับมาในเวลาหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืน ขณะที่พวกเขาออกมาจาห้องทดลองของจวงมิงหาน ก็เป็นเวลาตีสามพอดี

พวกเย่หนิงไปอยู่ที่โกดังของหมู่บ้านว่างยาชุนในคืนนั้น ก็นอนหลับไม่สนิท เช้าวันถัดมาก็ตื่นไปขึ้นเขาหาปีศาจภูเขาอะไรนั่นอีก หลังจากกลับมาก็ไม่ได้หยุดพักเลย ทั้งผ่าชันสูตรศพ ทั้งเข้าไปช่วยในห้องทดลอง ตั้งแต่เช้าเมื่อวานจนถึงคืนนี้ ทุกคนต่างยุ่งวุ่นวายจนไม่ได้พักผ่อน


ดังนั้นขณะที่เดินออกจากห้องทดลอง พวกเขาต่างก็เหนื่อยล้าจนแทบสลบเหมือดไป จวงหมิงหานไม่ค่อยสบายใจนักที่จะให้พวกเขาขับรถกลับไปเอง จึงได้เรียกแท็กซี่เพื่อส่งพวกเขากลับไปที่กรมตำรวจแทน


พวกหยางปินที่ไปที่หมู่บ้านว่างยาชุนอีกครั้งนั้นก็ยังไม่กลับมาเลย


หมู่บ้านว่างยาชุนค่อนข้างที่จะอยู่ห่างไกลมาก แม้แต่สัญญาณโทรศัพท์ก็ยังเข้าไปไม่ถึง พวกเขาไม่สามารถที่จะติดต่อหยางปินได้ จึงไม่รู้วาสถานการณ์ในหมู่บ้านตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ข่าวคราวเล็กน้อยเพียงอย่างเดียวคือเหตุการณ์ที่พวกเขากังวลมาตลอดนั้นยังไม่เกิดขึ้น นอกจากเฉินเฉินแล้วก็ยังไม่มีศพรายที่เจ็ดโผล่ออกมา

หากจะรอต่อไปแบบนี้เรื่อย ๆ ก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา ทุกคนต่างทำงานจนไม่ได้พักผ่อนเป็นเวลาหลายสิบชั่วโมง ทำงานจนไม่หยุดไม่หย่อนแบบนี้ต่อให้เป็นคนเหล็กก็คงทนไม่ไหวแน่ พวกเย่หนิงจึงอาศัยช่วงเวลานี้กลับไปพักผ่อนกันก่อน


เย่หนิงรู้สึกเหนื่อยล้าจนเข่าอ่อนไปทั้งตัว


พออาบน้ำ เป่าผมเสร็จเรียบร้อย เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงทันทีไม่อยากแท้แต่จะขยับเขยื้อนอะไร

เหนื่อยชะมัดเลย !

แต่เธอกลับไม่มีท่าทีง่วงงุนสักนิด ได้แต่นอนพลิกตัวไปมาบนเตียง จะทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ ในหัวมีแต่เรื่องยุ่งเหยิงอยู่เต็มไปหมด เอาแต่นึกทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมด ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว แต่ยิ่งนอนก็ยิ่งล้า ทั้งหัวมึนตึ้บไปเสียหมด


ดูเหมือนว่าคืนนี้คงนอนไม่หลับเสียแล้ว


เย่หนิงถอนหายใจออกมา ได้แต่ลุกขึ้นนั่งแล้วเปิดไฟหยิบโน้ตบุ๊คขึ้นมาไว้บนเตียง เธอเปิดเว็บเพจโดยไม่คิดอะไร แล้วพิมพ์ไปในช่องค้นหาสองคำว่า “ผีดิบ”

เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้ทำเช่นนี้ แต่สำหรับเหตุการณ์คราวนี้แล้ว เธอรู้สึกติดค้างอยู่ในใจมาตลอดจริง ๆ อยากรู้ให้มันแน่ชัดว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่


ผลการค้นหามีมากมายเต็มไปหมด


มีทั้งละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ เกม รูปภาพ มีคำอธิบายร้อยแปดพันเก้า

จากนั้น เธอก็คลิกเข้าไป กลับมีแต่คำโปรยของภาพยนตร์

เย่หนิงไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรดี

นี่ไม่มีคำจำกัดความไหนที่จะบอกเธอได้ว่าผีดิบคืออะไรเลยใช่ไหมเนี่ย ?

เย่หนิงเติมคำไปไม่กี่คำหลังคำว่า “ผีดิบ” แล้วหาต่อ

คราวนี้เธอพิมพ์คำค้นหาไปว่า “ผีดิบคืออะไร ?”

หวังว่าคราวนี้คงจะหาคำอธิบายเจอนะ

แต่คำอธิบายพวกนี้ จะใช่คำอธิบายที่ต้องการหรือเปล่า

มีคำอธิบายบางแหล่งมาจากตำนานหลายร้อยหลายพันปี ที่มาของผีดิบอะไรทำนองนั้น บางแหล่งยังแบ่งระดับผีดิบจนยิบย่อยเต็มไปหมด

อยู่ ๆ เย่หนิงนึกถึงคำพูดของเฝิงเยี่ยนหฺวายขึ้นมา ผีดิบร้อยปีพันปีอะไรนั่น คงจะเป็นเรื่องแบ่งระดับอันนี้สินะ ?

แต่ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่เกี่ยวกับผีดิบ ก็มีเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าบอกแบบไหนก็มีหมด บางที่บอกอย่างกระจ่างฟังดูแล้วมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ แต่สุดท้ายก็มีอรรถาอธิบายขึ้นมา อ้างอิงจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง......

เย่หนิงยัวะจนแทบจะทุบโน้ตบุ๊คให้พังคามือ

นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย !

เธอเปลี่ยนคีย์เวิร์ดในช่องค้นหาอีกครั้ง ผีดิบมีอยู่จริงหรือเปล่า ?

พอพิมพ์คำถามนี้ลงไป เย่หนิงรู้สึกว่าตนเองเริ่มจะงี่เง่ามากขึ้นทุกทีที่ถามแบบนี้

คำถามนี้ถึงจะมีคำอธิบายในอินเตอร์เน็ต แต่นั่นก็คงเป็นแค่เรื่องที่ชาวเน็ตส่งต่อกันมา และไม่ใช่คำตอบที่น่าเชื่อถือที่สุดอยู่ดี

เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโง่ขึ้นมาจริง ๆ แล้ว


เป็นเพราะช่วงนี้เจอกับเรื่องประหลาดมากไปหรือเปล่า เลยรู้สึกเวียนหัวไปหมดแบบนี้


แต่ถ้าศพที่พวกเขาเอากลับมาวิจัยนั้นเป็นผีดิบจริง ๆ ล่ะก็ ก็คงต้องสรุปตามสิ่งที่เฝิงเยี่ยนหฺวายพูดมาใช่ไหม


หรือว่าพวกเขาจะถูกเฝิงเยี่ยนหฺวายหลอกเข้าให้แล้วจริง ๆ ?


เย่หนิงกลับปีที่เตียงอีกครั้งหนึ่ง เหนื่อยชะมัดเลย !


ทั้งตัวหนักของเธออึ้ง แต่กลับรู้สึกว่านอนไม่หลับ ในหัวมีแต่ภาพประหลาด ๆ อยู่ในหัวพันกันยุ่งเหยิงเต็มไปหมด

เธออดไม่ไหวที่จะหยิบมือถือขึ้นมา แต่เวลานี้แล้วจะโทรหาใครดีล่ะ ?


ขณะที่เย่หนิงกำลังรู้สึกกลัดกลุ้มอยู่นั้นเอง มือถือของเธอก็กลับแผดเสียงดังขึ้นมา จนทำเอาเธอสะดุ้งโหยงขึ้นมาทันที

สำหรับงานและหน้าที่ของพวกเขาแล้ว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือเสียงโทรศัพท์กลางดึกนี่แหละ


ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ


เย่หนิงหยิบขึ้นมาดู เป็นโทรศัพท์จากกรมตำรวจอย่างที่คิดเอาไว้จริง ๆ ด้วย

นี่คงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกใช่ไหม ?

คิดได้ดังนั้นเย่หนิงรับโทรศัพท์อย่างรีบร้อน “เย่หนิงพูดค่ะ”

“คุณหมอเย่ แย่แล้วครับ ในโรงพยาบาลเกิดมีนักศึกษาหลายคนคลุ้มคลั่งขึ้นมาครับ !”

“อะไรนะ !” เย่หนิงรู้สึกช็อก “เกิดอะไรขึ้น ?”

“ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อยู่ดี ๆ นักศึกษาหลายคนก็เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา เข้าทำร้ายหมอและพยาบาล ในโรงพยาบาลมีคนบาดเจ็บหลายคนเลย ได้ยินมาว่ามีนักศึกษาบางคนหนีออกไปจากโรงพยาบาลด้วยครับ”

เย่หนิงสะดุ้งไปทั้งตัว “ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ !”

เย่หนิงรีบสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ล้างหน้าล้างตาออกไปข้างนอก เมื่อลงไปข้างล่างก็พบกับเสิ่นอี้ยืนรออยู่

“คุณหมอเย่ครับ คุณก็ได้รับโทรศัพท์เหมือนกันใช่ไหมครับ ?”

“ใช่ค่ะ” เย่หนิงรู้สึกกังวลอย่างมาก “เหตุการณ์เริ่มจะเลวร้ายขึ้นทุกทีแล้ว”

“ผมก็ว่าอย่างนั้น เพียงแค่ไม่รู้ว่ามันเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายเนี่ยสิ”

เย่หนิงหยุดผีเท้าลงทันที “คุณหมายความว่าอย่างไรคะ ?”

“นักศึกษายังไม่ตาย แค่เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาเฉย ๆ คุณคิดว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายล่ะ ? ถ้าเป็นข่าวดีก็ไม่มีศพรายที่เจ็ดออกมา ถ้าเป็นข่าวร้ายก็บางทีอาจมีคนจำนวนมากติดเชื้อเข้าให้แล้ว”

เสิ่นอี้ถอนหายใจออกมาเบา ๆ

ในใจของเย่หนิงรู้สึกหนักอึ้ง

“อาหนิง” ทันใดนั้นเสิ่นอี้ก็ถามขึ้น “คุณเองก็นอนไม่หลับใช่ไหมครับ ?”

“นอนไม่หลับค่ะ” เย่หนิงส่ายหน้า แล้วพูดพึมพำออกมา “ในหัวของฉันเอาแต่คิดเรื่องนี้มาตลอดเลย”

“ทางที่ว่าการเมืองได้ส่งผู้ช่วยจำนวนมากไปตรวจสอบโลงศพด้านหลังภูเขาที่หมู่บ้านว่างยาชุนแล้ว หยางปินเองก็กลับมาแล้วเช่นกัน บางทีเขาอาจจะเจอเบาะแสให้กับพวกเราก็ได้”

ในหัวของเย่หนิงรูสึกสับสนไปหมด เธอไม่ได้ใส่ใจในน้ำเสียงของเสิ่นอี้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือเปล่า ได้แต่พยักหน้าออกมา “หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ”



หยางปินเพิ่งจะกลับมาได้ไม่นานเท่าไหร่ เขาเดินทางกลับไปกลับมาสองวันสองคืน ไม่ได้หยุดพักเลย ทุกคนต่างเหนื่อยล้ากันหมด แต่ในโรงพยาบาลตอนนี้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น พวกเขาที่อยากจะพักผ่อนแค่ไหนก็คงทำไม่ได้ ได้แต่รีบนั่งรถไปที่โรงพยาบาล

หลังจากขึ้นรถแล้ว เย่หนิงก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน จึงรีบถามหยางปินขึ้น “หัวหน้าหยาง แล้วเฝิงเยี่ยนหฺวายล่ะคะ ?”

“พากลับมาแล้ว ผมสั่งขังเขาไว้ชั่วคราว ส่วนเรื่องผีดิบศาสตราจารย์เสิ่นบอกกับผมหมดแล้วล่ะ” หยางปินสีหน้าเคร่งขรึม ลดเสียงพูด “ดูเหมือนเบื้องหลังของเหตุการณ์นี้ จะมีแผนการชั่วร้ายซ่อนอยู่”

เสิ่นอี้ก็ถามขึ้นเช่นกัน “วันนี้พวกเขาพบเบาะแสอะไรบนเขาบ้างไหมครับ ?”

“ไม่มีเลย” น้ำเสียงของหยางปินฟังดูไม่ค่อยดี “บนเขานั้นมีแต่พงหญ้า อยากจะหาเบาะแสอะไรก็ลำบากไปหมด”

เสิ่นอี้ถอนหายใจออกมา “นอกจากชาวบ้านของหมู่บ้านว่างยาชุนกับนักล่าผีดิบที่โผล่มากะทันหันแล้ว ตอนนี้พวกเราคงไม่มีเบาะแสอะไรเลย ไม่มีเบาะแสเพิ่มเติมด้วย ถ้าจะคิดช่วยเหลือพวกนักศึกษาก็คงไม่ง่ายแล้วล่ะครับ”


โรงพยาบาล ณ เวลานี้ เหตุการณ์เป็นอย่างไรบ้างแล้ว ?


โรงพยาบาลนั้นเดิมทีควรเป็นสถานที่รักษาคนบาดเจ็บช่วยชีวิตคนตาย แต่ในเวลาครึ่งชั่วโมงกว่าก่อนหน้านี้ สถานที่แห่งนั้นกลับกลายเป็นดั่งนรกบนดิน !





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น