Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 ออกค่ายสุดป่วน(2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ออกค่ายสุดป่วน(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2560 17:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ออกค่ายสุดป่วน(2)
แบบอักษร

ตอนที่****6

**ออกค่ายสุดป่วน(**2)

“อาจารย์ดู…”

“เงียบน่า  ฉันจะนอน”

พูดดักไต้ฝุ่นที่ตั้งท่าจะชี้โบ๊ชี้เบ๊นอกรถให้ผมดูระหว่างทางไปยังสถานที่ออกค่าย 

รถคันนี้ถูกออกมาแบบสองที่นั่งและจะมีผ้าม่านปิดกั้นเป็นโซนส่วนตัวไม่ให้รบกวนกันได้  เทีบร์กับจอมฟ้านั่งอยู่เบาะหลังต่อจากผม  แน่นอนว่ามีม่านปิดกั้นเอาไว้  เพื่อป้องกันเจ้าลิงหัวแดงแอบย่องออกไปมีเรื่องกับคนอื่นผมเลยจับยัดให้นั่งที่เบาะด้านในติดริมหน้าต่าง  ส่วนผมก็นั่งเบาะนอกยื่นเท้ายันไปกับพนักกั้นข้างหน้า

ปิดทางเข้าออกด้วยตัวเองซะเลย

“ถ้าอาจารย์นอนแล้วผมจะคุยกับใครล่ะ  รถบ้าอะไรก็ไม่รู้กันจนเหลือแต่หน้าต่างได้ยังไง”

“น่ารำคาญจริง”

ตุ้บ…

ผมไถลตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อจะเอนหัวนอนซบบ่าไต่ฝุ่นได้  สูงกว่ามันเป็นคืบถ้าไม่เขยิบไปข้างหน้าคงจะนอนซบไม่ได้  ให้เอนลงไปเลยมีหวังคอหักตาย

“อะ…อาจารย์”

“เงียบได้หรือยัง  ฉันง่วง”

“อาจารย์…ชูจิ…”

“…”

“จะนอนแบบนี้เหรอครับ”

ลอบยิ้มเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็วกันเจ้าเด็กนี่เห็นซะก่อน  ความจริงมีม่านกั้นให้ความเป็นส่วนตัวแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน  ไม่มีใครมารบกวนด้วย

ตึกๆ! ตึกๆ! ตึกๆ!

“นี่…”

“คะ…ครับ”

“เบาเสียงหน่อยซิ”

“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”

“ฉันหมายถึงเสียงหัวใจของนายต่างหาก”

พลันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงหัวใจที่เต้นแรงและดังทำเอานอนไม่หลับ  ไต้ฝุ่นชะงักไปเล็กน้อยเพราะเวลานี้ใบหน้าของเราสองคนอยู่ใกล้กันมาก  ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแมวคู่นี้โดยไม่นึกกลัว

แปลก…ทั้งๆที่คนอื่นพากันหวาดกลัวดวงตาคู่นี้จนไม่กล้าเข้าใกล้

ทำไมผมกลับคิดว่ามันช่างเป็นดวงตาที่สวยเหลือเกิน

“เสียงหัวใจของนายมันทำให้ฉันนอนไม่หลับ”

“ละ…แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ  อีกอย่าง…จ้องกันขนาดนี้ผมไปทำอะไรให้โกรธอีกหรือไง”

“ฉันไม่เข้าใจน่ะสิ”

“ไม่เข้าใจ?  อะไรเหรอครับ”

“ตัวแค่นี้ทำไมถึงชอบหาเรื่องใส่ตัวนัก  ไม่เป็นห่วงตัวเองบ้างเหรอ”

เลื่อนมือขึ้นไปวางบนหัวของเจ้าลิงหัวแดงแล้วตบมันเบาๆ  ความจริงที่สงสัยคือตัวแค่นี้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเยอะแยะต่างหาก  มองด้วยตาคงไม่มีใครเชื่อหรอกว่าเขาสามารถทุ่มผู้ชายตัวโตกว่าตัวเองลงได้ในสามวินาที…

“ผมแค่…อยากใช้มือคู่นี้ของผมปกป้องคนอื่นดูบ้างก็เท่านั้น  มันอาจจะเทียบกันไม่ได้กับสิ่งที่ผมเคยทำไว้  แต่ว่า…ไม่ว่ายังไงก็อยากจะช่วยให้ได้จริงๆ  คนที่ถูกรังแกโดยไม่มีทางสู้ได้พวกนั้นน่ะ”

ดวงตาดุดันก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเองพลางแผ่กระจายความเศร้าออกมาจนสัมผัสได้  หรือว่าเจ้านี่…คิดจะใช้สองมือที่เคยทำผิดในอดีตมาปกป้องคนอื่นเพื่อชดใช้?

เด็กโง่…

หมับ…

“เอ๊ะ?  อาจารย์ทำอะไรครับ”

คนตัวเล็กร้องถามเสียงหลงเมื่อถูกผมรวบตัวเข้ามาใกล้  ดันหัวไต้ฝุ่นให้ซบลงกับแผงอกแล้วลูบไปตามเส้นผมเบาๆ

ปกติเขาเรียกคนที่ทำแบบนี้ว่าอะไรนะ…

ปลอบ…หรือเปล่า?

“เงียบได้แล้ว  ฉันจะนอน”

“นอนท่านี้เหรอครับ”

“…”

ผมไม่ตอบ  เอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้  มือข้างที่ลูบหัวไต้ฝุ่นอยู่ก็เปลี่ยนมาเป็นดันเอาไว้แทน  บริเวณลำคอถูกลมหายใจร้อนๆของอีกฝ่ายกระทบ

เป็นอีกครั้งที่ผมต้องแอบยิ้มกับตัวเอง  แถมยังเป็นการยิ้มที่ผมเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะยิ้มทำไม  แต่พอคิดว่าคนที่จะได้เห็นไต้ฝุ่นในโหมดแบบนี้มีแค่ผมเท่านั้น  มันก็ไม่เลวเหมือนกัน  แค่ไม่ไปทำตัวแบบนี้ให้ใครเห็นก็พอ

“นี่ครับอาจารย์  ยังไงตอนหกโมงอย่าลืมมารวมตัวกันที่ห้องโถงของรีสอร์ทนะครับ  แฟนธ่อมจะเริ่มกิจกรรมแรกของค่ำคืนนี้ด้วยการทดสอบความกล้า”

อาจารย์ที่ทำหน้าที่ไปรับกุญแจห้องพักของแต่ละกลุ่มมาจากทางรีสอร์ทในจังหวะสระบุรีมาแจกจ่ายให้กับทุกทีมบอกแผนงานสำหรับคืนนี้  รีสอร์ทที่นี่ถูกเช่าแบบเหมาเป็นเวลาสามวันสองคืน  แปลว่าตอนนี้ไม่มีคนของทางรีสอร์ทอยู่เลย  ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นสิ่งที่ทางมหาวิทยาลัยจัดเตรียมไว้ทั้งสิ้น  เว้นก็แต่กิจกรรมทุกอย่างที่จะต้องเข้าร่วม…

…แฟนธ่อมจะเป็นคนคิด

“รับทราบครับ  ขอบคุณมาก”

รับกุญแจมาแล้วเดินกลับไปเจ้าสามแปลกที่ยืนรออยู่

เหมือนว่าไต้ฝุ่นจะยังไม่รู้เรื่องที่เทียร์เป็นผู้ชาย  ก่อนจะลงรถเอาแต่ถามว่าเจ้าราชินีนั่นจะนอนร่วมห้องกับผู้ชายตั้งสามคนได้ยังไง

“รีบกลับไปอาบน้ำเก็บของที่ห้องให้เรียบร้อย  หกโมงตรงต้องไปรวมกันที่ห้องโถง  เพราะว่ากิจกรรมแรกของคืนนี้จะเป็นการทดสอบความกล้า”

“ทดสอบความกล้า?  เป็นเด็กเหรอคะ”

“ฉันไม่รู้  แฟนธ่อมเป็นคนคิดกิจกรรมทั้งหมด”

สายตาจับอาการผิดสังเกตของไต้ฝุ่นได้ทันก่อนที่เจ้าตัวจะปรับสีหน้าตามเดิมเหมือนไม่มีอะไร  แม้จะแค่วินาทีเดียว  แต่เจ้าลิงหัวแดงนั่นมีปฏิกิริยาบางอย่างต่อชื่อแฟนธ่อมไม่ผิดแน่!

“หมอนั่นเป็นใครกันแน่  ตั้งแต่เข้าเรียนที่นี่ฉันก็ได้ยินชื่อเป็นล้านรอบแล้ว”

“เทียร์…”

เอ่ยแทรกไปด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง

เด็กหนุ่มเจ้าของใบหน้าสวยประดุจราชินีผู้เย่อหยิ่งและจองหองเปรยตามองผมราวกับผมเป็นเพียงทาสในเรือนเบี้ย  ไม่ถูกกับเด็กประเภทนี้เลยจริงๆ!

“ระหว่างทำกิจกรรมที่นี่  ช่วยกลับไปเป็นผู้ชายได้ไหม”

ขวับ!

ไต้ฝุ่นเงยหน้ามองผมทันที  ถ้าขืนให้เทียร์อยู่ในร่างราชินีแบบนี้คงทำอะไรลำบากแน่ๆ  ดีไม่ดีจะเป็นตัวดึงดูดให้พวกที่อยากโค่นล้มราชินีหรืออยากได้ราชินีไปไว้ข้างกายเข้ามาหา  จะกลายเป็นตัวปัญหาอย่างเลี่ยงไม่ได้ไป

“อาจารย์พูดอะไรน่ะครับ  เทียร์…”

หมับ!

ผมยื่นมือทั้งสองข้างไปข้างหน้าแปะลงตรงหน้าอกของเทียร์พอดี  หันหน้ามองไต้ฝุ่นก่อนจะทำการบีบให้ดูเพื่อเป็นการตอกย้ำว่าเจ้าหมอนี่มันมีหน้าอกซะที่ไหน

“แค่พูดก็พอมั้งคะอาจารย์”

“ก็อย่างที่เห็น  หมอนี่เป็นผู้ชาย”

“ห๊า!!!!”

เทียร์เบือนหน้าหนีไปอย่างรำคาญกับปฏิกิริยาการตกใจของไต้ฝุ่น  ทีมผมมีแววล่มจมตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเลย

“ไปได้แล้วจอม”

“เอ่อ…ครับ”

“เดี๋ยว”

รั้งแขนจอมฟ้าที่กำลังจะเดินตามเทียร์ไปเอาไว้  ผมยังไม่ได้บอกการฝึกพิเศษก่อนเริ่มกิจกรรมกับพวกเขาเลย

“อะไรอีกล่ะครับ”

เทียร์ขานรับแบบผู้ชาย  แปลว่ายอมทำตามที่ผมบอกเรื่องให้กลับมาเป็นผู้ชายระหว่างทำกิจกรรมออกค่ายสินะ

“ฉันให้เวลาอาบน้ำทำธุระส่วนตัวกันแค่คนละสิบนาที  หลังจากนั้นเราจะมีฝึกพิเศษสำหรับจอมฟ้าโดยเฉพาะกัน”

“ฝึกพิเศษ?”

อัศวินของจอมฟ้าทวนคำ  ไม่ว่าจะมองยังไงสองคนนี้มันก็ไม่มีอะไรเข้ากันเลย  เอาจริงเหรอครับพระเจ้า?  คู่นี้เนี่ยนะ?!

“ไม่ต้องบอกก็คงจะรู้กันได้ว่าในทีมเราตอนนี้ใครเป็นตัวถ่วงมากที่สุด  ไม่ใช่พวกนายสองคน  แล้วก็ไม่ใช่ฉัน  งั้นจะเหลือใครได้นอกจากเจ้าแว่นติ๋มนี่”

ว่าพลางเอื้อมมือไปยกจอมฟ้าโดยการหิ้วปีกทั้งสองข้าง  ไต้ฝุ่นว่าตัวเล็กแล้วแต่หมอนี่ตัวเล็กกว่าอีกแฮะ

“แล้วจะฝึกพิเศษอะไร”

“คนที่จะฝึกพิเศษกับจอมฟ้าไม่ใช่นาย  แต่เป็นไต้ฝุ่น”

“ผมเหรอ?!”

คนถูกโยงชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“ใช่  ในที่นี่มีเทียร์คนเดียวที่จอมฟ้าไม่กลัวและพูดคุยด้วยอย่างเป็นปกติ  นอกนั้นทุกคนคงเปรียบเหมือนปิศาจในสายตาเขา  ทางเดียวที่จะทำให้จอมฟ้าไม่เป็นตัวถ่วงของทีมอีกต่อไปคือต้องทำให้เลิกนิสัยกลัวผู้คนให้ได้  ไม่อย่างนั้นทีมเราแพ้แน่”

“ผะ…ผะ…ผะ…ผม…ขะ…ขะ…ขอ..ทะ…โทษ  ที่…ที่….”

“ฉันรู้  จะบอกว่าขอโทษที่เป็นตัวถ่วงใช่ไหม”

หงึกๆๆๆ

จอมฟ้าพยักหน้ารับคำแปลของผม  ดีใจชะมัดเลย  แปลถูกด้วย…

“แต่แบบนั้นมันไม่หักดิบเกินไปเหรอครับอาจารย์  ในเมื่อรู้ว่าหมอนี่กลัวแล้วทำไมถึงยัง…!”

“พูดมากชะมัด”

“ฮะ…?”

“ใครตั้งฉายาราชินีน้ำแข็งอะไรนั่นให้นาย  ไปบอกให้เขาริบเอาตำแหน่งนี้คืนไปเลยนะ  นอกจากไต้ฝุ่นแล้วมีนายนี่แหละที่ฉันจะยกให้เป็นบุคคลพูดมากจนน่ารำคาญ”

“อาจารย์ไม่มีสิทธิ์มาว่าผมแบบนี้…”

เทียร์เดินหน้าเข้ามายืนประชิดผม  นัยน์ตาเยือกเย็นแผ่รังสีความไม่พอใจออกมา 

“นี่ไงล่ะ  สาเหตุที่ทำไมจอมฟ้าถึงต้องได้รับการฝึกพิเศษ  ไม่ว่าจะเป็นไค้ฝุ่นหรือแม้กระทั่งนายที่ไม่เคยสนใจใคร  แต่พอโกรธ  พวกนายก็สามารถปะทะกับคู่ต่อสู้ได้แบบซึ่งๆหน้าโดยไม่มีความกลัว  เปอร์เซ็นต์เอาตัวรอดและการมีชีวิตของนายสองคนมีสูงมากกว่าเจ้าแว่นมากนัก  คิดภาพไม่ออกเลยนะว่าถ้าจอมฟ้าต้องไปเจอเด็กอภิสิทธิ์คนอื่นหรือถูกใครเล่นงานในระหว่างที่คนในทีมไม่ได้อยู่ด้วย  อะไรจะเกิดขึ้น”

“…”

“ฉันไม่สนใจหรอกว่าสุดท้ายแล้วจะชนะหรือไม่  แต่ฉันไม่อยากต้องมาเสียชื่อทีหลังว่าไม่สามารถดูแลเด็กในทีมให้รอดพ้นไปได้  จอมฟ้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้  คนที่ต้องถูกลบทิ้งต้องไม่ใช่เขา”

ผมจ้องหน้าเทียร์กลับ  นัยน์ตาที่เคยเยือกเย็นของอีกฝ่ายสั่นไหวเล็กน้อย

“อาจารย์…เป็นใครกันแน่”

“ถามอะไรแบบนั้น  ฉันก็เป็นอาจารย์ห้องพยาบาลไง  เอาล่ะ  หมดเวลาพูดคุยกันแล้ว  รีบไปอาบน้ำให้เรียบร้อย  ห้องในรีสอร์ทแบ่งออกเป็นสี่ห้องอยู่แล้ว  แยกกันนอนคนละห้องได้เลย”

ตัดบทแล้วไล่ต้อนเจ้าสามแปลกไปทางห้องพัก  ปัญหาใหญ่ก่อนจะถึงกิจกรรมทดสอบความกล้าในคืนนี้ก็คือจอมฟ้า  ถึงจะบอกว่าแบ่งกันเป็นทีมแต่แฟนธ่อมไม่มีทางปล่อยให้เข้าไปทดสอบกันเป็นทีมอย่างแน่นอน

ที่คิดไว้คือจะต้องไปทีละคน…

ถ้าเป็นทีละคนหมายความเปอร์เซ็นต์ที่จะถูกดักซุ่มเล่นงานเพื่อกำจัดคู่แข่งย่อมสูงตามไปด้วย

ผมจะไม่ยอมให้นักศึกษาคนไหนในทีมถูกลบทิ้งไปทั้งแบบนี้แน่  ถ้าไม่รีบจัดการกับความกลัวไม่เข้าท่าของเจ้าแว่นติ๋มต้องไม่รอดแน่!

“อ๊ากกกกกก!  มะ…มะ…มะ….มะ…ไม่!  ยะ…ยะ…ยะ….อย่า  ทะ..ทะ…ทำอะไร  ผะ…ผมเลย  คะ…ครับ!”

“เป็นงี้มาสิบรอบแล้วนะครับอาจารย์!  ผมยังไม่ได้ขยับแม้แต่ปลายนิ้วก้อยเลยเนี่ย  ไอ้จอมมันก็ร้องเอาๆเหมือนผมจะเข้าไปฆ่ามันซะงั้นอ่ะ”

ไต้ฝุ่นหันมาโวยวาย

เป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมงแล้วที่ผมจับเอาไต้ฝุ่นและจอมฟ้ามานั่งจ้องตากัน  แต่จ้องได้ไม่ถึงสามวินาที  เจ้าแว่นติ๋มก็ดันสติหลุด  ร้องโวยวายอย่างที่เห็น

และนั่นคือการร้องครั้งที่สิบ…

“เทียร์  มีวิธีอะไรดีๆไหม  อีกแค่สองชั่วโมงก็จะถึงเวลารวมตัวแล้ว  ยังไงก็ปล่อยให้ไปทดสอบความกล้าแบบนี้ไม่ได้แน่”

หันไปถามอัศวินของเจ้าแว่นตอ๋มดูบ้าง  แต่ดูเหมือนแม้แต่อัศวินเองยังคิดหนักเลย

เทียร์ที่แปลงร่างกลับมาเป็นผู้ชายด้วยการใส่ชุดผู้ชายและมัดรวบผมไว้หลวมๆเดินเข้าไปนั่งตรงหน้าจอมฟ้าที่หลับหูหลับตาร้องไห้น้ำตาไหลพราก  สองมือจับยึดบ่าเล็กๆนั่นเอาไว้

“จอม  มองหน้าฉัน”

ชิ้งงงงง!

เจ้าแว่นติ๋มลืมตามองเทียร์ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง  แถมยังเป็นการมองแบบตาไม่กะพริบ  ไม่มีท่าทีว่าจะกลัวเลยแม้แต่น้อย

“เห็นไหมครับ  มองได้แค่ผมจริงๆ”

“เฮ้ออออ!”

ผม  ไต้ฝุ่น  และเทียร์ต่างก็เบือนหน้าถอนหายใจกันไปคนละทาง 

แบบนี้มันจะเอาตัวรอดได้ยังไงกันล่ะ!  มีแต่หน้าเทียร์เท่านั้นที่จ้องได้เนี่ยนะ?!  ให้ตายสิ  ต้องใช้วิธีไหนเจ้าแว่นติ๋มมันถึงจะหายกลัวผู้คนสักที!

บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

มาอัพแล้วจ้า  ดูท่าอาจารย์จะมีงานเข้า  การทำให้จอมฟ้าเลิกกลัวผู้คนและแข็งแกร่งขึ้นไม่น่าจะใช่งานง่ายๆเลย  แบบนี้กิจกรรมทดสอบความกล้าจะเป็นยังไงล่ะ?  เจ้าแว่นติ๋มของเราจะผ่านมันไปได้หรือเปล่า  ยิ่งเป็นกิจกรรมที่แฟนธ่อมคิดขึ้นมาเองแล้วยิ่งไม่น่าไว้ใจ?  จุดประสงค์ของแฟนธ่อมในการออกค่ายครั้งนี้คืออะไรกันแน่?

เรื่องนี้เนื้อหาค่อนข้างต่างจากรักโคตรแซ่บที่กำลังแต่งและอัพให้อ่านอยู่นะคะ  ค่อนข้างเป็นธีมการต่อสู้ระหว่างนักศึกษาด้วยกันเองเสียมากกว่า  มันรู้สึกตื่นเต้นและตื่นตัวดีเวลาแต่งแนวแบบนี้ 555+

ความคิดเห็น