ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 9 ร้อนระอุในลีมูซีน 20+ 30%

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 ร้อนระอุในลีมูซีน 20+ 30%

คำค้น : ปีศาจ,อิโรติก,โรแมนติก แฟนตาซี,ลีลาวดี ยามค่ำ,ซีเมล,มุจลินท์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2560 16:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 ร้อนระอุในลีมูซีน 20+ 30%
แบบอักษร

หลังจบจากศึกรักมุจลินท์ก็หลับปุ๋ย เธอรู้สึกโล่งปลอดโปร่งไปหมดทั้งร่างกายทั้งสมอง ความอบอุ่นที่ตระคองกอดเธอเอาไว้ทำให้รู้สึกปลอดภัยและคุ้นเคยจนไม่อยากตื่น 

ซีเมลมองลูกแมวที่ขยับตัวซุกเข้าหาไออุ่นยิ้ม ๆ ท่อนแขนกลมคลึงที่มีขนาดเล็กจนกลัวว่าจะหักหากเผลอทำรุนแรงตอนนี้พาดกลางลำตัวที่เปลือยเปล่าของเขาอย่างไม่ระวังตัว ผิวขาวผุดผ่องมีรอยจ้ำแดงหลายจุดจากฝีมือและฝีปากของเขาเอง 

"ข้าขอโทษที่เผลอทำรุนแรงกับเจ้า" 

ชายหนุ่มจับข้อมือเล็กบอบบางที่มีรอยนิ้วมือของเขาปรากฏอยู่รอบ ๆ ขึ้นมาจุมพิตอย่างรู้สึกผิด เขาอยากจะทะนุถนอมร่างบอบบางนี้ แต่ทว่าเขาไม่รูืวิธีเอาเสียเลย ตลอดชีวิตเขาคุ้นชินแค่การใช้กำลัง คู่นอนของเขาไม่เคยมีใครที่ทำให้เขารู้สึกได้ขนาดนี้ หรือจะพูดให้ถูก เขาไม่เคย 'รู้สึก' กับใครเลยต่างหาก 

จู่ ๆ คู่ชะตาก็โผล่มาพร้อมกับกลิ่นที่แสนเย้ายวน เขากลายเป็นผู้ที่ตกอยู่ในอำนาจราคะเสียเอง และเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมอารมณ์ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยไรผมเปียกชื้นบนหน้าผากมนอย่างเบามือ แต่คนที่หลับอยู่ก็รู้สึกได้ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาตื่น และแทบจะทันทีที่หญิงสาวรู้ตัวว่ากำลังพาดมือวางอยู่ตรงไหน ร่างบางก็ลุกพรวดขึ้นนั่งทั้งที่ยังเปลือยเปล่า และนั่นทำให้เธอต้องรีบขอโทษอีกฝ่ายเพราะเธอใช้แขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นหนุนนอนซะสบายใจ 

"เอ่อ ฉัน ขะ ขอโทษค่ะ!" ดวงตาคมมองเธอแล้วนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนคว้าร่างเธอซุกใต้ผ้าห่ม "ว้าย!" 

"เจ้ายั่วยวนข้าเกินไปแล้ว หรือยังไหวจะต่ออีกรอบ" ไม่พูดเปล่าซีเมลใช้นิ้วแตะที่ปลายคางมนให้เงยขึ้นรับสัมผัสจุมพิตหวานล้ำ 

"ไม่ ไม่ไหวแล้วค่ะ ฉันต้องกลับแล้ว" 

มือบางที่สั่นเทาด้วยอารมณ์ที่ถูกปลุกแตะบนกล้ามอกแข็งแรงอย่างห้ามปราม ซีเมลจึงได้เลื่อนใบหน้าหล่อไปด้านข้างก่อนกดจมูกบนแก้มนิ่มและจูบเบา ๆ บนลำคอขาวผ่องที่ตอนนี้มีจุดแดงแต้มเหมือนกุหลาบช้ำ 

"ต่อจากนี้เจ้าไม่ต้องไปทำงานพิเศษอีกแล้ว" เขาพูดขณะคลอเคลียยุ่มย่ามกับเนินอกของเธออย่างซุกซน 

"มะ ไม่ได้ ฉันต้องทำงาน ไม่งั้นฉันจะเอาเงินที่ไหนใช้" 

เธอบอกเสียงพร่าอย่างยากจะควบคุม ให้ตายเถอะ ร่างกายเธอเป็นอะไรไป ทำไมถึงต่อต้านเขาไม่ได้เลย ใบหน้าหล่อเลื่อนขึ้นมาสบตากับเธออย่างดุ ๆ อะไรกันสายตาแบบนั้น 

"ข้ามีทรัพย์สมบัติมากมายให้เจ้า เหตุใดเจ้าถึงยังทำตัวห่างเกินกับข้า ในเมื่อเราคือสามีภรรยา" 

คำพูดแปลก ๆ ที่ชวนให้จั๊กจี้หัวใจทำให้เธอหน้าขึ้นสีระเรื่อ สามีภรรยาอะไรกัน เขาแค่ต้องการคนช่วยแลดปล่ิยเท่านั้นแหละ คิดในใจอย่างต่อต้าน 

"คุณรู้จักความหมายของคำว่าสามีภรรยาดีแล้วรึไงถึงได้พูดเต็มปากเต็มคำแบบนั้น ฉันไม่รู้หรอกนะว่าฉันกับคุณ เราเป็นคู่ชะตากันจริง ๆ รึเปล่า แต่ว่าที่แน่นอนตอนนี้ก็คือ คุณคือผู้มีพระคุณ และฉันต้องตอบแทนคุณ" 

พอพูดออกไป ใบหน้านิ่งของอีกฝ่ายยิ่งถมึงทึง

"หากเจ้ายังพูดเหมือนกับว่าการที่เจ้ายอมสมสู่กับข้าคือการตอบแทนบุญคุณ ข้าจะไม่ให้เจ้าได้ใช้ชีวิตของเจ้าอีก ข้ายังให้อิสระกับเจ้าไม่พออีกหรือแม่สาวน้อย เหตุใดเจ้ายังคงฝืนดิ้นรนในสิ่งไม่จำเป็นอีก" 

ซีเมลไม่เข้าใจความนึกคิดของมนุษย์สาวคนนี้เสียเลยจริง ๆ มีหญิงสาวมากมายที่เขาเคยอุปถัมถ์เรื่องค่าใช้จ่าย พวกหล่อนตาวาววับและยินดีน้อมรับเงินที่เขามอบให้อย่างไม่มีอิดออด แต่กับมุจลินท์ สาวน้อยคู่ชะตาว่าที่เจ้าสาวของเขาเหตุใดนางถึงได้ดื้อดึงกับเขาเสียทุกเรื่อง  

"มันจำเป็นสำหรับฉันค่ะ" น้ำเสียงหวานเสนาะหูฟังดูตึงเล็กน้อยเพราะเขาพูดไม่ถูกใจ "เงินของคุณ ก็คือเงินของคุณ เงินของฉันก็คือเงินของฉัน ฉันพึ่งพาลำแข้งของตัวเองมานาน หากจะให้ฉันวางมือจากสิ่งที่ฉันทำเพื่อหันมาพึ่งพาแต่คุณ คุณเองไม่ใช่หรอคะที่ต้องเสียเปรียบ" 

ฟังเหตุผลของเธอแล้วซีเมลเผลอหลุดยิ้มอย่างพึงพอใจ...โถ เด็กน้อย...ชายหนุ่มรั้งร่างเปลือยเปล่านุ่มนิ่มเข้ามากอดแนบอกกำยำ 

"ข้ายอมให้เจ้าเอาเปรียบแค่คนเดียวเท่านั้นแหละมุจลินท์ เด็กหนอ เด็กน้อย" คนถูกกอดได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ ไม่กล้าขยับตัว เขาว่าเธอเด็กน้อย แต่เธอกลับใจเต้นแรง ช่างน่าแปลก รอยยิ้มของเขามีผลต่อใจเธอเช่นกัน เธอมองว่าเขารูปหล่ออย่างจับตัวยากแล้ว ยิ่งมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้านี้อีก เธอหาคำจำกัดความของเสน่ห์อันน่าหลงใหลนี้ของเขาไม่ได้เลย 


หลังจากนั้นเขาก็รีบปล่อยเธอทันที โดยที่เขาบอกว่าเธอส่งกลิ่นยั่วยวนเขาอีกแล้วหากเธอไม่รีบผละออกเธออาจจะต้องขาดงานเพราะความหื่นของเขา...เธอก็อยากจะรู้ว่ากลิ่นที่เขาว่า ใช่กลิ่นแบบเดียวกันกับที่เธอได้กลิ่นรึเปล่า กลิ่นหอมหวาน สดชื่นเหมือนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกคาเมลเลีย 

เธอรีบออกจากห้องพยาบาลก่อนที่จะไม่ได้ออกอีกนาน ปล่อยให้เขาสงบสติอารมณ์ในนั้นให้พอใจ ส่วนเธอกลับหอพักเตรียมตัวไปทำงานพิเศษ 

ร่างเล็กบอบบางทว่ามีสัดส่วนซ่อนรูปน่ามองอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเทากางเกงผ้าร่มสวมใส่สบายพร้อมด้วยเสื้อแขนยาวมีฮู้ด หยุดยืนหน้าร้านอาหารที่ทำเลใกล้คลับหรูแล้วหันซ้ายแลขวา ร้านอาหารที่เธอทำงานอยู่เป็นร้านอาหารใหญ่ท่ามกลางร้านอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นร้านที่มีชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นยกสูงเล็กน้อยตัวร้านตกแต่งแนววินเทจสีหวาน ให้บรรยาดาศสบาย รอบ ๆ ประดับด้วยต้นไม้สีเขียวเย็นตา จึงเป็นที่นิยมของคนทุกเพศทุกวัย

 แม้ใจจะยังหวาดกลัวว่าจะเจอกับพวกมาเฟียพวกนั้นอีกหรือเปล่า แต่เธอยังมีหน้าที่ที่ต้องทำ ไม่งั้นเดือนหน้าลำบากแน่ ไหนจะค่าอาหาร ค่าเช่าหอพัก และไหนจะต้องส่งให้มารดาได้ใช้จ่ายอีก  

หากหยุดงานบ่อยมีหวังคงถูกไล่ออก งานร้านอาหารไม่ยาก ไม่เหนื่อยมาก แถมค่าตอบแทนค่อนข้างดีแบบนี้ หากปล่อยให้หลุดมือคงหาไม่ได้ง่าย ๆ  

หญิงสาวตอนนี้อนู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงสีดำและผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาล ผมยาวจนเกือบถึงสะโพกที่เธอรู้สึกว่าจะยาวเร็วเกินไปถูกรวบเป็นมวยอยู่กลางศีรษะขลับให้ใบหน้าเรียวรูปไข่โดดเด่นสะดุดตามากยิ่งขึ้น เธอยังคงทำงานอย่างขมักเขม้น ทว่าจู่ ๆ ก็เผลอไปคิดถึงอีกคนที่เธอทิ้งเอาไว้ในห้องพยาบาล

เขาไม่ได้โกรธเธอใช่มั้ยนะ 

มือที่กำลังเช็ดโต๊ะชะงัก ทำไมเธอต้องไปห่วงความรู้สึกคนป่าเถื่อนแบบเข้าด้วย แขนของเธอเป็นรอยช้ำสี่นิ้วชัดเจน อีกทั้งตัวเธอยังเต็มไปด้วยจุดแดง ๆ ที่ไม่รู้ว่าเขาไปทำตอนไหน ตอนออกจากห้องเธอไม่เห็นเพราะรีบ แต่พออาบน้ำเธอแทบล้มทั้งยืน เพราะมันเหมือนกับเธอเป็นโรคประหลาดอะไรซักอย่าง ทำให้เธอต้องใส่เสื้อแขนยาวออกจากหอ และนับว่าเป็นโชคดีที่ชุดยูนิฟอร์มของร้านเป็นเสื่อเชิ้ตแขนยาวมีกระดุมถึงคอ ไม่งั้นเธอคงต้องอับอายจนไม่กล้าทำงานแน่

"ลิน ไม่สบายรึเปล่าทำไมหน้าแดง ๆ" 

ณัฏพิมลพนักงานร้านรุ่นพี่เอ่ยทักเมื่อเห็นสาวรุ่นน้องหน้าขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด แวบแรกเธอคิดว่าอีกฝ่ายเขิน แต่ทว่าพอคิดดูอีกทีสาวรุ่นน้องยังไม่มีแฟนจึงได้เปลี่ยนประเด็น 

"อ่ะ ไม่มีอะไรค่ะ ลินสบายดีค่ะพี่มล ขอโทษนะนะพี่มลที่ลินเอาแต่เหม่อ" 

ณัฏพิมลมองสาวรุ่นน้องที่ก้มศีรษะขอโทษเร็วรี่แล้วยิ้มเอ็นดู มุจลินท์เป็นเด็กขยัน ฉลาด แถมยังน่ารัก ใครจะไปโกรธลงกันเล่า "เอ้อ ว่าแต่ลินรู้จักลูกค้าคนนั้นหรอ พี่เห็นเขามองลินตั้งแต่เข้าร้านมาแล้ว" 

"ใครคะ" ดวงตากลมสวยมองตามที่สาวรุ่นพี่ชี้ชวนให้เธอดูก่อนเผลอหลุดอุทานเสียงดังจนต้องรีบยกมือปิดปาก มาได้ไงเนี่ย 

"ลินรู้จักด้วยหรอ ใครน่ะ หล่ออย่างกับดารา ใส่สูทแบบนั้นเหมือนจะเป็นนักธุรกิจหรือมาเฟียมากกว่า ลินไปรู้จักเขาได้ยังไงน่ะ แนะนำพี่่บ้างสิ" 

มุจลินท์หัวเราะแห้ง ๆ จะไม่รู้จักได้ยังไง ก็เขาน่ะแหละที่ทำให้เธอแทบไม่มีสมาธิทำงานตอนนี้แถมยังเป็นสามีทางพฤตินัยของเธอเอง เป็นปีศาจจอมหลอกล่อ ใช้เสน่ห์และหน้าตาเข้าปูทางให้สาว ๆ ตกหลุมพราง แต่ทว่า เธอยอมรับเลยว่าเขาช่างดูดีอย่างร้ายกาจในชุดสูทสีเข้มแบบนี้ ผมหยักศกยาวถึงหูถูกจัดเป็นทรงเรียบร้อย ทำให้บุคลิกกลายเป็นคนเงียบขรึมและเจ้าระเบียบ ทั้งที่จริงแล้วทั้งป่าเถื่อนทั้งหื่นกาม 

"เขาเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยคนใหม่น่ะค่ะ" 

"ห๊ะ! เจ้าของมหาวิทยาลัยไฮโซนั่นน่ะนะ ยังหนุ่มอยู่เลย โหย คงรวยน่าดู ทั้งหล่อ ทั้งรวย อยากรู้จังว่าจะนิสัยยังไง" 

หื่นกาม ป่าเถื่อน แข็งกระด้าง เผด็จการ วางอำนาจ เจ้าเล่ห์ จอมวายร้าย เธอแอบตอบสาวรุ่นพี่ในใจแต่ไม่พูดออกไป ได้แต่บอกปัดว่ารู้จักแค่ผิวเผิน สาวรุ่นพี่จึงได้คอตกอย่างน่าสงสาร

พอสาวรุ่นพี่ไปแล้วมุจลินท์จึงได้สูดหายใจเข้าลึก ๆ ปั้นหน้ายิ้มเสียหน่อยเพื่อดูเป็นการแสดงความมีมารยาท  

"มาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบคะคุณลูกค้า" 

ถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่ทว่ากัดฟันแบบสุด ๆ ร่างสูงในชุดสูทเรียบหรูสีเข้มกระตุกมุมปากยิ้มข้างเดียวแลเจ้าเล่ห์ซะจนเธอชักหวั่น 

"ถ้าผมมีเมียก็คงจะมาเฝ้าเมียแหละครับ แต่ตอนนี้ยังไม่มี แค่ตามกลิ่นฟีโรโมนของเนื้อคู่มา" 

โกหก จะตามมาขัดขวางการทำงานเธอล่ะสิ คิดในใจอย่างอคติ

"ฉันว่าคงเป็นกลิ่นอาหารมากกว่าค่ะ" ตอบอย่างใจเย็น พยายามไม่หลงกลรอยยิ้มกวนอารมณ์ของคนตรงหน้า "ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าสั่งอาหารรึยังคะ" 

เพราะหากยังมัวเอาแต่พาทีกับเขาต่อไปคงจะทนแววตากรุ้มกริ่มหยาดเยิ้มที่มองมาอย่างโอ้โลมไม่ไหว เธอก็ขอหาทางหลีกให้ไกลจากเขาดีกว่า 

"เรียบร้อย" เขาตอบเสียงเรียบ 

"งั้นกรุณารอซักครู่ค่ะ" ร่างบางในชุดพนักงานร้านเดินห่างไปแล้ว ซีเมลถึงยิ้มตามก่อนหุบยิ้มอย่างรวดเร็ว 

วันนี้เขาต้องเกร็งอยู่ตลอดเวลาเพื่อจะไม่เผลอหลุดด้านมืดของตัวเองออกมา ไม่อยากทำตามใจตัวเองเพราะหากทำแบบนั้นคงไม่วายถูกมองว่าใจร้ายแข็งกระด้าง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าขีดจำกัดการควบคุมของตัวเองมีแค่ไหน  เขากลัวว่าหากเขาเป็นตัวเอง หญิงสาวจะเกรงกลัวเขาเหมือนกับคนอื่น แบบนั้นน่ะ มันช่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน 

"โล่งอก นึกว่าจะอยู่จนร้านปิดซะแล้ว" 

หญิงสาวถอนหายใจเมื่อถึงเวลาเลิกงานเขาก็กลับไปก่อนแล้ว หลังจากที่คุยกับเขาเธอก็ไม่ได้สนใจเขาอีกเพราะลูกค้าเริ่มเยอะจนไม่มีเวลา 

"เลิกแล้วหรอ" 

"อุ้ย!" เธอก้าวออกจากประตูร้าน แต่ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง มือบางลูบอกอย่างปลอบขวัญตัวเอง เธอรีบหันกลับไปมอง เห็นร่างสูงในชุดสีเข้มยืนพิงผนังเสาปูใกล้ ๆ กับประตู เขารอเธอหรอเนี่ย หญิงสาวคิดใจใจอย่างนึกทึ่ง 

"กลับกับเถอะ" 

"หา" ร่างสูงเดินอาดมาทางเธอด้วยใบหน้านิ่ง "แล้วทำไมคุณต้องกลับกับฉันด้วย คุณจะกลับเลยก็ได้นี่" 

ร่างสูงเดินมาหยุดข้าง ๆ รูปร่างเขาไปทางชาติตะวันตก รูปร่างสูงใหญ่ของเขาพอมายืนข้างเธอ เธอกลายเป็นเด็กน้อยไปทันตา แขนแกร่งที่ตวัดโอบไหล่เธออย่างถือสิทธิ์ออกแรงขืนให้เธอออกเดินกึ่งบังคับ "เจ้าไม่รู้จักเข็ดหลาบเลยจริง ๆ คราวที่แล้วก็ถูกตามล่าไม่ใช่รึไง หากคนพวกนั้นย้อนกลับมาจะทำยังไง" 

จริงอย่างเขาว่า...แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องโอบไหล่นี่ 

เขาหยุดอยู่ข้าง ๆ รถลีมูซีนคันใหญ่ น่าแปลก เธอคิดว่าเขาจะกลับด้วยรถขบวนปีศาจของเขาซะอีก คนขับรถอ้อมมาเปิดประตูให้ก่อนเขาจะยัดเธอเข้าไปในรถอย่างไม่เบาแรงนัก

"คุณ...รถคันนี้ของคุณอย่างงั้นหรอ" เธอถามทันทีที่เขาขึ้นรถและกำลังนั่งเบียดเธอซะจนวูบวาบไปหมด 

"ใช่" เขาตอบขณะใช้ปากไซร้ซอกคอผ่องอย่างหื่นกระหาย 

"ไม่ นี่ ออกไปนะ" เธอออกแรงผลักไหล่ของเขาให้ถอยห่าง วันนี้เขายังตักตวงจากเธอไม่พอรึไงกัน 

"ข้าอดทนจนมันปวดไปหมดแล้ว" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอนจนเธอเกือบจะใจอ่อน 

"แต่นี่มันบนรถนะคะ เมื่อตอนกลางวันคุณก็หื่นในห้องพยาบาล ตอนนี้คุณยังจะหื่นบนรถอีกหรอ" 

ถามอย่างเหลือเชื่อ เมื่อตอนกลางวันเขาทำกับเธอสามรอบเธอยังหมดแรงจนเผลอหลับไป แต่เขาไม่ได้หลับเลยแล้วยีงมีแรงทำเรื่องแบบนั้นอีกหรือไง 

"ข้าทนให้ถึงโรงแรมไม่ไหวหรอก เจ้าไม่สงสารข้ารึไง" 

เขาพูดน้ำเสียงพร่าก่อนดึงมือเธอให้สัมผัสตรงหน้าตัก พอเธอจะชักมือออกเขาก็ขืนเอาไว้อย่างนั้น สิ่งที่แข็งดุนดันเป้ากางเกงเขาทำให้ใบหน้าเธอร้อนผ่าว ข้างในรถตกแต่งสไตล์โมเดิร์น มีบาร์เล็ก ๆ ทว่าหรูหราอยู่ริมขวาสุดและทางซ้ายสุดคือเบาะยาวคล้ายโซฟาสีดำเลื่อมเหมือนโซฟาตัวยาว ส่วนของคนขับและผู้โดยสารถูกปิดกั้นโดยปริยาย ติดต่อกันได้ผ่านอินเตอร์โฟนเท่านั้น 

นั่นทำให้มุจลินท์ตื่นตระหนกเข้าไปใหญ่ หากเขาจะ 'ทำ' มันตรงนี้ แน่นอนว่าเขากล้าและหน้าด้านพอ แต่เธอทำไม่ได้ เธอทำไม่ได้หรอก 

"อา ข้าทรมานเหลือเกิน อ๊า" บ้าจริง เขามันโรคจิต เพียงแค่มือเธอสัมผัสเขาก็ซี้ดปากอย่างลามก แต่เธอดันใจสั่นเพราะการกระทำโรคจิตของเขาเสียได้ น่าโมโหยิ่งกว่าอีก 

"ข้าไม่ไหวแล้วมุจลินท์" เขาเว้าวอนอย่างน่าสงสาร แต่ไม่ได้ ถึงยังไงเธอก็ทำไม่ได้ 

"คุณ อดทนหน่อยนะคะ" เธอปลอบเขาเสียงแผ่ว เห็นใบหน้าทรมานของเขาแบบนั้นแทนที่เธอจะมองว่าน่าสงสารแต่เธอกลับมองว่ามันมีเสน่ห์เหลือร้ายเสียนี่ 

"เจ้าช่วยข้าตอนนี้ได้หรือไม่มุจลินท์...ด้วยมือคู่นี้ และปากของเจ้า" นิ้วหัวแม่มือของเขาปาดไล้บนกลีบปากของเธออย่างเปิดเผยในเจตนาทำให้เธอตัวสั่นด้วยความโกรธ  

"ไม่! ฉันไม่ใช่โรคจิตแบบคุณ!" 

ซีเมลอยากจะอธิบายเหลือเกินว่าเขาไม่ตั้งใจ เขาก็ไม่อยากเป็นเช่นนี้ ความอดทนของเขายามที่ได้สัมผัสเธอช่างน้อยนัก มันทรมานทุกครั้งที่เธออยู่ใกล้ ๆ และเขาต้องอดทนและอดกลั้นไม่ลักตัวเธอกลับโรงแรมนานแค่ไหน พอแตะต้องร่างกายนุ่มอุ่นนี้ กายเขาก็ร้อนผ่าว เขาก็ไม่ได้ต้องการให้เป็นเช่นนี้ ตราบใดที่หญิงสาวยังส่งกลิ่นยั่วยวนเขาตลอดเวลาแบบนี้ เขาคงกลายเป็นปีศาจหื่นกามอย่างที่เธอว่า 

"ถ้าอย่างนั้นให้ข้าได้เข้าไปในตัวเจ้า" เขาบอกอย่างเผด็จการก่อนรวบร่างของเธอเข้าไปกอดพร้อมกับซุกใบหน้าหน้าคลอเคลียกับลำคอเธออย่างหื่นกระหาย

"มะ ไม่ ไม่ทั้งสองอย่าง ฉันจะไม่ให้คุณลวนลามฉันอีกแล้ว" 

ซีเมลร้อนร่างจนหูชาอื้ออึง ได้ยินเสียงของเธอแค่อ้อแอ้ เขาไม่สนใจรีบอุ้มร่างเล็กให้นั่งคร่อมบนตักแกร่ง กระตุกปมเชือกก่อนดึงรั้งกางเกงพร้อมชั้นในตัวจิ๋วให้กองบนเข่าอย่างรีบร้อน เสื้อยืดสีเทาถูกถลกขึ้นไปกองบนเนินเนื้อนุ่มเต่งตึงที่ขนาดใหญ่ได้รูปยั่วยวน

มืออีกข้างรีบปลดเข็งขัดรูดซิปกางเกงปลดปล่อยตัวตนที่แข็งขืนให้เป็นอิสระ 

"ฉัน บอก อ๊ะ!" 

เธอหลุดครางเมื่ออุ้งปากร้อนชื้นดูดกลืนยอดอกที่ขมวดเกร็งของเธออย่างหิวกระหาย แท่งร้อนที่แตะสัมผัสโดนตรงนั้นทำให้ร่างกายเธอร้อนวูบวาบ อารมณ์หวามไหวสาดซัดไปทั่วร่าง อยากจะขัดขืน แต่ก็ไม่อยากให้เขาหยุด ลมหายใจร้อนระอุหอบถี่รุนแรงของเขาเป่ารดเนินอกของเขาทำให้เธอรู้สึกเสียวแปลบ 

"เป็นของข้าอีกครั้งนะมุจลินท์"



ความคิดเห็น