Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

2.7 พี่ชาย น้องสาว

ชื่อตอน : 2.7 พี่ชาย น้องสาว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 934

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ต.ค. 2560 04:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2.7 พี่ชาย น้องสาว
แบบอักษร

[Bart's part]


"รักชีวิตอย่าคิดสู้กับเมียกับแม่ แหลได้ให้แหล หนีได้ให้หนี นะลูกนะ" พ่อเอริคพึมพำ พลางแอบเข้ามาอุ้มผมไปเป่ามนตร์พ้วงๆรักษาหัวปูด


เมลกับลุงมิลเลอร์พยักหน้าหงึกหงัก เห็นด้วยกับที่พ่อผมพูด ผมมองหน้าพ่อเอริค

หันกลับไปมองพ่อเอเตียง พ่อผมกำลังถูกแม่บิดหูกับตบกระโหลกรัวๆ โทษฐานที่เล่นโยนสูงแล้วทำผมหล่นหัวกระแทกพื้น ... อีกแล้ว

"กรี๊ดดดดด!! บิลลี๊ยยย์ ยอมแล้ววว ข้ายอมแล้วววว" พ่อเอเตียงของผมกรี๊ดลั่นขอชีวิต โก่งตัวพยายามเอาหัวนมหนีมือหยิกพิฆาตของแม่ (ถึงตอนนี้พ่อเอริคกับลุงมิลเลอร์หน้าเหยเก เอามือปิดนมอย่างพร้อมเพรียง)

่พ่อแอบหันมามองผมกับพี่เมลเหมือนจะบอกว่าดูดีๆนะ แล้วก็เริ่มสาธิตกลยุทธเอาตัวรอดอย่างที่เคยสอน จัดการบีบน้ำตา สะอื้นกระซิก กระซิก เก็บคองอเข่า พุ่งเข้ามากอดแม่​ เอาหน้าซุกอกแม่ผมให้พ้นรัศมีมือเท้า

"ตาบ้า!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!! อย่ามาสำออยนะ! นายทำลูกตกกี่ครั้งแล้ว บอกว่าอย่าเล่นกับลูกแรงทำไมยังทำอีก" แม่คำรามฟ่อ ดิ้นรนจิกผมพ่อเอเตียงพยายามดึงออก

"แล้วตอนนั้นเอริคไปไหน ทำไมไม่ห้าม ห้ะ!!" แม่หันขวับมาถามผม

ตอนนั้นผมเพิ่งเริ่มเรียนรู้กลยุทธของพ่อน่ะ​ เลยพาซื่อตอบว่า "พ่อเอริครอรับผมอยู่อีกด้านฮะ"

แม่คำราม มองหาพ่อ


พ่อเอริคเลื้อยออกจากห้องก่อนแม่พูดจบประโยคแรกแล้วล่ะครับแม่


ตอนนั้นจำได้ว่าพ่อทั้งสองเคยบอกว่าที่ต้องเล่นโยนสูงกับผมบ่อยๆเพื่อฝึกให้ผมมีกระโหลกทนต่อแรงกระแทกได้สูงกว่าลูกแวร์วูลฟบ้านอื่นน่ะ  แต่ย่าราเวนแหวกลับ บอกว่าอย่ามาแหลแก้ตัว พ่อทำผมกลายเป็นเด็กสมองกล้ามกระโหลกหนาอะไรสักอย่างนี่แหล่ะ

แล้วในวัยสี่ขวบ​ ย่าก็เห็นใบคะแนนสอบของผม ... ผ่านมาหลายปีผมยังสีหน้าในวันนั้นของย่าได้ วันนั้นผมตัดสินใจลองใช้กลยุทธการเอาตัวรอดที่งพวกพ่อสอนเป็นครั้งแรกกับย่าราเวน

ผมช้อนตามองอ้อนย่า วอนขอการให้อภัย เหมือนที่พวกพ่อทำกับแม่

"........ " อ่า .. ดูเหมือนไม่ได้ผลล่ะฮะ

หลังจากนั้นพวกพ่อกับปู่เอเดรียนถูกย่าลากไปอบรมหลายชั่วโมง และผมกับเมลต้องเข้าเรียนพิเศษกับย่าราเวนและยายโมน่าทุกวัน

แล้วอดีตอันดำมืดแสนทุกข์ทรมานในวัยเด็กของผมกับพี่เมลก็เริ่มขึ้น

ในวัยสี่ขวบผมเริ่มรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของตัวเมีย และตระหนักว่าต้องฝึกกลยุทธการเอาตัวรอดของพวกตัวผู้ในครอบครัวให้หนักขึ้นแล้วล่ะครับ

.................

.................


ในวัยห้าขวบ ปีนั้นพ่อกับแม่ผมแต่งงานกันครับ


ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าในเมื่อใครๆก็รู้ว่าแม่เป็นเจ้าของตัวผู้แล้วตั้งสองตน แม่มีผม มีลูกโตเป็นหมาอยู่ตรงนี้แล้วทำไมต้องจัดงานแต่งงานใหญ่โตให้ยุ่งยากอีก แถมยังเชิญตัวผู้ตนอื่นมาให้ขัดหูขัดตาพ่ออีกด้วย

ผมถามแม่ในกลางวงอาหารเช้าวันหนึ่ง 

".............................................................." ทำไมอยู่ๆก็เงียบไปล่ะฮะ?

แม่กับป้าเบลล์ค่อยๆวางแก้วกาแฟลง หันมายิ้มให้ผม

จากสีหน้าของทั้งสอง ผมตัดสินใจใช้กลยุทธของพ่อ​

"อ่า ... ผมได้ยินพวกพ่อกับลุงมิลเลอร์คุยกันฮะ สงสัยน่ะฮะ แห่ะ แห่ะ แห่ะ" 

เคร้ง!!! พรูดดด!! เอ๋งงง!!! นั่นเสียงพวกพ่อกับลุง

อ่า ...ขอโทษครับ ผมจำเป็นง่ะ

ในวัยห้าขวบ ผมใช้กลยุทธการเอาตัวรอดเก่งขึ้นนะครับ

ผมถอนสายตาจากฉากครอบครัวสุขสันต์ตรงหน้า หันมามองใบหน้ากลมป้อม ตาใสแจ๋ว แสนอ่อนหวานของน้องสาว อลันมองตอบผมด้วยนัยน์ตาใสซื่อกลมโต

ในวัยนี้ ผมยังคงหวังว่าอลันจะเติบโตเป็นตัวเมียที่ อ่อนโยน ไม่โหดร้ายเหมือน ... อ่าา นั่นแหล่ะ

ก็ผมมีน้องสาวคนเดียว

ก็อลันน่ะน่ารักอ่อนหวานเหมือนตุ๊กตา

ในวัยห้าขวบผมเคยคิดแบบนั้นน่ะนะ ...



จนกระทั่งวันนั้น หลังวันที่พ่อกับแม่ผมแต่งงาน 

อยู่ๆผมถูกหิ้วขึ้นรถกับอลันที่ถูกปิดตาอุดปากอุ้มมาวางแหมะข้างๆผม

ผมรีบสูดกลิ่นรอบตัว คนที่ลักพาพวกผมส่วนมากเป็นมนุษย์ มีกลิ่นคุ้นๆเหมือนเคยได้กลิ่น ....

.. แล้วผ้าชุบสารเคมีบางอย่างเหม็นจัดโปะเข้ามา ผมคำราม ดิ้นแรงสุดชีวิต จนกระทั่งมือของผู้ใหญ่หลายมือรุมกันกดผมลงกับพื้นรถ อะไรบางอย่างจิ้มเข้ามาที่ตัวผม ทำให้ผมอ่อนแรงทันที อลันร้องอู้อี้เหมือนถูกอุดปาก ส่วนผมถูกคลุมด้วยกระสอบ

ถึงเป็นแวร์วูลฟแต่ผมแค่ห้าขวบนะครับ สู้แรงมนุษย์ผู้ใหญ่ไม่ไหวน่ะ

เราถูกพาไปห้องๆหนึ่ง ผมตะกายออกมาได้ พวกมันเอากระสอบที่คลุมตัวอลันออกเพราะน้องร้องไห้หนักมากจนมันกลัวหายใจไม่ออก

"อีเด็กเวร!! ร้องไห้หาพร่องมรึงเรอะ!!" ไอ้มนุษย์ตัวหนึ่งคำราม หลังมือฟาดเข้าที่หน้าน้อง อลันถูกตบไถลไปกับพื้น

อ้าว! เชี่ยนี่!

"แฮ่!!! แง่งงงง!!!" ผมที่ยังถูกมัดมือมัดเท้าพุ่งเข้าไปงับขา ไอ้มนุษย์ตัวนั้นคำราม พวกที่เหลือพยายามแยกกับห้ามไอ้เวรนั่นทำร้ายพวกผม

"ไอ้เด็กเปรต! มรึงเป็นหมาหรือไงวะ!!" มันตะโกนด่าสะบัดขารัวๆ

... อ่า ใช่ครับ ก็พ่อผมเป็นแวร์วูลฟนี่ ...

อยากตอบแบบนั้นแต่กรามผมล๊อกกับน่องมันไปแล้ว ตัวผมเลยถูกเหวี่ยงไปตามจังหวะที่มันสะบัดขา ดูเหมือนผมจะกัดมันลึกพอควรจนเนื้อน่องมันหลุดตอนที่พวกของมันแยกผมสำเร็จ ผมไม่รอช้าแว้งพุ่งไปงับหูพวกมันอีกคน

ไอ้ชั่วบางตัวเริ่มมีอารมณ์ ลงมือแรงขึ้น จิกหูผมดึงออก แล้วฟาดอะไรบางอย่างที่กระโหลกผมจนผมมึน ตามด้วยกำปั้น เท้า และอะไรอย่างอื่นอีกมากมาย

แต่แค่มึนน่ะครับ ถ้าเป็นเด็กคนอื่นคงกระโหลกร้าวไปแล้ว ... นึกถึงตรงนี้ก็ขอบคุณย่าราเวนที่ซ้อมเล่นดึงหูให้ผมเกือบทุกวัน และพ่อที่ฝึกเล่นโยนสูงกับผมตั้งแต่ผมยังเล็ก

อย่างไรก็ตาม พวกมันซ้อมผมจนแขนหักเลยล่ะครับ


ขณะที่ผมนอนมึนอยู่ในดงตรีน เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นล่ะครับ

อลันที่เลือดอาบเต็มหน้าลอยขึ้นมา นัยน์ตาขวาง วาววับ 

แล้วน้องก็กรี๊ดเสียงแหลม

"ไอ้เว๊รรร!! ทำข้าเสียโฉม ตายซะเถอะ!!"

อลันพุ่งเข้ามากระโดดถีบขาคู่ใส่หน้าไอ้มนุษย์ที่ทำร้ายน้องเป็นคนแรก มันล้มลง ไฟสีฟ้าที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนลุกเผาแขนขาพวกของมัน อลันตามเข้าไปกระทืบซ้ำ เน้นที่จุดตายกระทืบตรงเป้ากับจิ้มตาแบบที่โมน่ากับราเวนเคยสอน

"ไอ้เชี๊ยยย!! สารเลว ทำเด็กได้ หน้าตัวเมี- #$^^&&&)(&^^***#@$&" อลันกรี๊ดๆๆ พุ่งไปไล่กระทืบอย่างเมามัน

พวกมนุษย์กรีดร้องล้มลงกลิ้งไปมาพยายามดับไฟและปัดป้องมือเท้า

เอ๋!? ... แต่ผมไม่ได้กลิ่นควันไฟ? และดูเหมือนว่ามันจะไม่ร้อน?

ผมนอนงงมองอลันอาละวาดตาปริบๆ สมองมึนเบลอจากการถูกทุบกบาลซ้ำๆ ตาปิด เลือดไหลเข้าตา

อยู่ๆอลันก็หยุดกระทืบ ล้มลงนอน แล้วขดตัวร้องไห้

วินาทีต่อมาผมได้กลิ่นพ่อ พวกพ่อพุ่งเข้ามาโฉบตัวผมกับอลัน มีเงาสี่เงาพุ่งตามเข้ามา ตามด้วยเสียงคำรามสั่นประสาทของตัวเมียที่โกรธสุดขีด เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหยื่อ เสียงฉีกเนื้อ หักกระดูก

"อย่ามอง พ่อมาแล้วลูก อย่ากลัวนะ" พ่อเอริคกดหัวผมให้ซุกอกไม่ให้เห็นภาพโหดร้าย พุ่งพาผมกลับบ้าน ทิ้งเรื่องการสะสางให้บรรดาตัวเมียที่โกรธแค้น

ตอนที่ผมถึงบ้าน ถึงเห็นว่าอลันยังคงร้องไห้ขวัญเสียอย่างแรง พ่อเอเตียงปลอบอย่างไรก็ไม่หยุดจนพ่อผมแทบจะร้องไห้ตาม

ผมมองฉากตรงหน้า มองหน้ากลมๆตาใสซื่อฉ่ำน้ำตาของน้อง มองแผลที่หัวกับใบหน้าเล็กๆเปื้อนเลือด

แล้วน้องก็ร้องไห้จนหลับ ส่วนผมที่ยังงงๆอยู่ถูกพาไปหาผู้ใช้เวทย์ให้ร่ายมนตร์เร่งรักษา


... อ่า ตาฝาดล่ะมั้ง น้องผมไม่ร้ายแบบนั้นหรอก ... ผมสรุปเรื่องราวของวันนั้นไปแบบนั้น

คือผมขี้เกียจคิดน่ะ


คืนนั้นผมที่ง่วงจัดจากเวทย์การรักษา ฝันว่าอลันเข้ามาหาผมที่ห้อง แผลที่หัวน้องหายแล้ว นิ้วเล็กๆดีดหน้าผากผม

"เฮ้อ ...ไอ้หมาโง่เอ้ยย... "

ผมฝันน่ะ คิดว่านะ อลันไม่มีทางพูดแบบนั้นหรอก


.........................

.........................


ผมหลับยาวจนตื่นขึ้นมาตอนบ่าย เพื่อที่จะพบว่าอลันต้องแยกไปเรียนเวทมนตร์กับพวกผู้ใช้เวทย์ในมิติกระจก

ผมวิ่งไปเกาะกระจก หันไปมองแม่ ทำตาแดงๆ 

แม่ถอนใจ "อลันต้องซ่อนตัวแล้วล่ะลูก"

มนุษย์ที่ลักพาผมไปใช้ยาที่คล้ายกับยาที่เคยใช้กับพวกพ่อผมล่ะครับ ยาตัวนั้นมีผลลดแรงและความเป็นอมตะ ยาท่เคยทำให้พ่อเอเตียงของผมเกือบตาย ยาที่สกัดจากร่างของแม่มังกรของอลัน

และเมื่อวานดูเหมือนยาตัวนั้นจะทำให้อลันปล่อยกลิ่นของมังกรเป็นครั้งแรก

ช่วงที่ผมหลับ พวกผู้ใหญ่ประชุมกันแล้ว สรุปว่าควรให้น้องซ่อนตัวและเรียนกับเหล่าผู้ใช้เวทย์จนกว่าจะโตพอที่จะป้องกันตัวได้

พี่เมลก็ไปกับน้องด้วย ส่วนแวร์วูลฟเด็กอย่างผมมีความสามารถด้านเวทมนตร์อ่อนกว่าพวกมังกรอยู่นอกกระจก


วันนั้นผมร้องไห้ บีบน้ำตา ดิ้นปั่ดๆกับพื้น ขู่จะอดข้าว ฯลฯ งัดกลยุทธต่างๆที่จำได้มาอ้อนแม่กับย่าไม่ให้น้องกับพี่เมลไป

แต่กลยุทธของผมไม่ได้ผล ... ในวัยห้าขวบผมเสียน้องสาวไป

เมลกลับมาอีกครั้งตอนผมอายุหกขวบ พวกผู้ใหญ่บอกว่าเมลไม่จำเป็นต้องอยู่ในกระจกตลอดเวลา เพราะกลบกลิ่นมังกรได้ดีและแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องตัวเองได้แล้ว 

ผมเพียงได้ข่าวของอลันผ่านเมลและพวกผู้ใหญ่ อลันค่อยๆกลายเป็นเงาที่จางลงจากชีวิตผม


หลายสิบปีต่อมา อลันกลับมาในชีวิตผมอีกครั้ง ... 

.... พร้อมหายนะ 


__________________________________________________













แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}