akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ภาค 3 : บทที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.4k

ความคิดเห็น : 128

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2560 22:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 3 : บทที่ 1
แบบอักษร

1

            การไปโรงเรียนแต่เช้าไม่ใช่สิ่งที่โทระปรารถนานัก แต่เขาจะไปทำอะไรได้ ในเมื่อตัวเขานั้นเรียกได้ว่าแทบจะโดนไทกะลากมาโรงเรียน อีกทั้งยังมีน้องกานต์สุดที่รัก ที่ต้องมาเรียนในโรงเรียนเดียวกับพวกเขาด้วย ถึงจะขี้เกียจอย่างไร แต่เขาก็อยากจะเป็นพี่ชายที่ดี

            "เมื่อคืนพี่โทระนอนดึกอีกแล้วเหรอครับ"

            เสียงใสดังขึ้น โทระหันไปมองน้องชายที่ยังอยู่เพียงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเท่านั้น เด็กน้อยสบตากับโทระอย่างเป็นห่วง

            "อืม พี่นอนดึกไปหน่อย นอนตักกานต์ได้ไหมล่ะ"

            "อย่าไปให้นอนเลยกานต์"

            ยังไม่ทันที่กานต์จะอ้าปากตอบว่าได้สิครับ  แฝดพี่คคนโตก็เอ่ยดักคอเสียก่อน เขาไม่ชอบใจถ้าโทระทำให้กานต์ต้องลำบาก เพราะกานต์ก็เป็นน้องชายของเขาเหมือนกัน ถึงโทระจะเป็นน้องชาย แต่สถานะของทั้งคู่ก็คล้ายกับเป็นเพื่อนกันเสียมากกว่า

            "กานต์"

            เสียงโทระดังขึ้น เป็นเชิงเร่งเร้าน้องชาย กานต์หัวเราะเบาๆ แล้วขยับกายเล็กน้อย ให้โทระเคลื่อนกายเข้ามานอนตักเขา

            รถยนต์ที่ทั้งสามนั่งมาด้วยกันนั้น ถูกออกแบบให้มีเบาะยาวไว้สำหรับการนอน ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อใครนอกเสียจากหลานชายตัวโตของบ้านอย่างโทระ

            "อ่า...นอนสบายจังเลย"

            ว่าเหมือนให้ไทกะอิจฉา แต่ทว่าไทกะไม่ได้อิจฉาสักนิด มีเพียงแต่ความหมั่นไส้ก็เท่านั้นเอง

            "ถ้าถึงเดี๋ยวผมปลุกนะครับ"

            "รับทราบ!"

            โทระตอบรับอย่างแข็งขัน พร้อมกับยืดตัวไปหอมแก้มน้องชายฟอดใหญ่อย่างรักใคร่ กานต์ได้แต่ส่งยิ้มแล้วมองพี่ชายตัวโตหลับตาพริ้ม

            "กานต์ไม่ควรไปตามใจโทระแบบนั้น"

            ไทกะเอ่ยขึ้น เมื่อรับรู้ได้ว่าโทระน่าจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว เขารู้ดีว่าน้องชายที่เหมือนเขาราวกับแกะพิมพ์เดียวออกมานั้นเป็นอย่างไร เป็นพวกกินจุ และหลับง่าย นอกจากนี้ยังบ้าพลังอีกด้วย

            ถึงจะชอบกินมากขนาดไหน แต่ร่างกายก็ไม่ได้อ้วนท้วมเลยสักนิด ร่างกายของโทระไม่ต่างจากเขาเลย นั่นอาจจะเป็นเพราะเจ้าตัวมีระบบเผาผลาญที่ด มิหนำซ้ำยังชอบเล่นกีฬา

            "พี่โทระง่วง กานต์ก็แค่ให้พี่โทระพักผ่อนเองนะครับ"

            กานต์ทั้งน่ารักและอ่อนโยนเหมือนกับแม่กวางของเขาไม่มีผิด พอได้ยินน้องชายพูดแบบนั้น ไทกะก็เริ่มใจอ่อน

            "คราวหน้าไม่เอาแล้วนะ หัวเจ้านี่เบาๆที่ไหน  พี่กลัวเราจะเหมื่อยขา"

            "แค่นิดเดียวเองครับ อีกสักพักก็ถึงโรงเรียนแล้ว"

            เห็นน่ารักเรียบร้อย แต่จริงๆแล้วกานต์ก็ดื้อมากพอสมควร ไทกะได้แต่ปล่อยลมหายใจอย่างเอือมๆ เขาจะไปทำอะไรได้ ในเมื่อกานต์ไม่คิดจะเชื่อฟังและไม่ยอมทำตามสักนิด ใช้ความรักและไร้เดียงสามาทำให้เขาใจอ่อนจนได้

            หลังจากใช้เวลาในการเดินทางมาพอสมควร ทั้งสามพี่น้องก็มาถึงโรงเรียน กานต์ปลุกโทระให้ตื่น แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ยอมง่ายๆ โอบกอดน้องชายเอาไว้แน่น

            "อย่าทำตัวเป็นเด็กได้ไหม"

            ไทกะเอ่ยขึ้นอย่างสุดจะทน ถ้ามัวลีลา เข้าโรงเรียนสายมันจะไม่ดี ไม่ใช่แค่กับเขา แต่รวมถึงกานต์ด้วย

            "ว่าใครเด็ก"

            โทระลืมตาขึ้นทันที เขามองไทกะอย่างหาเรื่อง แต่ไทกะไม่สนใจ เขาลงจากรถ ไม่นานโทระก็เดินตามลงมา

            "โอ้ย"

            คนที่ดูจะมีปัญหาในตอนนี้เหมือนจะเป็นกานต์เสียแล้ว เพราะเจ้าตัวเหมือนจะตะคริวกิน เพราะให้พี่ชายนอนทับตักนานมากไปหน่อย

            "กานต์ เป็นอะไรหรือเปล่า"

            ทั้งไทกะและโทระต่างเป็นห่วงน้องชาย เป็นไทกะที่พุ่งเข้าไปในรถก่อนเพื่อดูอาการน้องชายแล้วก็หน้าเครียด

            "เพราะนายนั่นล่ะ"

            เขาหันมาเอ็ดแฝดคนน้อง โทระหายใจแรง เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายน้องชายเลยสักนิดเดียว

            "กานต์ พี่ขอโทษนะ"

            "ถ้ารู้ว่าผิด ก็อย่าทำตั้งแต่แรก"

            ถ้าเป็นเรื่องน้องชาย  ไทกะมักจะไม่ยอมง่ายๆแน่นอน โทระเข้ามาช่วยดูน้องชาย พวกเขาดูแลกานต์อยู่ครู่หนึ่ง อาการของกานต์ก็ดีขึ้น

            "พี่ไทกะกับโทระไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับ เรารีบเข้าโรงเรียนกันเถอะ เดี๋ยวจะสายนะครับ"

            พอเห็นว่าอาการของกานต์ดีขึ้นแล้ว พวกเขาสองคนก็ไม่ได้เซ้าซี้อีก

                                                ------+++++-------

            ไทกะกับโทระเรียนอยู่ห้องเดียวกัน ทั้งคู่เหมือนกันมากจนคนที่เพิ่งพบเจอแทบแยกไม่ออก ไม่ว่าจะหน้าตาหรือรูปร่าง เพียงแต่ไทกะในตอนนี้ใส่แว่นเท่านั้น นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยแบ่งแยกทั้งคู่ แต่เพื่อนๆในห้องก็สามารถแยกแยะพวกเขาได้ เพราะนิสัยของทั้งสองคนต่างกันสุดขั้ว

            ทั้งหล่อ เก่ง รวย ถ้าจะให้ถูกเรียกว่าเจ้าชายประจำห้องก็คงจะไม่ผิดนัก แต่คงเป็นเจ้าชายคนละสไตล์ ถ้าให้เปรียบ คนหนึ่งคงเป็นดังไฟร้อนที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง ส่วนอีกคนก็เป็นเหมือนน้ำแข็งที่เย็นยะเยือกยากจะเข้าถึง

            "วันนี้ฉันจะกินข้าวที่ห้องสภา รบกวนพวกนายด้วยนะ"

            ไทกะบอกเสียงเรียบ ก่อนจะเก็บเอกสารต่างๆบนโต๊ะให้เรียบร้อยเพื่อจะตรงไปยังห้องสภานักเรียน โทระที่กำลังเหม่อมองไปนอกหน้าตามีอันต้องหันหน้ามาหาเพื่อนในห้องที่เป็นรองประธานและกรรมการในสภาพ

            "เมื่อกี้ไทกะฝากพวกนายซื้อข้าวกลางวันเหรอ"

            โทระลุกจากโต๊ะเรียนเดินตรงเข้ามาเพื่อร่วมห้อง เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก

            "ใช่ นายมีอะไรหรือเปล่า"

            เพชร มีตำแหน่งเป็นรองประธานนักเรียน แต่ในสายตาของโทระ อีกฝ่ายก็เหมือนพวกลูกไล่ของไทกะมากกว่า ไทกะสั่งให้ทำอะไรก็ทำ

            "ฉันฝากด้วยสิ เอาเหมือนของเจ้านั่นล่ะ"

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โทระฝากซื้อข้าวเพราะขี้เกียจ แต่บางครั้งที่เขาเบื่อๆ เขาก็จะไปนั่งเล่นในห้องสภา

            "วันนี้นายไม่ลงไปเล่นบาสหรือไง"

            "ไม่ล่ะ  ไม่มีอารมณ์"

            ว่าพลางเดินออกจากห้องเรียน แต่ทว่าเท้าใหญ่ก็หยุดชะงัก หันมาสั่งอีกครั้ง

            "ของฉัน 2 ชุดนะ"

            ถึงไม่บอกเพชรก็พอรู้อยู่แล้วว่าคนอย่างโทระทานแค่ชุดเดียวมันอิ่มซะที่ไหน  ก็ในเมื่อหมอนี่มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพชรขยับกรอบแว่นเพียงเล็กน้อย แล้วหันไปพยักหน้ากับเพื่อนๆให้ไปซื้อมื้อเที่ยงกันได้แล้ว

            "น่าเบื่อชะมัดเลย"

            โทระเดินไป ขยี้ผมตัวเองไปพลางๆ วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรกแท้ๆ การเข้าสู่การใช้ชีวิตมัธยมศึกษาปีที่ 6 มันควรจะเริ่มต้นด้วยการตื่นนอนแต่เช้าหรือไงกัน ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเห็นโรงเรียนเสียหน่อย มาจนโตขนาดนี้ บางทีก็เบื่อที่จะมาแล้วเหมือนกัน ยังดีที่ว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนเอกชนและมีหลักสูตรการเรียนที่แตกต่างจากโรงเรียนอื่น ผู้เรียนสามารถเลือกวิชาที่ตัวเองอยากเรียนได้ ยกเว้นบางวิชาที่เป็นวิชาบังคับ  แค่เรียนให้ครบหน่วยกิตก็เพียงพอแล้ว

            "จะเดินชนกัน ทำไมไม่ขอโทษวะ"

            เสียงทุ้มที่ชวนหาเรื่องนั้น ทำให้โทระขมวดคิ้ว มันดังมาจากหลังทางเดิน

            "กูล่ะแม่งหมั่นไส้หน้ามันมาตั้งแต่เทอมก่อนล่ะ"

            "พวกรุ่นพี่ก็รู้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษไปแล้วนี่"

            เสียงเล็กๆนั่น ยิ่งทำให้โทระหยุดเดิน แล้วเดินไปตรงที่มาของเสียงแทน

            "ขอโทษแล้วมันหายปะ มึงทำพวกกูเจ็บนะเว้ย  มึงไม่เห็นเหรอ ว่าน้ำหกเปื้อนเสื้อกูอะ"

            ชายตัวโตเทน้ำในขวดราดแขนเสื้อตัวเองแล้วพยักหน้าน้อยๆ เด็กหนุ่มกัดฟันตัวเองอย่างเจ็บใจ เขาเป็นเพียงนักเรียนม.4 ในตอนนี้กำลังโดนเด็กม.5 รุม เมื่อตอนที่อยู่ ม.3 ยังอยู่คนละตึก แต่พอขึ้นม. ปลายได้มาอยู่ตึกเดียวกันแล้ว ใครจะไปคิดล่ะว่ารุ่นพี่กลุ่มนี้ยังเจ้าคิดเจ้าแค้นกับเรื่องที่เขาเคยทำตอนม.ต้น

            "พวกนายทำอะไรกัน"

            ยังไม่ทันที่โทระจะเข้าไปยุ่ง เขาก็ได้ยินเสียงของคนที่คุ้นเคย

            "พี่เพชร"

            ใบหน้าบึ้งตึงของรองประธานนักเรียนทำให้เหล่าอันธพาลนิ่งไปชั่วขณะ เพราะคณะกรรมการนักเรียนดูแลหลายๆเรื่องในโรงเรียน รวมถึงการควบคุมดูแลความประพฤติของนักเรียนอีกด้วย

            "จะไปไหนก็ไปซะ อ่อ แล้วก็แต่งตัวให้มันเรียบร้อยด้วย"

            "ฮึ่ย"

            เหล่าเด็กม.5 ได้แต่หงุดหงิด แต่ก็ยอมทำตาม เพราะพวกเขาเองก็ยังไม่อยากจะมีเรื่องเดือดร้อน

            "เป็นพวกกรรมการนักเรียนมันก็ดีเหมือนกันแฮะ"

            โทระเริ่มคิดอย่างนั้น แต่จะต้องให้มาแต่งตัวตามระเบียบเป๊ะทุกอย่าง แถมต้องแบกภาระงานอีกให้วุ่นวาย โทระก็เปลี่ยนใจขึ้นมา แล้วก็คิดว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้

            "ขอบคุณมากครับพี่เพชร"

            "อืม คราวหลังก็ระวังด้วยแล้วกัน"

            เพชรตอบเรียบๆ แล้วเดินจากไป  โทระเองก็ไม่อยากจะดูให้เสียเวลา ท้องของเขาก็ประท้วงแล้วด้วยว่าได้เวลาทานข้าวแล้ว ชายหนุ่มจึงหมุนกายจะเดินตรงไปยังห้องสภานักเรียนต่อ แต่ทว่าในขณะที่เดินเลี้ยวตรงมุมทาง ร่างของเขาก็ปะทะกับบางสิ่ง

            ตุบ!

            ถึงจะโดนบางอย่างพุ่งชน แต่ทว่าก็ไม่ได้ระคายผิวเขาเลยสักนิด กลายเป็นว่าสิ่งที่เข้ามาชนนั้นร่วงล้มลงไปกับพื้นอย่างหมดสภาพ

            "ลมพัดงั้นเหรอ"

            โทระพูดกับตัวเองแบบนั้น เพราะมองไม่เห็นอะไรเลย จนกระทั่งก้มมองที่พื้นจึงเจอสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆที่แทบจะหน้าจมกับพื้นไปอย่างหมดสภาพ

            "เป็นอะไรไหมเนี่ย"

            ร่างเล็กนั้นค่อยๆพยุงตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล โทระไม่คิดจะเข้าไปช่วย เขากลับรำคาญด้วยซ้ำ เพราะอีกฝ่ายชักช้าไม่ทันใจเขาจริงๆ

            พอเริ่มประคองตัวเองได้ เจ้าตัวก็มีท่าทางแปลกๆ เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง

            "หาอะไรของนาย"

            โทระขมวดคิ้ว เขาถอยหลังหลบอีกฝ่าย แต่ทว่า...

            กร๊อบ!!!

            เสียงบางอย่างแตกคาเท้าทำให้ทั้งโทระและคนตัวเล็กชะงักไปนิด โทระยกเท้าตัวเองขึ้น แล้วเลิกคิ้วทันที

            แว่นตาหนาเตอะ กรอบสีดำสนิทดูเชย แตะไม่มีชิ้นดีคาเท้าของเขา

            "หวังว่านายคงไม่ได้หาเจ้านี่เหรอหรอกใช่ไหม"

            เด็กที่อายุน้อยกว่าค่อยๆประคองตัวเองให้ลุกขึ้น เขาก้มหน้าก้มตา คิดไม่ตกว่าควรจะทำยังไงต่อไป

            "นี่! ฉันถาม ไม่ได้ยินหรือไง"

            โทระเริ่มโมโห ไหนจะท่าทางห่อไหล่เหมือนว่าหวาดกลัวนั่น ยิ่งพาลให้เขาหงุดหงิดมากกว่าเดิม

            "เห็นฉันเป็นเสือหรือไง กลัวไปได้"

            เจ้าตัวพูดไปแบบนั้น แต่ก็ลืมคิดไปว่า เขาเป็นเสือจริงๆ

            "จะเงียบอีกนานมาไหมฮะ! หรือว่านายไม่ได้ยินที่ฉันพูด"

            ความแตกต่างของความสูงนั้นเกิน 20 เซนติเมตรแน่นอน โทระกำลังคุยกับเด็กชายที่สูงแค่หน้าอกของเขา แถมยังก้มหน้าต่ำอีกต่างหาก เขาล่ะอยากจะกระชากคอเสื้อเจ้าเด็กนี่เสียจริงๆ

            "น้ำ!"

            เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับวิ่งออกมาจากมุมทางเดิน น้ำหันไปตามเสียงเรียก เขาเห็นหน้าเพื่อนไม่ชัด แต่ก็จำเสียงได้

            "ภาม"

            "มาได้ยังไงเนี่ย บอกแล้วใช่ไหมให้รอที่ห้องน่ะ นายยังไม่ชินกับที่นี่"

            ที่แท้ก็เจ้าเด็กที่เพชรมันไปช่วยเอาไว้นี่เอง...

            โทระนึกว่าใครที่ไหน แท้จริงเขาก็ไม่ได้รู้จักภาม เพียงแต่จำหน้าได้เท่านั้น ก็เพิ่งพบเมื่อครู่ตอนแอบดู จะไม่ให้จำได้ยังไง

            "แล้วแว่น"

            ภามเลิกคิ้วอย่างสงสัย เมื่อไม่เห็นแว่นบนใบหน้าเพื่อนรัก พอเห็นน้ำหลุบตาลง เขาจึงเข้าใจว่ามันแหละคาเท้าคนตัวสูงนี่เอง

            "เอ่อ รุ่นพี่โทระ"

            จะมีใครบ้างที่จะไม่รู้จักโทระกับไทกะ แต่เพื่อนสนิทของเขาคงไม่รู้หรอก เพราะเพิ่งสอบติดเข้ามาในช่วงม.ปลาย ต่างกับเขาที่เรียนมาตั้งแต่ม.ต้นแล้ว

            "เหมือนฉันจะทำแว่นของเจ้านี่แตก เพื่อนนายถึงไม่มีแว่นก็คงพอมองเห็นใช่ไหมล่ะ"

            โทระคิดเอาง่ายๆ เพราะขนาดไทกะไม่ใส่แว่น เจ้านั่นยังมองเห็นเขาเลย แต่เจ้าตัวคงจะลืมไปว่าเขากับไทกะไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา

            "ค่าแว่นเพื่อนนายเท่าไหร่ล่ะ เดี๋ยวฉันชดใช้"

            "มะ ไม่เป็นไรครับ"

            ในที่สุด น้ำก็เค้นเสียงสั่นๆของตัวเองออกมาจนได้ เด็กหนุ่มยังคงก้มหน้าก้มตาไม่สบตากับอีกฝ่าย

            "กว่าจะพูดออกมาได้ นึกว่าเป็นใบ้ซะอีก"

            "ผมขอโทษที่ชนรุ่นพี่นะครับ ภาม…เรารีบไปกันเถอะ"

            น้ำรีบจับข้อมือภามให้พาตัวเองไปที่ห้องเรียนของตัวเอง โทระขมวดคิ้วฉับ ถึงจะเห็นเขานิสัยแบบนี้ แต่เขาทำอะไรลงไปก็มีความรับผิดชอบ

            "เดี๋ยว!"

            เสียงทุ้มที่ดังอย่างไม่พอใจนั้น ทำให้น้ำสะดุ้งเฮือก

            "พวกนายอยู่ห้องอะไร"

            "4/1 ครับ"ภามตอบ

            "อืม"

            โทระตอบรับในลำคอ น้ำรีบกระตุกแขนภาม ให้รีบพาเขาไปจากที่นี่ ภามจึงต้องทำตามอย่างเสียไม่ได้

            "น่าหงุดหงิดชะมัด"

            เขาสอดมือลงไปในกระเป๋ากางเกง แล้วหมุนกายรีบเดินไปยังห้องสภานักเรียน พอเปิดประตูเข้าไปก็พบกับแฝดผู้พี่ที่กำลังจมอยู่กับกองเอกสารด้วยใบหน้าที่จริงจัง

            "ฮึ่ย"

            เสียงหงุดหงิดของน้องชายทำให้ไทกะต้องเอ่ยขึ้น

            "เป็นอะไรอีกล่ะ  โมโหหิวหรือไง"

            "ฉันไปเจอคนน่ารำคาญมา เห็นแล้วอยากทำให้แหลกคามือจริงๆ"

            ปากกาในมือของไทกะมีอันต้องหยุดชะงัก เขาเงยหน้ามองน้องชาย

            "อย่าได้ริกลายร่างเด็ดขาด"

            "เฮ้...นี่นายคิดว่าฉันโง่หรือไง เหอะ นายมีงานก็ทำไปเถอะ ฉันไม่อยากจะคุยกับนายแล้ว"

            "ก็ดี นายก็ช่วยอยู่เงียบๆด้วยแล้วกัน มันกวนสมาธิฉัน"

            "หึ"

            ได้แต่สงเสียงในลำคออย่างไม่ค่อยพอใจกับคำพูดของพี่ชาย ตอนนี้ในห้องมีเพียงแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น

            "นี่ไทกะ"

            "ไหนบอกว่าจะไม่คุยกับฉันไง"

            ชายหนุ่มไม่ได้ละสายตาจากเอกสาร

            "ฉันมีเรื่องสงสัยนิดหน่อย"

            "อะไร"

            "แว่นตามันราคาประมาณเท่าไหร่"

            "ถามทำไม"

            "เพราะฉันเป็นคนมีความรับผิดชอบไง ถึงได้ถาม นายก็ตอบๆมาเหอะ"

            "หลายราคา"

            "แล้วอย่างของนาย"

            "ฉันตัดมาหมื่นกว่าบาท"

            "เป็นหมื่นเลยเหรอ"

            ถึงที่บ้านจะรวย แต่โทระก็ไม่คิดว่าของแค่นี้จะเป็นหมื่น อาจจะเป็นเพราะไม่ชอบแว่นตา เพราะมันเกะหน้าบนใบหน้าด้วย ถึงไม่สนใจ

            "นายอยากจะใส่บ้างหรือไง"

            ไทกะเงยหน้าขึ้นมาถาม

            "ฉันเนี่ยนะ ทำไมฉันต้องไปใส่แว่นที่เกะกะแบบนั้นด้วยล่ะ"

            "แล้วนายจะถามทำไม"

            "ฉันทำแว่นคนอื่นแตก ก็เลยว่าจะไปซื้อมาใช้"

            "แว่นสายตา หรือว่าแฟชั่น"

            "ไม่รู้สิ สายตาล่ะมั้ง ว่าเย็นนี้จะไปซื้อเลย"

            "แล้วเจ้านั่น ค่าสายตาเท่าไหร่ล่ะ"

            "เอ่อ..."

            พอมาถึงจุดนี้ โทระก็เงียบไป ไปต่อไม่เป็นเลยทีเดียว

            "อย่าบอกนะว่านายจะไปซื้อแว่นโดยที่ไม่รู้อะไรเลย อีกอย่าง ถ้าเป็นแว่นสายตาจริงๆ นายควรจะพาเจ้าตัวเขาไปวัดแล้วตัดแว่นดีกว่าไปเลือกซื้อ เพราะบางทีซื้อมาแล้วอาจจะไม่เหมาะ หรือว่าใส่แล้วปวดตาก็ได้"

            "โถ่เว้ย! ทำไมยุ่งยากนักวะ"

            โทระหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด ไทกะถอนหายใจกับท่าทางน่ารำคาญของน้องชาย

            "งั้นนายก็ให้เขาไปตัดแว่นใหม่ แล้วนายก็ค่อยไปจ่ายเงิน ง่ายกว่าไหม"

            "แล้วถ้าเจ้านั่น ไม่ยอมรับเงินล่ะ"

            "นั่นเป็นปัญหาของนาย...ไม่ใช่ฉัน"

            คำตอบที่ไร้เยื่อใยนั้น ทำให้โทระกัดฟันกรอดๆ  เขานึกถึงเจ้าเด็กตัวเล็กขี้กลัวเหมือนกระต่ายขี้กลัวนั่นแล้ว อยากจะตะปบให้ช้ำไปทั้งตัว ที่กล้ามาทำไม่สนใจ ทั้งๆที่เขาตั้งใจจะรับผิดชอบเรื่องแว่นแท้ๆ

            ...เอาเถอะ...ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยให้นายกล้าเดินหนีฉันอีกเป็นครั้งที่สองแน่!


100%


ก่อนจากกัน อากิจะแปะคาแรกเตอร์ของไทกะโทระ และคู่ของทั้งสองคนไว้ข้างล่างนะคะ

ติดตามการอัพได้ที่เพจเฟส Akikoneko17 (เสิชชื่อเอานะคะ เพราะมันแปะลิ้งเว็บไม่ได้)


ปล. รูปด้านล่าง เป็นรูปจากมังงะ นำมาเพียงเพื่อประกอบการจินตนาการในการอ่านเท่านั้นค่ะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}