Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 แผนการอ่อยให้ตรง ‘เป้า’

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 แผนการอ่อยให้ตรง ‘เป้า’

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2560 15:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 แผนการอ่อยให้ตรง ‘เป้า’
แบบอักษร

ตอนที่****4

แผนการอ่อยให้ตรง**‘เป้า’**

“เท่านี้ก็ตรวจได้แล้วใช่ไหมคะอาจารย์”

“อะ…อืม  ได้แล้วล่ะ”

เป็นผู้ชายก็หัดพูดครับแล้วก็แต่งตัวให้เป็นผู้ชายสิ!

มานุ่งกระโปรงพูดคะพูดค่ะแบบนี้ใครมันจะไปรู้ว่าเป็นผู้ชาย  ช่วงนี้ผมอยู่ในจุดดิ่งลงเหวของชีวิตหรือเปล่านะ  ทำไมพักหลังมานี้เจอแต่เด็กแปลกๆ  จะรับมือไหวไหมล่ะเนี่ย

ตลอดเวลาที่ตรวจร่างกาย  เทียร์ไม่เอ่ยปากพูดหรือถามอะไรสักคำ  หน้าผมหมอนี่ยังไม่มองเลยด้วยซ้ำ  ส่วนสูงของผมกับเขาไม่ต่างกันมาก  เทียร์เตี้ยกว่าแค่นิดหน่อยเท่านั้น  แต่เรื่องร่างกายคงต้องบอกว่าอีกฝ่ายใกล้เคียงกับผู้หญิงมากกว่าล่ะนะ  แต่…ถ้าเทียบกับไอ้เด็กติ๋มก่อนหน้านี้…

ผู้ชายแต่งหญิงตรงหน้ามันดูแมนกว่าเยอะ

“เรียบร้อยแล้ว  เอกสารการตรวจร่างกายจะถูกส่งไปที่บ้านนะ”

“ขอบคุณค่ะ”

เทียร์เอ่ยโดยไม่มองหน้าก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อกับกระโปรงขึ้นมาใส่แล้วทับด้วยเสื้อคลุมแขนยาวอีกที  มันพอจะอำพรางไม่ให้ดูออกได้ว่ามีหน้าอกหรือเปล่า

“นี่นาย”

“…”

“แต่งตัวแบบนี้ทำไมเหรอ  ถึงจะไม่ผิดกฎเพราะนายเป็นเด็กอภิสิทธิ์ก็เถอะนะ”

“เรื่องนั้น…”

“…”

“อาจารย์จำเป็นต้องรู้ด้วยเหรอคะ  ฉันไม่คิดว่าอาจารย์ห้องพยาบาลจะมีความจำเป็นหรือหน้าที่อะไรมาก้าวก่ายเรื่องของนักศึกษาหรอกนะคะ  ขอตัวค่ะ”

สมแล้วที่ได้ฉายาว่าราชินี

ผมรอจนเทียร์เดินออกจากห้องไปแล้วถึงเดินตามไปชะโงกหน้าดูด้านนอกว่าเด็กอภิสิทธิ์คนสุดท้ายที่จะต้องได้รับการตรวจมาหรือยัง  ทว่าที่หน้าห้องกลับว่างเปล่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย

หรือว่าอาการบาดเจ็บเมื่อวานจะทำให้มีไข้จนมาเรียนไม่ได้?

ผมเลื่อนปิดประตูปิดเตรียมจะจบการตรวจร่างกายในวันนี้  ยังมีเอกสารอีกมากมายที่ผมต้องเคลียร์ก่อนจะเข้าประชุม  อีกอย่าง…อาทิตย์หน้าพวกเด็กอภิสิทธิ์จะต้องไปอบรมแบบค้างคืนนอกสถานที่ด้วย  อาจารย์ประจำห้องพยาบาลอย่างผมจำเป็นต้องตามติดไปทุกปีเผื่อมีใครเป็นอะไร

ชักจะสงสัยแล้วว่าตกลงผมเป็นอาจารย์ห้องพยาบาลหรือเบ๊จิปาถะกันแน่  เฮ้อ…!

“เอาล่ะ…”

ขวับ…

“เฮ้ยยยย!”

“ผัวคร้าบบบบบบบ”

“หยุดเลยนะ!  ห้ามเข้ามาเด็ดขาด”

ผมชี้นิ้วสั่งห้ามเจ้าลิงหัวแดงที่กำลังจะพุ่งเข้ามากอดแบบทุกที 

ก็ถ้าเหมือนปกติคงจะยอมให้กอดอยู่หรอก  แต่มันเล่นแก้ผ้าไม่ใส่อะไรเลยแบบนี้เกิดใครมาเห็นเข้าเขาจะคิดว่าผมทำอนาจารกับนักศึกษาพอดีน่ะสิ!

“ที่บ้านไฟไหม้เหรอ  ไม่มีเสื้อผ้าใส่หรือไง”

คือผมพยายามมากแล้วนะ  พยายามที่จะไม่มองตรงจุดที่ไม่ควรจะมอง  แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเด็กห่ามๆต่อยตีระดับเฉินหลงอย่างไต้ฝุ่นจะมีผิวข้างในข้าวเนียนขนาดนี้โดยเฉพาะแถวต้นขา…

อึก!

คะ…คิดอะไรอยู่นะเรา

“ก็ต้องตรวจสุขภาพไม่ใช่เหรอ  ตรวจสุขภาพเท่ากับตรวจร่างกายด้วย  นี่ไง  ผมเตรียมพร้อมให้อาจารย์ตรวจเต็มที่เลย”

“ถอดแค่เสื้ออย่างเดียวก็พอ  ใส่ที่เหลือให้เรียบร้อย”

“อาจารย์อยากให้ผมใส่จริงๆเหรอ  เหมือนเมื่อกี้จะได้ยินเสียงกลืนน้ำลายด้วยนี่นา”

เสียงพร้อมตัวเขยิบเข้ามาใกล้  ขันติไว้  ขันติ…  ห้ามตบะแตกเด็ดขาด  หมอนี่คือนักศึกษา  ส่วนเราเป็นอาจารย์  มันเป็นเรื่องต้องห้าม  ห้าม! ห้าม!

อ๊ากกกกกก  ไม่ไหว  ไอ้บ้านี่มันขาวอมชมพูไปทั้งตัวเลย!

ต่างจากหน้าตาโหดๆชะมัด  ถ้าเอาหน้ากากน่ารักๆมาใส่เข้าหน่อยแล้วเหลือแต่หุ่นขี้คร้านจะมีแต่คนมารุมจ้อง

“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายั่ว  ครั้งที่แล้วยังไม่เข็ดหรือไง”

“เข็ด?  ทำไมต้องเข็ดล่ะครับ  ผมติดใจมากกว่า”

เรียวแขนเล็กแต่เต็มไปด้วยเส้นเลือดโอบรอบคอผมเอาไว้  ไต้ฝุ่นเบียดเสียดส่วนนั้นของตัวเองเข้ากับขาผม  ยื่นหน้าเขามาแล้วใช้ปลายจมูกเขี่ยเข้าปลายคาง

เป็นเด็กที่สั่งสอนไม่รู้จักจำเลยจริงๆ

“แล้วนี่แผลที่หัวเป็นยังไงบ้าง  เจ็บอยู่หรือเปล่า”

ผมเปลี่ยนเรื่องเพื่อตัดปัญหา  เบนสายตาไปมองหน้ามันแทนอย่างอื่น  มายืนใกล้ๆแบบนี้ก็ดีต่อสายตาเหมือนกัน  ไม่ต้องเห็นอะไรที่ต่ำกว่าคอลงไปผมคงสงบสติอารมณ์ได้ง่ายขึ้น

“ดีขึ้นแล้วล่ะครับ  ขอบคุณอาจารย์มากที่ช่วยผม”

ป้อก!

“อย่าคิดว่าฉันจะเต็มใจช่วยทุกครั้งไปนะ  สิ่งที่นายทำมันเรียกว่าสร้างความเดือดร้อนให้ฉัน  รู้ไว้ด้วย”

ดีดเข้าที่หน้าผากคนตัวเล็กกว่าเป็นการลงโทษ  ถ้าตัดไอ้เรื่องบู๊ล้างผลาญกับสายตาน่ากลัวของเด็กคนนี้ออกไป  ผมว่าถ้าลองให้เขาอ้อนใครสักคนดูคงไม่ยากที่อีกฝ่ายจะยอมศิโรราบ

“ทำเป็นพูดดี  สุดท้ายก็ปรากฏตัวไปช่วยผมตลอด”

“ยังจะเถียงอีก  ที่ฉันพูดไปไม่ได้เข้าหูเลยใช่ไหม  เลิกทำตัวเป็นฮีโร่ซะ  ยิ่งนายเองก็เป็นเด็กอภิสิทธิ์  การกระทำของนายจะทำให้นายเดือดร้อน”

“ผมจะทำสิ่งที่ผมอยากทำเท่านั้น  ไม่มีใครสั่งผมได้  จะเด็กอภิสิทธิ์หรือไม่อภิสิทธิ์ใครว่าผมสนกันล่ะ  ผมอยากจะเป็นฮีโร่ผมก็จะเป็น  เพราะยังไงผมก็มีอาจารย์เป็นฮีโร่คอยตามช่วยผมอยู่แล้ว”

ไต้ฝุ่นลอยหน้าลอยตาพูดอย่างมั่นใจ

ทำเอาผมได้แค่ถอนหายใจแรงๆด้วยหมดปัญญาจะพูด  ไม่ว่าจะมองยังไงก็ไม่เข้าใจจริงๆ  ร่างกายเล็กๆบอบบางขนาดนี้  ทำไมถึงได้มีพละกำลังตั้งมากมาย  ยิ่งกว่านั้นเวลาที่เจ้าเด็กนี่ฟิวส์ขาด…ราวกับว่าผมต้องเตรียมตัวไว้เลยว่าจะมีเด็กมาให้ทำแผลเกินหนึ่งโหลแน่นอน

“ไปใส่เสื้อผ้าได้แล้ว  จะได้เริ่มตรวจสักที”

“ทำไมเย็นชากับผมจัง  นี่ยั่วขนาดนี้แล้วยังไม่อยากทำอะไรเลยเหรอ”

“ก็ถ้าตอนนี้นายไม่ใช่นักศึกษา  รับรองได้ว่าฉันปล้ำนายไปนานแล้ว  แต่กฎของฉันคือจะไม่มีรักต้องห้ามในมหา’ลัยนี้เด็ดขาด  เพราะฉะนั้น…เลิกคิดซะ”

“แปลว่าถ้าผมเรียนจบเมื่อไหร่จะจับผมทำเมียเลยอ่ะดิ๊!”

“ที่คิดเอาไว้ก็แบบนั้นล่ะนะ”

ผมแกะมือที่กอดคออยู่ตอนนี้ออกแล้วเดินไปหยิบเอกสารของไต้ฝุ่นสำหรับการตรวจสุขภาพขึ้นมา ปล่อยให้ร่างเล็กไร้อาภรณ์ติดตัวยืนตัวแข็งตกใจในคำพูดของผมต่อไป

คิดว่าผมน่าจะยังไม่เคยบอกล่ะสินะ…

ผมเป็นเกย์  เพราะแบบนั้นเลยไม่ค่อยชอบการถูกผู้หญิงตามสักเท่าไหร่  สำหรับผมแล้วรูปร่างของผู้ชายด้วยกันมันให้อารมณ์มากกว่าเพศตรงข้าม  หลังจากที่รู้ว่ารสนิยมของตัวเองเป็นแบบนั้น  นักศึกษาชายหลายคนในนี้ก็น่ารักสำหรับผมขึ้นมาทันตา  แต่อย่างที่บอกว่าผมมีกฎในการดำเนินชีวิตของตัวเองอยู่

ตราบใดที่ไต้ฝุ่นยังเป็นนักศึกษาของที่นี่  ผมจะไม่มีอะไรเกินเลยมากไปกว่าอาจารย์ห้องพยาบาลและเด็กอภิสิทธิ์จอม(แส่)หาเรื่องเด็ดขาด!

“ถ้าวิญญาณกลับเข้าร่างเมื่อไหร่ก็รีบใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยล่ะ  ฉันเสียเวลากับนายมากมากพอแล้ว”

บั้นท้ายนั่น…

แค่มองก็รู้แล้วว่ายังไม่เคยผ่านการใช้งาน  หึๆๆ

Special  Part :

ราชินี…

ผมได้ยินคำพูดนี้กรอกหูมาตั้งแต่เด็กๆ  ทั้งที่พอถึงชั่วโมงว่ายน้ำที่โรงเรียนทีไรทุกคนก็จะรู้ว่าผมเป็นผู้ชาย  ถึงอย่างนั้น…ไอ้ฉายาราชินีบ้าๆมันก็ไม่เคยถูกลบไป

ตอนประถม…ผมมักถูกจับให้เล่นละครเวทีของโรงเรียนเป็นเจ้าหญิงเสมอ

ตอนมัธยมต้น…ผมถูกนักเรียนหญิงในห้องพากันเกลียดขี้หน้าเพราะสวยกว่าพวกเธอและพวกผู้ชายมักจะเข้าหาแต่ผมแม้ว่าผมกับพวกมันจะใส่เครื่องแบบนักเรียนชายเหมือนกันก็ตาม

ตอนมัธยมปลาย…ผมถูกสารภาพรักจากผู้ชายด้วยกันทุกอาทิตย์!  ทุกวันวาเลนไทน์จะต้องมีจดหมายรักและช็อกโกแลตมากองอยู่หน้าตู้ล็อกเกอร์จนต้องจ้างรถขยะมาขนไปทิ้ง

สอบวันสุดท้ายก่อนเรียนจบมัธยมปลาย…ผมรวบรวมความกล้าสารภาพรักกับผู้หญิงรุ่นน้องคนหนึ่งที่แอบชอบ  ผมเฝ้ามองเธอมานานโดยที่เธอไม่รู้  รอยยิ้มของเธอสดใสมากสำหรับผม  ความจริงก็คิดไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะต้องผิดหวัง  แต่เหตุผลที่เธอปฏิเสธมันยากที่จะทำใจยอมรับได้จริงๆ

‘ขอโทษนะคะ  ฉันไม่คิดว่าเราจะไปกันได้หรอก  รุ่นพี่ไม่คิดว่ามันแปลกเหรอถ้าเราคบกันแล้วรุ่นพี่จะมีแต่ผู้ชายมาเข้าหา  ฉันจะบอกเพื่อนๆกับญาติๆยังไงหากมีแฟนที่หน้าตาสวยกว่าแบบรุ่นพี่  ไม่เข้าใจเลย… ทำไมรุ่นพี่ถึงเกิดเป็นผู้ชายละคะ  หน้าตาแบบนี้ถ้าเป็นผู้หญิงไปซะมันถึงจะเรียกว่าปกติไม่ใข่หรือไง’

เพราะสาเหตุนั้น…พอขึ้นมหาวิทยาลัยผมถึงเปลี่ยนการแต่งตัวเป็นผู้หญิงไปเลย  เพราะที่นี่ไม่ได้เปิดเผยเพศหรือข้อมูลของนักศึกษาให้ใครรู้อยู่แล้ว  ยิ่งเป็นเด็กอภิสิทธิ์ก็จะสามารถแต่งตัวได้ตามใจชอบ  พอผมกลายมาเป็นผู้หญิงในสายตาของคนอื่นๆ  สายตาของพวกผู้หญิงที่มองมากลายเป็นสายตาแห่งความชื่นชม  และสายตาจากพวกผู้ชายก็จะมองมาเหมือนผมเป็นคนสูงที่ได้แต่เงยหน้ามองไม่อาจแตะต้องได้

ชีวิตผมสงบสุขขึ้นเยอะ  ถึงการใส่กระโปรงยาวๆแบบนี้จะทำให้เดินไม่ถนัดจนหน้าเกือบทิ่มไปหลายรอบก็ตาม

หมับ!

“ว่าไงครับรุ่นน้องแสนสวย  คิดไม่ถึงเลยนะว่าจะมีคนสวยขนาดนี้มาเรียนที่นี่ด้วย”

ผมเหลือบมองข้อมือของตัวเองที่ถูกจับเอาไว้โดยไอ้พวกรุ่นพี่หน้าปลาช่อนสองคน  คิดจะมาทำให้หงุดหงิดหรือไง

“ปล่อย”

“ม่ายปล่อยยย  ถ้าอยากให้ปล่อยก็บอกเบอร์มาก่อนสิครับ  ไม่แน่ว่าบ้านของพวกเราอาจจะได้ทำธุรกิจร่วมกันก็ได้นะถ้าเธอรู้จักสานสัมพันธ์กับเราสองคน”

“ใช่แล้ว  บ้านของพวกเรารวยมากเลยนะ  พวกเราเป็นเด็กอภิสิทธิ์ด้วย  เรียนอยู่ปีสองแล้ว  สนใจจะมาทำความรู้จักกันไหมล่ะ”

“ปล่อย”

ยังคงพูดคำเดิมและมองไปที่ข้อมือตาไม่กะพริบ  ทว่าพวกมันกลับไม่ยอมปล่อยง่ายๆ  ซ้ำยังทำนิ้วแบบเล่นปู่ไต่ค่อยๆไต่ขึ้นมาตามแขนผมอีกต่างหาก

“บอกแล้วไงว่าไม่ปล่อย ไม่เอาน่า  สวยๆแบบนี้มาเล่นสนุกกับพวกพี่ดีกว่า  จะพาขี่เมฆไปท่องสวรรค์ให้เอง”

“ยะ…ยะ…ยะ…ยะ…หยุดนะ!”

น้ำเสียงสั่นเครือดังขึ้นจากด้านหลัง  พอหันไปมองก็พบว่าเป็นไอ้แว่นตัวเล็กๆทำผมทรงแปลกๆกำลังยืนถือไม้กวาดชี้หน้าไอ้รุ่นพี่สองคนนี้อยู่

“หืม…แกเป็นใครวะ  อย่ามายุ่งดีกว่าน่า!”

“ขะ…ขะ…ขะ…ขะ…เขา   บะ…บะ…บะ….บอกให้ปล่อย  มะ…ไม่…ไม่…ได้ยินเหรอ…!  ครับ…!”

ทำไมรู้สึกจะขาดใจตายแทนเวลาฟังมันพูดนะ…

“ก็บอกว่าไม่ปล่อยแล้วจะมายุ่งอะไรฮะ!!!”

พลั่ก!!!

เจ้าแว่นถูกถีบเข้าที่ท้องเต็มแรงจนกระเด็น  ตัวก็เล็กกว่าใครในนี้แล้วยังทำเป็นเก่งอีกนะ  คิดจะโชว์พาวเวอร์ต่อหน้าสาวเพราะกะทำคะแนนให้ผมชื่นชมล่ะสิ

เสียใจด้วยนะ…

ฉันไม่สนใจพวกผู้ชายที่คอยสร้างความเดือดร้อนให้ตลอดเวลาหรือแม้แต่พวกผู้หญิงที่ดีแต่อิจฉาฉันพวกนั้นหรอก

กับมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความโสโครกพวกนั้น  ผมอยู่คนเดียวตลอดไปยังสบายใจซะกว่า

“หมดตัวเกะกะแล้ว  ไปกันเถอะคนสวย  อ๊ากกกกก!”

กร๊อบ…

เสียงกระดูกของพวกมันสองคนที่จับมือผมคนละข้างและออกแรงจะลากไปด้วยให้ได้ดังลั่น  ผมจัดการบิดข้อมือพวกมันเต็มแรงจนเกิดเสียงชวนสยดสยองนั่น

“ฉันบอกว่าไม่ไป  ไม่เข้าใจหรือไง”

“ขะ…เข้าใจแล้ว  ปล่อยนะเว้ย!”

พลั่ก!

ผมออกแรงผลักพวกมันสองคนไปข้างหน้า  สีหน้าเหยเกแห่งความเจ็บปวดนั่นแหละที่ผมต้องการ 

“ฝากไว้ก่อนเหอะยัยบ้า!”

เห็นฝากแบบนี้ไม่รู้กี่คนแล้ว  สุดท้ายก็หายต๋อมเข้ากลีบเมฆ

พอพวกมันสองคนวิ่งหางจุกตูดไปแล้ว  ผมก็เบนเข็มกลับไปทางไอ้แว่นที่กำลังพยุงตัวเองลุกขึ้นมาจากพื้น  คิดจะทำเท่ไม่เจียมสังขารอีกคน  หึ!  เห็นแล้วสมเพช

“ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดคิดจะมาปกป้องผู้หญิงอีกเหรอ?”

“คุณพูดอะไร  เป็นกะเทยเหรอครับ?”

“ฮะ…?”

“ที่จริงผมก็ไม่เข้าใจหรอกนะว่าทำไมคุณถึงแต่งตัวแบบนี้  แต่ว่า…แค่เห็นแวบแรกก็รู้แล้วว่าเป็นผู้ชาย  การที่ต้องมาโดนผู้ชายด้วยกันทำเจ้าชู้ใส่แบบนั้นคงอึดอัดแย่  ผมเห็นคุณเอาแต่ยืนนิ่งเลยคิดว่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูกก็เลยเข้ามาช่วย  แต่ดูเหมือนคุณจะเก่งกว่าที่ผมคิด  เล่นซะพวกนั้นเผ่นแน่บเลย”

เจ้าแว่นพูดไปหัวเราะไปต่างจากตอนที่พูดกับไอ้สองตัวนั้นสุดๆ

แต่…เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกว่าผมคือผู้ชาย  ที่ผ่านมาต่อให้แต่งตัวเป็นผู้ชายยืนอยู่ตรงหน้าพวกมันก็ยังคิดว่าผมเป็นทอม  ให้ตายสิ…ไอ้แว่นเตี้ยนี่เป็นใครกันแน่

“ทำไมพูดกับฉันถึงไม่ติดอ่างเหมือนตอนพูดกับพวกนั้นล่ะ”

“เรื่องนั้น…ความจริงตอนเด็กๆผมถูกเพื่อนผู้ชายรังแกบ่อยก็เลยกลายเป็นความกลัวสะสมในจิตใจ  นานวันเข้าเลยกลายเป็นว่าผมกลัวที่จะพูดคุยและสบตากับผู้ชายด้วยกันไปเลย  แต่เพราะคุณแต่งตัวเป็นผู้หญิงมั้งครับ  ถึงจริงๆจะเป็นผู้ชาย  แต่การแต่งตัวของคุณมันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังคุยกับเพศตรงข้ามมากกว่าก็เลยไม่รู้สึกกลัวสักนิด”

ถึงได้พูดเป็นต่อยหอยเลยสินะ

เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าบนโลกนี้ยังมีคนน่าสนใจหลงเหลืออยู่  นอกจากเจ้าคนหัวแดงที่ชอบลุยเดี่ยวไปช่วยพวกเด็กไร้ประโยชน์นั่น  บางทีเจ้าแว่นเตี้ยนี่เอง…

อาจทำให้โลกที่แสนน่าเบื่อของผมน่าอยู่ขึ้นมาบ้างก็ได้

“ฉันชื่อเทียร์  นายล่ะ”

“ผมชื่อจอมฟ้าครับ  ยินดีที่ได้รู้จัก”

ตัวเท่าอกผมเองเหรอเนี่ย  ไซส์กระปุ๊กลุกแบบนี้ก็พกพาสะดวกดี  ชักถูกใจขึ้นมาแล้วสิ  หึๆ

บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

มาอัพตอนที่สี่แล้วจ้า  เปิดตัวการพบกันของคู่รองอย่างเป็นทางการ!!! เทียร์Xจอมฟ้านั่นเองงงง  หนุ่มหน้าสวยแสนเย็นชากับหนุ่มแว่นขนาดพกพาง่าย  เรื่องนี้คงเป็นอะไรที่สลับขั้วสุดๆสำหรับพระเอกนายเอก 5555+  ขณะที่อีกคู่หนึ่งนั้น…อาจารย์คิดยังไงกับไต้ฝุ่นกันแน่นะ  ทีเล่นทีจริงหลายครั้งมากๆ  เอาเป็นว่ารอติดตามกันดีกว่าเมื่อไหร่พวกเขาจะได้รวมตัวกัน?!

ความคิดเห็น