ขอบคุณทุกๆเหรียญที่สนับสนุนผลงานของผมนะครับ รวมไปถึงท่านผู้อ่านทุกท่านเข้ามาอ่าน ทุกๆยอดวิวที่เข้ามาเป็นกำลังใจ ขอบคุณมากครับ

ตอนที่ 7: ผุ้กล้าของโลกและยุทโธปกรณ์ลึกลับ (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 7: ผุ้กล้าของโลกและยุทโธปกรณ์ลึกลับ (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2560 01:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7: ผุ้กล้าของโลกและยุทโธปกรณ์ลึกลับ (2)
แบบอักษร

ตอนที่ 7: ผุ้กล้าของโลกและยุทโธปกรณ์ลึกลับ (2)

ตึก ตึก เสียงฝีเท้าของทั้งสองคนบนทางเดิน

「วะว้าวー. มันช่างใหญ่โตและงดงามเหมือนเคยเลยー」

          อาสุกะจ้องมองประติมากรรมขนาดใหญ่กลางห้องโถง  ซึ่งไม่ว่าเธอจะมากี่ครั้งเธอก็ยังทึ่งกับมันเสมอ

            「นั่นสิน๊าーครับ」

            ยูโตะที่เดินตามหลังมาตอบกลับแบบเบื่อๆ

            ปราสาท ทรีสชูเรีย ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมืองหลวงของราชอาณาจักร เป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับหลายๆปราสาทในทวีปนี้ ยูโตะดูแปลกใจไม่น้อย ถึงเขาจะเคยเห็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่แบบนี้ในญี่ปุ่น แต่ที่โลกนี้นี่เป็นครั้งแรก

          ที่อาสุกะต้องชวนยูโตะมาปราสาททริสชูเรียด้วยเพราะพิธีในวันนี้ต้องเจอกับหน่วยองครักษ์ ซึ่งไม่ค่อยถูกกับเธอเท่าไหร่(ในตอนแรกๆ ที่อาสุกะปฏิเสธการเข้าหน่วย ทำให้หัวหน้าหน่วยริสตี้ไม่ชอบหน้าเธอ)

            「อย่างที่ผมบอกไง--ถึงจะเป็นองรักษ์ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่ในปราสาทตลอดหรอกนะ」

            「นั่นก็ใช่ ถึงจะมีบางส่วนที่ต้องไปคอยคุ้มกันองค์หญิง แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่แถวนี้แหละเผื่อมีเหตุฉุกเฉินในปราสาทจะได้รับมือทัน」

            เมื่อเดินมาจนเกือบจะถึงที่หมายยูโตะที่ได้แต่ตอบ”อื๊มๆ อั้มๆ” แบบขอไปทีมาตลอดทางก็บ่นขึ้น

            ที่เขาทั้งสองต้องมาที่ปราสาทแห่งนี้เพราะในนี้วันจะมีพิธีแต่งตั้ง(แต่ตั้งใครไม่รู้ ถ้าเป็นองค์หญิงจะมาเปลี่ยนเป็นพิธีราชาภิเษกทีหลังนะ) แต่ถึงอย่างนั้นยูโตะก็ยังทำท่าทีแบบนี้ เธอยกคิ้วขึ้นพร้อมๆกับปากของเธอ

            “ชั้นว่าชั้นบอกนายไปแล้วนะเกี่ยวกับพิธีในวันนี้น่ะ รู้ไหมว่าชั้นพยายามแค่ไหนกว่าจะได้รับอนุญาตให้พานายมาด้วยได้” 

            「อาー。ผม、น่าจะหลับอยู่มั้งตอนนั้น」

            เมื่อได้ยินยูโตะตอบแบบนั้นอาสุกะก็ได้แต่หรี่ตาทำหน้าเซง เห้อ---ถอนใจออกมาก่อนจะพูดขึ้น

            「อ้อออออ– ใช่ซี้  ที่ชั้นมาวันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับนายอยู่แล้วนี่!! ยังไงซะ—นายก็อยากเห็นชั้นนอนจมกองตี--นอยู่แล้วหนิ」

「ห๊ะ? ก็มีนี่อยู่แล้ว、จะลากผมมาด้วยทำไมก็ไม่รู้」

 ขณะที่สงสัยว่ายูโตะกำลังจ้องอะไรอยู่เธอก็ปรบมือขึ้นมาเหมือนนึกอะไรได้ ก่อนจะหัวเราะออกมากลับเกลื่อนความผิดกับสิ่งสำคัญที่เธอลืมไป

「……ยังไม่เชื่อ(มือ)ผมอยู่อีกหรอ?」

「ชะ-ช่วยไม่ได้นี่!! ที่ผ่านมาชั้นไม่เคยมีโอกาสได้ใช้เลยนะ!! กังวลซะแทบแย่ฮ่าๆ!!」

สายตาของยูโตะจ้องไปยังจุกบนยอดอกของอาสุกะ เธอดันมันพวกมันจนแทบทะลุเสื้อที่เธอใส่พร้อมกับเหย่าดึ๋งๆไปมา

「ตอนแรกคิดว่าต้องแย่แน่ๆก็ในวันนี้เขาห้ามไม่ให้ใส่ชุดเกราะอุปกรณ์อื่นมานี่นา  ลืมไปเลยว่าชั้นยังมีไอ้นี่อยู่อีก......................................... อุ๊บ !」

อาสุกะรีบยกแขนเธอมาปิดหน้าอกเมื่อนึกได้ว่ากำลังทำอะไรขณะที่เห็นยูโตะมองมาตาไม่กระพริบ

「ฮะๆ ใส่มันอยู่จริงๆด้วยสินะครับ ผมล่ะดีใจจริงๆ เป็นครั้งแรกเลยครับที่เห็นผู้หญิงใส่เครื่องประดับที่ตรงจุดนั้น」

「เดี๋ยวๆ เดี๋ยวนะ หมายความว่าไง ที่ว่า ครั้งแรกที่เห็น!!」

อาสุกะส่ายโพนี่เทลของเธอด้วยความอายเหมือนกำลังจะร้องไห้

 เครื่องประดับที่อาสุกะสวมใส่อยู่บนจุกหน้าอกเธอ คือยุทโธปกรณ์ลึกลับที่ยูโตะสร้างขึ้นมาให้เธอเพื่อป้องกันอันตราย มันสามารถป้องกันได้ทั้งการโจมตีทางกายภาพและเวทมนต์

        แต่ดูเหมือนเธอไม่เคยใช้งานมันมาก่อนจึงไม่ได้รับรู้ถึงความสามารถของมัน เพราะเหตุนั้นจึงทำให้เธอกังวลจนลืมไปว่ามีมันอยู่ข้างการตลอด

        「เอาล่ะ、ดูที่มือผมให้ดีๆนะท่านผู้กล้า」

        ยูโตะพูดจบ ก็ยกมือขวาขึ้นข้างลำตัว จากนั้นดาบยาวอันบางเฉียบก็ปรากฏขึ้นที่มือนั้นในชั่วพริบตา

      「ดะ-เดี๋ยวสิ、นายจะทำอะไรในที่แบบนี้」

      「ก็จะทำลายความเคลือบแคลงใจของท่านอาสุกะไงล่ะขอรับ。ด้วยดาบนี้、ดาบที่สามารถตัดวัตถุมันสัมผัสได้ไปจนถึงขั้นอะตอม ยุทโธปกรณ์ระดับA 。สำหรับผม การพูดมากมันน่ารำคาญมีแต่ต้องทำให้เห็น!!」

                ยูโตะคลายรอยยิ้มออกพร้อมๆกับขยับดาบในมือช้าๆ

                「เอ๋? เดี๋ยวสิ。อะ、อะไร!? จะ-、จะบ้าหรอ? จะทำบ้าอะไร、นี่นายจะบ้าไปแล้วหรอ」

「ใช่!!。ผมบ้าไปแล้วเพราะงั้น――ผมถึงทำแบบนี้?」

ฉั๊บ---ยูโตะยกมือขวาฟันฉับเข้าไปที่คอของอาสุกะ

「อิย๊า!!。อย่า อย่านะ ม่ายยยยยยยยยย」

อาสุกะแหกปากร้องลั่นขาอ่อนลงไปกองกับพื้น

                    กิ๊ง—เพล้ง

                    ก่อนที่คมดาบกำลังจะแตะเข้าที่คอของอาสุกะ เสียงใสอันไพเราะก็ดังระยิบออก

                    ดาบที่สามารถตัดได้ทุกอย่างหยุดค้างอยู่อย่างนั้น ไม่มีแม้รอยขีดข่วนใดๆบนคอของอาสุกะ

                    「……ฟู่、ฟู่ว。ยะ、ยังไม่ตายสินะ……?」

        ตรงหน้าของอาสุกะ ดาบของยูโตะแตกละเอียดออกมาพร้อมกับเสียงอันไพเราะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันคาดคิดสะกดสายตาของอาสุกะให้จดจ่ออยู่กับมัน

        「เป็นไงบ้างขอรับ?กับสิ่งที่ผมแสดงให้ชมในวันนี้ ...ถูกใจไหมขอรับ」

        ยูโตะโค้งตัวขณะพูดแต่สายตาเขามองไปทางอาสุกะรอคำตอบ

        อาสุกะคลายความกังวลลงเล็กน้อยเมื่อเห็นความตั้งใจนี้ของยูโตะ

        「ยะ-ยูโต้วว, กะแล้ว-นายนี่มัน....., เยี่ยม นาย...นี่มันเยี่ยมมมมไปเลยไม่ใช่ไง!!?」

        (ยู、ยูโตว。ยัปปะ อันตะ、อิอิ๊--ยัทสึดาโย๋ว ว ว ว โอ๋วๆๆวววโอ๊ซ!!?-)

        อาสุกะตอบพร้อมพยายามฝืนยิ้มด้วยดวงตาอันเปียกชุ่ม ก่อนจะกระโดดขึ้นยืนเหมือนเดิม

                ยูโตะพยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่

        「อื๊ --อ๊า— อะ—ไร ความรู้สึกนี่มัน…?」

「เป็นโบนัสฟีเจอร์. ดูเหมือนมันจะเริ่มแสดงผลแล้วสินะครับ」

      ยูโตะฉีกยิ้มกว้าง ก่อนเริ่มอธิบายให้อาสุกะที่กำลังสั่นๆด้วยความรู้สึกแปลกๆขณะค่อยๆงอตัวลงฟัง

        「ที่เคยบอกไปก่อนหน้า、ยังไม่เข้าใจสินะครับ? ที่มันสั่นทั้งสองข้างแบบนี้、ก็เพราะการโจมตีเมื่อกี้ไม่ใช่พลังทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังผสมเวทมนต์ไปด้วย ต่อไปก็รู้ได้ง่ายๆเลยครับว่าศัตรูโจมตีมาแบบไหน」

        ถึงจะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เข้าใจพลังของมันได้ดีที่สุด แต่กับการโจมตีเมื่อกี้มันไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำถึงขนาดนั้น  ร่างกายของอาสุกะรู้ซึ้งถึงขอนี้เป็นอย่างดีเลย

        “อู้วววววว -----นายตั้งใจสินะ---ฮู้ววว ปีศาจอย่าง-นะ—นายน่ะ”

        อาสุกะกำลังสั่นเทิ้มจ้องมองที่ยูโตะด้วยความอับอาย

「บะ、แบบนี้สินะ、ที่นายทำ กับ---ชาช่า……」

「เอ๋、พูดว่าอะไรนะครับ?」

ยูโตะไม่ทันฟังที่อาสุกะพูดเพราะมัวแต่สนใจเสียงฝีเท้าไกลๆซึ่งกำลังเดินมาทางนี้

「อะ, อ้ออ. คือพวกเราจะซื้ออะไรกลับไปฝากชาช่าดีนะ แฮะๆ」

「อ่า---นั้นสินะ. ซื้ออะไรหวานๆกลับไปให้ เธอน่าจะชอบนะครับ?」

อุส่ามาเมืองหลวงด้วยความยากลำบากทั้งที จะให้หมดไปกับงานบ้าๆนี้ก็คงใช่เรื่อง

หาอะไรอร่อยๆกลับไปฝากช่าๆดีกว่ากลับไปมือเปล่าก็ดีเหมือนกัน

ยูโตะจึงตอบกลับอาสุกะด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ? ขอบใจนะที่ถาม

 ◆  ◆  ◆

「โคตรนาน, จะให้รอไปถึงเมื่อไหร่ฟะ?」

ขณะที่อาสุกะกำลังไปจัดการพิธีของเธอให้เสร็จ ยูโตะก็เดินฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ ดูนั่นมั่งนี่มั่ง สถาปัตยกรรมในโลกแฟนตาซีก็น่าทึ่งดี แต่นานไปก็เบื่อ ในใจตอนนี้เขาได้แต่เร่งให้อาสุกะรีบๆจบธุระของตัวเองจะได้ไปซื้อของฝากให้ชาช่า( ดิบพล่ามยาวขี้เกียจแปล สรุปสั้นๆแล้วกัน(นี่สั้นแล้วนะ))

        「ชาช่าอยากได้อะไรนะ ถ้าโลกนี้มีโทรศัพท์ก็ดีสิ」(สรุปพร้อมกับข้างบน)

        พวกคนในสมัยก่อนเค้าทำอะไรกันฟะ เวลาที่ต้องมารออะไรแบบนี้  ยูโตะพล่ามคนเดียวไปเรื่อย

        นานเข้า ยูโตะก็เริ่มรู้สึกเบื่อที่ต้องมาดูประติมากรรมอะไรแบบนี้แล้ว เขาเลือกเดินไปอีกทางซึ่งดูไม่ค่อยมีคน

        「……อ๊ะ」

      「อุ๊บ、ขอโทษด้วยครับ」

ขณะที่กำลังเดินไปทางซ้ายของห้องโถง รูปปั้นแปลกๆก็ดูดสายตายูโตะเข้าไปมอง ขณะที่เขากำลังเหม่อ ยูโตะก็ชนเข้ากับใครบางคน เขารีบก้มหัวขอโทษอย่างรวดเร็ว

「อะ-、นี่นาย……?」

 เสียงออกมาจากเงาเล็กๆ  เขาเงยหน้ามองเจ้าของเสียง

「อ่า เอ่อ. จำได้แล้ว. …ริสุ, ริสุกะซัง?」

「ริสตี้เฟ้ย」

ตัวเล็ก หน้าของเธอตรงหน้าเขาบูดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด

เห็นอาการแบบนี้แล้ว ยูโตะถึงกับเอากำปั้นทุบมือ

「อ่า, คุณริสตี้นี่เอง แย่จัง, ทั้งที่เมื่อเช้าก็เจอกัน. ผมกลับลืมไปซะได้」

「อ่อนายก็คือ、นายมันคนที่มากับอาสุกะ ลูกน้องของอาสุกะสินะ。ลืมชื่อของหัวหน้าหน่วยที่เจ้านายนายจะทำงานด้วยแบบนี้、สงสัยสมองจะเลอะเลือนจริงๆ」

ยูโตะเกาหัวแกร๊กๆ มองดูเด็กตัวเล็กๆตรงหน้าซึ่งกำลังพูดจาเห็บแนม

เธอตัวเล็กมากต่ำกว่าระดับสายตาของยูโตะในตอนนี้เสียอีก ผิวสีน้ำตาลเข้มให้ความรู้สึกถึงสุขภาพดีที่ ขัดกับรางกายอันบอบบางเหมือนเด็กประถม ผมสีทองทรงทวินเทลเหยียดตรงเลยไหล่ลงมา สะท้อนแสงจากหน้าต่างวิววับ

        「ไม่น่าเลยผม、ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ。ความจำผมก็น่าจะดีแท้ๆแต่กลับลืมไปซะได้」

        「ฮึ่ม。แบบนี้ก็ไม่ต่างจากลิงสินะ ?」

        ไม่ใช่แค่ใบหน้าซึ่งดูเด็ก ถ้าจะให้พูด เธอเป็นเด็กที่สวยมากเลยทีเดียวถ้าไม่ติดนิสัยเด็กๆอย่างปากร้ายแถมยังขี้บ่นจุกจิกแบบนี้มาล่ะนะ

        ถ้าเงียบกว่านี้ก็จะเป็นสาวน้อยแสนเพอร์เฟ็คแล้วแท้ๆ

         ยูโตะมองหน้าเธอแล้วเผลอคิดไป

「หน่า หน่า。ความโกรธทำให้หน้าสวยๆแบบนี้หมองลงนะครับ ท่านหัวหน้าริสตี้」

        ได้ยินยูโตะพูดเอาใจแบบขอไปทีแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ริสตีรู้สึกรังเกียจเกลียดเขาเข้าไปอีก

「เชอะ。ที่นี่เหมาะกับการมาเล่นมุขจีบสาวเห่ยๆแบบนี้เรอะ。อ่อนั่นสินะ、หรือว่าจะทำแบบนี้กับอาสุกะด้วย? ว่าแล้วเชียว, ชั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ ถ้านายอยากจะมาเข้าหน่วยชั้นน่ะ」

      ยูโตะกำลังจะเถียงที่ริสตี้พูด แต่ไม่ทัน เธอตัดหน้าเขาชิงพูดต่อ

「ที่องค์หญิงโปรดปรานอาสุกะ、ก็เพราะเธอเป็นนักรบที่ยอดเยี่ยม。ว่าแต่นายล่ะ?、อ๋อๆ อยู่ที่908สินะอันดับของผู้กล้า。คริ คริ   ได้แค่นั้นเองน่ะหรอ งานของหน่วยองครักษ์ไม่ได้ง่ายถึงขนาดให้คนอย่างนายมาเข้าได้หรอกนะ จำใส่หัวเอาไว้ซะ」

        ใบหน้าของริสตี้ตอนนี้มองยูโตะดูถูกเหยียดหยาม เขาเงยหน้าขึ้นจ้องเธอ เธอก็เช่นกัน

        「อ่อๆ อีกอย่างๆ ชั้นว่านะ ที่นายได้อันดับนี้มาไม่ใช่ว่าเพราะอาสัยฝีมือของอาสุกะหรอ ? เหลือบไร ที่คอยเกราะผู้หญิงกินไม่ควรได้ชื่อว่าผู้กล้าด้วยซ้ำจริงไหมว่าไง หรือว่าไม่จริง」

ถึงริสตี้จะพูดขนาดนี้แล้วยูโตะก็ยังเงียบอยู่ คงเพราะเธอไมรู้ว่าจริงๆแล้ว ยูโตะเองก็ไม่ใช่คนที่จะมาเถียงกับคนอื่นซักเท่าไหร่ ยกเว้นอาสุกะ เขากลับไปก้มหน้าและปล่อยให้ความเงียบดำเนินต่อไป

            ริสตี้ที่เห็นยูโตะเอาแต่เงียบไม่โต้ตอบก็คิดว่าเขากำลังยั่วโมโหเธอ เธอจึงยั๊วสุดขีด

          「……หืมมม、เถียงไม่ออกสินะ。หรือว่าจริงๆแล้วไม่ใช่แค่ตัวนายเองที่เป็นขยะ、กับอาสุกะเจ้านายของแกก็คงพอกัน  ขยะมันก็ต้องอยู่ในกองขยะสิ。โถองค์หญิง、หลงไปชื่นชมยัยหมาตัวเมียนั่นซะได้、แยกคนกับหมาไม่ออกช่างน่าสงสารจริงๆ」


เมื่อเห็นยูโตะยังคงเงียบอยู่  ริสตี้ที่พ่นคำดูถูกต่างๆนาๆออกมาอยู่คนเดียวก็ป่วยการที่จะพูดต่อ เธอจึงหันหลังและค่อยๆเดินจากเขาไป

        「เดี๋ยวนะครับขอเวลาซักครู่ได้ไหม」

      เสียงฝีเท้าของริสตี้หยุดลงพร้อมกับเสียงของยูโตะที่เปร่งออก

      และตอนเธอหันหลังกลับมามองก็ต้องตกใจกับรอยยิ้มแปลกๆบนหน้าของยูโตะ

        「โฮะๆ 。ยิ้มแบบนั้นหมายความว่าไงห๊า!!」

      「ช่วยถอนคำพูดได้ไหมครับ? 。คำพูดเมื่อกี้ช่วยถอนมันด้วยได้ไหมครับ?」

        ขณะมองไปที่มือขวาของยูโตะที่กางออก ริสตี้ก็ฉีกยิ้มออกมาที่มุมปากด้วยความยินดี                                  ◆  ◆  ◆​
แก้ไขเพิ่มบรรทัดที่ผมลืมแปลไป คงเพราะเบลอ แปลข้ามบรรทัด พอแปลตอนต่อไปถึงเพิ่งรู้ว่าข้าม ฮ่าๆ
******************


ถ้าชอบเรื่องนี้ ถูกใจการแปลของผมอย่าลืมให้ดาวเพื่อเป็นกำลังใจหน่อยนะครับ หรือจะแวะเข้าไปอ่านนิยายที่ผมแต่งไว้แทนก็ได้ ทุกยอดวิวที่ท่านสละเวลาเข้ามาอ่าน คือกำลังใจที่สำคัญในการทำงาน ขอบคุณมากๆครับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว