Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 สิ่งที่เคยทำในอดีต

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 สิ่งที่เคยทำในอดีต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2560 17:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 สิ่งที่เคยทำในอดีต
แบบอักษร

ตอนที่****3

สิ่งที่เคยทำในอดีต

“ขออนุญาตนะครับ”

“อ้าว  อาจารย์ห้องพยาบาลนี่เอง  มีธุระอะไรกับห้องธุรการของมหา’ลัยเหรอคะ”

อาจารย์ประจำห้องธุรการคนหนึ่งเอ่ยถาม  เช้านี้ผมรีบมาที่มหา’ลัยเพื่อจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ค้างคาตั้งแต่เมื่อวาน

ความจริงที่เจ้าลิงหัวแดงคนนั้นเพ้อออกมา

“ผมต้องการประวัติของนักศึกษาคนหนึ่งน่ะครับ  ดูเหมือนเขาจะไม่สบายจนต้องไปห้องพยาบาลบ่อยๆเลยอยากจะลองดูพวกประวัติการรักษาต่างๆ  เผื่อถ้ามีอะไรหนักหนาหรือฉุกเฉินขึ้นมา  ผมจะได้รู้ว่าควรรักษาเขาหรือปฐมพยาบาลเบื้องต้นยังไง  เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับนักศึกษาโดยมีสาเหตุมาจากเรื่องแบบนี้  คงไม่ส่งผลดีต่อมหา’ลัยแน่  จริงไหมล่ะครับ”

โกหกออกไปคำโต

เธอพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมพูดก่อนจะเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์และอัพโหลดข้อมูลของนักศึกษาทั้งหมดของมหาวิทยาลัยขึ้นมาให้ผมแล้วขอตัวไปทำงานเรื่องเอกสารต่อ 

มหาวิทยาลัยนี้จะมีข้อมูลตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันของเด็กทุกคน  แม้แต่ข้อมูลดิบที่ทางมหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องรู้ก็จะมีด้วยเช่นกัน  แต่ถึงอย่างนั้นก็มีกฎเคร่งรัดว่าห้ามเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวออกไปเด็ดขาด  รู้สึกว่าที่ต้องให้บอกข้อมูลทุกอย่างตามความเป็นจริงจะเป็นเพราะเมื่อจบการศึกษาจากที่นี่ไปแล้ว  หากผู้ปกครองท่านไหนเงินถึงมากพอ  จะสามารถเปลี่ยนแปลงประวัติของบุตรหลานตัวเองได้ทั้งหมดเพื่อนำไปใช้ในการเข้าทำงานหรือเป็นโปรไฟล์สุดหรูในชีวิตเพื่อใช้อวดอ้างกับตระกูลอื่น

ผมรอจนแน่ใจแล้วเธอสนใจอยู่แค่กับงานที่ต้องทำเท่านั้นจึงลงมือกรอกชื่อนามสกุลและชั้นปีของไต้ฝุ่นลงไป  รอสักพักข้อมูล ‘ลับ’ ทั้งหมดที่ต้องการก็ปรากฏขึ้นมา  อาศัยจังหวะที่เธอยังไม่ได้ให้ความสนใจกดก๊อปปี้ข้อมูลทั้งหมดลงเวิร์ดแล้วส่งเข้าอีเมลของตัวเองเพื่อไปอ่านต่อคนเดียว  ขืนนั่งอ่านมันโต้งๆตรงนี้มีหวังโดนจับได้แน่ๆ

คลิก!

เรียบร้อย…

ผมกดปิดข้อมูลทั้งหมดแล้วเดินกลับไปหาเธอด้วยท่าทางปกติทุกอย่าง  หญิงสาวที่กำลังคีย์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์อย่างขะมักเขม้นเงยหน้าขึ้นมองผม

“เรียบร้อยแล้วเหรอครับ”

“ครับ  ขอบคุณมากนะครับ  แล้วก็ขอโทษด้วยที่ผมมารบกวนแต่เช้า”

“ยินดีค่า  ว่าแต่…เรื่องตรวจสุขภาพนักศึกษาวันนี้เตรียมพร้อมแล้วใช่ไหมคะ  อาจารย์จะต้องตรวจสุขภาพเด็กอภิสิทธิ์ปีหนึ่งทุกคนค่ะ  อ้อ  เฉพาะนักศึกษาชายเท่านั้น  ไม่ต้องห่วงค่ะ”

“เรียบร้อยดีครับ  ได้เวลาเมื่อไหร่ก็ให้เด็กอภิสิทธิ์ไปที่ห้องพยาบาลได้เลย  ถ้าอย่างนั้นผมขอไปเตรียมตัวต่อก่อนนะครับ”

ผมและเธอโค้งศีรษะให้กันเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานต่อ 

ในแต่ละปีทางมหาวิทยาลัยจะมีการเรียกแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่ตกลงทำสัญญากันไว้ให้มาตรวจสุขภาพนักศึกษาทุกคน  แต่เฉพาะเด็กอภิสิทธิ์ที่มีข้อมูลลับเท่านั้นที่จะต้องได้รับการตรวจโดยอาจารย์ประจำห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยเท่านั้น  เนื่องจากบางครั้งจะมีหนึ่งในเด็กอภิสิทธิ์ทั้งหมดเป็นโรคประจำตัวที่ไม่ต้องการให้ใครรู้  ผมจึงจำเป็นต้องตรวจเด็กเหล่านี้เองทั้งหมด

เมื่อวานนี้หลังจากทำแผลเสร็จ  ผมก็นั่งรออยู่เป็นชั่วโมงกว่าไต้ฝุ่นจะฟื้น  พอฟื้นขึ้นมาเลยไล่ให้กลับบ้านไปทันที  โชคดีที่ยังมีอาจารย์คนอื่นอยู่  พอพวกเขาแวะเข้ามาคุยด้วยผมเลยหาเรื่องปลีกตัวแยกออกมา  ไม่อย่างนั้นอาจถูกความพยายามอันน่าสะพรึงกลัวของหมอนั่นตามตอแยจนถึงบ้านก็ได้  แต่ว่าสิ่งที่เจ้าลิงหัวแดงเพ้อเอาไว้ก็ทำให้ผมคิดมากอยู่ไม่น้อย  ปกติเป็นพวกถ้าสงสัยอะไรแล้วต้องหาคำตอบให้ได้  ลงท้ายผมเลยต้องมาขุดคุยหาข้อมูลลับของเด็กนั่นแบบนี้ยังไงล่ะ

แอ๊ด…

กลับเข้ามาในห้องพยาบาลที่ไม่มีใครนอกจากผมเหมือนเดิม  รีบตรงไปที่โต๊ะเพื่อจะเปิดดูข้อมูลจากในอีเมล  คำพูดที่เด็กคนนั้นเพ้ออกมาย้อนกลับเข้าในความคิดอีกครั้ง  การที่ไต้ฝุ่นเข้าเรียนที่นี่ได้อย่างน้อยเขาจะต้องไม่ใช่เด็กธรรมดา  ถ้าไม่ได้ร่ำรวยก็จะต้องมีแววอัจฉริยะ  เด็กในสองเคสนี้มีอะไรให้ข้องเกี่ยวกับคำว่าฆาตกรกันนะ?

“เอาล่ะ…”

คลิก!

ข้อมูลต่างๆที่ก๊อปปี้มาถูกอัพโหลดขึ้นที่หน้าจอจนหมด  ผมไล่อ่านประวัติทุกอย่างไปคร่าวๆโดยไม่สนใจนัก  สิ่งที่ผมต้องการจะรู้คือข้อมูลลับที่ว่าต่างหาก

‘ข้อมูลลับ : เคยตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตายเมื่อตอนอายุสิบสามปี  ผู้ตายเป็นพ่อเลี้ยงขอบนักศึกษาที่มักจะดื่มเหล้าจนเมาและกลับมาตบตีทำร้ายนักศึกษากับแม่เป็นประจำ  จนกระทั่งนักศึกษาทนรับมันต่อไปไม่ไหว  จึงใช้มีดแทงสวนไปตอนที่แม่และตนเองกำลังถูกพ่อเลี้ยงรุมตบตีจนเลือดตกยางออก  แต่ด้วยความที่ยังเป็นเยาวชนและทนายของนักศึกษาก็บอกว่าเป็นเพียงการทำไปเพื่อป้องกันตัวไม่ได้มีเจตนา  ลุงของนักศึกษาซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆของพ่อที่แท้จริงแต่ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังแบเบาะจึงรับไปดูแลต่อ  เพราะแม่ของนักศึกษามีอาการทางประสาทและเอาแต่ด่าทอว่าลูกชายของตัวเองเป็นฆาตกร  นับแต่นั้นนักศึกษาจึงอยู่ในความดูแลของลุงที่มีฐานะเป็นถึงประธานบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อประเทศเป็นอย่างมาก  ล่าสุดก่อนจะจบชั้นมัธยมปลายเมื่อสามปีก่อน  นักศึกษาได้มีการยกพวกถล่มกับคู่อริ  เหตุการณ์คราวนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย  แต่ไม่ทราบรายละเอียดการตายใดๆของผู้เสียชีวิต  และข่าวนี้ถูกปิดเงียบด้วยอำนาจที่ลุงของนักศึกษามี’

ผมไล่อ่านข้อมูลลับทั้งหมดจนจบ  พอจะเข้าใจคำว่าฆาตกรที่ไต้ฝุ่นเพ้อแล้ว  แต่…หมายความว่ายังไงว่าจบชั้นมัธยมมาสามปีแล้ว?!

เจ้าเด็กนั่นเพิ่งอยู่ปีหนึ่งไม่ใช่หรือไง

“อายุเท่าไหร่กันแน่นะ”

ผมเลื่อนข้อมูลกลับขึ้นไปหน้าข้อมูลทั่วไปที่จะบอกชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด  กรุ๊ปเลือด  ศาสนา และเชื้อชาติต่างๆ

‘02/07/25XX’

“จบชั้นมัธยมปลายมาสามปีแล้วจริงๆด้วย  แล้วทำไมถึงเพิ่งจะขึ้นปีหนึ่งเอาตอนนี้ล่ะ  เดี๋ยวนะ  นี่มัน…”

‘ข้อมูลทางด้านการศึกษา  จบชั้นอนุบาลจากโรงเรียนหมีน้อย  จบชั้นประถมจากโรงเรียนหมีเล็ก  จบชั้นมัธยมจากโรงเรียนหมีใหญ่  ต่อมหาวิทยาที่อังกฤษได้สองปีก็ลาออกก่อนจะกลับมาเรียนปีหนึ่งใหม่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้’

เรียนใหม่?

ทำไมกันล่ะ  มีเหตุผลอะไรที่เด็กคนนั้นต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยที่อังกฤษด้วย  แถมยังลาออกเพื่อมาเรียนต่อมหาวิทยาลัยแห่งนี้น่ะเหรอ  ไม่เห็นจะมีประโยชน์ตรงไหน  แปลว่ามีเหตุผลให้ต้องมาที่นี่ให้ได้เท่านั้น

“ชื่อจริงของหมอนี่…คุ้นๆยังไม่รู้”

ผมลูบคางพลางคิดว่าเคยได้ยินชื่อกับนามสกุลของไต้ฝุ่นจากที่ไหน  ความจริงตั้งแต่ตอนหมอนั่นแนะนำตัวผมก็สะกิดใจมาตลอดแล้วล่ะว่าเหมือนจะเคยได้ยิน  แต่เพราะในทุกๆปีผมจะต้องรู้ชื่อของพวกเด็กอภิสิทธิ์เพิ่มตั้งมากมายก็เลยคิดว่าอาจจะไปชื่อคล้ายกับเข้าจึงไม่ได้สนใจ

“เด็กอภิสิทธิ์?”

อะไรบางอย่างสะกิดใจจนผมต้องค้นเอารายชื่อเด็กอภิสิทธิ์ในปีนี้ออกมาดู  ทั้งหมดสี่สิบสี่คน  เป็นผู้หญิงยี่สิบคนและผู้ชายยี่สิบสี่คน  ผมเลือกเอาเฉพาะเอกสารของนักศึกษาชายออกมาไล่ดูรายชื่อทีละคนๆ

‘นายไต้ฝุ่น  เจริญพาณิชย์’

“เด็กอภิสิทธ์?!!!”

ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจกับข้อมูลล่าสุดที่ค้นพบ  ที่ติดใจเรื่องชื่อของเจ้าลิงหัวแดงนั่นมาตลอดเป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง

ถ้าอย่างนั้นยิ่งแปลก  ตัวเองเป็นเด็กอภิสิทธิ์แท้ๆ  แต่กลับทำในสิ่งที่พวกเด็กอภิสิทธิ์ไม่มีวันทำนั่นคือปกป้องเด็กไร้ประโยชน์ที่จะต้องถูกลบทิ้ง?!  การกระทำแบบนั้นเท่ากับเป็นปรปักษ์ต่อเหล่าเด็กอภิสิทธิ์ในมหาวิทยาลัยทุกคน  รวมถึง…

เป็นศัตรูกับเด็กคนนั้น…

อสุรกายแฟนธ่อม

“ให้ตายสิ  เจ้านั้นมาที่นี่เพราะจุดประสงค์อะไรกัน  ยอมกลับมาเรียนปีหนึ่งใหม่  ย้ายกลับมาจากอังกฤษ  เป็นปรปักษ์กับเด็กอภิสิทธิ์  เป็นศัตรูกับอสุรกายแฟนธ่อม  ทั้งหมดนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆด้วย”

ตกใจกว่านั้นคือทำไมผมจะต้องสนใจเรื่องเจ้าลิงหัวแดงนั่นด้วย  แต่ไอ้นิสัยมุทะลุทำอะไรบ้าบิ่นแบบนั้นมันทำให้อดห่วงไม่ได้จริงๆ  เกิดพลาดท่าเป็นฝ่ายถูกทำร้ายขึ้นมาจะทำยังไง

อ่า…ไม่ไหว  ทั้งหมดต้องเป็นเพราะผมชื่นชมในการกระทำของเขาแน่ๆ  ตั้งแต่เป็นอาจารย์ที่นี่มาสี่ปี  ผมไม่เคยเห็นนักศึกษาที่ไหนมีความกล้าขนาดนี้มาก่อน  ไม่ใช่ความกล้าที่ทำเพื่อหนีจากพวกเด็กอภิสิทธิ์หรือเป็นการทำเพื่อปกป้องตัวเอง  แต่เป็นความกล้าที่จะต่อกรกับเด็กเหล่านั้นและปกป้องคนอื่น…

ฆ่าพ่อเลี้ยงของตัวเองเมื่อตอนอายุสิบสาม  แต่คดีถูกสรุปให้เป็นการป้องกันตัว  ข้อเท็จจริงไม่มีใครรู้เพราะคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุมีแค่คนที่ถูกฆ่าตายไปแล้ว  ตัวไต้ฝุ่นเอง  และ…แม่ของเขาที่มีอาการทางประสาท  คิดว่าตอนนี้คงถูกเอาตัวไปซ่อนไว้ที่ไหนด้วยฝีมือลุงของเขาแน่ๆ

ก่อนจบมัธยมปลายมีการยกพวกตีกับอริจนเป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตหนึ่งคน  คดีในคราวนั้นเงียบหายไปราวกับสายลม  คิดว่าคงไม่พ้นอำนาจจากลุงของเด็กคนนั้นอีกแน่ๆ  อย่างนั้นคงไม่มีข่าวทางทีวีหรือสำนักพิมพ์ใดๆกล้าทำข่าวแน่นอน  ความเป็นไปได้ที่เหลืออยู่มีเพียง…หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น  แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจถูกอำนาจสั่งปิดข่าวด้วยเหมือนกัน

เรียนต่อมหาวิทยาลัยที่อังกฤษได้แค่สองปีก็ลาออกและกลับมาเข้าเรียนที่นี่ในฐานะเด็กปีหนึ่งแทน  ไม่มีใครรู้เหตุผลในข้อนี้แม้กระทั่งทางมหาวิทยาลัยเอง

เป็นหนึ่งในเด็กอภิสิทธิ์ของปีนี้  ทว่ากับตั้งตนเป็นปรปักษ์ไม่เข้าร่วมกับเด็กอภิสิทธิ์ในการลงโทษเด็กไร้ประโยชน์ตามคำสั่นของอสุรกายแฟนธ่อม

นี่คือข้อมูลที่สรุปได้ในคราวนี้  ผมยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเป้าหมายหรือสิ่งที่เด็กคนนั้นต้องการคืออะไร  รวมถึง…

เรื่องที่พยายามเข้าหาผม

จะเป็นเพราะถูกใจจนอยากจะมีอะไรด้วยแค่นั้นจริงๆหรือเปล่า

ก๊อกก๊อกก๊อก

เสียงเคาะประตูทำให้ผมรีบกดปิดข้อมูลที่หน้าจอและเก็บเอกสารทั้งหมดเข้าในลิ้นชัก  นักศึกษาที่เป็นเด็กอภิสิทธิ์คนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา

“ขอโทษนะครับอาจารย์  ได้เวลาตรวจสุขภาพประจำปีแล้วครับ”

“อ้อ…ได้สิ  ยังไงรอที่ด้านนอกนะ  ฉันจะประกาศเรียกเข้ามาทีละคนตามรายชื่อ”

มัวแต่หาข้อมูลของเจ้าเด็กนั่นจนลืมเวลาไปเลย  เดี๋ยวสิ  ไต้ฝุ่นเองก็เป็นเด็กอภิสิทธิ์เหมือนกัน  เท่ากับว่าวันนี้หมอนั่นก็ต้องมาตรวจสุขภาพด้วย

“เอาล่ะ  อย่าเพิ่งถามอะไรจะดีกว่า  รอดูท่าทีของเด็กคนนั้นไปก่อน”

บอกกับตัวเองก่อนจะหยิบรายชื่อลำดับการตรวจสุขภาพของเด็กอภิสิทธิ์ไปประกาศเรียกรายชื่อให้เข้ามาทีละคน  จากที่มองด้วยสายตาแล้วเหมือนจะยังมาไม่ครบนะ  เจ้าลิงหัวแดงเองก็ยังไม่มา…

คนแล้วคนเล่าที่ตรวจเสร็จไป  ตอนนี้เหลือเด็กอภิสิทธิ์อีกเพียงแค่สามคนเท่านั้น  ไต้ฝุ่นเป็นคนสุดท้ายพอดี…

“คนต่อไปเชิญครับ”

แอ๊ด…

ประตูห้องพยาบาลเปิดออก  นักศึกษาผอมบางและส่วนสูงต่ำกว่ามาตรฐานของชายไทยทั่วไปมากๆ  เดินห่อไหล่ไว้ผมทรงกะลาครอบหวีจนเลียบแถมยังสวมแว่นติ๋มเหมือนผมอีก  ต่างกันตรงที่เจ้าเด็กนี่ติ๋มของจริง!

“ขะ…ขะ…ขออนุญาตครับ”

“เชิญ  นายคือจอมฟ้าสินะ”

“คะ…ครับ”

“ถอดเสื้อได้เลย  เดี๋ยวจะวัดขนาดตัว  ชั่งน้ำหนัก  วัดความดันกัน”

จอมฟ้าพยักหน้ารับ  เดินก้มหน้าเอากระเป๋าไปวางบนโต๊ะแล้วลงมือถอดเสื้อออกตามคำสั่ง  นึกว่าเด็กอภิสิทธิ์ในปีนี้จะมีไต้ฝุ่นคนเดียวเสียอีกที่แปลก  คิดไม่ถึงว่าจะมีเจ้าหมอนี่อีกคน

ท่าทางแบบนี้เป็นเด็กอภิสิทธิ์ได้เพราะอะไรกันนะ?

ผมเริ่มลงมือตรวจสุขภาพของเขาเหมือนนักศึกษาก่อนหน้านี้  ผลตรวจออกมาว่านอกจากส่วนสูงจะต่ำกว่ามาตรฐานแล้วน้ำหนักยังน้อยเกินไปอีกด้วย  ความดันและอัตราการเต้นของหัวใจปกติดี  ไม่มีโรคประจำตัวหรือภาวะแทรกซ้อนใดๆ  ที่ทำให้ดูเหมือนขี้โรคเห็นทีจะเป็นเพราะบุคลิกของเจ้าตัวเองนั่นแหละ

“ทั้งหมดก็ตามนี้นะ  ยังไงพยายามออกกำลังกายบ้าง  วิ่งสักวันละยี่สิบนา  ซิทอัพวันละยี่สิบครั้งก็ได้  อย่าน้องร่างกายจะได้เฟิร์มขึ้นด้วย”

“คะ…คะ…ครับ  ผมจะทำตามที่อาจารย์บอก  ขะ…ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ”

“นี่นาย  ถ้าจะขอบคุณก็หัดมองหน้าคนอื่นเขาด้วยสิ  หน้าฉันแปะอยู่บนพื้นหรือไง”

“ขะ…ขอ…ขอ…ขอ…ขอ…ขอ…ขอ”

“เอาล่ะ!  พอได้แล้ว  ไปเรียนได้แล้วล่ะ  ไม่เป็นไร”

ทันทีที่ผมอนุญาต  จอมฟ้าก็หันกลับพุ่งพรวดออกไปทันที  คิดว่าไต้ฝุ่นแปลกแล้วนะ  แต่เด็กคนเมื่อกี้มัน….

แปลกยิ่งกว่าแปลกอีก!!!

“คนต่อไปเชิญ”

แอ๊ด…

ประตูห้องพยาบาลเลื่อนเปิดออก  ผมก้มลงอ่านประวัติของเด็กอภิสิทธิ์คนนี้ก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าตัว  ทว่า…

“เอ่อ…ขอโทษนะนักศึกษา  ที่นี่ตรวจแต่นักศึกษาผู้ชายเท่านั้น  นักศึกษาผู้หญิงต้องไปอีกตึกหนึ่ง”

นักศึกษาสาวแสนสวย  เจ้าของดวงตาเย็นชาราวกับน้ำแข็ง  ทุกอย่างบนใบหน้าของเธออย่างเหลือเชื่อ  แม้ว่าดูจากส่วนสูงและความกว้างของบ่าแล้วจะค่อนข้างเกินมาตรฐานหญิงไทยไปหน่อยก็ตาม

“ฉันมาตรวจสุขภาพค่ะ”

“ฉันรู้  แต่ตึกของนักศึกษาหญิง… เฮ้ย!  เธอจะทำอะไรน่ะ”

ผมลุกขึ้นพลางชี้ไปทางเธอที่กำลังลงมือปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของตัวเอง  คงไม่ใช่พวกนักศึกษาสาวที่รู้ถึงใบหน้าที่แท้จริงของผมเลยเกิดความคลั่งไคล้จนคิดจะใช้ร่างกายเข้าแลกหรอกนะ!

“ฉันคือเทียร์  เด็กอภิสิทธิ์คนต่อไป”

“เทียร์เหรอ?!!!”

ผมก้มดูในใบรายชื่ออีกครั้ง  เด็กอภิสิทธิ์สองคนสุดท้ายที่ยังไม่ได้ทำการตรวจนอกจากไต้ฝุ่นแล้วก็คือนักศึกษาที่ชื่อเทียร์!

‘ใบหน้าสวยสง่าเหมาะสมกับนิสัยที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง  ชายหนุ่มผู้ได้รับฉายาว่าราชินี’

พรึ่บ…!

ทันทีที่อ่านลักษณะเฉพาะตัวของเด็กอภิสิทธิ์ที่ชื่อเทียร์คนนี้จบ  เจ้าของชื่อก็ถอดเสื้อนักศึกษาหรับผู้หญิงและกระโปรงนึกศึกษาแบบยาวคลุมถึงข้อเท้าทิ้ง  เผยให้เห็นร่างกายที่สวมเพียงบ๊อกเซอร์แค่ตัวเดียว

ไม่ใช่แค่ไต้ฝุ่น  กับจอมฟ้าเท่านั้นที่แปลก…

ไอ้หมอนี่มันแปลกกว่าตั้งเยอะไม่ใช่หรือไง!!!

บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

มาอัพแล้วจ้า  ตัวละครหลักปรากฏออกมาครบแล้ว!!! (เหลือเพียงแฟนธ่อมที่ปรากฏมาแค่ชื่อเท่านั้น)  ความวุ่นวายหลังจากคงทวีคูณเป็นสิบเป็นร้อยเท่า  เหนือสิ่งอื่นใดคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของไต้ฝุ่นต่างหาก  ถ้าอายุจริงของเขาสมควรที่จะอยู่ปีสามแล้ว  มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องลาออกจากมหาลัยที่อังกฤษเพื่อมาเรียนที่นี่ด้วย?  หนำซ้ำ…ไต้ฝุ่นเองก็เป็นหนึ่งในเด็กอภิสิทธิ์เหรอเนี่ย?!  เอาใจช่วยอาจารย์สุดหล่อคนนี้รับมือกับสามเด็กแปลกที่เป็นเด็กอภิสิทธิ์ทั้งหมดด้วยนะคะ

ความคิดเห็น