ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 37 ทะเลหวาน และ ยอดดอยร้อนรัก 100%

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 37 ทะเลหวาน และ ยอดดอยร้อนรัก 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2560 19:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 37 ทะเลหวาน และ ยอดดอยร้อนรัก 100%
แบบอักษร

HATE EFFECTS: 37

ศาลอาญา....

วันนี้เป็นวันที่ศาลนัดฟังคำพิพากษาในการตัดสินคดีความของอาญาที่วาณิริณเป็นโจทก์ยื่นฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าและการค้ามนุษย์ ภาคิณค่อยๆประคองร่างวาณิริณที่อุ้มท้องเข้าเดือนที่หกค่อยๆเดินขึ้นบันไดด้วยความระมัดระวัง&


"ไม่อยากเข้าไปข้างในเลยค่ะ รู้สึกไม่ค่อยดี" วาณิริณบอกกับสามีของเธอเบาๆ


ภาคิณจับไหล่เธอเชิงปลอบใจ "ณิริณกำลังท้องเลยกังวลเกินไป มันกำลังจะจบแล้ว...ไม่มีอะไรหรอก" แต่เดิมนิสัยของผู้หญิงก็ชอบเก็บนั่นเก็บนี่มาคิดอยู่แล้ว ยิ่งตอนท้องยิ่งกังวลไปต่างๆนาๆ แบบนี้ภาคิณศึกษามาทั้งหมดเพื่อเตรียมรับมือเอาไว้แล้วว่าเขาควรจะต้องทำยังไง


ทั้งสองเดินตามเจ้าหน้าที่เข้าไปด้านในโดยในตอนนี้คนที่จะมาทำหน้าที่และคณะลูกขุนทุกคนต่างก็เตรียมพร้อม รอเพียงคณะตุลาการและตัวนักโทษของคดีนี้เท่านั้น เวลาผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมงทุกคนจึงมากันอย่างพร้อมหน้ากันด้านในรวมถึงญาดา


ทันทีที่นักโทษได้มองเห็นภาพบาดตาบาดใจแถมวาณิริณยังสวมชุดคลุมท้องก็หวีดร้องออกมาด้วยความเจ็บแค้น "กรี๊ดดดด อีบ้านนอก แกกล้าท้องกับพี่คิณได้ยังไง ฮือๆๆ" คนที่ไม่ยอมรับความจริงทำได้แต่เพียงโยนความผิดให้คนอื่น ญาดาที่ตอนนี้ถูกจองจำด้วยโซ่ตรวนพยายามฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่เข้าไปหาคนที่เธอคิดว่าเป็นมารความสุขของตัวเอง ในตอนนี้ทั้งเกลียดและอิจฉาว่าทำไมคนที่โชคดีกลับเป็นนังบ้านนอกคอกนาคนนั้น


คนที่ควรจะได้อุ้มท้องลูกของภาคิณก็ควรจะเป็นเธอ...


ภาคิณใช้สายตาคมจ้องมองคนที่คอยคิดจะทำลายชีวิตคนอื่นและเคยเกือบจะฆ่าลูกแฝดของเขาอย่างเกลียดชัง เขาเกลียดญาดามากถึงที่สุดโดยหวังว่าหลังจากนี้ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนก็ขออย่าให้ได้พบเจอหรอได้ยินชื่อนี้อีกเป็นดี วาณิริณเขยิบแนบชิดติดกับสามีด้วยความตกใจแต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมเอาไว้ได้


และแล้วการตัดสินก็สิ้นสุดลง ศาลไม่รับอุทรณ์ของญาดาและถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต....


ผ่านไปสามวัน...


ประจวบคีรีขันธ์...


บ้านหลังใหญ่ริมทะเลยังคงสวยงามเช่นเดิม ภาคิณพาวาณิริณมาฮันนีมูนที่นี่เป็นการส่วนตัวแต่ที่พิเศษกว่านั้นคือพวกเขาไม่ได้อยู่กันตามลำพังเพียงแค่สองต่อสองอีกต่อไปแล้ว ชายหนุ่มจับมือภรรยาสาวเดินเล่นรับลมทะเลท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ

"พี่โอนเงินคืนให้ณิริณครบหมดแล้วนะ แถมดอกเบี้ยให้อีกนิดหน่อย" เขายิ้ม


"จริงๆดอกเบี้ยไม่ต้องก็ได้นี่คะ ณิริณไม่ใช่คนหน้าเลือดแบบนั้นสักหน่อย" เธอทำเสียงคล้ายกับว่างอนเขา สายตากาดมองไปที่บรรยากาศโดยรอยโดยที่มือขวายันที่เอวเพื่อพยุงท้องในเวลาเดิน "ที่นี่ยังสวยเหมือเดิมเลยนะคะ


"เกือบสองปีแล้ว...ตอนที่พี่ลักพาตัวณิริณมาที่นี่มันสวยแบบไหน ตอนนี้ทุกอยากมันก็เหมือนเดิม"


"ค่ะ... อะ โอ้ย!!"


ภาคิณตื่นตระหนกรีบเดินมาซ้อนตัวภรรยาของเขาเอาไว้ "ณิริณ!! เป็นอะไรไหม? เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล"


เธอรีบส่ายหัวปฏิเสธ "มะ ไม่เป็นไรค่ะ... ลูกแค่ดิ้นแต่แรงไปหน่อยแค่นั้นเอง" วาณิริณจับมือเขามาแตะที่หน้าท้องของเธอ


ภาคิณรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของลูกแฝดชายหญิงผ่านผิวหน้าท้องเนียนสวยนั้นก็ยิ้มมีความสุข "ดีใจที่พ่อพามาเที่ยวหรอครับ? ตัวเล็กของพ่อ"


สายลมพัดเอื่อยๆทำให้อากาศสดชื่น ทั้งสองสูดรับโอโซนอันบริสุทธิ์ท่ามกลางความสงบของท้องทะเล ความสุขจริงๆของชีวิตนั้นได้เริ่มต้นมานานแล้ว ทุกอย่างที่สร้างความทุกข์ระทมให้กับชีวิตของเขาได้มลายหายสิ้นไปและขอให้หายตลอดกาลอย่าได้วนกลับมาอีก


ตกเย็น...


แสงแดดสีแดงอมส้มสาดส่องกระทบกับผืนน้ำทะเล แสงสีทองทอประกายไปทั่วขอบฟ้าพร้อมกับอาหารมื้อเย็นสุดพิเศษราวกับเป็นคู่ข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งแต่งงานกัน ภาคิณช่วยประคองร่างวาณิริณอยู่ที่โต๊ะอาหารท่ามกลางบรรยากาศอันสวยงามในยามพลบค่ำ


"อิ่มแล้วหรอ? ลูกตั้งสองคนเลยนะณิริณ ทานอีกสิ!" ภาคิณยืดตัวไปตักอาหารใส่ลงในจานของภรรยา


วาณิริณส่ายหัวเล็กน้อย "อิ่มแล้วจริงๆค่ะ เดี๋ยวหิวแล้วค่อยทานใหม่ก็ได้" ว่าที่คุณแม่ยิ้มอบอุ่นในใจ "พี่คิณเปลี่ยนไปมาก รู้ตัวไหมคะ?"


"แล้ว...เมียพี่ชอบแบบไหนล่ะ หืม?"


หญิงสาวยิ้มเขินก่อนจะยกมือขึ้นแตะแก้มสากของสามี "ก็ต้องแบบนี้สิคะ แรกๆก็คิดว่ายังไงก็ไปกันไม่รอด แต่ตอนนี้...ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ"


เขาจับมือแล้วกุมเอาไว้หลวมๆก่อนจะจูบเบาๆที่หลังมือขาวนั้นสองสามที "พี่รู้ ก่อนหน้านี้ณิริณเกลียดพี่มาก เพราะกลัวถึงได้ยอมให้พี่ได้เอาแต่ใจ แต่หลายๆอย่าง หลายๆสิ่งที่ทำให้ได้คิดว่าทำไมบางทีพี่ถึงได้ใจร้ายกับณิริณมากซะจนอาจจะไม่มีวันนี้ก็ได้ ยิ่งตอนที่ณิริณนอนโคม่าอยู่ในไอซียูและหมอก็บอกว่าในท้องของณิริณมีลูกของเราอยู่ด้วยยิ่งทำให้พี่กลัว กลัวว่าทั้งแม่และลูกจะพากันหนีไปซะก่อน พี่เลยอยากจะเปลี่ยนให้ระหว่างมันดีขึ้นกว่าเดิมที่ไม่ต้องเห็นณิริณต้องร้องไห้อีกแล้ว หื้ม...การเอาชนะใจณิริณมันยากซะยิ่งกว่าหาเงินร้อยล้านมาใช้หนี้ซะอีก"


"คิกๆ เปรียบเทียบซะโอเวอร์เชียว ทำได้แล้วนี่ไงคะ...ถ้าณิริณจะถามเกี่ยว เอ่อ ญาดาได้ไหมคะ?"


"ได้สิครับ" วาณิริณขยับตัวเลื่อนเข้าไปนั่งใกล้ๆเขา ภาคิณลูบผมเธอแล้วยิ้มก่อนจะเล่าทุกอย่างโดยละเอียด "ตอนที่พี่ไม่มีเงิน หาหนทานกลับบ้านไม่ได้ ก่อนหน้าที่จะเจอณิริณพี่ได้พยายามติดต่อญาดา แต่แล้วก็เจอเลยไปขอความช่วยเหลือ...แต่กลับถูกสาดน้ำไล่อย่างหมา ตอนนั้นญาดาคงคิดว่าพี่ตายไปแล้วเลยหาควงพวกไฮท์โซกระเป๋าหนัก พี่โดนด่าว่าไอ้ขอทานโสโครกแถมยังเอาเศษเหรียญบาทปาใส่หน้าพี่ นี่คงเพียงพอที่จะทำให้พี่ตัดขาดจากผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้นที่ต่อหน้าทำตัวเป็นคนแสนดี แต่สวรรค์ก็ยังเมตตา...พาพี่ไปเจอกับณิริณหลังจากเหจุการณ์นั้น"


หญิงสาวซบลงที่ไหล่กว้าง "ใจคนเรายากแท้หยั่งถึงค่ะ บางคนอาจจะไมาได้เลวร้ายแบบที่เห็นและบางคนก็อาจจะไม่ได้แสนดีอย่างที่เขาแสดง ผลกรรมได้ตามมาทันแล้ว...ใครทำอะไรเอาไว้ก็ต้องชดใช้กันไป"


"นั่นสิ! เฮ่อ...ไม่รู้ว่าคู่นั้นจะไปถึงยอดดอยกันหรือยัง? คงไม่ทะเลาะกันกลางทางจนการเดินทางล่มหรอกนะ" ภาคิณฉุกคิดถึงภากรที่แยกตัวไปพักผ่อนทางเชียงใหม่พร้อมกับวาณิชาขึ้นมาได้


"คงไม่หรอกค่ะ เห็นตามใจกันดีจะตายไป" วาณิริณเอ่ยพลางหัวเราะไปด้วย สายลมเอื่อยๆพัดกระทบผิงกายทำให้รู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัว "กลับเข้าบ้านกันดีกว่าค่ะ ลมเริ่มแรงขึ้นแล้ว"


ภาคิณพยักหน้าแล้วช่งยพยุงร่างของภรรยาชึ้นมา มือหนาลูบที่หน้าท้องกลมอีกครั้ง "อย่าดิ้นแรงนะครับตัวเล็กทั้งสองของพ่อ เดี๋ยวแม่เขาจะไม่สบายเอานะ"


สองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กลับเข้าไปยังบ้านหลังใหญ่แถมหาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาพูดคุยกันตลอดทาง ภาคิณให้คนจัดห้องนอนไว้ด้านล่างเนื่องจากเกรงว่าหากขึ้นลงบันไดวาณิริณอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ กันไว้ก่อนดีกว่ามาแก้ทีหลัง...เพราะตั้งแต่ที่รู้ว่าภรรยาของเขากำลังตั้งครรภ์ก็ไม่พลาดที่จะดูแลเธอและลูกน้อยทั้งสองในท้องให้ดี และดีมากที่สุด


######


จุดกางเต้นท์ ขุนช่างเคี่ยน จ.เชียงใหม่...


วาณิชานอนขลุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนาท่ามกลางสภาพอากาศอันหนาวเย็นของภาคเหนือ เดินทางมาก็เหนื่อยแล้วยังจะมาโดนว่าที่สามีรังแกเอาเกือบครึ่งคืน ไม่เกรงใจเจ้าป่าเจ้าเขาเสียเลย 


ภากรออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกในตอนเช้ามืด สายหมอกจางๆกับแสงแรกของวันกำลังจะโผล่มาทักทายยามเช้าจึงรีบกลับเข้าเต้นท์อีกครั้งเพราะไม่อยากให้สาวน้อยพลาดบรรยากาศดีๆ "ตัวเล็กจ๋า ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันเถอะ"


"งื้อออ ณิชาเหนื่อย" เสียงอู้อี้พร่ำบอกคล้ายรำคาญ


"เฮ่อ...อุส่าห์ปลุกให้มาดูดินแดนสีชมพูด้วยแท้ๆ ณิชา...พลาดแล้วอย่ามาว่าพี่นะ"


ได้ผล...วาณิชาลืมตาตื่นขึ้นในทันที เธอสวมเสื้อผ้าพร้อมเครื่องกันความหนาวเสร็จสรรพก็เดินตามภากรออกมาด้วยสภาพงัวเงีย แต่ทันทีที่สายตาได้เห็นภาพตามที่วาดหวังเอาไว้ก็ตาโตด้วยความตื่นเต้น สถานที่ทีาเธออยากจะมาตั้งแต่เด็กวันนี้มันช่างสวยงามสมคำร่ำลือ แสงแดดอ่อนๆกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยดอกนางพญาเสือโคร่งทำให้พื้นที่นี้มีแต่ความสดชื่นและสวยงาม


"สวยจังเลย" เธอหันไปยิ้มให้กับภากรพร่อมกับใช้มือกอบกุมดอกซากุระเมืองไทยขึ้นมาชื่นชม "พี่กรดูสิ เหมืนอยู่ญี่ปุ่นเลยเนอะ"


"ชอบที่นี่หรอ?" ภากรถามยิ้มๆ


วาณิชาพยักหน้า "ณิชาอยากมาตั้งนานแล้ว ได้ดูแต่ในรูป...ของจริงสวยกว่าอีก"


"เด็กน้อยของพี่สวยกว่าอีก" ร่างสูงสวมกแดเมียเด็กจากด้านหลัง สายตาจ้องมองไปยังดวงอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าช้าๆ "หลังแต่งงานแล้ว พี่ขอสักแฝดสี่แฝดห้าได้ไหม?"


"หะ!? มดลูกณิชาพังกันพอดี ไม่เอาล่ะ...จำนวนลูกขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของพี่กร" สาวน้อยทำน้ำเสียงทีเล่นทีจริง "ถ้าจัยได้ว่าเจ้าชู้นะ จะจับเฉือนวันละครึ่งเซ็นเลย คอยดู!"


"มะ แหม! เมียพี่ดีดอย่างม้าแบบนี้ใครจะไปกล้าล่ะจ๊ะ แค่ควายตัวเมียพี่ยังไม่กล้ามองเลย ฟอด!"


"คิๆ พอแล้ว! ณิชาหิวแล้วค่ะ เราทำอะไรทานกันเถอะ"


ภากรรับอาสาหาฟืน ก่อไฟเพื่อหุงหาอาหารในยามเช้า เมื่อก่อนถูกฝึกมากลางดินกลางทรายจึงไม่ใช่เรื่องยากที่ชายหนุ่มจะจัดการทุกอย่างได้ด้วยความคล่องแคล่ว วาณิชานำวัตถุดิบที่เตรียมมาและช่วยกะนทำอาหาร เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขกับบรรยากาศในความเป็นส่วนตัวแบบนี้หาแทบไม่มี ครั้งนี้ทั้งสองจึงต้องเก็บเกี่ยวกลับไปให้ได้มากที่สุด แม้จะทุลักทุเลไปบ้างแต่มื้อเช้าของทั้งสองก็ผ่านไปได้ด้วยดี


หลังจากทานมื้อเช้าก็ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น วันนี่มีแพลนจะพายัยเมียตัวแสบเที่ยวชมไปรอบๆดอยแห่งนี้ กล้องพร้อม เมโมรี่ส์ก็พร้อม คนถ่ายยิ่งพร้อมที่จะบันทึกภาพแห่งความทรงจำว่าครั้งหนึ่งทั้งสองได้เคยมีความสุขกันที่นี่


หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการพาเมียเด็กไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ แม้ว่าจะรู้สึกอ่อนล้าจากการเดินทางมากขนาดไหนแต่พอได้เห็นรอยยิ้มของยัยตัวแสบกลับหายเป็นปลิดทิ้งไปเสียดื้อๆ


ในระหว่างที่นั่งอยู่ที่จุดชมวิว ในที่ตรงนั้นมีกลุ่มนักท่องเที่ยวมากมายมารวมตัวกันเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนจะสดชื่นและหนาวเย็น


"พี่กรช่วยเลือกหน่อยสิ จะเอารูปไหนอัพลงไอจีดีล่ะ?" วาณิชาส่งโทรศัพท์ให้เขาเลือกรูปที่ใช้โพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ


ภากรยิ้ม "ลงทุกรูปเลยสิ เน้นรูป 'ผัว' เยอะๆ" คำว่าผัวนั้นลงเสียงหนักเป็นพิเศษ สาวน้อยตีไหล่ขวาของเขาแล้วจึงเลือกรูปโพสต์ลงเอง


วาณิชากวาดสายตามองไปรอบๆพื้นที่ "ตรงนั้นมีนมอุ่นขายด้วย เดี๋ยวณิชาไปซื้อให้นะ"


"คร้าบบ" เขาตอบกลับก่อนที่นัยเมียตัวแสบจะแยกตัวออกไป ภากรเริ่มคิดว่าดีเหมือนกันที่ได้มาพักผ่อนแบบนี้บ้าง ตั้งแต่เกิดเรื่องอะไรหลายๆอย่างเขาแทบจะไม่ได้พักเลย


"ขอโทษนะคะ ตรงนี้มีคนนั่งไหมคะ?" ภากรหันไปหาเจ้าของเสียง เธอเป็นกลุ่มสาวสวยสี่คนที่ดูเหมือนจะเพิ่งเดินทางมาถึง


"ถ้าตรงนี้ยังไม่มีครับ แต่ข้างผมน่ะมีแล้ว" ภากรตอบกลับพวกเธอจึงจับจองที่นั่งกันทันที


หนึ่งในหญิงสาวเขยิบมาใกล้ๆเขา "หน้าคุ้นๆจังเลยนะคะ ใช่คุณภากรที่มีข่าวว่าจะแต่งงานหรือเปล่า?"


ภากรพยักหน้า "ใช่ครับ"


"แหม เสียดายจังเลยนะคะ น่าอิจฉาว่าที่เจ้าสาว" ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเพียงแต่ยิ้มตอบกลับไปเท่านั้น "อยากเห็นหน้าจังเลยนะคะว่าใครกันที่เก่ง กำราบคาสโนว่าตัวพ่อได้อยู่มือ"


"ไม่ขนาดนั้นหรอกนะครับ" ภากรเริ่มรู้สึกรำคาญจึงเขยิบหนี


แต่สี่สาวก็ตามมาใกล้ๆอยู่ดี "แล้วนี่มาเที่ยวกับใครหรอคะ?"


"มากับ 'เมีย' ค่ะ และ 'เมีย' ก็สวยมากๆด้วย" คราวซวยเริ่มวิ่งเข้ามาหาเมื่อวาณิชากลับมา ยัยตัวแสบถือนมอุ่นสองแก้วเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างภากรกับกลุ่มหญิงสาว เธอใช้สะโพกกระแทกคนที่พยายามแทะโลมว่าที่เจ้าบ่าวของเธอจนร่วงออกจากเก้าอี้


"เด็กอะไรไม่มีมารยาท เห็นไหมผู้ใหญ่เขาคุยกันอยู่" เธอคนนั้นปัดทำความสะอาดตัวเองแล้วตวาดใส่วาณิชาทันที


"ขอโทษทีค่ะ..พอดีว่าหน้าตาอ่อนกว่าอายุจริงไปเยอะ อ่อ...เวลาคุยกับคนที่เขามีเจ้าของแล้วหรือคนไม่รู้จัก คุยแบบปกก็ควรจะรักษาระยะห่างเอาไว้เยอะๆหน่อยสิคะ" วาณิชาคล้องแขนภากรเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ มือเล็กยื่นแก้วนมสดที่ซื้อมาส่งให้ "นมสดจาก'เต้า'แท้ๆ ที่ไม่ใช่'เต้า'เทียมที่พี่กรชอบ อ่อ...ไม่ใส่สตรอว์เบอรี่ด้วยนะ ปลอดภัยไร้สิ่งแปลกปลอม" สายตามองจิกว่าที่เจ้าบ่าวอยากจะอาละวาดเสียจริงๆ ภากรเห็นดังนั้นก็เสียวสันหลังวาบพยายามส่ายหัวปฏิเสธไม่ได้เชิญชวน พวกหล่อนนั้นมาเอง... 


"พอเถอะมึง ไปหาดูคนอื่นดีกว่า" หนึ่งในเพื่อนของหญิงสาวพูดเตือน เพราะดูจากท่าทางของวาณิชาแล้วคงจะแสบใช่ย่อย "เชื่อกูเหอะ หล่อๆพร้อมเป็นเหยื่อให้มึงเก็บคะแนนยังมีอีกเยอะ"


สาวน้อยหันควับทันทีที่ได้ยิน "สวยซะเปล่า ที่แท้ก็พวก..."


พรึบๆ !!


ไม่ทันที่จะพูดจบพวกนั้นก็รีบพากันเดินหนีออกไปอีกทาง วาณิชาหันกลับมาอีกครั้งพร้อมกับรัวกำปั้นน้อยๆเข้าที่ตัวของร่างสูง


"โอ้ย! ณิชา!! พี่เจ็บ"


"เผลอเป็นไม่ได้เลย ทำไมไม่ไล่ยัยพวกนั้นไปให้ไกลๆหะ?"


"ใครจะไปรู้ล่ะ ก็เห็นถามหาที่นั่งก็เลยเขยิบให้" ภากรอธิบาย "ไม่เอานะตัวเล็ก มาเที่ยวทั้งทีไม่อารมณ์เสียนะ"


"ฮึ่ย! เจอแบบนี้ใครจะไปอารมณ์ดี เสียบรรยากาศหมดเลย" ยัยตัวแสบยู่หน้าลงทำงอนใส่เขา


ฟอด !!


ภากรหอมแก้มเมียเด็กแล้วหัวเราะเบาๆ "ขี้หึงเหมือนกันนะเราเนี่ย"


"ชิส์~"


"สงสัยกลับไปที่เต้นท์แล้ว คืนนี้ท่าจะได้ง้อกันยาว"


ตากลมโตเบิกกว้างพลันพูดติดๆขัดๆ "มะ ไม่ให้ง้อ คืนนี้นอนคนเดียวไปเลย ณิชาจะไปนอนบนรถ อื้ออ พี่กร!! อายคนอื่นเขา"


"หึๆ อย่าติดว่าจะรอด"


วี้ดดด !!


พอเล่นไล่จับกันได้ไม่นานฟ้าก็มืดลง บรรยากาศบนดอยนั้นหนาวเย็นจับใจด้วย หมอกจางๆปกคลุมไปทั่วบริเวณแต่กลับมีเพียงหนึ่งเต็นท์ในนั้นที่ร้อนระอุไปด้วยไฟสวาทสุมทรวง ภากรและวาณิชาเสร็จภารกิจรักไปหลายต่อหลายรอบจนอ่อนเพลียไปตามๆกัน


"อาาา ณิชาจ๋า ซี้ดด" ภากรสูดปากเบาๆเมื่ออาวุธประจำกายถูกครอบครองโดยยัยตัวแสบ โพรงปากเล็กอ้ากว้างดูดกลืนแท่งใหญ่เสียงดังหยาบโลน "อื้มมม พี่ อาส์ พี่จะแตกแล้ว อื้อิอ"


จุ๊บๆ จ๊วบบบ 


"อึก อื้อ" มือหนาจับเธอแล้วเด้งสะโพกสวนขึ้นไป วาณิชาเริ่มหายใจไม่ออกเพราะของเขามันเข้าไปในปากลึกเกินไป


 "เมียเด็กของพี่....อาส์....ดีจัง...อาส์"


จุ๊บๆ ออค!


"อึก...อาส์ ณิ ฌิชา" ร่างหนากระตุกแช่กายอยู่ในปากเล็กปลดปล่ยิอกมาทุกหยาดหยด วาณิชาใบหน้าเหยเกทำเสียงออคๆอยากจะอาเจียนจนเขาตกใจรีบถอนลำกาย "คายออกมาสิเด็กดี!"


"อื้อ อึกๆ" ไม่ทันเสียแล้วเพราะความพะอืดพะอมก็เผลอกลืนลูกน้อยๆของภากรไปจนหมดปาก "แค่กๆ เหม็นคาวอ่ะ ณิชาไม่เอาแบบนี้อีกแล้วนะ อี้ แหวะ!"


"ครับ คร้าบบ มามะเด็กดีของพี่" สองแขนอ้ากว้างรับเมียเด็กมาไว้ในอ้อมกอด ทั้งสองล้มตัวลงนอนใต้ผ้าห่มผืนหนาในเต็นท์กว้าง ปลายจมูกสูดดมกลิ่นผมนุ่มจากนั้นก็จรดริมฝีปากบนหน้าผากมน "ชื่นใจจัง"


"พี่กร อยากมีลูกแฝดจริงๆหรอ?" เสียงหวานถามเขาเพราะความอยากรู้


ภากรหัวเราะเบาๆ "แค่อิจฉาไอ้คิณมันเฉยๆ ไม่จำเป็นต้องแฝดหรอก...แค่ณิชาอุ้มให้สักสองคนก่อนพี่อายุสี่สิบก็พอ"


"แล้วถ้าณิชาอ้วนขึ้น ไม่สวยล่ะ พี่กรจะทิ้งณิชาไปหาคนอื่นไหม?" วาณิชาเงยหน้าถามอีกครั้ง เธอเป็นกังวลในเรื่องนี้มากเพราะเห็นหลายๆคู่ที่พอเริ่มมีลูกก็มักจะเกิดการนอกใจกัน


สาวน้อยไม่อยากมีสภาวะเมียหลวงเมียน้อยในชีวิต....


ภากรลูบใบหน้าเนียนของเธอแล้วส่งยิ้มให้ "ไม่อ้วนหรอก ดูอย่างณิริณสิ...ท้องหลานแฝดแล้วยังตัวนิดเดียงอยู่ ตอนนี้มีคอร์สโยคะกับออกกำลังกายสำหรับคนท้องนะ แต่ถ้าณิชาอ้วนจริงๆ พี่ก็จะอ้วนตามไปด้วย โอเคไหม!?"


"สัญญาแล้วนะ" วาณิชาคลี่ยิ้มออกด้วยความสุข ภากรพยักหน้าให้คำตอบ "จุ๊บ รักพี่กรที่สุดเลย"


"หึๆ พี่ก็รักณิชาที่สุดเหมือนกัน"


ค่ำคืนหลังจากสิ่งร้ายๆนั้นมีแต่ความสุข ความสนุกและเสียงหัวเราะ คู่รักมีแต่ความเข้าใจซึ่งกันและกัน คู่หนึ่งกำลังจะมีพยานรักมาถึงสองคนในเวลาเดียว ส่วนอีกคู่ก็กำลังจะลั่นระฆังวิวาห์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ช่างเป็นช่วงเวลามีแต่เรื่องมงคลเสียจริงๆ


สามเดือนผ่านไป...


หนึ่งวันก่อนงานแต่งงาน...


บ้านรัตนโยธิน...


วาณิริณอุ้มท้องลูกแฝดเก้าเดือนออกมาจัดเตรียมพื้นที่ด้วยตัวเองตั้งแต่เช้ามืด เพื่อวันสำตัญของน้องสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวของเธอทุกอย่างจะต้องออกมาดูดีที่สุด มือเล็กจัดจีบผ้าสีฟ้าสลับขาวผูกกันเป็นโบว์อย่างประณีต ตกแต่งด้วยริบบิ้นหลากสีและป้ายโฟมชื่อของบ่าวสาว


ทุกอย่างนั้นดูลงตัวแบบหาที่ติไม่ได้


"ตายแล้วณิริณ! มาทำอะไรตรงนี้ลูก...ท้องแก่ใกล้คลอดแล้วยืนนานๆไม่ดีนะ" ลำเพยถือผ้าที่จะใช้ตกแต่งออกมาพร้อมกับนาตยาก็ต้องรีบร้องห้ามลูกสาวของเธอ "มาๆนั่งตรงนี้ ที่เหลือปล่อยให้คนงานเขาทำไป"


วาณิริณยิ้ม "วันสำคัญของณิชาทั้งที เลยอยากจะทำเองซะมากกว่าค่ะ" หญิงสาวส่งริบบิ้นที่เธอประดิษฐ์เสร็จแล้วส่งให้คนงานที่มาช่วยจัดสถานที่ "แล้วว่าที่บ่าวสาวล่ะคะ ณิริณไม่เห็นตั้งแต่เช้าแล้ว"


"ออกไปเอาชุดกันจ้ะ แม่ว่าณิริณหยุดพักเฉยๆดีกว่านะลูก เดี๋ยวคิณจะมาอาละวาดใส่แม่เอา ก็น่าจะรู้ว่าพี่เขาห่วงณิริณอย่างกับอะไรดี" นาตยาเองก็อดที่จะตำหนิไม่ได้ ลูกสะใภ้เธอคนนี้ขนาดท้องแก่แล้วยังไม่ยอมพักทั้งเรื่องงานและเรื่องที่บ้าน จัดการเองเสียแทบจะทั้งหมด


"พี่คิณออกไปประชุมตั้งแต่เช้าแล้วไม่มีทางรู้หรอกค่ะถ้าไม่มีใครบอก คิกๆ เจ้าสาวทำหน้าบูดมาโน่นแล้วค่ะ" วาณิริณชี้ไปที่โรงจอดรถให้สองแม่ได่เห็น


วาณิชาเดินหน้างอเง้าถือชุดเจ้าสาวลงจากรถมาไม่คุยกับภากรสักคำ เพราะก่อนหน้าเธอโดนเขาดุเรื่องที่พอร์ชโทรมาถามถึงการแต่งงานของเธอและภากร ชายหนุ่มเองไม่ค่อยจะชอบใจนักเลยมีปากเสียงกันเล็กน้อยด้วยความหึงหวง


"พี่กรบ้า!!"


"เอ้า! พี่ไม่อยากให้มันมา ณิชสก็น่าจะรู้ว่าไอ้พอร์ชมันรู้สคกยังไง"


"ก็เพื่อนกันทำไมจะให้มาไม่ได้ พี่กรน่ะงี่เง่าสุดๆ"


"ตายแล้วๆคู่นี้ จะแต่งงานกันอยู่แล้วยังจะทะเลาะกันอีก" นาตยายกมือห้ามทัพทั้งสองคน "จะไปกันรอดไหมคะ? คุณลำเพย"


"นั่นสิคะ มีอะไรก็พูดกันดีๆสิณิชา" ลำเพยเองก็อ่อนใจอยู่ไม่น้อย


"ก็ณิชาชวนพอร์ชมางานค่ะ แต่พี่กรไม่ยอม...หึงไม่เข้าเรื่อง ทีตัวเองยังยกพวกการตลาดมาทั้งแผนกได้เลย" สาวน้อยนั่งลงข้างๆพี่สาว "พี่ณิริณออกมาจัดเวทีอีกแล้วใช่ไหมคะ? ทำไมดื้อแบบนี้คะ!!"


"พี่แค่อยากจะทำให้น้องสาวพี่เฉยๆ วันแต่งงานของณิชาทั้งทีก็ต้องดีที่สุดสิ" วาณิริณลูบผมน้องสาวด้วยความเอ็นดู สายตาเธอหันไปทางภากร "พี่กรคะ อะไรมันก็ไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกของณิชาที่มีให้พี่กรไม่ใช่หรอคะ? ณิริณไม่ขออะไรมากเพียงแค่...พี่กรเชื่อใจและไว้ใจณิชาก็พอ"


ภากรวางสิ่งของลงบนโต๊ะ "พี่ยอมรับว่าชอบหึงณิชากับชอบเวลาที่โดนเมียด่า ฮ่าๆ ไม่ต้องกลัวหรอกนะ พี่จะไม่ทำให้ใครๆผิดหวังแน่นอน"


"ขอบคุณนะคะแม่ คุณป้า แล้วก็.. ฟอด รักพี่ณิริณที่สุดเลยค่ะ" วาณิชาลืมความขุ่นเคืองเมื่อสักครู่ไปจดหมดสิ้น ยืดตัวหอมแก้มและกอดพี่สาวของเธอด้วยความรัก


นาตยาและลำเพยก็พลอยมีความสุขไปด้วย  "เรียกแม่ได้แล้วนะจ๊ะหนูณิชา อย่าลืมสิว่าหนูก็เป็นลูกสัใภ้ของแม่แล้วนะ คิกๆ"


"ค่ะ คุณแม่!!"


พระท่านว่าคนเราถ้าไม่เคยคิดร้ายกับใคร ต่อให้โชคชะตาจะเลวร้ายแค่ไหนก็มักจะเจอเรื่องดีๆตามมาเสมอ วาณิริณเองเพิ่งจะได้เห็นตามคำกล่าวนั้นก็วันนี้ วันที่ครอบครัวของเธอและคนที่เธอรักทุกคนมีแต่รอยยิ้ม มีความสุขกับชีวิตที่มี ไม่ต้องไปพัวพันกับเรื่องร้ายใดๆอีกต่อไป

_______________100%__________________

อีก 3 ตอนจะจบแว้วววววว ฮือออ

ไรท์มีเรื่องสารภาพว่านิยายเรื่องนี้ที่เอามาลงเว็บนั้นไรท์ตัดตอนเนื้อหาไปเยอะมาก จริงๆช่วงแรกๆอิพี่คิณมันเถื่อนกว่านี้และณิริณก็ถูกกระทำให้เจ็บช้ำมากกว่าที่ได้อ่านกัน แหะๆไรม์ขอใส่เนื้อหาเต็มๆแค่ใน E-Book ทั้งหมดนะคะ 

จบแล้วจะลงตอนพิเศษให้ 2 ตอน จาก 6 ตอนนะคะ และจะไม่ลบไม่ติดเหรียญเรื่องนี้ค่ะ จะปล่อยไง้เผื่อใครอยากจะกลับมาอ่านซ้ำอีก

😍

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น