อ๊อบซอ
facebook-icon Twitter-icon

ขอขอบคุณหลีดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ขอบคุณทุกยอดวิว ทุกติดตาม ทุกคอมเม้น ทุกไลค์ และยอดสนันสนุน มันคือกำลังใจที่ทำให้ไรท์เขียนนิยายให้ทุกคนได้อ่านกัน ไรท์ยังเป็นมือใหม่อยู่ ติชมกันได้ ไรท์จะนำไปแก้ไขให้ดีขึ้น ฝากนิยายของ "อ๊อบซอ" ด้วยนะคะ //โค้งคำนับ

​Bad brother :: ตอนที่ 9

ชื่อตอน : ​Bad brother :: ตอนที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 48.4k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2562 03:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​Bad brother :: ตอนที่ 9
แบบอักษร

Bad brother แอบรักร้าย ผู้ชายต้องห้าม 

ตอนที่ 9 

 

วันนี้เมฆตื่นนอนในช่วงสายของวันเพราะเขาไม่ได้ไปไหน และไม่ได้เข้าบริษัท เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเมฆจึงลงไปที่ห้องนั่งเล่น เขาเจอสุดาและวิรุธที่นั่งอยู่เพียงสองคน คุณหญิงสุดากำลังถักไหมพรหม ส่วนวิรุธเหมือนจะกำลังเช็คข่าวสารบ้านเมืองประจำวันอย่างที่ชอบทำประจำอยู่ เมฆจึงเดินไปนั่งข้างๆ ผู้เป็นแม่ 

“แม่ถักอะไรอยู่ครับ” เมฆมองสิ่งที่อยู่ในมือคุณหญิงสุดาก่อนถามขึ้นอย่างสงสัย 

“แม่ถักผ้าพันคอจ้ะ เมฆตื่นนานแล้วเหรอ แล้วไม่เข้าบริษัทเหรอวันนี้” คุณหญิงสุดาถาม ตายังมองไหมพรหมในมืออยู่ เมื่อเช้าเธอไม่เห็นลูกชายคนโตลงมาทานอาหารเหมือนอย่างทุกวัน เพราะเห็นว่าโตแล้วรับผิดชอบหน้าที่ตนเองได้จึงไม่ได้ให้ใครไปเรียกหรือรบกวน จึงทานอาหารกันแค่สามคน สุดา วิรุธ และอิงฟ้า ที่ไม่กี่วันมานี้ลูกชายคนเล็กของบ้านมักจะเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยร่าเริงเหมือนอย่างเมื่อก่อน สุดาและวิรุธเองยังไม่มีโอกาสได้ถาม เพียงแต่เฝ้าสังเกตอยู่ห่างๆ เท่านั้น 

“ผมเพิ่งตื่นน่ะครับ เมื่อคืนเคลียร์งานดึกเลยตื่นสายไปหน่อย” เมฆตอบผู้เป็นแม่ ในขณะนั้นอิงฟ้าเดินลงจากบันไดมาพอดี ทั้งสองสบตากันแต่เพียงไม่นานอิงฟ้าก็หันมองไปทางอื่นทำเหมือนไม่เห็นเมฆ เมฆขัดใจหน่อยๆ ที่เห็นท่าทีแบบนั้นของอิงฟ้า หลังจากวันนั้นที่เขากับอิงฟ้าทะเลาะกันที่สวนหน้าบ้าน อิงฟ้าก็มักจะหลบหน้าเมฆอยู่ตลอด ไม่พูดกับเขาทั้งที่ปกติพูดกันก็แทบจะนับคำได้มันทำให้เขาขัดใจ มีบางครั้งเมฆพยายามจะเคลียร์เรื่องวันนั้น เขาคิดจะเอ่ยคำขอโทษเพราะเมฆได้ไปถามความจริงจากชัดมาแล้ว และมาคิดๆ ดูเขาเองก็ผิดเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่เมฆเองก็ยังหาสาเหตุมาตอบตัวเองกับเหตุการณ์วันนั้นไม่ได้ แต่อิงฟ้าก็หลบหน้าเขามาโดยตลอด เหมือนครั้งนี้จะโกรธเขาจริงจังหรืออาจจะแค่เรียกร้องความสนใจ 

//จะโกรธไปได้สักกี่น้ำกัน// เมฆคิดอย่างนั้น 

“อิงฟ้าลูก จดเสร็จรึยังจ๊ะว่าจะซื้ออะไรบ้าง” คุณหญิงสุดาถามอิงฟ้า ก่อนหน้านี้อิงฟ้ามาขออนุญาตออกไปซื้อชุดนักศึกษา และของใช้บางส่วนที่ใช้ในการเรียน เพราะอีกไม่กี่เดือนอิงฟ้าจะขึ้นมหาลัยปี 1 แล้ว จึงต้องเตรียมตัวเรื่องเครื่องแต่งกายต่างๆ และของใช้บางอย่างไว้แต่เนิ่นๆ  

“เสร็จแล้วครับ งั้นผมไปแล้วนะครับ” อิงฟ้าพูดขอตัวเพราะอยากออกไปจากตรงนี้เร็วๆ  

“แล้วลูกจะไปยังไงล่ะ” วิรุธถามขึ้น 

“คงนั่งแท็กซี่ไปละมั้งครับ ผมไม่อยากรบกวนลุงวิเชียร เห็นแกบอกว่าไม่ค่อยสบาย” อิงฟ้าบอก 

“ไปไหนกันเหรอครับ” หลังจากที่เงียบฟังเหตุการณ์อยู่นาน เมฆจึงถามขึ้น 

“น้องจะไปห้างน่ะลูก ไปซื้อของเตรียมรายงานตัว” คุณหญิงสุดาเป็นคนตอบคำถามเมฆ 

“อ่อ งั้นเหรอครับ” เมฆหันไปมองหน้าอิงฟ้าที่หันมองไปทางอื่น 

“เออ เมฆไม่ได้ไปไหนใช่ไหมลูก พาน้องไปซื้อของหน่อยสิ น้องจะได้มีเพื่อนด้วย” วิรุธนึกขึ้นได้ว่าเมฆไม่ได้ไปไหน จึงเอ่ยบอกให้เป็นคนพาอิงฟ้าไป คงดีกว่าให้อิงฟ้าไปคนเดียว ไหนจะถือของเยอะแยะอีก 

“ก็ดีนะคะคุณ ว่าไงลูกพาน้องไปได้ไหม” คุณหญิงสุดาช่วยพูดอีกแรง เมฆเมื่อได้ยินอย่างนั้นจึงมองอิงฟ้าที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เห็นแล้วน่าขำ 

“เอ่อ ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ผมเกรงใจ” อิงฟ้าพยายามปฏิเสธ เขาไม่ต้องการไปกับเมฆสองต่อสองแค่นี้ก็อึดอัดจะแย่จนแทบไม่อยากมองหน้า 

“ได้สิครับ ไม่มีปัญหา นายรอฉันเปลี่ยนเสื้อแป๊บนึง อย่าเพิ่งไปไหน” เมฆตอบพ่อกับแม่ก่อนหันไปบอกอิงฟ้าให้รอเขา แล้วรีบเดินขึ้นห้องไปเปลี่ยนชุด เมฆยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ เพราะเขารู้ว่าอิงฟ้าไม่ต้องการไปกับเขาถึงได้ทำหน้าพะอืดพะอมขนาดนั้นตอนเขาตอบตกลงไป 

“อ่ะ เอ่อ แต่ผมว่า….” อิงฟ้ายังคงพยายามพูดปฏิเสธ 

“ให้พี่เขาพาไปแหละดีแล้วลูก แม่กับพ่อจะได้สบายใจ มานั่งรอพี่เขาก่อนนี่มา” คุณหญิงสุดาตบที่นั่งว่างข้างๆ เป็นเชิงให้มานั่ง อิงฟ้าทำอะไรไม่ได้เลยได้แต่เดินไปนั่งที่โซฟารอเมฆอย่างเงียบๆ  

 

(10 นาทีผ่านไป)  

“ไป ฉันเสร็จแล้ว” ผ่านไปสิบนาทีเมฆจึงเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านด้วยชุดใหม่ที่ดูดีแต่ยังคงความเรียบง่าย เขาพูดสั้นๆ เป็นเชิงให้ไปได้แล้ว อิงฟ้ารีบเดินตามเมฆไปขึ้นรถ เมฆขับออกมาจากบ้าน ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันเลย อิงฟ้ามองนอกกระจกรถตลอดเวลา เพราะไม่อยากมองหน้าเมฆเพราะเขายังเคืองเรื่องวันนั้นอยู่ แต่มันก็ไม่ได้มากเหมือนเช่นวันนั้นแล้ว อิงฟ้าเองก็ตกใจที่โมโหจนตบหน้าเมฆไปแบบนั้น เขาพอรู้ว่าเมฆพยายามจะพูดง้อแต่ขอเล่นตัวอีกนิดเถอะ น่าหมั่นไส้คนอะไรไม่มีเหตุผล เมฆเองขับรถเรื่อยๆ ไม่ได้เร่งรีบอะไรทั้งที่ถนนโล่ง จนรถติดไฟแดงเมฆจึงหันมาพูดกับอิงฟ้า 

“ยังโกรธกูอยู่รึไง ตบไปวันนั้นก็น่าจะเจ๊ากันแล้วนะ” เมฆพูดมองหน้าอิงฟ้าด้านข้าง 

“ผมไม่ได้โกรธ” อิงฟ้าตอบเสียงนิ่งๆ ไม่ได้หันมองเมฆ 

“หึ อย่างงั้นเหรอ งั้นก็….” เมฆพูดลากเสียง ชะโงกหน้าเข้าไปใกล้อิงฟ้า จนอิงฟ้าต้องเบียดตัวลีบเข้ากับประตูรถเพราะหนีไปไหนไม่ได้ 

“ถอยออกไปห่างๆ นะ คุณจะทำอะไร” อิงฟ้าเอามือดันอกเมฆ ให้ถอยออกไปห่างๆ ตน แต่แรงเท่ามด จะสู้อะไรกับแรงของเมฆได้ 

“ทำอะไรน่ะเหรอ ก็จะดูหน้าคนที่บอกว่าไม่ได้โกรธไง” เมฆยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งพูดเมฆยิ่งเบียดตัวเข้าใกล้อิงฟ้ามากขึ้น 

“ไม่โกรธก็ไม่โกรธไง จะดูทำไม ถอยไปห่างๆ ผมนะคุณเมฆ” เมื่อผลักอกไม่สำเร็จอิงฟ้าจึงหันไปดันหน้าของเมฆออกห่างแทน 

“ถ้าไม่โกรธก็ต้องหันมามองหน้าก่อน ไม่หันกูจูบจริงๆ นะ” เมฆพูดขู่ 

“คุณจะบ้าเหรอ! จะไฟเขียวแล้ว” อิงฟ้าเหลือบตามองเลขจราจรที่น้อยลงเรื่อยๆ จนเกือบเป็นไฟเขียว 

“เร็วดิ! มึงไม่หันกูไม่ออกรถนะ โดนด่ากันทั้งคู่นี่แหละ” เมฆขู่อีก เอาไฟจราจรมาอ้างให้อีกคนจนใจ เมื่อไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว รถคันหลังเริ่มบีบแตรไล่แล้ว 

“คุณเล่นอะไรเนี่ย ออกรถนะคุณเมฆ” อิงฟ้าเริ่มลนลาน 

“มึงหันมาก่อน กูถึงจะเชื่อว่ามึงหายโกรธแล้วกูจะออกรถ” เมฆยังคงดื้อด้าน เขาแค่จงใจจะแกล้งอิงฟ้าให้ยอมยกโทษให้ทั้งที่ไม่ต้องทำก็ได้ แต่แกล้งแล้วมันก็สนุกดี 

ปรี๊นนนๆ ๆ ๆ  

ปรี๊นนนน 

ปี๊นนน ปี๊นนน 

“ก็ได้ๆ หันแล้วๆ ออกรถสิ” สุดท้ายอิงฟ้าจำยอมหันไปมองเมฆจนได้ เพราะเกรงใจเสียงแตรรถที่แข่งกันบีบไล่รถที่เขานั่ง เดี๋ยวจะเป็นเรื่องถึงตำรวจ 

จุ๊บ!  

“หึหึ” เมฆยิ้มอย่างผู้ชนะ จังหวะที่อิงฟ้าหันมา ริมฝีปากของทั้งสองชนกันพอดีเมฆตั้งใจให้มันเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว เมฆจึงยอมออกรถแต่โดยดี เหลือบตามองคนข้างๆ ที่ทำท่าทางกระฟัดกระเฟียด บ่นมุบมิบอยู่คนเดียวด้วยความขัดใจ แก้มทั้งสองข้างเป็นสีชมพูด้วยความอาย ช่างตลกจริงๆ  

เมื่อขับรถมาจนถึงห่าง เมฆขับรถวนหาที่จอดอยู่สักพัก เมื่อจอดรถเสร็จแล้วเมฆและอิงฟ้าจึงมุ่งหน้าไปยังร้านขายเสื้อผ้าและชุดนักเรียนเป็นอันดับแรก อิงฟ้าเลือกซื้อเสื้อผ้า ชุดต่างๆ ตามที่จดไว้ ในขณะที่เมฆเดินเล่นดูเสื้อผ้ารออยู่รอบๆ ร้านโดยไม่ได้พูดอะไรกับอิงฟ้า จนเสร็จร้านนี้อิงฟ้าจึงเดินไปเรียกเมฆเพื่อไปยังร้านต่อไปเพื่อซื้ออุปกรณ์บางสิ่งบางอย่างเพิ่มเติม จนเสร็จอิงฟ้าจึงเดินไปเรียกเมฆที่ยืนรออยู่หน้าร้าน 

“เสร็จแล้วครับ” อิงฟ้าบอกเมฆ 

“อืม ยังเหลืออะไรอีก” เมฆหันมามองถุงที่อิงฟ้าถืออยู่สี่ห้าถุง แล้วถามกลับ 

“มีหนังสือที่ผมอยากจะซื้อ กับอุปกรณ์การเรียนบางอย่างน่ะครับ” อิงฟ้ามองโน้ตที่จดไว้ มือถือของพะรุงพะรังแล้วตอบเมฆ 

“งั้นไปหาอะไรกินก่อน เที่ยงแล้วกูหิว” เมฆบอกแล้วหันหลังเดินไปทันที อิงฟ้าจึงรีบหอบของเดินตามไป 

“มึงเดินเร็วๆ หน่อยได้ไหม เดินอย่างกับเต่าพิการ” เมฆที่ไม่เห็นอิงฟ้าจึงหันไปมองข้างหลัง เห็นอิงฟ้าหอบของเดินตามมาชักช้าจึงเดินย้อนกลับไปและพูดขึ้น 

“ก็มันหนักหนิครับ คุณเมฆช่วยเดินช้าๆ หน่อยได้ไหม” อิงฟ้ามองหน้าเมฆแล้วมองของในมือ เมื่อของรวมๆ กันแล้วก็หนักใช้ได้เพราะของมีหลายถุงเพราะซื้อจากหลายร้าน แถมขาเขากับเมฆใช่ว่าจะยาวเท่ากัน 

“มึงนี้น่ารำคาญจริงๆ เอามานี่!” เมฆแย่งถุงจากมืออิงฟ้าไปสามถุง ซึ้งในนั้นมีแต่ของหนักๆ ทั้งนั้นแล้วหันหลังเดินไป อิงฟ้ายืนทำหน้างงกับอารมณ์แปรปรวนของเมฆที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนตามไม่ทัน 

“คงโมโหหิวล่ะมั้ง” อิงฟ้าพูดเบาๆ คนเดียวมองแผ่นหลังเมฆที่เดินไปไกลแล้ว จึงรีบวิ่งตามเมฆไปพร้อมถุงที่เหลือในมือที่มีแต่ของเบาๆ  

อิงฟ้าเดินตามเมฆจนมาหยุดอยู่ที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง เมฆเดินเข้าไปนั่งโต๊ะที่ว่างใกล้กับกระจก อิงฟ้าจึงเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับเมฆ 

“รับอะไรดีคะ” พนักงานเดินมารับออเดอร์ 

“เอาเมนูแนะนำของร้านมา แล้วก็เลือกมาอีกสักสามสี่อย่างที่ไม่เผ็ดมาก กับข้าวสวยสองจาน” เมฆสั่งแบบเร็วๆ เพราะตอนนี้หิวมากเขาไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเพราะตื่นสายแล้ว 

“รับเป็นน้ำอะไรดีคะ” พนักงานสาวจดเมนูที่เมฆสั่งพลางถาม 

“ขอเป็นน้ำเปล่าสองแก้วครับ” อิงฟ้าไม่สั่งอะไรเพิ่มเพราะเท่าที่เมฆสั่งก็มากจนทานไม่หมดแล้ว พนักงานทวนเมนูอีกครั้งและเก็บเมนูไป ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟเมฆจึงมองออกไปนอกร้านดูบรรยากาศไปพลางๆ และเขาบังเอิญสะดุดตาเข้ากับร่างบางของใครบางคนเข้า เพื่อเช็คให้แน่ใจเมฆจึงลองโทรหาเพื่อถามดู 

Rrrr Rrrr Rrrr 

("ฮาย ดาลิ้ง คิดถึงซาร่าเหรอคะถึงได้โทรหา") รออยู่สักพักปลายสายก็มีคนรับ 

“หึหึ ไม่คิดถึงแล้วจะโทรหาเหรอครับ” เมฆตอบรับพร้อมหยอดคำหวาน มองหน้าอิงฟ้าที่มองนั้นมองนี้ไปเรื่อย 

(“เมฆอ่ะปากหวานจริงๆ เลย”) หญิงสาวเขินอายจนหน้าแดง เพราะปกติเมฆไม่ใช่คนปากหวานชมพร่ำเพรื่อแบบนี้ 

“คุณทำอะไร อยู่ที่ไหนเหรอตอนนี้” เมฆถามเข้าเรื่อง 

(”ซาร่ามาเดินช้อปปิ้งที่ห้าง A ค่ะ เมฆมีอะไรเหรอหรือว่าจะมาหาซาร่า") หญิงสาวทำหน้าสงสัยพลางมองซ้ายมองขวาเผื่อเจอเมฆแถวนี้ 

“งั้นเหรอ งั้นผู้หญิงที่ผมมองอยู่ตอนนี้ก็คุณน่ะสิ” เมฆตัดสายไปเมื่อซาร่ามองเห็นเขาพอดี เมฆยังคงมองออกไปข้างนอกกระจก อิงฟ้าจึงมองตามสายตาของเมฆ และพบเข้ากับผู้หญิงที่หน้าตาจัดว่าสวยคนหนึ่งกำลังมองตรงมาทางนี้ นั้นคงเป็นผู้หญิงที่เมฆคุยโทรศัพท์ด้วยเมื่อกี้นี้ เธอกำลังเดินตรงเข้ามายังในร้านที่เมฆกับอิงฟ้านั่งอยู่ 

“เมฆคะ คุณจริงๆ ด้วย บังเอิญจังเลยนะคะ” หญิงสาวเดินมาหาเมฆที่โต๊ะ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เมฆโดยไม่ต้องมีใครเชิญ 

“ผมก็มองอยู่นานว่าใช่คุณรึเปล่า เลยลองโทรหาคุณดูน่ะ” เมฆมองหญิงสาวที่นั่งข้างๆ  

“แล้วนี่ใครเหรอคะ” หญิงสาวหันมองอิงฟ้าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามและถามด้วยความสงสัย เมฆมองหน้าอิงฟ้านิ่งๆ ไม่ตอบอะไร อิงฟ้าจึงจำเป็นต้องตอบซ่ะเอง 

“สวัสดีครับ ผมเป็นน้องชายคุณ เอ่อ พี่เมฆนะครับ ผมชื่ออิงฟ้า คุณจะเรียกผมว่าอิงเฉยๆ ก็ได้ครับ” อิงฟ้าแนะนำตัวอย่างตะกุกตะกักเพราะไม่ชินกับคำว่า พี่ ที่ต้องพูดเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น 

“อ่อ เป็นน้องของเมฆนี่เอง พี่ชื่อซาร่านะจ๊ะ ยินดีที่ได้รู้จัก” หญิงสาวยื่นมือไปข้างหน้าเป็นเชิงให้จับ 

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” อิงฟ้ายื่นมือไปจับเพื่อแสดงความยินดี 

“ว่าแต่เมฆไม่เคยบอกเลยนะคะว่ามีน้องด้วย” หญิงสาวหันไปถามเมฆ 

“เหรอ ผมไม่เคยบอกคุณเหรอ” เมฆทำหน้าสงสัยแต่ไม่ได้ใส่ใจอะไร อิงฟ้าเมื่อได้ยินอย่างนั้นจึงก้มหน้ามองขาตัวเอง เขารู้ตัวดีว่าตนเองไม่ได้สำคัญถึงขนาดเมฆจะบอกใครๆ ว่าตนเป็นน้องเพราะเมฆเองก็ไม่เคยเห็นเขาเป็นน้องอยู่แล้ว 

“ใช่ค่ะ แต่ช่างมันเถอะ ว่าแต่เมฆมาทำอะไรที่นี่เหรอคะ” หญิงสาวตอบปัดๆ และถามถึงจุดประสงค์ที่เมฆมาที่นี่ 

“ผมมาเป็นเพื่อนอิงฟ้าซื้อของน่ะ”  

“แหม ดูเป็นพี่ชายที่รักน้องชายมากเลยนะคะ” หญิงสาวพูดกระแนะกระแหนอย่างคนมีจริตหันมองอิงฟ้าที่นั่งเงียบไม่พูดอะไร 

“หึ รักมากเลยล่ะครับ” เมฆพูดเสียงนิ่งจ้องอิงฟ้าที่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาใคร 

“ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารนะคะ” พนักงานมาเสิร์ฟอาหารพอดีจึงทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดเมื่อสักครู่เบาลง 

“เห็นข้าวแล้วหิวจังเลยค่ะ ซาร่าขอทานด้วยได้ไหมคะ” หญิงสาวหันไปถามเมฆ 

“สำหรับคุณได้อยู่แล้ว” เมฆยิ้มนิดๆ มองซาร่าที่ยิ้มเขินจากคำพูดเมฆ อย่างที่บอกปกติเมฆไม่ใช่คนพูดจาหวานๆ แบบนี้ วันนี้เห็นมาแปลก สาเหตุนั้นเพราะอะไรหญิงสาวยังนึกสงสัยในใจ 

สรุปแล้วมื้อนี้ซาร่านั่งร่วมโต๊ะทานอาหารด้วยกันกับเมฆและอิงฟ้า ระหว่างทานอาหารซาร่ากับเมฆก็คุยกันกะหนุงกะหนิง ตักอาหารให้กัน บางครั้งซาร่าถึงขั้นเช็ดปากให้เมฆเมื่อมันเลอะ อิงฟ้ามองคนทั้งคู่อยู่เงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรมองการกระทำของทั้งคู่ที่ไม่ต้องบอกก็มองออกว่าสถานะของคนทั้งคู่คืออะไร จนเวลาผ่านไปทั้งสามคนทานเสร็จ เมฆเรียกเก็บเงินและมีหญิงสาวเดินควงแขนออกจากร้านไป อิงฟ้าจึงถือถุงของที่ซื้อก่อนหน้านี้เองทั้งหมดอีกครั้งเดินตามไปเงียบๆ  

“เมฆจะไปไหนต่อรึเปล่าคะ” หญิงสาวถามขึ้น แต่เมฆไม่ได้ตอบมองไปยังอิงฟ้าเป็นเชิงถาม 

“ผมว่าจะไปร้านหนังสือน่ะครับ” อิงฟ้าตอบแทนเมฆ 

“จริงเหรอ พอดีเลยฉันว่าจะซื้อหนังสือตกแต่งบ้านอยู่พอดี ฉันขอไปด้วยนะ” หญิงสาวร้องบอกจะไปร้านหนังสือด้วย 

“ได้สิ ไปกัน” เมฆบอกก่อนเดินไปพร้อมกับซาร่าที่ควงแขนไม่ห่างไปยังร้านหนังสือของห้าง เมื่อถึงร้านหนังสือ อิงฟ้ามุ่งตรงไปยังโซนหนังสือเรียน ส่วนซาร่ากับเมฆเดินคู่กันไปเลือกซื้อหนังสือกันสองคนอีกมุมหนึ่ง 

“เล่มนี้ดีไหมคะเมฆ หรือว่าเล่มนี้ดี” หญิงสาวถามเมฆ ชูหนังสือทั้งสองเล่มขึ้นตรงหน้า 

“อืม เล่มไหนๆ ก็เหมือนกันแหละ” เมฆตอบแบบผ่านๆ ไม่ได้มองหนังสือที่ซาร่าชูให้ดูด้วยซ้ำ 

“เหมือนได้ไงคะเมฆ คุณนี้ไม่มีเซนส์เรื่องพวกนี้เลยนะคะ เก่งแต่เรื่องผู้หญิงสินะพ่อนักรัก”  

“จะว่างั้นก็ได้ หึหึ” ซาร่าพูดหยอกล้อกับเมฆอยู่ตรงมุมหนังสือภายในร้าน อิงฟ้าเผลอหันไปมองเมฆกับซาร่าพอดี พยายามบอกตัวเองว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับภาพพวกนั้น เพราะตั้งแต่ตอนหญิงสาวเดินเข้ามาเหมือนกับว่าความสนใจของเมฆทุกอย่างมันไปตกอยู่ที่หล่อนทั้งหมด จนอิงฟ้ารู้สึกไร้ตัวตนทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็แทบไม่มีตัวตนในสายตาเมฆอยู่แล้ว แถมอิงฟ้ายังหาสาเหตุของอาการคันยุบยิบในใจตอนนี้ไม่ได้เลย ให้ตายเถอะนี่เขาเป็นอะไรไป! 

ความคิดเห็น