ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 7 ราฟาเอล

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ราฟาเอล

คำค้น : ปีศาจ,อิโรติก,โรแมนติก แฟนตาซี,ลีลาวดี ยามค่ำ,ซีเมล,มุจลินท์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2560 15:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ราฟาเอล
แบบอักษร

"อ๊า!" 

มุจลินท์ตื่นเช้ามาด้วยอาการปวดตุบๆ ที่หัว เปลือกตาเธอหนักอึ้ง ไม่ต้องส่องกระจกเธอก็รู้ว่าคงบวมน่าเกลียดน่าดู มิหนำซ้ำเธอยังรู้สึกไม่สบายนิดกน่อยอีกด้วย  

"อะไรเนี้ย" 

หญิงสาวโอดครวญ ก่อนลากสังขารลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพราะวันนี้มีสอบ และที่สำคัญ เธอยังไม่ได้แตะหนังสือเลยแม้แต่น้อย ช่างเป็นนักเรียนทุนที่ไม่มีความรับผิดชอบเอาเสียเลย

เพราะตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นเธอก็แทบไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร ได้แต่พยายามทำให้ตัวเองมีอะไรทำ คิดเรื่องไร้สาระเยอะๆ เพื่อที่จะไม่ต้องไปคิดเรื่องคนคนนั้น แต่บ้าจริง ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ตอนนี้เธอก็เผลอคิดเรื่องเขาอีกแล้วนี่! 

ทว่าน่าแปลกจริงๆ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมทุกๆ คืน ในฝันของเธอจะต้องมีเขาโผล่เข้ามาเสมอ แม้ตอนตื่น หากสมองโล่งเมื่อไหร่ เธอเป็นต้องเผลอไปคิดถึงทั้งเรื่องความฝันและเรื่องของเขาจนแทบไม่มีสมาธิทำอะไรเลย 

เธอเป็นบ้าอะไรอีกแล้ว และอีกอย่างที่เธอเพิ่งจะสังเกตเห็น...ผมของเธอยาวขึ้น ตัวของเธอก็สูงขึ้น นั่นหมายถึงร่างกายเธอกำลังผิดปกติไม่ใช่รึไง?

"ลิน! เมื่อวานเธอตบยัยเกวจริงๆ หรอ" 

ทิตยาพุ่งเข้ามาถามเธออย่างตกใจทันทีที่สอบเสร็จ เธออยากจะแน่ใจว่าข่าวที่ได้ยินมาไม่ได้มั่ว แน่ล่ะ มุจลินท์ที่ไม่เคยแม้แต่ด่าเพื่อนในห้องเนี่ยนะ จู่ๆ ก็มีข่าวแพร่ไปทั่วมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็วว่ามีนักศึกษาในมหาวิทยาลัยตบกัน หนึ่งในนั้นคือนักเรียนทุนดีเด่น หากเธอไม่เห็นคลิปเธอก็คงไม่เชื่อ 

"ก็ยัยนั่นมาว่าแม่ลินก่อนนี่ ถ้าว่าลินก็คงไม่เท่าไหร่ แต่นี่ลามปามถึงแม่ โดนแค่นั้นยังน้อยไปด้วยซ้ำ" 

ทิตยาปรบมือให้อย่างชอบใจ เธอและเพื่อนๆ ในสาขาต่างรู้นิสัยชอบหาเรื่องของเกวลินดี ตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว มีแค่เพื่อนอีโก้สูงด้วยกันและผู้ชายหน้าตาดีเท่านั้นที่เข้ากับนางได้ เพราะอีกฝ่ายถือว่าตัวเองเป็นหลานสาวอธิการบดีของมหาวิทยาลัย ที่เข้ามาเรียนที่นี่ได้ก็เพราะใช้เส้นสายทั้งนั้น  

"โอ้โห อย่างนี้สิของจริง" 

ทิตยาว่าพลางยกนิ้วให้ 

"แต่ว่านะ ยัยเกวไม่มีทางยอมง่ายๆ แน่ ยัยเนี่ยเส้นใหญ่ ลินต้องระวังตัวให้มาก แม้จะสะใจก็เถอะ แต่ว่าคราวหลังอย่าไปยุ่งเลยคนแบบนี้" 

"อืม ลินก็กลัวอยู่นิดหน่อย ถ้าเรื่องนี้ถึงหูอธิการบดีเข้า เราโดนแน่" 

พอเพื่อนทักเธอก็ชักจะเริ่มกังวลซะแล้วสิ ใครก็รู้กันทั้งนั้นว่าเกวลินเป็นหลานสุดรักสุดหวงของท่านอธิการบดี แล้วนักเรียนทุนอย่างเธอนี่ ตบหลานรักท่านกลางห้าง รู้สึกใจตกไปอยู่ตาตุ่มเลยทีเดียว  

"มุจลินท์ อาจารย์นงนาถเรียกหาที่ห้อง" 

เฮือก! รู้สึกขนอ่อนลุกซู่กันเลยคราวนี้ เพิ่งพูดอยู่หยกๆ งานก็เข้าซะละ

หญิงสาวเดินตัวลีบมาหาอาจารย์ที่ปรึกษาที่นั่งหน้าตึงมองมาที่เธอตั้งแต่เดินเข้าประตู 

"มุจลินท์!" 

"คะ ขา! อาจารย์" 

ทันทีที่เธอหย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของอาจารย์นงนาถ อาจารย์ก็เรียกชื่อเธออย่างดุๆ จนคนที่กลัวอยู่แล้วยิ่งตกใจ ก็อาจารย์นงนาถนั้นโหดยิ่งกว่าอาจารย์ห้องปกครองเสียอีก 

"รู้ใช่มั้ย ว่าอาจารย์เรียกเธอมาทำไม" 

คนมีชนักติดหลังก้มหน้างุด เหลือบมองใบหน้าตึงของอาจารย์เป็นบางครั้ง ก่อนตอบเสียงแผ่ว 

"ทราบค่ะ" 

"แล้วเธอรู้มั้ยว่าที่เธอทำลงไปคือโทษร้ายแรง ทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมชั้น แถมนั่นยังเป็นหลานท่านอธิการบดี มุจลินท์ เธอเสียสติไปแล้วรึไง เด็กเรียบร้อยอย่างเธอทำไมถึงได้ทำตัวเป็นอันธพาลแบบนี้ เธอเป็นนักเรียนทุนนะ นอกจากเรียนเก่งแล้ว เธอต้องห้ามอย่างเด็ดขาด ห้ามมีเรื่องทะเลาะวิวาท นี่เป็นครั้งแรกก็จริง แต่ทำไมมุจลินท์ ทำไมถึงต้องเป็นเกวลินหลานท่านอธิการบดี" 

อาจารย์นงนาถพยายามกัดฟันพูดอย่างระงับอารมณ์ นางชื่นชอบเด็กคนนี้ ทั้งเรียนดี มารยาทดี แถมยังหน้าตาน่ารัก แต่ว่าทำไม ทำไมต้องเป็นหลานแสนรักแสนหวงของท่านอธิการบดี ที่เธอไปก่อเรื่องด้วย 

"อาจารย์ขา หนูขอโทษค่ะ แต่ว่าหนูทนไม่ได้จริงๆ ที่เกวลินมาว่าแม่ หนูขอโทษจริงๆ ค่ะ" 

หญิงสาวยกมือขอโทษอาจารย์อย่างน่าสงสาร นางก็คร้านจะใจอ่อน เข้าใจว่าเรื่องแบบนี้ห้ามกันยาก และรู้กิตติศัพท์ความไม่น่ารักของเกวลินดี แต่คราวนี้นางไม่รู้จะช่วยลูกศิษย์ตรงหน้ายังไงจริงๆ  

"อาจารย์น่ะไม่ได้โกรธเธอหรอกนะมุจลินท์ แต่เบื้องบนเขาไม่ยอมท่าเดียว เธอก็รู้ว่าไม่มีความยุติธรรมในโลกความจริงหรอก เงินคือสิ่งที่มีอำนาจ อาจารย์ช่วยเธอไม่ได้จริงๆ" 

แค่นั้นใจเธอก็หล่นตุ๊บ 

"อาจารย์หมายความว่ายังไงคะ" 

อาจารย์นงนาถถอนหายใจก่อนจำใจบอกข้อความที่ท่านอธิการบดีฝากมาบอกอีกที 

"ท่านอธิการบดีต้องการคุยกับเธอน่ะ ไปหาท่านที่ห้องด้วยล่ะ...และก็จำเอาไว้นะ ใจเย็น อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม อาจารย์รู้ว่าเธอเป็นเด็กฉลาด ...อาจารย์เอาใจช่วยนะ" 

หญิงสามพุ่มมือไหว้ขอบคุณอาจารย์อย่างซาบซึ้งในความเมตตา แต่ทว่าใจเธอห่อเหี่ยวเหลือเกิน เธอเคยเห็นหน้าและเคยพูดคุยกับท่านอธิการบดีตั้งแต่ต้นเทอมเพราะเป็นนักเรียนทุน แต่เธอบอกตามตรงเลยว่าไม่ถูกชะตากับท่านอธิการบดีนัก เพราะสายตาเหมือนเฒ่าหัวงูนั้นทำให้เธอขนหัวลุก 

มุจลินท์เดินขาสั่นขึ้นตึกคณะบริหาร คิดในใจอย่างสิ้นหวังว่าอนาคตเธอคงมาได้แค่นี้ คิดมากไปถึงมารดา หากรู้เข้าคงผิดหวังในตัวเธอมาก 

"โอ ไม่นะ มุจลินท์ เธอนี่มันโง่ชะมัดเลย ยัยโง่" 

เพราะตัวเองตอนนี้ทำอะไรไม่ได้เลย แม้จะด่าตัวเองในลิฟต์ตลอดทาง แต่พอก้าวออกจากประตูลิฟต์เธอยังไม่รู้สึกคลายความกังวลลงแม้แต่นิดเดียว 

ให้ตายเถอะ เธออยากร้องไห้ชะมัด 

"ฮู้ว" 

หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกกำลังใจ ก่อนจะออกแรงผลักประตูเบาๆ อย่างอ่อนแรง 

"ขออนุญาตค่ะ" 

เธอเอ่ยขออนุญาตเสียงแผ่ว มองเห็นอธิการบดีนั่งพิงบนเก้าอี้ทำงานด้วยใบหน้านิ่งเฉย พอเห็นเธอเขาก็ยิ้มให้นิดหนึ่ง นิดหนึ่งจริงๆ จากนั้นก็กลับมาทำหน้าเครียดเหมือนเดิม 

ลางไม่ดีเลยแฮะ

"นั่งลงก่อนสิหนู" 

เธอเดินไปที่โซฟาตรงกลางห้องแล้วค่อยๆ นั่งลงอย่างหวาดหวั่น แข้งขาเธออ่อนแรง ไม่รู้ว่าเพราะกลัวหรือเพราะฤทธิ์ไข้กันแน่ 

ศาสตราจารย์ ดร.ผดุงเกียรติ เมฆมหามงคล หญิงสาวอ่านชื่อและนามสกุลของอีกฝ่ายแล้วแทบหยุดหายใจ...นั่นมันนามสกุลของตะกูลเก่าแก่เชียวนะ 

แม่จ๋า ช่วยลินด้วย ลินเหยียบโดนหางราชสีห์อย่างจังเลย 

คิดไปแล้วอยากจะร้องไห้นัก ตอนนี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไหนก็คงบนไม่ทันแล้วล่ะ 

"หนูที่มีเรื่องกับหลานชั้นสินะ" 

เปิดฉากพูดคุยก็บอกได้เลยถึงความสัมพันธ์ระหว่างอธิการบดีและเกวลิน ที่เขาว่าสุดรักสุดหวงอาจจะจริงอย่างที่ว่า นั่นทำให้เธอยิ่งอยากจะร้องไห้  

"หนูขอโทษจริงๆ ค่ะท่านอธิการบดี" 

เธอทำได้แค่ยกมือไหว้และพูดขอโทษแค่นั้นจริงๆ เพราะขืนพูดมากไปมีแต่จะกลายเป็นข้อแก้ตัวเสียเปล่าๆ 

"แค่นี้หรอ?" 

ท่านอธิการบดีลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาที่เธอ 

แทบหยุดหายใจ เมื่อร่างท้วมนั่งลงโซฟาตัวเดียวกับเธอ...หากเธอไม่คิดไปเองหรือมองคนในแง่ร้ายเกินไป เธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายอันตรายจริงๆ 

"ทำไมถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือกันด้วยล่ะ" 

ตอนนี้แขนของอธิการบดีพาดบนโซฟาด้านหลังเธอคล้ายจะโอบ นั่นอันตรายจนเธอเผลอกระถดตัวหนีอย่างอัตโนมัติ  

"เกวลินว่าแม่หนูด้วยคำที่ไม่สุภาพค่ะ" 

น้ำเสียงของเธอเริ่มแข็งกระด้าง ตอนนี้เธอรู้สึกอยากจะออกจากที่นี่มากกว่ากลัวถูกไล่ออกซะอีก 

"แล้วทำไมไม่ค่อยพูดค่อยจากันดีๆ ล่ะ หนูก็รู้ตัวนี่ว่าเป็นนักเรียนทุน ต้องรักษาระดับผลการเรียนและกิริยามารยาท ทำแบบนี้...อาจถูกไล่ออกได้นะ" 

อีกฝ่ายพูดอย่างข่มขู่พร้อมเขยิบเข้าใกล้เธอมากขึ้น 

"ฉันช่วยหนูได้นะ ถ้าหนูเป็นเด็กดีกับฉัน" 

คำพูดที่สื่อเป็นนัยน์ๆ นั้นทำให้เธอขนลุกซู่ด้วยความรังเกียจ พูดเต็มปากเต็มคำเลยว่า รังเกียจ!

"เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ! หนูขอตัวก่อนนะคะ" 

เพราะสถานการณ์เริ่มไม่ดีแล้ว หญิงสาวจึงได้เอนตัวหนีใบหน้าที่เคลื่อนเข้าใกล้อย่างคุกคามก่อนผุดลุกขึ้น เสียมารยาทก็เสียมารยาทเถอะ 

แต่ทว่าอีกฝ่ายฉวยคว้าข้อมือเธอเอาไว้อย่างรวดก่อนออกแรงกระตุกบังคับให้เธอนั่งลง  

แม้แต่แรงจะขืนตัวเธอยังแทบไม่มี...บ้าจริง ทำไมต้องมาเป็นเอาตอนนี้ด้วยนะ! 

"แหม่ ยังตกลงกันไม่เสร็จเลย จะรีบไปไหนล่ะ ...ว่าไง ตกลงมั้ย" 

ชัดเจนแล้วคราวนี้ อธิการบดีหัวงูหวังจะฉวยโอกาสเธออย่างไม่ต้องสงสัย ฝันไปเถอะ! 

"ไม่ตกลงค่ะ! ขอตัวนะคะ!" 

"หัวแข็งจริงนะ!" 

"กรี๊ด! ช่วยด้วย! อื้อ!" 

ร่างของเธอถูกกดลงบนโซฟา มือทั้งสองข้างของเธอถูกรวบไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียว มือหยาบโลนของอธิการบดีหัวงูอีกข้างจึงปิดปากเธอไว้เพื่อไม่ให้ส่งเสียงดัง

ทำไมเรื่องบ้าๆ แบบนี้ถึงเกิดกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า! 

"เงียบ! แล้วเป็นเด็กดี ฉันจะทำให้หนูไม่ต้องถูกไล่ออก แถมจะเลี้ยงดูหนูอย่างดี ตกลงมั้ย" 

"อื้อ!!!!" (ไม่!!!!) 

แบบนั้นก็ไม่ต่างจากขายตัวหรอก ถึงจะจนแต่เธอก็มีศักดิ์ศรี! 

"ไม่งั้นหรอ...ถ้าอย่างนั้น ฉันก็คงต้องยัดเยียดให้สินะ" 

"อื้อ!!!" 

ตุ๊บ! 

ร่างท้วมของอธิการบดีลอยหวือร่วงลงบนพื้น ก่อนร่างของเธอจะถูกรวบไปไว้ในอ้อมกอดของใครบางคน 

"ไม่ทราบว่าจะทำอะไรคู่หมั้นผมไม่ทราบ" 

น้ำเสียงเย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็งที่ถามอย่างสุภาพนั้นคุ้นหูจริง...เสียงนี้... 

"คุณ!?"  

ทำไมนะ เธอถึงได้รู้สึกดีใจและปลอดภัยในเวลาแบบนี้  

"แก! เป็นใคร! แล้วเข้ามาได้ยังไง!" ผดุงเกียรติยันตัวลุกขึ้นอย่างรู้สึกปวดร้าวด้านข้างจากแรงกระแทก แม้จะแปลกใจที่อีกฝ่ายแรงเยอะขนาดนี้ แต่ทว่าความขุ่นเคืองมีมากกว่า ทำให้ไม่ได้ใส่ใจนัก

"แล้วเมื่อกี๊แกบอกว่าใครเป็นคู่หมั้นแก" อธิการบดีเผยสันดานเสื่อมสถุนเมื่อมั่นใจว่าในห้องนี้เขาคือผู้ที่ใหญ่และมีอำนาจมากที่สุด หาได้รู้ตัวไม่ว่าหายนะกำลังมาถึงแล้ว 

"โอ้ ช่วยมีมารยาทกับบุคลากรคนใหม่อย่างผมด้วย คุณอธิการบดี" 

แม้คำพูดแสนจะสุภาพและใจเย็น หากแต่น้ำเสียงราบเรียบเย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจนั้นทำให้ผดุงเกียรติขาสั่นอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ยังทำใจสู้ยืนอย่างมั่นคง  

แต่กับมุจลินท์ เธอรับรู้ได้ แม้ใบหน้าหล่อจะเรียบเฉย หากแต่...ปีศาจตนนี้กำลังโกรธ 

"อาจารย์คนใหม่งั้นหรอ...ไม่มีใครบอกรึไงว่าหากฉันไม่อนุญาติ ใครก็ขึ้นมาไม่ได้!" 

ผดุงเกียรติหรี่ตาอย่างประเมิน คนตรงหน้าหน้าตาหล่อเหลาเกินกว่าจะมาทำงานในมหาวิทยาลัย การแต่งตัวมีภูมิฐาน ชุดสูทสีดำนั้นดูดี แต่ทว่าน่าแปลก เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกกดดัน และขาเริ่มสั่นโดยไม่มีสาเหตุ 

ใบหน้าหล่อยกยิ้มมุมปากทว่าแววตาแข็งกร้าวจนคนถูกมองเหมือนถูกเข็มนับร้อยทิ่มแทง 

"ผมเพิ่งรู้...ว่าเจ้าของมหาวิทยาลัย จำเป็นต้องขออนุญาตอธิการบดีด้วย" 

หนังตาขวาของผดุงเกียรติกระตุกแรง 

"ว่าไงนะ" 

ไม่ใช่แค่ผดุงเกียรติเท่านั้นที่สงสัย มุจลินท์ที่ถูกอ้อมกอดของเขาปกป้องก็เงยหน้ามองเขาเช่นกัน 

ชายหนุ่มก้มลงมอบรอยยิ้มที่ทำให้เธอใจเต้นรัวก่อนแววตาจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวเมื่อมองไปยังอีกคน 

"เรียกผมว่าราฟาเอล ต่อไปนี้ขอฝากตัวในฐานะเจ้าของมหาวิทยาลัยคนใหม่ และผู้หญิงคนนี้ คือคู่หมั้นและว่าที่เจ้าสาวของผม...และขอแสดงความยินดีด้วย...นับจากวันนี้เป็นต้นไป...คุณถูกไล่ออก" 

ประโยคสุดท้ายที่มุจลินท์ได้ยินมีเพียงแค่นี้ ก่อนสติของเธอจะดับวูบ

...อีกแล้วที่เขาช่วยเธอ



มาวันละนิดจิตแจ่มใส ขอคอมเม้นและไลค์เป็นกำลังใจ ให้ไรท์ชื่นใจหน่อยนะคะ 😘😘😘😘

ความคิดเห็น