หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

นิยายแนวสืบสวนสอบสวน ที่ลึกลับทั้งคดี และตัวตนของ 'เขา' ขอบคุณสำหรับการติดตามนะเจ้าคะ -เก๋อเก๋อ-

ตอนที่ 44 แมลงกาฝาก

ชื่อตอน : ตอนที่ 44 แมลงกาฝาก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2560 15:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 44 แมลงกาฝาก
แบบอักษร

เสิ่นอี้มองเย่หนิงด้วยความรู้สึกแปลกใจ “เห คุณก็รู้จักจวงหมิงหานด้วยหรอ ?”

“รู้จักสิ” เย่หนิงตื่นเต้นอย่างอดไม่ไหว “ใครกันจะไม่รู้จักศาสตราจารย์จวงมหาวิทยาลัยแพทย์เมืองตงไห่ล่ะ ? เขาเป็นถึงหนุ่มหล่อชั้นแถวหน้าของมหาวิทยาลัย......”

“เหอะ ๆ...”  เสิ่นอี้ไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดอะไรออกมาดี จึงได้แต่หัวเราะเหอะ ๆ ออกมาเสียอย่างนั้น

เมื่อเห็นดังนั้นสีหน้าของเย่หนิงก็สลดลงทันที “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะ แหะ ๆ...ที่จริงฉันก็เคยเรียนกับศาสตราจารย์จวงมาก่อนนะ”

“คุณเคยเรียนกับจวงหมิงหานมาก่อนเหรอ ?” เสิ่นอี้คล้ายจะยิ้มขึ้นมา “ไม่ใช่ว่าเพราะเขาหล่อก็เลยไปลงเรียนใช่ไหมครับ ?”

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย” เย่หนิงรีบพูดขึ้น “ยังไงก็ตามฉันก็เป็นหมอนิติเวชนะ จะเข้าคาบเรียนของศาสตราจารย์จวงแล้วมันแปลกตรงไหนมิทราบ ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ศาสตราจารย์ในวิชาเอกของฉัน แต่วิชาของเขาเปิดเป็นวิชาทั่วไป แล้วทำไมนักศึกษาสาขาฉันจะไปเรียนไม่ได้ล่ะ”

หยางปินกระแอมขึ้นมา “นี่ เอาล่ะ ผมว่าถ้าเราได้ความช่วยเหลือจากศาสตราจารย์จวงล่ะก็ คงทำให้คดีของเราคืบหน้าเร็วยิ่งขึ้นแน่”

“หัวหน้าหยาง วางใจได้เลยครับ ผมคิดว่าเขาต้องหาทางได้อย่างรวดเร็วแน่” ถึงแม้เสิ่นอี้จะพูดปลอบหยางปิน แต่ในความเป็นจริงนั้นตัวเขาเองก็รู้สึกกังวลใจไม่น้อยเลยเหมือนกัน ไม่รู้มาก่อนว่าสถานการณ์ของกลุ่มนักศึกษานั้นกลับเกี่ยวข้องกับแมลงกาฝากด้วย เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่น้อยแล้ว ยังคงมีนักศึกษาเสียชีวิตเพิ่มอีกสองราย และไม่ต้องสงสัยเลยนักศึกษาที่ติดเชื้อยังไม่หมดเพียงแค่นี้แน่ ดูท่าพวกเขาคงต้องทำงานแข่งกับเวลาแล้วจริง ๆ

“แล้วที่นี่ล่ะจะทำอย่างไร ?” โลงศพหินตั้งอยู่แถวนี้ เย่หนิงรู้สึกไม่วางใจเลย  เรื่องนี้มันชักจะแปลกเกินไป เธอคิดว่าคงมีอะไรอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แน่

 แต่หยางปินพูดขึ้นอย่างไม่ลังเล “เรื่องเร่งด่วนตอนนี้คือต้องช่วยชีวิตนักศึกษาเหล่านั้นก่อน เรื่องโลงศพหินที่เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงศพอะไรตอนนี้คงไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีที่พวกเรากำลังสืบอยู่เท่าไหร่นัก”

หลังจากนั้นหยางปินก็หันไปพูดกับเหล่าเถี่ยกับก่วนอี้เลี่ยงและคนอื่น ๆ “เหลาเถี่ย เสียวก่วน พวกผมจะกลับไปก่อน พวกคุณอยู่ที่นี่คอยรับผิดชอบการค้นหาและเก็บหลักฐาน ถ้าพบเจออะไรให้รีบแจ้งพวกเราทันที”

พอหยางปินพูดจบ ก็หันไปเห็นผีดิบที่ถูก “ปราบ” ตนนั้น ก็รู้สึกลำบากใจขึ้นมา ไอ้ผีตนนี้ จะจัดการอย่างไรดีล่ะเนี่ย ?

เหมือนเฝิงเยี่ยนฮวายจะเห็นความลำบากใจของหยางปิน เขาจึงพูดขึ้นมาว่า “พวกคุณจะเอาสิ่งนี้ไปเลยก็ได้ แต่ต้องตัดหัวมันเสียก่อน หลังจากนั้นห็ต้องวางไว้ห่างจากร่าง เก็บไว้อย่างมิดชิด อย่าให้สัมผัสกับอากาศเด็ดขาด แล้วก็วางเชือกชุบหมึกทิ้งไว้ หลังจากนั้นก็เอาไปเผาพร้อมกัน ส่วนการผ่าชันสูตรนั้น พวกคุณเลิกคิดไปได้เลย เพราะอย่างแรกไอ้เจ้าสิ่งนี้มีนมีพิษ และมีดธรรมดา ๆ ของพวกคุณก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้หรอก”

หยางปินไตร่ตรองสักพักแล้วพยักหน้า “ได้ พวกเราจะระวังเอาไว้”

เรื่องของแมลงดูดเลือดยังไม่สามารถคลี่คลายได้ พวกเขาจึงต้องระวังไม่ให้เกิดเรื่องตามมาอีก แต่อย่างไรศพนี้ก็ต้องเอากลับไปเป็นวัตถุพยานอยู่ดี


หลังจากมอบหมายงานแล้ว หยางปินรวมถึงเย่หนิง เสิ่นอี้ ลู่เว่ย และเสียวหม่า ก็คุมตัวกู่ซานหมิงพร้อมทั้งรีบนำศพนั้นเอากลับไปยังเมืองตงไห่ก่อน


เดิมทีเฝิงเยี่ยนฮวายก็ควรกลับไปกับพวกเขาด้วยเพราะเขาเป็นพยานสำคัญ แต่เฝิงเยี่ยนฮวายบอกไว้ว่าถ้ามีผีดิบโผล่ออกมาอีก แล้วเขาไม่อยู่ตรงนั้น คนอื่นคงตกอยู่ในอันตรายได้

เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วนั้น หยางปินก็จดบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของเฝิงเยี่ยนฮวายไว้ หลังจากจบเหตุการณ์นี้ให้เฝิงเยี่ยนฮวายกลับไปที่กรมตำรวจ



หลังจากออกมาจากหมู่บ้านว่างยาชุน เสิ่นอี้ก็รีบโทรหาเพื่อนร่วมห้องจวงหมิงหานทันที บอกถึงเรื่องแมลงดูดเลือดอย่างคร่าว ๆ ให้จวงหมิงหานรีบมาช่วยเหลือ และแน่นอนจวงหมิงหานตอบตกลง

กว่าพวกเย่หนิงกลับมาที่เมืองตงไห่ จวงหมิงหานก็มารอพวกเขาที่กรมตำรวจแล้ว

ศพของเฉินเฉินกับหลี่ฉิงส่งมาถึงกรมตำรวจเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองฝ่ายมองหน้ากัน ไม่มีเวลาพูดคุยสัพเพเหระกันมาก ก็รีบเดินไปที่ห้องชันสูตรศพทันที แต่เมื่อเห็น “ผีดิบ” ที่ถูกย้ายเข้ามาในห้องแล้ว จวงหมิงหานที่เป็นศาสตราจารย์แพทย์ที่เห็นโลกมามากก็ยังตกใจไม่น้อย “เสิ่นอี้ นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ?”

เสิ่นอี้ยิ้มเจื่อน “ถ้าบอกว่าเป็นผีดิบ นายจะเชื่อไหม ?”

“ผีดิบเหรอ ? พูดเป็นเล่นน่า” สีหน้าของจวงหมิงหานเต็มไปด้วยความสงสัย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อเลยสักนิด

“ระวังหน่อย !” เสิ่นอี้ขวางจวงหมิงหานไม่ให้เข้าไปใกล้ร่างนั้น “มันมีเชื้อโรคอยู่ อย่าสัมผัสมันโดยตรงเด็ดขาด”

“ฉันรู้น่า !” จวงหมิงหานยกมือปิดจมูก ท่าทางราวกับทนไม่ไหว “เหม็นชะมัด พวกนายไปเอามาจากไหนเนี่ย !”

หยางปินรู้สึกร้อนใจขึ้นมา “ศาสตราจารย์จวง ตอนนี้สถานการณ์เร่งด่วนนะครับ มีนักศึกษาที่ติดเชื้อ ผมว่าเราควรปล่อยเรื่องนี้ไปก่อน มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้เลยสักนิด”

ตอนนี้ไม่ใช่เพียงแต่นักศึกษาเท่านั้นที่ติดเชื้อ แม้แต่พนักงานตรวจวัดในห้องปฏิบัติการของกรมตำรวจต่างก็ติดเชื้อไปกันหมด แล้วจะไม่ให้เขารู้สึกร้อนใจได้อย่างไรกัน

จวงหมิงหานพยักหน้า “ได้ ถ้าเช่นนั้นพวกเรารีบเก็บรวบรวมตัวอย่างก่อนดีกว่าครับ ศพของสองคนนี้......ผมกับคุณหมอเย่จะรับผิดชอบเอง”

เมื่อชันสูตรศพสองร่างนี้เสร็จสิ้น ก็พบว่าผลลัพธ์ออกมาเป็นเช่นเดียวกัน เหมือนกับศพที่เย่หนิงชันสูตรก่อนหน้านั้นทุกประการ ศพที่ผ่าออกมาแทบไม่มีเลือดไหลออกมา อวัยวะภายในแห้งแข็ง ช่องท้องกับทรวงอกมีน้ำคั่งกลิ่นเหม็นร้ายกาจ

“ลักษณะของศพเหมือนกันทุกอย่างเลยใช่ไหมครับ ?” จวงหมิงหานจำเป็นต้องสอบถามเรื่องนี้ให้แน่ชัด

“ใช่แล้วค่ะ” เย่หนิงพยักหน้า “เหมือนศพที่ฉันผ่าชันสูตรก่อนหน้านั้นทุกประการเลย เพียงแต่เวลาเสียชีวิตไม่เหมือนกัน ระดับการแข็งตัวของอวัยวะภายในก็ไม่เท่ากันเท่านั้นเอง”

เสิ่นอี้ถามขึ้น “หมิงหาน เห็นปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า ?”

“มันค่อนข้างจะแปลกจริง ๆ นะ แมลงดูดเลือดงั้นเหรอ ? ฉันไม่เคยยินมาก่อนเลย แล้วก็ไม่เคยพบในบันทึกใด ๆ ที่เกี่ยวข้องมาก่อนด้วย ถ้าแมลงดูดเลือดมีพิษสงร้ายกาจขนาดนี้ล่ะกัน ยังไงก็ต้องค้นพบไปตั้งนานแล้ว ไม่มีทางที่จะปล่อยมาถึงตอนนี้ได้หรอก ดูท่าสิ่งนี้คงจะเพิ่งมีในหมู่บ้านว่างยาชุนสียแล้วล่ะ”

“นั่นสิ” เสิ่นอี้ครุ่นคิด “ฉันก็คิดว่าเรื่องนี้มันแปลกมากเหมือนกัน”

“พวกนายเก็บรวบรวมตัวอย่างของแมลงดูดเลือดที่ยังมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม ?” จวงหมิงหานพูดไปด้วยพลางหยิบชิ้นส่วนอวัยวะผู้ตายออกมาด้วย “แล้วยังพบว่าในอวัยวะภายในยังมีแมลงพวกนี้อยู่ด้วยใช่หรือเปล่า ? แล้วนายอย่าบอกนะว่าในร่างกายของนักศึกษาพวกนั้นยังมีแมลงเหล่านี้อยู่ด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงล่ะก็ คงยุ่งยากแล้วล่ะ”

เสิ่นอี้ยิ้มออกมาอย่างเจื่อน ๆ “ถ้านายเห็นแมลงพวกนั้นตัวเป็น ๆ ล่ะก็ นายจะรู้เลยว่ามันยุ่งยากมาก เจ้าสิ่งนี้มันตัวเล็กมาก ตัวเล็กยิ่งกว่ามดเสียอีก แถมยังดูดเลือดอีกต่างหาก ประเมินการแล้วว่านอกจากมันจะอาศัยอยู่ในอวัยวะภายในแล้ว มันยังอาศัยในเส้นเลือดด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ถึงจะใช้การผ่าตัดก็ไม่มีทางที่จะกำจัดแมลงดูดเลือดที่อยู่ในร่างกายได้หรอก”

“ก็จริง” จวงหมิงหานพูดต่อ “ในร่างกายของคนเราต่างก็มีเส้นเลือดอยู่เต็มไปหมด ถ้าต้องพึ่งการผ่าตัดในการกำจัดล่ะก็ คน ๆ นั้นคงเสียชีวิตแน่ ผมต้องรีบสืบหาเจ้าสิ่งนี้ให้โดยเร็วที่สุด”

พอเห็นท่าทีเอาจริงเอาจังของจวงหมิงหาน เย่หนิงก็พอจะเดาออกแล้ว ดูท่าว่าเรื่องนี้คงไม่ง่ายเท่าไรนัก

“ศาสตราจารย์จวงคะ...” เย่หนิงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา “คุณเองก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่ใช่ไหมคะ ?”

จวงหมิงหานส่ายหัว “แต่ไหนแต่ไรมาผมก็ไม่เคยเห็นเจ้าสิ่งนี้มาก่อน ใครจะกล้าบอกว่าตัวเองรอบรู้ทุกอย่างล่ะครับ ? ตอนนี้สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดก็คือเรื่องของเวลา ดูจากรูปการณ์แล้ว ถ้าพวกยังแก้ไขเรื่องนี้ไม่ได้ภายในหนึ่งเดือน นักศึกษาพวกนั้นคงจะต้องตายกันหมด แต่นี่เป็นการประมาณการณ์อย่างแง่ดีที่สุดแล้วนะครับ ถ้าเลวร้ายกว่านั้น พวกเราไม่รู้ว่ามีคนอีกเท่าไหร่ที่ติดเชื้อ และไม่รู้ว่าแมลงดูดเลือดแพร่พันธุ์เร็วแค่ไหน ไอ้แมลงตัวเล็กกะจ้อยร่อยนี้ ถึงแม้จะอยู่ตรงหน้าพวกเรา แต่พวกเราไม่มีทางมองเห็นมันได้ ผมพูดมาขนาดนี้แล้ว พวกคุณคงเข้าใจความหมายของผมแล้วใช่ไหมครับ ?”






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น