Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 คำก็ผัวสองคำก็ผัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 คำก็ผัวสองคำก็ผัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2560 15:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 คำก็ผัวสองคำก็ผัว
แบบอักษร

ตอนที่****1

คำก็ผัวสองคำก็ผัว

“เรียบร้อย  ยังไงก็อย่าลืมทานยาทานยาข้าวให้ตรงเวลานะ  ถ้าทำได้อาการปวดท้องก็จะหายไปเอง”

“ขอบคุณมากค่ะอาจารย์”

นักศึกษาหญิงปีหนึ่งที่เกิดเป็นลมไปเนื่องจากปวดท้องอย่างแรงจนถูกส่งมาที่ห้องพยาบาลยกมือไหว้ขอบคุณ  เป็นเพราะโหมลดน้ำหนักเนื่องจากกลัวอ้วน  ถ้าหากอ้วนจนขี้เหล่ขึ้นมาจะถูกโหวตให้เป็นบุคคลอัปลักษณ์  พักหลังมานี้เลยมีนักศึกษาหญิงที่เป็นลมเพราโรคกระเพาะมาที่ห้องพยาบาลบ่อยๆ

“เที่ยงแล้วเหรอเนี่ย  รีบกินข้าวดีกว่าก่อนที่เจ้าเด็กนั่น…”

“อาจารย์…!!!!!”

ร่างกายสะดุ้งโดยอัตโนมัติเมื่อเสียงเรียกที่ไม่ไดต้องการได้ยินสักนิดดังมาแต่ไกล  ผมรีบตรงไปที่ประตูห้องพยาบาลแล้วปิดมันพร้อมกับลงกลอนอย่างแน่นหนา!

เส้นยาแดงผ่าแปดสุดๆ…

ปังๆๆๆๆๆ

“อาจารย์!  เปิดประตูหน่อยสิครับ  นี่ผมเองนะ  ว่าที่เมียของอาจารย์ไง”

จะเป็นลม…

ผมดึงม่านปิดตรงกระจกช่องเล็กๆด้านบนประตูเพื่อไม่ให้เด็กบ้านั่นมองเข้ามาข้างในได้  เป็นเวลากว่าหนึ่งอาทิตย์นับตั้งแต่วันที่ผมเจอเขาตอนฝนตก วันรุ่งขึ้นหลังจากนั้น…จู่ๆไอ้เด็กผมแดงก็ปรากฏตัวที่ห้องพยาบาลพร้อมกับวลีเด็ดที่ว่า…

‘ผมอยากได้อาจารย์เป็นผัว  ยอมเป็นผัวผมเถอะ!’

นับแต่นั้นมา  วงจรชีวิตของผมก็ปั่นป่วนผิดแปลกไปจากเดิมตั้งเยอะ  จากที่เคยอยู่อย่างสงบๆในห้องพยาบาล  กลายเป็นว่าทุกๆวันเต็มไปด้วยความหวาดระแวงว่าเด็กคนนั้นจะโผล่มาตะครุบตัวผมตอนไหน  ไม่มีวันที่ผมจะใช้ชีวิตอยู่ในมหา’ลัยได้อย่างใจอีกเลย…

“แค่ล็อกประตูห้องคิดว่าจะหนีผมได้เหรอครับ”

“เฮ้ย!”

สะดุ้งโหยงอีกรอบ  หันไปมองทางขวามือก็เจอกับคนที่อยากจะหนีไปให้ไกลที่สุดนั่งจ๋องอยู่ตรงขอบหน้าต่าง

ยะ…อย่าบอกนะว่า…

“ปีนระเบียงขึ้นมาเหรอ?”

“แน่นอน  แค่ชั้นสองเองนะครับ  จิ๊บๆ”

“จะบ้าเหรอ!  คิดบ้างหรือเปล่าว่าถ้าพลาดตกลงไปแล้วจะเป็นยังไง  ถึงมันจะชั้นสองแต่ถ้าตกไปข้างล่างจริงๆนายก็มีสิทธิ์บาดเจ็บได้นะ!”

ผมตวาดใส่เจ้าเด็กไม่รู้จักระมัดระวังตัวคนนี้อย่างหงุดหงิด

ลำพังแค่คอยดูแลเด็กที่ถูกพวกเด็กอภิสิทธิ์รังแกผมก็วุ่นวายจะแย่  อย่าให้ต้องมามีภาระเพิ่มเพราะหมอนี่เลย

“ใจดีจังเลยนะครับ  เป็นห่วงผมด้วย  เห็นเอาแต่หลบหน้าก็คิดว่าเกลียดกันซะอีก”

“ฉันจะเกลียดนักศึกษาได้ยังไง  ที่หลบหน้าก็เพราะรำคาญการตามตื๊อเหมือนโรคจิตของนายต่างหาก”

“ถ้าไม่อยากให้ตื๊อก็ยอมเป็นผัวผมสักทีสิ  เอากันแค่ครั้งเดียวก็ได้”

เจ้าหัวแดงชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วราวกับจะอ้อนวอน  มองจากภายนอกแล้วไม่คิดเลยว่าหมอนี่จะเป็นพวกรักร่วมเพศไปได้ 

ผมสีแดงเพลิงราวกับเปลวไฟมัดรวบไปด้านหลัง (อ้อ  หนังยางที่ใช้มัดเป็นยางรัดข้าวแกงนะ  เห็นว่าแค่ก้มๆเงยๆแถวพื้นถนนข้างทางนิดหน่อยก็เจอแล้ว)

เสื้อนักศึกษาที่ไม่เคยยัดใส่ไปในกางเกงให้เรียบร้อยเลยถูกแกะกระดุมออกจนหมดเผยให้เห็นเสื้อกล้ามสีดำด้านใน

กางเกงยีนส์ขาดๆพับขาขึ้นมาจนถึงหน้าแข้ง

รองเท้าแตะแบบหนีบคู่ใจที่คนทั่วไปเรียกมันว่ายี่ห้อ ‘ช้างดาว’

เจาะหูใส่ห่วงเรียงกันลงมาเป็นตับจนแทบไม่มีที่ว่าง

สวมสร้อยคอทำจากโซ่ขนาดใหญ่ ( แต่ผมมองว่ามันคือปลอกคอของสุนัขล่าเนื้อมากกว่า )

ส่วนสูงเตี้ยกว่าผมเล็กน้อย  แต่ขนาดลำตัวไม่ค่อยจะต่างกันมากนัก  ที่สำคัญ…หมอนี่พละกำลังมากเกินกว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายเท่า!

“เสียใจด้วย  แต่นายไม่ใช่รสนิยมของฉัน”

ตอบกลับไปแค่นั้นก็ล้วงหยิบเอาบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาจุดสูบ

ปกติผมไม่สูบบุหรี่ต่อหน้านักศึกษาหรือให้ใครเห็นมากนักหรอก  แต่พอเจอหน้าเด็กคนนี้ทีไรเครียดจนไมเกรนถามหาทุกที

ฟู่…

พ่นควันบุหรี่ออกก่อนจะถอดแว่นกรอบดำอันใหญ่ที่ใช้อำพรางใบหน้ามาตลอดตั้งแต่เข้ามาเป็นอาจารย์ที่นี่  ถ้าไม่ทำตัวให้ดูเฉิ่มเชยหรือว่าเหมือนพวกตาแก่เข้าไว้ปัญหามันจะตามมาได้  สมัยเรียนผมแทบไม่เป็นอันทำอะไรนอกจากวิ่งหนีพวกสาวๆที่คอยตามตื๊อทุกวัน  พอเรียนจบมาก็ตั้งใจว่าตอนเป็นอาจารย์จะต้องไม่มีปัญหาแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาดเลยแก้ไขด้วยวิธีนี้

“หล่อจัง”

เปรยตามองคนพูดเล็กน้อย  ก่อนจะดูดเอาบุหรี่เข้าปอดไปอีกรอบ  ความจริงก็สงสัยอยู่ว่าอะไรในตัวผมทำให้เขาติดใจถึงขั้นอยากจะได้เป็นผัว  แต่ถ้าถามมันจะกลายเป็นการให้ความสนใจขึ้นมาในทันที  ผมเลยคิดว่าควรจะหลีกเลี่ยงเอาไว้ดีกว่า

ตุ้บ!

คนหัวแดงกระโดดลงจากขอบหน้าตาก  ลากเก้าอี้ฝั่งตรงกับโต๊ะทำงานของผมไปนั่งแบบหันหน้าเข้าหาพนักพิง  ท้าวแขนลงกับขอบแล้วเกยคางทับกับแขนไปอีกที

สายตาจับจ้องมาที่ผม…

“มองให้ตายฉันก็ไม่มีทางมีอะไรกับนายเด็ดขาด”

“ทำไมล่ะ  ผมไม่น่ารักเหรอ”

นึกถึงวันที่หมอนี่กระทืบเด็กพวกนั้นจนปางตายแล้ว…

จะให้ผมสอดส่องหาคำว่าน่ารักจากส่วนไหนดีล่ะ  เฮ้อ!

“ไต้ฝุ่น  ฟังฉันนะ…”

“นี่ไงล่ะ!  เห็นไหม  มีแค่อาจารย์คนเดียวเท่านั้นที่เรียกชื่อผมตลอด  ส่วนคนอื่นๆเอาแต่เรียกว่าไอ้นักเลงบ้างล่ะ  ไอ้อันธพาลบ้างล่ะ  เจ้าหัวสีเลือดบ้างล่ะ  แม้แต่พวกอาจารย์คนอื่นๆยังเรียกผมว่าคุณนักศึกษาผมแดงเลย  แถมยังเรียกด้วยท่าทางหวาดกลัวเหมือนผมเป็นฆาตกรอีก”

“นั่นไม่ใช่เพราะตาของนายมันน่ากลัวหรือไง หัดจ้องมองคนอื่นด้วยแววตาที่อ่อนลงกว่านี้ไม่เป็นเหรอ  มองแบบนี้มันเหมือนหาเรื่องมากกว่านะ”

ขยี้บุหรี่ลงบนที่เขี่ยซึ่งซ่อนเอาไว้ในลิ้นชักก่อนจะหยิบสเปรย์ดับกลิ่นปากขึ้นมาฉีดใส่ปากแล้วตามด้วยพรมน้ำหอมกับเคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อกำจัดกลิ่นบุหรี่

“ผมก็อยากจะทำแบบที่อาจารย์ว่าเหมือนกันนะ  แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน  ก็มองทุกคนด้วยสายตาที่เป็นมิตรกว่านี้ไม่ได้เลย  ทั้งที่เปิดเทอมมาจะสองอาทิตย์แล้วแต่ก็ยังหาเพื่อนไม่ได้สักคน  ลำบากจริงแฮะ  ชีวิตเด็กมหา’ลัยเนี่ย”

“…”

“ผมน่ะ  ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครกลัวสักหน่อย  ผมเองก็อยากจะมีเพื่อนและใช้ชีวิตเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไปเหมือนกันนะ”

เอาอีกแล้ว…

เจ้าเด็กคนนี้ชอบมาพูดอะไรทำนองนี้ให้ผมฟังอยู่เป็นประจำ  แล้วมักจะจบลงตรงที่ก้มมองฝ่ามือของตัวเอง  ใบหน้าที่เจ็บปวดขนาดนั้นทำให้สุดท้ายแล้วผมไม่เคยทอดทิ้งเขาไว้ได้คนเดียวจริงๆสักที

ก็เป็นอาจารย์นี่นะ…

นักศึกษาคือลูกศิษย์  ผมไม่ต้องการให้เด็กในมหา’ลัยที่ผมทำงานอยู่ต้องมานั่งระบายความทุกข์ให้ฟังทุกวันแบบนี้หรอก

หมับ…

“ฉันเชื่อนะ”

ผมลุกเดินไปนั่งลงตรงหน้าไต้ฝุ่นทำให้เขาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สูงเลยหัวไปมาก  จับเก้าอี้ที่อีกฝ่ายนั่งให้พลิกมาหา  สองมือว่างทาบลงไปบนที่วางแขน

“จะต้องมีคนที่ต้องการเด็กนิสัยแบบนายเป็นเพื่อนอยู่แน่ๆ  ใครสักคน…ที่ไม่กลัวดวงตาปิศาจแมวของนาย”

เผลอตัวยื่นมือขึ้นไปแตะที่เปลือกตาของไต้ฝุ่นเบาๆ  ถึงจะเก่งเรื่องชกต่อยแค่ไหนแต่ความจริงก็ยังเป็นแค่เด็กที่ต้องการมีเพื่อนล่ะนะ

“อาจารย์…”

“เฮ้ยย!”

โครม!!!

“ผมอยากได้อาจารย์เป็นผัวจริงๆนั่นแหละ”

“ไอ้เจ้าบ้า  ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลย  เสื้อกราวน์ฉันเปื้อนหมดแล้ว”

“ไม่เอาอ่ะ  ขอผมอยู่แบบนี้สักพัก”

ยืนยันจะไม่ลุกท่าเดียว

ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วปล่อยให้ไต้ฝุ่นที่กระโจนเข้ามากอดผมจนหงายหลังล้มกลิ้งไปกับพื้นด้วยซุกหน้ากับแผงอกไว้อย่างนั้น  วงแขนของเขาโอบรอบเอวผมไว้แน่น…แน่น…

แน่นไปแล้วเฟ้ย!

ออกแรงมากขนาดนี้เครื่องในฉันมันจะทะลุออกทางปากเอา!

“ต้องขอบคุณมากเลยนะครับอาจารย์ที่อุตส่าห์สละเวลามาถึงที่นี่”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ  มีนักศึกษาบาดเจ็บ  มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว”

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าเอกภาษาต่างประเทศมีธุระอะไรกับโรงยิมก็เถอะนะ

ผมเก็บอุปกรณ์ทำแผลลงกล่องเตรียมตัวกลับไปประจำห้องพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง  แต่หลังจากที่เดินเลี้ยวโค้งพ้นประตูโรงยิมมาได้ไม่ถึงห้าก้าว…

“ผัวคร้าบบบบบ!”

หมับ!!!

เจ้าลิงหัวแดงที่ไม่รู้ไปแอบอยู่ตรงซอกหลืบไหนมาก็กระโดดขึ้นมาเกาะหลังทันที  แถมยังเอาแก้มมาถูไถแก้มผมไปมาเพื่ออ้อนตามแบบที่ชอบทำ

หมายถึงหมอนี่นะที่ชอบ  ไม่ใช่ผม…

“ลงไปเดี๋ยวนี้”

ออกคำสั่งโดยที่ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ  โชคดีที่แถวโรงยิมไม่ค่อยมีคนมามากนัก  ถ้าจะมีก็เฉพาะนักศึกษาที่จำเป็นต้องใช้โรงยิมในการเรียนเฉยๆ

“เย็นชากับเมียขนาดนี้เลยเหรอ  ไม่เอาๆ  ผมคิดถึงอาจารย์จะแย่แล้วรู้ไหม”

“คิดว่าตัวเองเป็นสาวน้อยตัวเล็กๆเหรอ  เกาะหลังฉันแบบนี้มันอาจทำให้กระดูกหลังและคอของฉันเคลื่อนได้นะ”

“พูดแบบนี้แสดงว่าผัวจ๋าชอบสาวน้อยมากกว่าแมนๆอย่างผมงั้นเหรอ!”

“นั่นเป็นคำถามที่ต้องการให้ตอบจริงๆใช่ไหม?”

หมับ…!

“ไม่เอา  ห้ามตอบนะ  ผัวเป็นของเมีย  เมียเป็นของผัว”

“เฮ้อ…”

หมดปัญญาจะไล่แล้วจริงๆ 

ไต้ฝุ่นเอนหน้าซบกับแผ่นหลังของผมและไม่มีทีท่าว่าจะยอมลง  การกระทำของเขาสร้างความเครียดให้แบบเฉียบพลันจนต้องรีบเลี้ยวเข้าห้องน้ำชายที่อยู่ตรงหน้าพอดี

“เข้ามาทำอะไรเหรอครับ  อย่าบอกนะว่า…!”

“ฉันแค่จะสูบบุหรี่”

ล้วงหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงให้ไต้ฝุ่นดู  มองไปยังกระจกที่สะท้อนภาพของผมกับเขาอยู่ก็เห็นว่าเจ้าลิงหัวแดงเบ้ปากอย่างขัดใจเมื่อผมไม่ได้กำลังจะทำในสิ่งที่เขาต้องการ

“เครียดอีกแล้วเหรอครับ”

“ใช่”

“เรื่องงานเหรอ”

“เรื่องนายนั่นแหละ”

ตอกกลับไปตรงๆก่อนจะพ่นควันบุหรี่ออกมา  ถึงหมอนี่จะไม่ได้ตัวหนักอะไรมากมายแต่มาเกาะหลังกันนานๆแบบนี้มันก็เริ่มจะปวดเมื่อยเหมือนกันนะ

ร่างกายผมไม่ได้ทำจากเหล็ก  แบกเด็กหนุ่มตัวโตนานๆไม่ไหวหรอก!

อายุก็ปาเข้าไปยี่สิบแปดแล้วด้วย  เฮ้อ!

จ้อกแจ้กๆๆๆ

“โอ๊ะ!  มีคนกำลังมาล่ะ”

บ้าเอ๊ย!

ผมเปิดน้ำตรงอ่างล่างหน้าเพื่อดับบุหรี่ก่อนจะโยนมันทิ้งลงไปในถังขยะแล้ววิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำห้องในสุดก่อน  โดยลืมไปเสียสนิทเลยว่าบนหลัง…

มีเจ้าลิงหัวแดงติดสอยห้อยตามมาด้วย!

ตึก…ตึก…ตึก…

เสียงที่เท้าดังเข้ามาด้านในห้องน้ำพร้อมกับเสียงคนคุยกัน  ถ้าจำไม่ผิดเป็นเสียงของอาจารย์ที่ผมเจอเมื่อกี้ในโรงยิมกับอาจารย์ผู้ช่วยของเขา

มาทำไมตอนนี้ล่ะเนี่ย!

“ผมทราบมาว่าเย็นนี้จะมีการลงโทษพวกเด็กไร้ประโยชน์อีก  แบบนั้นมันจะแย่ไม่แย่เหรอครับ”

เสียงอาจารย์ผู้ช่วยเอ่ยถาม  ตอนผมเข้ามาทำงานที่นี่แรกๆ  ผมเองก็เคยเอ่ยถามแบบนั้นไปเหมือนกัน…

“อาจารย์กินเงินเดือนแบบพวกเราทำอะไรไม่ได้หรอก  ถึงจะไม่เห็นด้วยหรือต้องการแย้งแค่ไหน  เสียงเล็กๆจากคนไม่มีอำนาจอย่างพวกเราไม่สามารถสะเทือนอำนาจของผู้มีอิทธิพลคนไหนได้สักคน  ถ้าคุณอยากจะอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข  ควรทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจะดีกว่า”

“แย่เลยนะครับแบบนี้…”

“เพราะนักศึกษาที่คอยสั่งการทุกคนและเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดมีอิทธิพลมากเสียจนไม่มีใครกล้าแตะต้องน่ะสิ”

“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ  ใครเหรอ?”

“ผมเองก็ไม่เคยได้สอนเขาหรอกนะ  เลยไม่เคยตัวจริง  แต่เขาเป็นอัจฉริยะในหลายๆด้าน  แม้ว่าจะไม่ค่อยเข้าเรียนและอ่านหนังสือแต่กลับทำคะแนนสอบได้เต็มจนขึ้นเป็นที่หนึ่งของประเทศ  ความสามารถของเขาอยู่ในระดับพระเจ้าเลยด้วยซ้ำ  รู้สึกว่าเขาจะชื่อ…แฟนธ่อม  อัจฉริยะที่ถูกขนานนามว่าเป็นอสุรกาย  นักศึกษาที่คิดกำจัดคนไร้ประโยชน์โดยบอกว่าเด็กพวกนั้นคือขยะของโลกใบนี้”

ขยุกขยิกๆๆ

ขณะที่กำลังแอบฟังบทสนทนาของอาจารย์ทั้งสอง  ร่างกายเริ่มรับรู้ได้ว่ากำลังถูกคุกคามจากเจ้าลิงหัวแดงบนหลัง  มือหยาบนิดๆล้วงเข้าไปลูบไล้แผงกล้ามหน้าท้องเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ 

“ถ้าทนไม่ไหว  ให้ผมช่วยก็ได้นะ”

เสียงแหบปร่ากระซิบอย่างแผ่วเบาที่ข้างหู…

บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

มาอัพตอนที่ 1 เพิ่มจ้า  มีความเรียกผัวเรียกเมียกันตั้งแต่ตอนแรกเลยทีเดียว  ไต้ฝุ่นท่าจะโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงสมชื่อ 5555+  แล้วแบบนี้อาจารย์สุดหล่อของเราจะทนไหวหรือเปล่าเนี่ย  แต่พอมาคิดภาพของไต้ฝุ่นตามที่อาจารย์บรรยายแล้ว…

ดูไม่ออกจริงๆว่าจะมีรสนิยมแบบนี้  ก๊ากๆๆๆ

เอาเป็นว่ามาเอาใจช่วยให้ไต้ฝุ่นจับอาจารย์ทำผัวได้สำเร็จ  หรือไม่อาจารย์ก็หนีพ้นเงื้อมมือไต้ฝุ่นได้สำเร็จดีกว่า  มีสองทางให้เลือก  จะเลือกข้อไหนดีเอ่ยยยยย  แล้วอสุรกายแฟนธ่อมผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์อันเลวร้ายในมหาวิทยาลัยตัวจริงจะเป็นคนแบบไหนกันนะ??

ความคิดเห็น